นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Wullop Santipracha
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 16

อ่าน: 3746
ความเห็น: 9

OFI ใน PMQA

การประกันคุณภาพศึกษา คือการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้น ไม่ใช่พัฒนาวิธีการหรือกระบวนการประกันคุณภาพอย่างที่ทำกัน

 ในการทำระบบ PMQA คำที่สำคัญในการทำกลยุทธเพื่อพัฒนาระบบ คือ OFI = Opportunity For Improvement หรือโอกาสในการปรับปรุง ซึ่งต่างจากการประกันคุณภาพของ สมศ. และ สกอ. รวมถึง กพร. ที่เมื่อมีการตรวจประเมิน คณะกรรมการประเมินจะแนะนำให้พัฒนาในตัวชี้วัดที่มีผลการประเมินต่ำ เพื่อให้มีคะแนนการประเมินดีขึ้น และก็มีตัวชี้วัดหลายตัวที่คณะ มหาวิทยาลัย ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น อัตราการได้งานทำของบัณฑิต สัดส่วนของบัณฑิตที่ทำงานตรงสาขา เงินเดือนขั้นต้น สัดส่วนนักศึกษาเต็มเวลาต่ออาจารย์ที่ปรับเพิ่มขึ้นจากมาตรฐานเป็นเท่าตัว ทั้งๆ ผู้เรียนไม่ค่อยมีความพร้อมในการเรียน (ไม่แน่ใจว่าคิดอย่างไร เห็นว่าอยากเป็นสากล แต่กลับปรับเพิ่ม ลองคิดง่าย ๆ หากมีอาหารเพียงพอสำหรับ ๑๐ คน แต่ให้กิน ๒๐ คน จะทำให้คนแข็งแรงได้อย่างไร และยังมีคนที่ขาดแคลนอาหารมาแล้ว)  โดยเฉพาะ สัดส่วนของนักศึกษาที่จบการศึกษาตามกำหนดเวลาของหลักสูตร และยังมีอีกหลาย ๆ ตัว ซึ่งขึ้นกับปัจจัยภายนอกมาก ๆ เช่นในภาวะเศรษฐกิจถดถอย หรือบางตัวหากดำเนินการเพื่อเอาคะแนนประเมิน จะทำให้คุณภาพการศึกษาต่ำลง เช่น อัตราการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่อาจนำไปสู่การลดการให้คะแนน ที่พบแล้วในการคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนระบบ admission ที่ใช้ GPA มาร่วมด้วย ทั้งๆ ที่เป็นคนละเรื่องระหว่างการสำเร็จการเรียน กับการคัดผู้เรียนที่มีความรู้เหมาะสมกับสาขาที่จะเรียน จึงทำให้โรงเรียนปล่อยเกรดเพื่อไม่ให้ลูกศิษย์เสียเปรียบ และนำไปสู่การลดมาตรฐานและคุณภาพการศึกษา ที่สถานศึกษาต้องดำเนินการตามข้อเสนอแนะ เพื่อเพิ่มคะแนนประเมินองค์กร แต่คุณภาพของผลผลิตกลับต่ำลง คงเห็นตัวอย่างในประเทศไทยในการมีการประกันคุณภาพ แต่คุณภาพการศึกษากลับต่ำลง  

แต่สำหรับระบบ PMQA นั้น ในการดำเนินการหลังจากที่ได้ประเมินที่มีโอกาสการปรับปรุงแล้ว ต้องนำเอาประเด็นต่าง ๆ เหล่านั้นมาวิเคราะห์ว่า สามารถนำไปสู่การปรับปรุงที่คุ้มค่า และปรับปรุงที่สอดคล้องกับผลผลิตจริง ๆ ด้วยการนำมาวิเคราะห์เพื่อจัดลำดับความสำคัญ หรือจัด priority โดยดูที่

    • ความยากง่ายในการดำเนินการ
    • ผลของการดำเนินการ และ
    • การพัฒนาคุณภาพของผลผลิต

 สิ่งที่ดำเนินการง่าย ได้ผลดี และมีคุณภาพต่อผลผลิต คือสิ่งที่ควรเลือกทำ  สิ่งทำยาก ควบคุมไม่ได้ และไม่ส่งผลต่อคุณภาพต่อผลผลิต ก็ไม่ควรเลือกทำ  ที่เป็นเช่นนี้ เพราะปัจจุบันต้องดำเนินการตามตัวชี้วัดที่กำหนดให้ ไม่สามารถกำหนดได้เอง และตัวชี้วัดหลายตัวก็ไม่สอดคล้องกับคุณภาพที่แท้จริงของผลผลิต มิฉะนั้น ที่ทำระบบการประกันคุณภาพการศึกษามาหลาย คงทำให้คุณภาพการศึกษาไทยดีขึ้น แต่ความเป็นจริงเป็นอย่างไรคงทราบกันดี  

ข้อดีของ OFI คือมีการวิเคราะห์ว่า คุ้มค่า มีผลต่อการทำ แต่ก็มีเงื่อนไขที่ต้องมีอิสระในการกำหนดตัวชี้วัด

และที่สำคัญยิ่งกว่า ไม่ควรปรับตัวชี้วัดจนกว่าจะพัฒนาให้ดีขึ้น มิฉะนั้น จะเป็นทำไปเรื่อยเปื่อย ของเก่ายังไม่ดี ก็เปลี่ยนใหม่ สุดท้ายจึงไม่ดีอะไรดีขึ้น เพราะขาดความต่อเนื่องของการพัฒนา  

อย่าลืม การประกันคุณภาพศึกษา คือการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้น ไม่ใช่พัฒนาวิธีการหรือกระบวนการประกันคุณภาพอย่างที่ทำกัน ที่ต้องใช้ทรัพยากร แรงงานที่มีจำกัดไปทำระบบ จนไม่มีเหลือไปพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่แท้จริง    

หมวดหมู่บันทึก: ประกันคุณภาพ ตัวชี้วัด ประเมินผล
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 29 พฤศจิกายน 2552 18:32 แก้ไข: 09 ตุลาคม 2553 17:46 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
[IP: 124.120.217.246]
02 ธันวาคม 2552 15:10
#51595

การประกันคุณภาพการศึกษาจะมีขึ้นได้ต้องให้มีระบบการประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 เสียก่อน

เพราะระบบเป็นหลักประกันคุณภาพการศึกษา(Quality Assurance)ตามมาตรฐานสากล

การที่จะพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพดีขึ้นได้ต้องมีระบบ(System)หรือกระบวนการ(Process)เป็นรากฐานเท่านั้น

การที่จะปรับปรุงให้การศึกษามีคุณภาพดีขึ้นได้ต้องเริ่มที่การประเมินระบบ(Evaluating system)

 ปัญหาที่สร้างความเสียหายมหาศาลให้ประเทศไทยมา 10 ปีเพราะออกแบบระบบ กันไม่เป็นทั้ง สกอ. สมศ และ ก.พ.ร. ในเมื่อระบบเป็นหัวใจของการประกันคุณภาพการศึกษาและระบบเป็นตัวประเมินคุณภาพการศึกษาด้วย

เมื่อการศึกษาของชาติไม่มีระบบ  ก็จำเป็นต้องใช้วิธีลองผิดลองถูก(Trial & Errors)พายเรือในอ่างน้ำดังที่ทำกันอยู่และสถานศึกษาทุกระดับทั่วประเทศได้รับความบอบช้ำโดยถ้วนหน้ากันแล้ว...ยังไม่เข็ดอีกหรือ ?

เรียนคุณไม่แสดงตน
คนจัดระบบ ไม่ได้คิดว่าลองผิดลองถูก แต่คิดว่าทำถูก ทั้งๆ ที่ผลเห็นเชิงประจักษ์ถึงคุณภาพก็ยังทำเหมือนเดิม แถมยังกำหนดว่าไม่รับรองหากไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด เอาหน่วยงานใหม่กำหนดร่วมกับหน่วยงานเก่า และใช้เกณฑ์เดียวกับหน่วยงานเก่า หากหน่วยงานใหม่ตก สถาบันก็ตก คงได้ตกกันทั้งประเทศ คิดว่านั่นคือวิธีการพัฒนาการศึกษา
Ico48
Ex.Links [IP: 61.90.100.120]
02 ธันวาคม 2552 19:40
#51611

มีข่าวว่า ทั้ง สกอ. และ สมศ. กำลังติวเข้มกับสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติเพื่อใช้มาตรฐาน TQA ที่ลอกมาจากมาตรฐานบอลริจ

 ไม่รู้ว่าเป็นข่าวดีหรือข่าวร้าย ?...น่าจะเป็นข่าวร้ายมากกว่า เพราะ TQA ก็ยังมีปัญหาเรื่องออกแบบระบบ..เพราะขาดประสบการณ์เรื่องนี้ และไม่รู้เรื่องระบบของ NIST ด้วย..เห็นได้จากการแปล Governance ว่า ธรรมาภิบาล

สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติยังไม่สามารถออกแบบระบบ(System design)ที่ดีได้...แม้กระทั่งระบบประเภทเสื้อโหลก็ยังทำไม่ได้...มีผลให้ ก.พ.ร.ต้องไปยำไปคลุก PMQA จนเละตุ้มเป๊ะไปแล้ว เช่น ก.พ.ร.พลิกแพลงให้ PMQA มีคะแนนรวมเหลือเพียง 250 คะแนน เป็นต้น 

แล้วท่านคิดว่าระบบของ สกอ. และ สมศ.ไม่เละหรือ...อย่างดีก็ได้แค่ระบบธรรมาภิบาลเท่านั้น

ก่อนวันที่ 10 นี้ ผมจะส่งเรื่องการออกแบบระบบมาให้ อ.คนธรรมดา...รับรองไม่เป็นระบบประเภทเสื้อโหล...ที่แน่ๆคือ ไม่ใช่ระบบที่หัวใจพิการ เช่น ระบบโหลของ ISO 9000 ด้วย

ที่ว่าระบบ ISO 9000 เป็นระบบโหลเพราะ ที่ TC-176 ออกแบบมาตั้งแต่ปี 1987 นั้น...มิใช่ระบบบริหาร !!!

ผมพูดความจริงเรื่องนี้มานานแล้ว

 

 

Ico48
[IP: 61.90.100.120]
02 ธันวาคม 2552 19:59
#51612

หาก ก.พ.ร. สกอ. หรือ สมศ. รู้จักการทำงานประเภท Cross-Functional Teams แล้ว

การทำงานที่ซ้ำซ้อน ที่ไม่ได้เรื่อง และสร้างความเสียหายให้สถานศึกษาทุกระดับทั่วประเทศก็จะไม่เกิดขึ้นอีก

ที่สำคัญ ทั้งสามองค์กรควรรักษามารยาทให้เกียรติสถานศึกษากันบ้าง

เพราะเขาเป็น"ลูกค้า" มิใช่ "ลูกไล่"

คุณEx.Links  และ คุณไม่แสดงตน

ขอบคุณให้ความเห็น คงต้องช่วยกันทำอย่างไรให้คนเข้าใจและทำงานร่วมกันมากขึ้น เข้าใจว่าทุกตนเจตนาดี ตั้งใจทำงาน แต่ต่างคนต่างทำ และบอกว่าตามที่กฎหมายกำหนด สุดท้ายจึงโถมลงมาที่ฝ่ายปฏิบัติ จนทำให้ไม่มีเวลาไปทำหน้าที่ขับเคลื่อนคุณภาพของผลิตผลที่แท้จริง สุดท้าย หน่วยงาน สมศ. สกอ. กพร. บอกว่าพัฒนา แต่เป้าหมายคุณภาพการศึกษาไม่พัฒนา กลับลดลงเนื่องจากต้องใช้ทุกพลังมาทำหลาย ๆ ระบบ ทรัพยากร งบประมาณก็ขาดแคลน และไม่พร้อมเหมือนเดิม หรือมากกว่เดิม เพราะต้องแบ่งไปทำระบบมากเกินไป

คงต้องพัฒนาคนทำระบบก่อน จึงไปพัฒนาระบบ แต่ไม่ทราบจะทำอย่างไร ???  

Ico48
Ex. Links [IP: 58.9.13.198]
03 ธันวาคม 2552 13:47
#51648

มาตรฐาน PMQA มาตรฐานสากล ใช้"ระบบ"เป็นมาตรฐานในการประเมินที่สอดคล้องกับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 2542

เมื่อนำเกณฑ์ระดับมาตรฐานสากลเช่นมาตรฐาน PMQA มาประเมิน ก.พ.ร. สมศ. และ สกอ. ได้ผลดังนี้

1. Leadership (Servant): ก.พ.ร. 50% สมศ. 50% สกอ. 50%

2. เกณฑ์มาตรฐาน(Criteria): ก.พ.ร.= 100% สมศ.= 0  สกอ.= 0

3. สร้างระบบประเมิน: ก.พ.ร. = 0  สมศ. = 0  สกอ. = 0

4. ผล Results =  ก.พ.ร. = 50%  สมศ.= 0 %  สดอ.= 0%

ถ้าคิด 50% เป็นเกณฑ์ มี ก.พ.ร.เท่านั้นที่ผ่านอย่างเฉียดฉิว นี่คือการ Identify ให้เห็นว่า สกอ. สมศ.ต้องเลิกใช้อำนาจการเมืองมาลองผิดลองถูกกับการศึกษาของชาติได้แล้ว...ส่วน ก.พ.ร.ก็ต้องปรับปรุงอย่างหนัก และต้องเลิกใช้อำนาจกฏหมายไปขู่บังคับให้สถาบันอุดมศึกษาพัฒนาระบบ

เมื่อหน้าที่ของ ก.พ.ร.คือพัฒนาระบบ เมื่อพัฒนามาเกือบ 10 ปียังทำไม่ได้ก็น่าจะลาออกให้ผู้ที่ทำได้มาทำการพัฒนาระบบต่อไป.

การที่ใช้อำนาจกฏหมายกำหนดให้สถาบันอุดมศึกษาพัฒนาระบบตามแนวทาง PMQA นอกจากเสียมารยาทแล้ว ยังไปทำลายงานหลักของสถาบันอุดมศึกษาให้เสียหายอย่างมหาศาล

จากผลเชิงประจักษ์ ก็สอดคล้องกับที่คุณ Ex. Links ให้ข้อมูล เพราะมีผลบริการที่ดีขึ้นหลายหน่วยงาน เช่น การเสียภาษีประจำปีของรถ การทำบัตรประชาชน การทำหนังสือเดินทาง การเสียภาษีเงินได้ ฯลฯ ขณะที่คุณภาพการศึกษา ซึ่งสำคัญมาก ๆ ต่อการพัฒนากำลังคนของประเทศ กลับมีคุณภาพลดลง

แต่ที่เห็นผลการประเมินหน่วยงานทุกหน่วยงานดังกล่าว ก็ผ่านด้วยดี ชักสงสัยว่าประเมินอะไร ???

Ico48
Ex. Links [IP: 58.9.13.198]
03 ธันวาคม 2552 16:16
#51668

การออกแบบระบบหรือการพัฒนาระบบของไทยราคาสูงลิบลิ่ว

ก.พ.ร.พัฒนาระบบราชการมา 9 ปี ใช้งบประมาณกว่าห้าแสนล้านบาท(500,000,000,000.00 บาท).ยังคงเป็นตาบอดคลำช้าง

ที่เลวร้ายคือใช้ความคิดศรีธนนไชยไปสร้างความเดือดร้อนโดยบังคับให้สถาบันอุดมศึกษาพัฒนาระบบตามแนวทาง PMQA ...หากยังออกแบบระบบหรือพัฒนาระบบไม่ได้  ก็ลอยตัวด้วยการโยนความผิดให้สถาบันอุดมศึกษา

เงินงบประมาณดังกล่าวใช้สร้างโครงการรถไฟหัวจรวด(ชิงกันเซ็น)กรุงเทพ-หาดใหญ่ ได้แล้ว...ยังเหลือเงินไปสร้างสายเชียงใหม่-กรุงเทพได้อีกด้วย

ที่น่าสงสัยคือ.เสียหายมากขนาดนี้แล้ว...ทำไมจึงไม่แสดงสปิริตประกาศลาออกเพื่อเปิดทางให้ผู้ที่ทำได้ ???

คุณ Ex. Links

ขอบคุณในข้อมูล ก.พ.ร. ก็ยังมีผลงานให้กับประชาชนในหลาย ๆ เรื่อง และหากหน่วยงานได้ระบบการพัฒนาไปใช้อย่างต่อเนื่อง ก็ยังน่าจะคุ้มได้

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.236.171.181
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ