นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1581
ความเห็น: 3

Active learning ๒: บทบาทที่ต้องปรับเปลี่ยน

บทบาทของผู้สอนต้องเป็นผู้จัด ผู้สอน ผู้ให้ ผู้พัฒนา ผู้ส่งเสริม ด้วยการชี้ทิศ ให้แนวทาง ให้บทเรียน ให้กำลังใจ ที่สำคัญเห็นผู้ด้อยต้องให้โอกาส เพราะเขาต้องไปทำหน้าที่ให้เราในอนาคต

จาก Active learning ๑:ความจำเป็นในการปรับกระบวนการจัดการเรียนการสอน http://share.psu.ac.th/blog/fnr-devolop/14806 ต้องขยับเข้าสู่บทบาท

บทบาทของผู้เรียน ต้องเปลี่ยนจากการไปนั่งฟังบรรยาย ทำปฏิบัติการตามที่จัดให้ เป็น การศึกษาหรือการหาความรู้ การฝึกใช้ความรู้ ซึ่งต้องเสาะหาแหล่งความรู้ สืบค้นมาได้ ศึกษาทำความเข้าใจ รวมถึงการลองทำและนำมาใช้งาน ในรูปแบบการนำเสนอจากความรู้ที่หามา แน่นอนตัวที่ใช้ในการนำเสนอในปัจจุบัน คือคอมพิวเตอร์ และหากฝึกนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษได้ ก็ทำให้ได้เปรียบในการทำงานในยุคปัจจุบันและอนาคต

นั่นคือบทบาทของผู้เรียนต้องเปลี่ยนไป เป็นการลุกขึ้นมาเรียน ปฏิบัติเอง ทำเอง เสมือนว่าทำงานจริง ให้สมกับคำว่า นักศึกษา แทนการเป็น นักเรียนที่นั่งฟังและทำตามผู้สอนเท่านั้น ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนที่ค่อนข้างยากสำหรับคนส่วนใหญ่ เพราะการเรียนการสอนตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนตามระบบการศึกษาไทยเป็นแบบการจำ ไม่มีทักษะด้านการคิด เรียนรู้เช่นในมัยก่อนก็ทำกันมาแล้ว เช่น การอ่านจับประเด็นที่เรียกว่า อ่านเอาเรื่อง วิชาเรียงความ เป็นนำประเด็นที่มีไปขยายความ

 เอ ความจริงสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำยาก เพราะเคยทำมาแล้ว ยังใช้ทรัพยากรน้อยกว่า สิ่งที่ทำได้ยาก การปรับของผู้สอน  ดังนั้น การศึกษาขั้นพื้นฐานคงต้องปรับไปจัดการเรียนรู้ทักษะเหล่านี้ และสิ่งที่สำคัญยิ่งในการทำให้กระบวนการเรียนรู้ปรับได้ คือผู้สอน ว่าจะต้องทำอย่างไร จึงสามารถทำให้เกิดบทเรียน วิธีการเรียนไปสู่สร้างให้ผู้เรียน ได้ลองหา ลองทำ ลองคิด ลองวิเคราะห์ ด้วยเป้าหมายที่ทำได้ และทำให้ดีขึ้นอย่างไร ความจริง ผู้สอนส่วนใหญ่ที่ทำงานวิจัย ทำงานด้วยระบบและกระบวนการประกันคุณภาพ มีกระบวนการเหล่านี้อยู่แล้ว เพียงต้องนำมาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนการสอน 

บทบาทผู้สอน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่ต้องปรับเปลี่ยนไป คือ

๑.    ต้องกลั่นกรองสิ่งที่จะนำมาสอน ที่เป็นแก่นที่ทำให้เมื่อรู้แล้วนำไปสู่การเรียนรู้ด้วยตนเองได้ ดังนั้น ผู้สอนคงไม่ใช่เพียงแค่เรียนและหามาอย่างไร ก็นำมาบอกอย่างนั้น จะทำไห้สอนไม่ทัน เพราะเนื้อหามีมากมายและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และถึงแม้จะสอนได้ทัน ก็อาจใช้จริงไม่ได้ เพราะถึงเวลาต้องใช้งานก็อาจเปลี่ยนไปแล้วก็ได้ ลองนึกดูว่าจะใช้วิธีการผ่าตัดใส้ติ่งในสม้ยก่อนมาใช้ในปัจจุบันจะเป็นอยางไร ซึ่งไม่ใช้วิธีเดิมไม่ดีและยังใช้ได้ แต่วิธีการใหม่ทำให้แผลเล็กกว่า หายเร็วกว่า ทำให้คนไข้ทำงานได้เร็วกว่า เป็นการชี้ให้เห็นว่าต้องเรียนรู้ตลอดเวลา   

๒.    การจัดกระบวนการ/สถานการณ์ เป็นส่วนสำคัญที่จะทำไห้ผู้เรียนได้มีบทเรียน ในลักษณะ หาได้ ใช้เป็น รู้แหล่งความรู้ รู้วิธีการใช้ความรู้ รู้จักการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ใช้ประโยชน์ของกลุ่มในการเรียนรู้ ผู้สอนเองก็อาจเป็นผู้เรียนรู้ไปด้วย เพราะความรู้ที่ช่วยกันหามานั้น อาจเป็นส่วนที่ผู้สอนก็ไม่สามารถหาได้ทันด้วยตัวเอง แต่จะช่วยอธิบาย ชี้แนะ ในการทำความเข้าใจ และในการนำไปใช้ ความจริง การเรียนการสอนทางการแพทย์ในชั้นคลินิคจะเห็นภาพนี้ได้ชัด รวมทั้งกระบวนการทำวิจัย กระบวนการประกันคุณภาพในส่วนที่ทำให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

 

๓.    กระบวนการประเมินผล เป็นกระบวนที่สำคัญที่ผู้สอนจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน จากการบอก บรรยาย ให้จำแล้วมาทำข้อสอบ

  • ต้องประเมินความรู้ความเข้าใจที่เป็นแก่นที่ทำให้สามารถไปเรียนรู้ได้เองได้อย่างมั่นใจ
  • ต้องประเมินความสามารถในการหาและเรียนรู้ถึงแหล่งความรู้ การเข้าถึงความรู้
  • ต้องประเมินความสามารถและศักยภาพของเรียนรู้ และการใช้ความรู้ รวมทั้งการนำส่วนคุณธรรม จริยธรรมไปชี้ให้เห็นด้วยเหตุด้วยผล ไม่ใช่แค่บอกให้จำ แล้วนำไปสอบ แต่ต้องเน้นให้เป็นจิตสำนึก ที่สำคัญต้องเป็นจิตสำนึกของผู้สอน จริง ๆ

หน้าที่ของการประเมินผู้เรียน คือการชี้ให้เห็นว่าผู้เรียนมีจุดใดที่ต้องพัฒนา  

บทบาทของผู้สอนต้องเป็นผู้จัด ผู้สอน ผู้ให้ ผู้พัฒนา ผู้ส่งเสริม ด้วยการชี้ทิศ ให้แนวทาง ให้บทเรียน ให้กำลังใจ ที่สำคัญเห็นผู้ด้อยต้องให้โอกาส เพราะเขาต้องไปทำหน้าที่ให้เราในอนาค 

คนไทย มีคำไทยที่มีความหมายดี ๆ คือ ครู และลูกศิษย์ ที่ไม่ใช่แค่ผู้สอน (teacher) และผู้เรียน (student) น่าจะลองนำคำทั้งสองมาคิดให้ดี ๆ จะมีความหมายที่ดีดี

เท่าที่สังเกตกลับพบเห็นชาวตะวันตก พบว่าผู้สอนแสดงความเป็นครูได้มากกว่าคนไทยโดยเฉลี่ยที่พบ และผู้เรียน ก็แสดงบทบาทของการไฝ่เรียนมากกว่า โดยเฉลี่ยเช่นกันเมื่อเทียบกับคนไทย

อะไรเกิดขึ้นกับคนไทย ที่มีคำดี ๆ แต่กลับมีบทบาทไม่ตรงความหมาย คงต้องลองใช้เวลาทบทวนทำความเข้าใจในความหมาย หน้าที่ และบทบาท แล้วปรับบทบาทให้เป็นไปตามความหมายจริง ๆ

ถึงเวลาที่ต้องศึกษาความหมายและหน้าที่ จะได้ปรับบทบาทให้สอดคล้อง เพื่อนำไปสู่การสร้างและพัฒนาบุคลากรของประเทศและของโลก เป็นครู เป็นผู้สอน เป็นผู้พัฒนาลูก ศิษย์ ให้ได้ดี ที่ไม่ใช่แค่สอนหนังสือสอนคนให้มีความรู้ แต่สอนคนให้มีความสามารถเป็นผู้เรียนรู้ได้และดำรงชีพได้อย่างเหมาะสมตลอดชีวิต  

ความเป็นครู คงไม่ใช่การรับจ้างสอน แต่ต้องมีจิตสำนึกของความเป็นครู คือสร้างและพัฒนาคน

หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 20 ธันวาคม 2552 14:59 แก้ไข: 09 ตุลาคม 2553 17:48 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ยังตามอ่านอยู่ครับ

"จิตสำนึก ที่สำคัญต้องเป็นจิตสำนึกของผู้สอน จริง ๆ "

   สิ่งนี้ต้องเรียนรู้วิธีคิด  ปฏิบัติการจริงในชีวิตบทบาทของผู้ครูสอน  เชื่อว่าเวลาช่วยได้  เป็นการเรียนรู้แบบซึมซับ 

    ครูต้องพัฒนาปัญญาและเมตตาโดยรู้จักลูกศิษย์  "เห็นผู้ด้อยต้องให้โอกาส เพราะเขาต้องไปทำหน้าที่ให้เราในอนาคต "

      ต่างก็เป็นทั้งผู้เรียนและผู้สอน  จากความรู้ที่หลากหลาย   ช่วยฝึกการตัดสินใจเลือกความรู้ไปใช้งานต่อ

        "ความฉลาดช่วยให้เรานำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้   แต่ปัญญาช่วยให้เรามองประโยชน์และผลเสียที่จะเกิดกับคนรุ่นหลังด้วย"  บทเรียนจากอนาคต อันเก่าแก่ของลาดัค  ค่ะ

             ด้วยความขอบคุณ          

 

 

ขอบคุณคนธรรมดาที่ตามมาอ่าน คุณยาดมที่มาเติมต่อ

หวังว่าคงช่วยกันต่อเติมกันในการปรับเปลี่ยนกระบวนการ active learning

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.94.202.6
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ