นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1800
ความเห็น: 4

Active learning ๑:ความจำเป็นในการปรับกระบวนการจัดการเรียนการสอน

ต้องสอนให้มีความสามารถหาได้ และใช้เป็น โดยเน้นที่กระบวนการเรียนรู้ หรือสอนให้เรียนรู้เป็นด้วยตนเอง

 ในยุคสมัยที่ความรู้มีแหล่งให้เข้าถึงมากมาย มีการปรับเปลี่ยน เพิ่มเติมอย่างรวดเร็ว ตลอดเวลา  เพียงเวลาเปลี่ยนไป ความรู้ก็มีเพิ่มใหม่และของเดิมอาจเริ่มใช้ไม่ได้ เหมือนการพัฒนาด้านคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป และสินค้าอิเล็คทรอนิค ที่ซื้อปุ๊บ ก็มีของใหม่รุ่นใหม่ออกมาทันที   

ทำอย่างไรจึงจะพัฒนาความสามารถของคนให้สอดคล้องกับสภาวะการณ์ดังกล่าว นั่นคือ การกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่ต้องปรับเปลี่ยนไป 

จะเห็นว่า วันนี้ แหล่งความรู้ไม่ได้อยู่ที่ผู้สอน แต่เป็นแหล่งความรู้ โดยเฉพาะจากระบบอินเทอร์เนต รองลงมาคือ หนังสือ วารสาร และสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ซึ่งก็ได้จัดอยู่ในระบบอินเทอร์เนตเป็นส่วนใหญ่ ที่ผู้สอนเองก็ยังตามด้วยตัวเองไม่ทัน ผู้ที่หาได้ หาเป็น สามารถนำมาใช้ได้ คือผู้มีโอกาสชนะ ทำให้การทำงานต้องปรับเปลี่ยนไป ดังน้น การจัดการเรียนการสอนต้องปรับเปลี่ยนไป การปรับบทบาทการเรียนเป็นแบบช่วยกันหา ช่วยกันเรียน ผู้สอนไม่ใช่ผู้หาความรู้มาป้อนให้แก่ผู้เรียนในลักษณะการบรรยายแล้วประเมินผลการเรียนรู้ด้วยการประเมินความจำจากเนื้อหาที่สอน การทำเช่นนั้น คงไม่สามารถอยู่ได้ดี โดยเฉพาะกับการทำงานในยุคนี้ การจะทำให้เข้าถึงความรู้ในสภาวะการณ์ดังกล่าว ต้องมี  

(๑) ความรู้การใช้เครื่องมือ คือคอมพิวเตอร์และอื่นๆ ให้สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ได้อย่างรวดเร็ว และต้องรู้ว่าแหล่งใดที่มีความรู้ที่จะนำมาใช้ได้ ในลักษณะที่ตื่นตัว ตามติด อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่หาเป็น แต่ต้องหาที่ใช้ได้ถูกต้อง และทันสมัย
 (๒) ต้องมีความสามารถเข้าใจเนื้อหาความรู้ซึ่งต้องมีความรู้พื้นฐานที่สามารถทำความเข้าใจความรู้ที่หามาได้ รวมถึงภาษาอังกฤษ เนื่องจากความรู้ส่วนใหญ่นำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ แม้แต่วารสารวิชาการที่ดำเนินการโดยคนไทย และ
 (๓) เป็นความสามารถที่สำคัญคือการใช้ความรู้  
โดยสรุปการจัดการเรียนการสอน ต้องสอนให้มีความสามารถหาได้ และใช้เป็น โดยเน้นที่กระบวนการเรียนรู้ หรือสอนให้เรียนรู้เป็นด้วยตนเอง อันจะทำให้สามารถตามทันความรู้ที่พัฒนา ปรับเปลี่ยนไปตลอดเวลาได้ อย่าลืมว่า สถาบันอุดมศึกษา มีหน้าที่สร้างกำลังคนให้มีความพร้อมทำหน้าที่แทนเรา ทำหน้าที่ให้เรา และเราต้องพึงพาอาศัยกันและกันต่อไป เช่น ผลิตหมอที่เราอาจต้องไปรับการรักษา เป็นนักบัญชีที่เราต้องไปรับบริการทางการเงิน เป็นนักอุตสาหกรรมที่เราต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมา หรือเป็นครู อาจารย์ที่เราต้องส่งลูกหลานไปเรียน  
แล้วเราจะช่วยกันสร้างเขาอย่างไร ?
 

ดังนั้น กระบวนการจัดการเรียนการสอนต้องปรับเปลี่ยนไป ทั้งบทบาทของผู้เรียน ผู้สอนนั่นคือ การเรียนแบบ active learning ที่มีคนแปลเป็นไทยว่า การเรียนแบบเชิงรุก ที่ต้องรุกทั้งผู้เรียน ผู้สอน

 
หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 16 ธันวาคม 2552 18:57 แก้ไข: 09 ตุลาคม 2553 17:48 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เรื่องนี้คงต้องตะโกนดังๆ บอกกันบ่อยๆ เพื่อให้เกิดความตระหนักที่จะต้องปรับเปลี่ยนในวิธีการสอนของคณาจารย์ของเราเอง ยุคสมัยเปลี่ยนไป หากผู้สอนยังไม่ยอมปรับเปลี่ยน เราคงเห็นการพัฒนาที่ไล่ไม่ทันการพัฒนาของสังคมโลก

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับแนวคิดของบันทึกนี้ครับ

   การเรียนรู้ในสถานการณ์จริง  คือบทพิสูจน์ว่าความรู้ใดใช้ได้  หรือจะปรับใช้อย่างไร  การเรียนรู้จากการปฏิบัติแบบมีส่วนร่วมของครู- ศิษย์และผู้เกี่ยวข้องคือพื้นฐานสำหรับการจัดเรียนรู้ตลอดชีวิต  แหล่งความรู้ไม่ได้อยู่เฉพาะที่ผู้สอน สถาบันอุดมศึกษา มีหน้าที่สร้างกำลังคนให้มีความพร้อมทำหน้าที่แทนเรา ทำหน้าที่ให้เรา และเราต้องพึงพาอาศัยกันและกันต่อไป

    สิ่งสำคัญคือการบริหารจัดการทุนต่างๆที่มีอยู่อย่างให้ความเคารพกันและกัน  ตระหนักถึงความเป็นธรรม(ทุนคน  ทรัพยากร  วัฒนธรรม  เงิน  ความรู้ในคน ฯ)ในทุกระดับ

     

แล้วเราจะช่วยกันสร้างเขาอย่างไร ?

เวทีไหนมีคำตอบ...ช่วยชี้แนะด้วยค่ะ

 

ขอบคุณคุณคนธรรมดา และยาดม ที่มองเห็น แลอยากเชิญชวนให้ช่วยกันเริ่มปรับบทบาท ดังบนทึกที่ ๒

http://share.psu.ac.th/blog/fnr-devolop/14836

คุณยาดม ลองทบทวนดู สิ่งที่มีอยู่แล้วสามารถเริ่มได้ ไม่ต้องรอเวทีไหน เริ่มได้จากผู้สอนแต่ละคน แค่ทำใจ เข้าใจ ปรับบทบาท ปรับวิธีการ ขยับไปเรื่อยๆ ตามระบบประกันคุณภาพ ส่วนตัวเองได้ปรับไปบ้างแล้ว เช่น แทนที่จะให้หาคำตอบ ก็ให้ไปหาแหล่งข้อมูล เมื่อทดสอบก็ชี้สิ่งที่ต้องปรับปรุง แทนให้คะแนนเท่านั้น โดยเน้น ให้หา ให้ทำ ให้นำเสนอ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพิ่มเติม เสริมส่ง แก้ส่วนที่ผิด ชี้สิ่งที่ถูก

สิ่งที่อยากบอกคือ เริ่มได้จากทุกคนเอง ไม่ต้องรอใคร เพราะมันสายมาจนดึกแล้ว  

PSU น่าจะมีการพูดคุยเรียนรู้เรื่องนี้อย่างจริงจังกันซะทีนะครับ

ผมในฐานะอาจารย์ใหม่ ก็เคยตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่าเราจะทำอย่างไรกันดีกับบริบทสังคมที่เปลี่ยนไปแล้ว

Link: กระบวนทัศน์กับการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.204.227.250
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ