นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1675
ความเห็น: 0

พรการทำงานให้เจริญก้าวหน้า : ๒ การศึกษารายละเอียดของพร

ความรู้ความสามารถในการทำงานให้มีประสิทธิภาพ มีมูลค่าเพิ่ม

 การตั้งเป้าหมายของชีวิตการทำงาน ว่า เมื่อเข้ามาทำงานแล้วจะเป็น ผู้ชำนาญการ เชี่ยวชาญ เชี่ยวชาญพิเศษ หรือ ผศ. รศ. ศ.  เท่านั้น จะไม่สามารถทำพรให้เป็นผลได้ รวมทั้งผู้อื่นก็ช่วยไม่ได้  

มีคำพูดที่มักเจอเสมอ ผู้บริหารต้องพัฒนาให้บุคลากรเป็นผู้ชำนาญการ และมีตำแหน่งทางวิชาการ เห็นบุคลากรเป็นแป้ง เป็นน้ำตาล เป็นดินเหนียว ปูนปลาสเตอร์ หรือไง ที่ให้ผู้บริหารจะนำไปปั้นได้ จะทำได้ก็เพียงการสนับสนุน และทุกคนต้องลงมือทำเอง โดยต้องไม่ทำให้งานประจำเสียหาย มิฉะนั้นจะโดนข้อหาละเลยการปฏิบัติหน้าที่ เช่นให้หยุดงานประจำ หยุดสอน แต่บางครั้งก็ทำได้ตามระเบียบ เช่น การลาเรียน การลาสร้างผลงาน (sabbatical leave)  

ความจริง การพัฒนาเพิ่มมูลค่างานต้องทำในงานประจำ หากแยกออกไปก็ยังไม่น่าจะพัฒนาได้ แม้แต่การไปศึกษาต่อก็ไม่สามารถนำมาเพิ่มมูลค่าของงานได้ทันที ดังนั้น เมื่อตั้งพรความก้าวหน้าของงานให้สอดคล้องกับการพัฒนาความสามารถขององค์กร ไม่ใช่ ความสามารถของคนไปทาง แต่องค์กรไปทาง  

ขั้นต่อไป คือการศึกษาว่า มีอะไรบ้างที่ต้องทำ จึงสามารถไปถึงจุดนั้นได้ ความจริง ไม่ว่างานสายไหน สิ่งที่ต้องการ คือความรู้ความสามารถในการทำงานให้มีประสิทธิภาพ มีมูลค่าเพิ่ม (ดังที่บันทึกในเรื่องชำนาญการ http://share.psu.ac.th/blog/fnr-devolop/13826 หากไม่มีมูลค่าเพิ่ม ไม่ทราบว่าจะเอาค่าตอบแทนมาเพิ่มได้อย่างไร)

การสร้างมูลค่าเพิ่ม นอกจากตนเองแล้ว ยังต้องให้ผู้อื่นนำไปใช้ได้ เรียกว่าไม่ต้องเสียเวลาไปศึกษาหาความรู้ นำระบบไปใช้ก็เพิ่มมูลค่าได้ หมายถึงผลงานที่สร้างขึ้นมาที่ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาค่าใช้จ่ายไปพัฒนา พูดง่ายคือใช้เงินไปซื้อมา การลงทุนไปเรียนรู้ สำหรับการทำให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ รวมทั้งการสร้างทีมงานและเครือข่าย อย่างเช่น การเป็น ศ. มีหน้าที่ต้องนำทางวิชาการ ไม่ใช่เป็นแล้วก็หยุดการพัฒนาความรู้ แถมบางท่านยังบอกว่า ทำมาเยอะแล้ว แต่การเป็น ศ. หมายถึงได้พัฒนาตนเองจนมีความรู้ความสามารถ มีผลงานที่พิสูจน์แล้วว่าทำได้จริง จึงเพิ่มตอบแทนหมายถึงให้เพื่อทำหน้าที่ ศ. ด้วยการสร้างทีมงานและเครือข่ายเพื่อให้มีมูลค่าเพิ่ม ไม่ใช่ได้ค่าตอบแทนเพิ่มแต่ไม่ทำงาน อย่างที่บอกว่าแล้วจะเอาค่าจ้างมาไหน

ซึ่งเครือข่ายทีมงาน ก็มีการพัฒนา ผศ. อาจารย์ นักศึกษา ป.โท ป.เอก เพื่อให้มาช่วยงาน ทั้งงานวิจัย และรวมถึงการจัดการเรียนการสอนด้วย เรียกว่า กระจายงานที่คนอื่นช่วยทำได้ออกไป จะได้มีเวลาทำงานที่สำคัญ ๆ ที่ผู้อื่นทำแทนไม่ได้ และหากมีงานมากไปกว่านั้น ก็ให้มี รศ. มาช่วยควบคุมทีมแทนด้วย จึงว่าตำแหน่ง รองศาสตรารจารย์ ซึ่งเป็นระบบการใช้ผู้เชี่ยวชาญให้เกิดประโยชน์สูงขึ้น หากไม่จัดการเช่นนี้ คงไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้  

ยกตัวอย่าง ร้านอาหาร ส่วนที่สำคัญน่าที่อยู่ที่การปรุง การทำอาหารอร่อย รสชาติดี ซึ่งเป็นฝีมือของผู้ปรุงแต่ละคน  หากต้องการสร้างมูลค่าเพิ่ม ก็ต้องให้ผู้อื่นมาช่วย หั่นผัก หั่นเนื้อ ล้างถ้วย ล้างชาม บริการเสิร์ฟ ดูแลจัดการอื่น ๆ ที่ทำได้แทน เพื่อจะได้ใช้เวลาไปทำอาหารให้มากที่สุด เพราะหากต้องทำทุกอย่างก็ไม่สามารถไปสร้างมูลค่าเพิ่มได้ จึงต้องสร้างทีมงานอย่างที่บอก เมื่อ บวกลบ คูณ หาร แล้ว ต้องมีผลกำไรเพิ่มขึ้น เหนื่อยน้อยลง จึงจะเรียกว่าคุ้มค่า เรียกว่าใช้เวลากับส่วนที่สำคัญและคุ้มค่าเท่านั้น  

รวมทั้ง รศ./ผศ. ที่ได้รับค่าตอบแทนเพิ่ม ก็ต้องทำงานที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้น ค่าตอบแทนตำแหน่งทางวิชาการจึงไม่ใช่เป็นค่าตอบแทนการสร้างผลงานเพื่อขอกำหนดตำแหน่ง แต่เป็นค่าตอบแทนให้สร้างงานในฐานะที่พัฒนาความสามารถว่ามีความรู้ ความสามารถสร้างผลงานได้ หมายถึงจ้างให้ทำงาน ไม่ใช่รางวัลของผลงาน  

เช่นเดียวกับตำแหน่งชำนาญการ เชี่ยวชาญ เชียวชาญพิเศษ ซึ่งเป็นการทำให้องค์กรมีความสามารถเพิ่มขึ้น จากบุคลากรที่มีความสามารถ ด้วยการนำความสามารถนำนั้นไปสร้างมูลค่า รายได้เพิ่ม เพื่อรองรับค่าตอบแทนเพิ่ม เหมือนโรงพยาบาลที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ทำให้ผู้มีความพร้อมยินดีและต้องการมารักษา คงไม่มีองค์กรได้มีผู้เชี่ยวชาญมาไว้ประดับ แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาจ้าง

     ดังนั้น พรในการทำงานให้เจริญก้าวหน้าก็คือการตั้งเป้าหมายในการทำงาน คือขั้นแรก อยากได้พรอย่างไร ก็อวยพรให้ตนเองอย่างนั้น หากต้องการทำงานดี มีความชำนาญงาน ก็ถึงระดับ ๖ หรือระดับ ๗ สำหรับสายอาจารย์ ซึ่งก็จะมีผลให้มีคะแนนการประเมินลดลงในการประเมินคุณภาพมหาวิทยาลัย ในส่วนสัดส่วนของผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการต่ออาจารย์ประจำ แสดงว่า เมื่อตำแหน่งทางวิชาการ ต้องสร้างงานที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น (ทราบแล้ว กรุณาช่วยกันปฏิบัติ) 

แต่หากต้องการพรที่สูงกว่านั้น ก็ต้องไปศึกษาดูว่า ต้องมีอะไรบ้างที่ต้องทำเพื่อให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ในด้านความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ที่สำคัญคือผลงานที่แสดงว่ามีความสามารถดังกล่าว และพร้อมที่จะทำความสามารถนั้นให้มีความทันสมัย ใช้งานได้ สร้างงานที่มีมูลค่าเพิ่ม ตราบที่อยู่ในตำแหน่งที่มีค่าตอบแทนนั้น เรียกว่าสร้างมูลค่าเพื่อเป็นค่าตอบแทนของตัวเอง  

ดังนั้น ขั้นตอนที่สอง คือการศึกษารายละเอียดของตำแหน่งว่ามีหลักเกณฑ์อะไรบ้าง ทั้งคุณสมบัติและผลงานของตำแหน่งชำนาญการ เชียวชาญ เชี่ยวชาญพิเศษ หรือ ผศ. รศ. ศ. อันนี้แหละ คือสิ่งที่ต้องพัฒนาความสามารถ และสร้างผลงาน 

สรุป การทำพรการทำงานให้เจริญก้าวหน้า คือ

๑ กำหนดว่า พร คืออะไร( http://share.psu.ac.th/blog/fnr-devolop/13871

 ๒ พรนั้นมีลักษณะอย่างไร 

 ขั้นต่อไป คือ การกำหนดเส้นทางไปสู่พร

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 24 กันยายน 2552 09:49 แก้ไข: 09 ตุลาคม 2553 17:43 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.207.255.49
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ