นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2514
ความเห็น: 5

พรการทำงานให้เจริญก้าวหน้า : ๑ เริ่มให้พรตนเอง

การสร้างพรความก้าวหน้าในการทำงาน คือ การตั้งเป้าหมายของชีวิตการทำงาน

  ทุกท่าน พอเรียนจบมา แล้วก็หางานทำ พอพบใครก็มักจะได้รับคำอวยพรให้ทำงานให้เจริญก้าวหน้า  

แต่มีบางคน ถามว่าทำไมบัณฑิตที่จบ ไม่สอนให้ประกอบอาชีพอิสระ แต่คนที่ถามส่วนใหญ่ ๙๙%  มีอาชีพรับราชการ หรือไม่ก็ทำงานบริษัทของคนอื่น สงสัยว่าทำไมไม่ถามตัวเองบ้าง คงเป็นพวก คุณนะทำสูงที่ฉันไม่ต้องทำ ที่มีพวกพลอยจนมากำหนดเป็นตัวชี้วัดของสถาบันการศึกษา แต่กลุ่มประกอบอาชีพอิสระได้ กลับทำไม่ได้ คือ หมอ พยาบาล แต่ความจริง จบใหม่ ๆ ก็ยังไม่สมควรไปประกอบอาชีพอิสระอยู่ดี ต้องฝึกทำงานให้มีมั่นใจด้วยมีประสบการณ์มากขึ้นก่อน 

ความเจริญก้าวหน้าในการทำงานอยู่ตรงไหน ส่วนใหญ่พอได้รับคำอวยพรก็ยิ้มหน้าบาน จบแล้วได้งานทำก็ดีใจแล้ว และตั้งหน้าตั้งตา ตั้งใจ ทำงานในหน้าที่อย่างเต็มที่ ใครให้ช่วยอะไร ช่วยเต็มที่ ได้รับคำชมว่าทำงานดี บริการเด่น ได้รับการเลื่อนขั้น ขั้นครึ่งบ้าง สองขั้นบ้าง คนที่บรรจุทำงานจากระดับ ๓ ก็ปรับขยายเป็นระดับ ๖ คนเป็นอาจารย์ก็ไปถึงระดับ ๗ (ของระบบซีที่กำลังจะยกเลิก ก็แสดงว่าทำงานเจริญก้าวหน้าตามคำอวยพรแล้ว) 

ซึ่งดีกว่าใครต่อใครอีกหลาย ๆ คน ที่ทำงานไป คำชมก็ไม่มี คำติก็มาก พร้อมคำบ่นว่าผู้บังคับบัญชาลำเอียงไม่เคยให้สองขั้น ขั้นครึ่งก้นนาน ๆ ได้ที ทำงานไปก็บ่นไป คุยไปเรียกว่ามีมนุษยสัมพันธ์สูงจนเพื่อนพลอยเสียงานไปด้วย ทำงานผิดซ้ำซาก ทำงานช้า มาทำงานก็สาย

บางท่านมาเซ็นชื่อเสร็จก็ไปกินข้าวเช้า กินกาแฟ อ่านหนังสือพิมพ์ กว่าเริ่มงานจริงก็สาย ๆ ยังไม่ถึงเที่ยงก็ไปกินข้าวกลางวัน บางคนก็นัดกันไปกินเสียไกลที่ทำงาน กลับเข้าที่ทำงานก็บ่ายสอง บ่นว่าเงินเดือนไม่พอใช้ บ่ายสามโมงก็ออกไปรับลูก พอถูกมอบหมายงานก็บอกว่าไม่ถนัดนา (ทุกที) บอกเป็นนัย ๆ ว่า ผลงานออกมาไม่ดีก็อย่ามาโทษนา ก็บอกแล้วว่าไม่ถนัด 

 แถมบางคน หลงอดีต บอกว่าเพื่อนคนนั้น ตอนเรียนสู้ฉันไม่ได้ แต่ทำไมจึงก้าวหน้ากว่าตอนทำงาน คิดว่าผลแห่งการเรียนต้องส่งผลให้เจริญก้าวในการทำงาน โดยไม่ต้องทำอะไรก็ได้ไปตลอดชีวิต (เอ มีจริงหรือเปล่านะ ที่เป็นแบบนี้ แต่ขอบอกว่ามีผู้พูดให้ฟัง จริง ๆ) มีคำพูดประจำว่า งานหนัก ทำงานไม่ทัน ยังไม่ทันได้ทำงานก็หมดเวลาแล้ว แล้วจะให้พัฒนาอะไรอีก เงินเดือนก็น้อย (แต่ลองหารจากชั่วโมงที่ทำงานจริงนะ คงแพงน่าดู ยิ่งถ้าคิดออกมาเป็นผลงานก็ยิ่งแพงกันไปใหญ่ ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่) 

การจะทำงานให้เจริญก้าวหน้า คงไม่ได้อยู่ว่า มีใครมาอวยพร แต่อยู่ที่การรับพร ที่สำคัญให้สร้างพรของตนเอง การตั้งหน้าตั้งตา ตั้งใจ ทำงานในหน้าที่อย่างเต็มที่ ก็มีความเจริญก้าวหน้าตามที่กล่าวแล้ว จนเงินเดือนเต็มขั้น โดยเฉพาะในยุคที่มีการเลื่อนขั้นครึ่ง มีหลายคนบ่นต่อและมักจะเป็นกลุ่มหลัง บอกว่าทำงานให้มากไปทำไม เงินเดือนก็ไม่ขึ้น อันนี้เป็นผลเสียของการมีการให้ขั้นครึ่งที่ทำให้เลื่อนขั้นจนเต็มขั้นเร็ว เพราะการเลื่อนขั้นครึ่งทุกปีแสดงว่า สองปีก็ได้สองขั้นหนึ่งครั้งเมื่อเทียบกับการไม่มีขั้นครึ่ง แถมยังไม่มีโควต้าอีก 

ทีนี้มาดูว่า แต่ละคนสามารถสร้างพรให้ตนเองมีความก้าวหน้าในการทำงานได้อย่างไร ความจริงในทุกตำแหน่งงานมีความก้าวหน้า ปรับขยายเพดานขั้นเงินเดือนได้ ในสายสนับสนุนก็ เป็นชำนาญการ เชี่ยวชาญ เชี่ยวชาญพิเศษ ส่วนสายอาจารย์ ก็เป็น ผศ. รศ. ศ. ศ.พิเศษ และอาจารย์ยังถูกคาดหวังว่าให้จบปริญญาเอกด้วย ตามตัวชี้วัดของทุก ๆ การประเมิน    

การทำงานดีเลิศ บอกว่ามีความชำนาญอย่างไร สอนดีอย่างไร ก็ไม่สามารถ ขยับขยายตำแหน่งได้ หากไม่มีผลงาน อย่างที่บันทึกไว้ว่าเป็นได้แค่ชำนาญงาน( http://share.psu.ac.th/blog/fnr-devolop/13826) ยกเว้น บางคนที่เป็นชาวเกาะ ไปเกาะเพื่อนบ้าง เกาะผู้บังคับบัญชาบ้าง  

ระบบทนไม่ได้ คือไปเกาะผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ไม่ได้ทำเอง ที่แย่ไปกว่านั้นคือทำไม่เป็น แต่มีชื่อในผลงาน ก็เลยทำให้มีผู้คิดระบบป้องกัน ต้องมีผลงานไม่ต่ำกว่า ๕๐% ขึ้นไป ได้ผลเกินคาด ทำให้แต่ละคนทำงานต่างคนต่างทำ จะได้มีผลงาน ๑๐๐% ไม่ต้องแบ่งใคร (ของเขาดีจริง ๆ  ขอ ๕๐ ไห้ ๑๐๐ เลย)

แต่การทำงานปัจจุบัน ต้องการการทำงานเป็นทีม ช่วยกันผสมผสานศาสตร์วิทยายุทธต่างสาขาวิชา แต่ด้วยเกณฑ์ดังกล่าว ก็เป็นผลให้มีผลงาน ๑๐๐% ไม่ต้องร่วมมือกับใคร แม้แต่ลูกศิษย์เดี๋ยวนี้ก็ตัวใครตัวมัน อย่ามายุ่งกับของของฉัน เพราะแบ่งผลงานให้เปอร์เซ็นต์น้อยก็ไม่สบายใจ ดีไม่ดีจะทะเลาะกับลูกศิษย์อีก แถมคนที่คิดยังบอกอีกนะ หากเป็นวิทยานิพนธ์ ต้องให้ผลงานของนักศึกษาไม่น้อยกว่า ๕๐% เอวังก็มีด้วยประการละฉะนี้ 

 และแบบนี้ไม่มีใครในโลกทำนะ แค่บอกให้ระบุ%ของผลงานและลงนามกำกับ ฝรั่งก็งงแล้ว ไม่รู้สู่สากลอย่างที่พร่ำบอกกันยังไง อันนี้ต้องบอกว่า เหนือกว่าสากล (ที่เขาไม่ทำกัน) จริง ๆ  

กลับมาที่การสร้างพรความก้าวหน้าในการทำงาน คือ การตั้งเป้าหมายของชีวิตการทำงาน ว่า เมื่อเริ่มเข้ามาทำงานแล้วจะเป็น ผู้ชำนาญการ เชี่ยวชาญ เชี่ยวชาญพิเศษ หรือ ผศ. รศ. ศ.  นั่นเอง ขอหยุดบันทึกไว้เท่านี้ก่อน เดี๋ยวจะยาวจนจับความไม่ได้ บันทึต่อไปจะนำไปสู่เส้นทาง การทำพรให้เกิดผล

 
หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 22 กันยายน 2552 19:34 แก้ไข: 09 ตุลาคม 2553 17:42 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

คนที่ทำงานมีทุกประเภทอย่างที่อาจารย์เขียนไม่มีผิดค่ะ  แต่ก็เป็นที่น่าสงสัยว่าบุคคลเหล่านั้น  มีความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน  เงินเดือนขึ้น  ผู้บังคับบัญชาชอบ  แถมทำงานสบายๆ อีกต่างหาก  ก็ยึดมั่นในตนเองมาตลอดน่ะค่ะ  ว่าได้ทำงานเต็มที่ให้คุ้มกับการได้รับเงินหลวงแล้ว  แต่ก็ข้องใจเหมือนกันค่ะว่า "ความยุติธรรมอยู่ไหน"  ความมุ่งมั่นที่ฉันมีเมื่อไหร่จะเห็นผลและคนเหล่านั้นเมื่อไหร่จะปรับปรุงตัวให้คนทำงานคนอื่นๆรู้สึกว่าทุกคนเหนื่อยเหมือนกัน 

ผมเห็นด้วยว่า ต้องให้พรตัวเอง ขอให้มีกำลังใจเข้มแข็งที่จะอดทน ทำงานหนัก ไม่ท้อถอย โดยมีความสุขอยู่ที่การปฏิบัติชอบ มากกว่ารางวัลครับ

คุณ CHAIN OF LOVE ลองดูที่คนธรรมดาช่วยเติมมา ก็น่าจะป็นแนวทางได้ ค่าของคน อยู่ที่ผลการทำงานของเรา

ขอบคุณคุณคนธรรมดา

 

 

Ico48
ศิษย์เก่า [IP: 117.47.178.41]
24 กันยายน 2552 22:48
#48729
สวัสดีครับ  อยากจะมาขอเก็บเกี่ยวความรู้จากท่าน  ได้อ่านปัญหามากมายข้างต้นแล้ว อยากทราบว่า ผู้บริหารจะมีบทบาทหรือหน้าที่หรือแนวทางอย่างไรในการแก้ปัญหาเหล่านี้ ที่ได้ผลเป็นรูปธรรมจริงๆ ครับ ขอบคุณครับ

ขอบคุณ ศิษย์เก่าที่เข้ามาอ่าน

ถามว่าผู้บริหาร ต้องทำอย่างไร ก็อย่าทำเป็นตัวอย่างในทางไม่ดี มีความรับผิดชอบ ส่งเสริมคนทำงานดี ยังเชื่อว่ามีคนดีมากกว่า  

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 100.26.182.28
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ