นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1684
ความเห็น: 5

PMQA ลูกค้าสำคัญจริง ๆ (หรือเปล่า)

ผู้มีอำนาจคงต้องตัดสินใจก่อนว่าจะใช้ voice ใด customer หรือ command

ตอนนี้ใน ม.อ. ใครไม่ทราบรับรู้ตื่นตัวเรื่อง PMQA คงบอกว่าต้องรีบตื่น ๆ ได้แล้ว จึงต้องบันทึก และอยากให้ช่วยกันหาคำตอบ พร้อมเหตุผลเพื่อจะได้นำไปสู่ตัวชี้วัดที่ถูกต้อง มิฉะนั้น จะวัดกันมากมาย แต่สุดท้ายก็เหมือนเดิม ซึ่งหมายความว่าแย่กว่าเดิม เหมือนเดินไปหลายรอบ แต่ค้นหาคุณภาพไม่เจอ มีการวัดโน่นวัดนี่ ทั้งซ้ายก็เอา ขวาก็เอา ทั้งล่างทั้งบน หน้าหลัง สุดท้ายกลับมาอยู่ที่เดิมจะไม่แย่ได้ไง

เหมือนสภาพของประเทศไทยของระบบราชการ การปฏิรูปการศึกษา ทำให้มีการประเมินกันมากมาย เรียกว่า บ้าตัวชี้วัด สุดท้ายการศึกษาไทยไม่ดีขึ้น มองคุณภาพไม่เห็น บางเรื่องผิดไปจากความจริง เช่นการวัดผลงานตีพิมพ์ต่อวิทยานิพนธ์ ที่วัดจากจำนวนผลงานตีพิมพ์ในปีนั้นหารด้วยวิทยานิพนธ์ของปีนั้น ทั้ง ๆ รู้อยู่ว่า เป็นผลงานคนละเรื่องกับวิทยานิพนธ์ ก็ยังวัดกันเช่นนั้นอยู่ จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำกันแทบตาย ใช้เงินกันมากมาย ทำจนไม่มีเวลาไปสอนนักศึกษา ต้องทิ้งงานสอนไปอบรมโน่น นี่ ไม่ไปก็บอกว่าไม่ให้ความสำคัญ นี่คือสิ่งที่ทำให้คุณภาพแย่ลง คือทิ้งงานหลักที่นักศึกษาจ่ายเงินมาเรียน รัฐบาลจ่ายเงินมาให้ผลิตบัณฑิต

 ดังนั้น การหาตัวชี้วัดที่เป็นตัวหลักจริง ๆ จึงสำคัญมาก ๆ มิฉะนั้นจะเป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตน เกรงว่าจะขี่ช้างกันแล้วแม้แต่จับตั๊กแตนไม่ได้ แย่ไปกว่านั้น จับได้แล้วไม่มีประโยชน์อะไร พูดง่าย ๆ คือ กำหนดตัวชั้วัดผิดว่าเป็น ตั๊กแตน แต่ความจริงไม่ใช่ ตั๊กแตน 

ที่เขียนมามากเพื่อต้องการให้ระวัง จากสภาพที่เกิดขึ้นจริง ๆ การกำหนดตัวชี้วัดที่เป็นหลัก ต้องมีจำนวนน้อย ๆ และสำคัญจริง ๆ จะได้ไม่ใช้เวลามาก ลงทุนมาก ที่สำคัญจะได้มีเวลาไปทำภารกิจตรง เช่นการสอน การพัฒนานักศึกษา การวิจัยที่หาความรู้มาใช้งานพัฒนาประเทศ ไม่ใช่วิจัยเพื่อไปโอ้อวด และที่ประเทศไม่ดีขึ้นจากงานวิจัย หรือไปหลงกล(ตัวเอง)ว่า ถ้าจะเป็นนานาชาติ ต้องใช้ภาษาที่เขาอ่านได้ คนไทยอ่านได้ เขาอ่านไม่ได้เขาไม่นับประเมิน

ทำไมจึงบอกว่าหลงกล ก็เพราะเขาไม่ต้องลงทุน ลงแรง หากที่ทำไปใช้ประโยชน์ก็ดี ถ้าไม่มีประโยชน์ก็ไม่เสียหายอะไร เพราะไม่ได้ลงทุนอะไร เพราะใช้คนของเราทำ เงินก็ภาษีของคนประเทศเรา แต่มาซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ของเขา เพียงเขาบอกว่า เขาอ่านออกได้สะดวกจึงเรียกว่าดี จึงนับเป็นการประเมินของเขา ซึ่งความจริงเขาไม่ได้บอกให้ใช้ตามเขา แต่เรากำหนดของเราเอง เขาเพียงบอกว่า หากเขาอ่านได้ เขาก็ได้ประโยชน์ของเขา ก็กำหนดวิธีการวัดตามที่เขาได้ประโยชน์ ก็ถูกต้องในมุมของเขาแน่นอน

เพียงแต่ว่าเราอยากให้เขาบอกว่า ของเรามีประโยชน์ต่อเขา เราก็เลยกำหนดตัวชี้วัดเช่นนั้น  เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงส่งผลให้การวิจัยไม่พัฒนาประเทศ เพราะไม่ได้วัดว่าจะพัฒนาประเทศอย่างไร จึงทำวิจัยเพื่ออวด ไม่ได้ทำเพื่อใช้พัฒนาประเทศ จึงไม่มีประโยชน์ต่อประเทศ ไม่สนใจว่าผู้เสียภาษีจะอ่านได้หรือไม่ ทั้งนักศึกษา ประชาชน จะเห็นว่า นักเรียนไม่ได้เลือกเรียนสถาบันตามผลการประเมินคุณภาพ การจัดลำดับชั้นของมหาวิทยาลัยโลก  

ได้ฟังวิทยากรบอกว่า การกำหนดตัวชี้วัดต้องฟังเสียงลูกค้า ว่าต้องการอะไร

ดังนั้น การกำหนดว่าใครคือลูกค้าจึงสำคัญมาก ๆ ในการทำงานของมหาวิทยาลัย จึงอยากให้ช่วยกันหาว่า ลูกค้าที่แท้จริงของเราคือใคร จะได้ฟังได้ถูกคน  

ลองแยกดูแต่ละภารกิจ

การผลิตบัณฑิต ใครคือลูกค้า นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง นายจ้าง ภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน  สังคม ประเทศ นานาชาติ  

การวิจัย ใครคือลูกค้า ประชาชน ผู้ประกอบการ วารสารที่ส่งไปตีพิมพ์ นักวิจัย นักศึกษา นักวิชาการ นานาชาติ  

เช่นเดียวกับการบริการวิชาการ ใครคือลูกค้า ประชาชน คนจ่ายเงิน หรือคนทำ ที่พูดว่าคนทำ เพราะมีหลาย ๆ กิจกรรมทำไปด้วยการเกณฑ์คนมาร่วม แล้วบอกว่าเป็นความสำเร็จ(ของผู้จัด เพราะคนมานั้นไม่ได้อยากมา แต่ถูกขอให้มา เกณฑ์ให้มา บังคับให้มา จึงเอาเวลา ค่าใช้จ่ายว่าเป็นผลสำเร็จของผู้จัด)  

ย้อนไปที่ฟังจากวิทยากร ว่าสิ่งแรกที่จะกำหนดวิสัยทัศน์ให้ดูว่า มหาวิทยาลัย คณะ ภาควิชา หน่วยงาน ตั้งมาด้วย ที่ตั้งมามีเป้าหมายอะไร ต้องชัดเจน จะได้ไม่ไปทำตามยุคสมัยของผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย สภามหาวิทยาลัย สมศ. สกอ. กพร.  

                  แล้ว ม.อ. ตั้งมาเพื่ออะไร?  

จะเห็นว่า หากกำหนดลูกค้าผิด ก็ฟังเสียงจากคนผิดกลุ่ม หากไม่รู้เป้าหมายองค์กรก็ชี้ผิด นำไปสู่การวัดผิด  

ดังนั้น ต้องหาลูกค้าที่ถูกต้อง เพื่อฟังเสียงที่ถูกกลุ่มก่อน ซึ่งสำคัญมากกว่าในระบบการบริหารจัดการที่ดี (good governance)  แต่ผู้มีอำนาจจะฟังไหม หากต้องการกำหนดมาโดยไม่รับฟัง เพราะถือว่ามีอำนาจตามกฎหมายเสียด้วย ก็จะเปลี่ยนจาก voice of customer เป็น voice of command ดังหลักสูตรแผน ข  ของ ม.อ. ที่มีลูกค้าต้องการ แต่ voice of command ไม่ให้ทำ หรือกรณีมีการทักท้วงการวัดผลงานตีพิมพ์ต่อวิทยานิพนธ์ หากเป็นเช่นนั้น ก็ไม่ต้องไปเสียเวลาทำ pmqa เพราะแค่เริ่มต้นไปฟังเมื่อ ๑๖-๑๗ พ.ย. ๕๒ วันครึ่ง ผู้ฟัง ๖-๗๐๐ คน ก็มีค่าใช้จ่ายมากแล้ว และเสียหลายต่อด้วย ค่าจัด คนไปฟังไม่ได้ทำงาน นักศึกษาไม่ได้เรียนเพราะอาจารย์ไม่สอน ขั้นต่อไปยังมีอีกมาก ๆ ๆๆๆ  

ผู้มีอำนาจคงต้องตัดสินใจก่อนว่าจะใช้ voice ใด customer หรือ command  

ที่บันทึกไม่ได้ต่อต้านว่า pmqa ไม่ดี แต่อยากเห็นความชัดเจน หากไม่สามารถใช้อย่างที่ช่วยกันคิด จะใช้เวลา พละกำลัง งบประมาณ ที่มากมายกันไปโดยไม่มีประโยชน์ ไม่อยากใช้เวลามากไปทำจนไม่มีเวลาไปทำภารกิจหลัก จริง ๆ อยากให้ช่วยกันประเมินการดำเนินการที่ผ่าน กับค่าที่ได้ ยกระดับการศึกษาคนไทยจริงหรือ    

หมวดหมู่บันทึก: ประกันคุณภาพ ตัวชี้วัด ประเมินผล
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 19 พฤศจิกายน 2552 19:12 แก้ไข: 09 ตุลาคม 2553 17:46 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

(^__^)*

เราต้องคุยกันจริงๆว่า ลูกค้าสำคัญของเราคือใคร

ที่ผมเห็นก็เช่น

นักศึกษา เขาต้องได้ วิธีการเรียนรู้ไปจากเรา ได้เจตคติที่ดีในการอยู่ในสังคมด้วย

บุคลากรเราเอง เราต้องทำงานอย่างมีความสุข และมีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่จะทำได้ เพราะจะนำไปสู่ผลงานที่มีคุณภาพ

รัฐ. ต้องจ่ายเงินน้อยลงต่อผลงานของมหาวิทยาลัย หากมหาวิทยาลัย มีระบบงานที่ดี มีผลผลิตที่เป็นขยะ หรือ waste น้อยลง

 

 

Ico48
Ex.Links [IP: 58.9.21.54]
20 พฤศจิกายน 2552 10:33
#51050

PMQA(MBNQA)เป็นเกณฑ์มาตรฐานที่ดีมาก ทำให้การศึกษามีคุณภาพ...ถ้ารู้จริง

หัวใจของ PMQA คือ Set of management practices หรือ Governance(ระบบ)...เมื่อ ก.พ.ร. ยังเข้าใจว่า Governance คือ "ธรรมาภิบาล" ก็คงต้องลองผิดลองถูกกันไปอีกนาน

การลองผิดลองถูก(Trial & Errors)เกิดจากความไม่รู้จริง สมศ. สกอ. ก.พ.ร. อยากรู้จริง จึงใช้ความฉลาดเลือกสถาบันอุดมศึกษาเป็นหนูลองยา...โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่นักศึกษาไม่ได้เรียน อาจารย์ไม่ได้สอน

วิธีแก้:  "ระบบ" นอกจากเป็นหลักประกันคุณภาพการศึกษาแล้ว ระบบยังเป็นตัวชี้ให้เห็นวิธีปฏิบัติที่สร้างความชัดเจนในการทำงาน และระบบตัวเดียวกันนี้ยังเป็น"เครื่องมือในการประเมิน"ด้วย...วิธีแก้คือการออกแบบระบบ(System design)ให้ได้ดีจริง...ซึ่งต้องทำก่อนการออกไปตะเวณบรรยายเหมือนหลอกชาวบ้านว่ารู้จริงแล้ว 

เห็นด้วยกับการประเมินการดำเนินการที่ผ่านมา อันเป็นหลักฐานแสดงข้อบกพร่องที่ตั้งเกณฑ์ประเมินกันเอาเองตามความรู้(สึก)...มีการวัดโน่นวัดนี่ ทั้งซ้ายก็เอา ขวาก็เอา ทั้งล่างทั้งบน หน้าหลัง สุดท้ายกลับมาอยู่ที่เดิม

เพื่อป้องกันมิให้ข้อบกพร่องที่เลวร้ายดังกล่าวเกิดขึ้นอีกในระบบที่ได้รับการออกแบบใหม่

ขอบคุณคนธรรมดาที่เริ่มชี้ลูกค้า แสดงว่ามีหลายกลุ่มในองค์กร

คุณEx.Links คงต้องช่วยกันทำความกระจ่างให้เห็นจากทฤษฎีสู่ปฏิบัติ จะได้ช่วยกันไม่ให้เสียเวลา ทรัพยากร มากไปกว่านี้

การที่ระบบไม่เกิด เพราะองค์กรไม่ได้แสดงคุณภาพเอง เนื่องจากต้องทำตามตัวชี้วัด ตามเกณฑ์ที่กำหนด จึงทำลายความเด่นที่เคยมี ทำลายระบบงานสร้างสรรค์ จากที่ได้รับฟังระบบ PMQA นั้นต้องออกแบบระบบเอง สร้างจุดเด่นและวัฒนธรรมของตนเอง จึงทำให้เกิดของดีที่แตกต่างหลากหลาย ไม่ใช่ใส่เสื้อโหลอย่างที่ทำกัน ที่ทำให้แย่ลงไปอีกทำให้ขาดความต่อเนื่อง เพราะต้องรอตัวชี้วัดใหม่ในแต่ละรอบ เหมือนกำลังเร่งเครื่องเดินหน้า แต่ถูกบอกว่าเปลี่ยนทิศแล้ว ที่เคยบอกว่าดี วันนี้ขอเปลี่ยนใหม่ แล้วแต่ละพวกก็มีแต่ละระบบ ไม่ทำก็ไม่ได้เพราะบอกว่ากฎหมายกำหนด จึงหมดเวลาทำภารกิจขององค์กร เบียดเบียนทรัพยากรมาใช้มากมาย จึงให้  waste มากมายอย่างที่คนธรรมดาว่า

 

Ico48
Ex.Links [IP: 58.9.16.101]
22 พฤศจิกายน 2552 12:16
#51131

สาเหตุความเสียหายของสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ เช่น ต้องทำงานหนักแต่ได้ผลงานเป็นขยะและต้องวนกลับมาเริ่มต้นกันใหม่.. มีสาเหตุมาจากการขาดประสบการณ์หรือขาดความรู้ขององค์กรที่มีอำนาจ เช่น สกอ. สมศ. และ ก.พ.ร. โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดความรู้ในการตั้งทีมที่มีคนมาจากต่างองค์กร  จึงเกิดปัญหาการทำงานซ้ำซ้อน

1. ขาดความรู้การตั้งเกณฑ์ที่สร้างคุณภาพ(ยกเว้นเกณฑ์ PMQA)

2. ขาดความรู้ในการออกแบบระบบ(System design)

3. ไม่รู้ว่าต้องใช้"ระบบ"เป็นตัวประเมินคุณภาพ(Quality Audits) เนื่องจากไม่สันทัดการออกแบบตามข้อ 2

องค์กรที่มีคุณภาพมักหลีกเลี่ยงการใช้อำนาจตามกฏหมาย เพราะการใช้อำนาจชี้ให้เห็นเป็นองค์กรที่ไม่มีคุณภาพ เช่น องค์กรราชการไทยเพราะยังไม่มีระบบตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติในมาตรา 78(2)

คุณ Wullop มองเห็นต้นเหตุของปัญหาอย่างแจ่มแจ้งแล้วจากการที่เขียนว่า"การที่ระบบไม่เกิด....."

คุณ Ex.Links

เท่าที่เคยได้ยิน เขาบอกว่าเขารู้ และเรียกว่า เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ

ถึงแม้จะเห็นต้นเหตุก็ไม่ทราบว่าจะแก้อย่างไร เพราะเราไม่ใช่ต้นเหตุ มิหนำซ้ำยังต้องทำตามอีกด้วย เพราะต้องทำตามกฎหมาย   

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.205.109.82
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ