นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1870
ความเห็น: 0

การทำหน้าที่ผู้ประเมินคุณภาพ

ผู้ประเมิน ต้องทำให้หน่วยงานที่ไปประเมินมีคุณภาพดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือคุณค่าของผู้ประเมิน และการประเมินคุณภาพ

ช่วงนี้เป็นช่วงเตรียมการประเมินคุณภาพภายในของปีการศึกษา ๒๕๕๑ (ผลการดำเนินงานช่วง มิ.ย. ๕๑- สิ้น พ.ค. ๕๒) ซึ่งปีนี้ มหาวิทยาลัยขอให้ช่วยกันประเมินให้เสร็จภายในสองเดือนหลังสิ้นปีการศึกษา คือภาย ก.ค. ๕๒ เพราะต้องการให้ประเมินคณะ/หน่วยงานให้เสร็จก่อนการประเมินระดับมหาวิทยาลัย

 

จากการทำหน้าที่ผู้ประเมิน และผู้ถูกประเมินมาตั้งแต่เริ่มมีการประเมินคุณภาพการศึกษาของไทย มีเรื่อง การทำหน้าที่ผู้ประเมินมาบันทึกเป็นแนวทางการทำหน้าที่ผู้ประเมินว่า ผู้ทำหน้าที่ผู้ประเมินหน่วยงานใด ต้องมีความปรารถนาที่อยากให้หน่วยงานที่เข้าประเมินมีคุณภาพดีขึ้น อันเป็นคุณค่าของผู้ประเมิน มิฉะนั้น จะมาประเมินทำไม

 

ในการทำหน้าที่ผู้ประเมินครั้งหนึ่ง ก่อนการเข้าประเมินได้พบผู้ประเมินท่านหนึ่งในคณะกรรมการ ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่ทางหน่วยงานที่ถูกประเมินเชิญมา และทางหน่วยได้เชิญมาพบกันก่อนการเข้าประเมินในวันรุ่งขึ้น จากการพบกัน ผู้ทรงคุณวุฒิท่านนั้น ได้วิพากษ์วิจารณ์คุณภาพการศึกษาไทยในทางไม่ดีนัก ในฐานะประธานกรรมการ คิดว่า หากการประเมินเป็นไปในทางนั้น คงไม่เกิดประโยชน์แก่หน่วยงานที่ถูกประเมิน  ดังนั้น ในวันรุ่งขึ้น ก่อนเข้าประเมิน จึงได้ประชุมร่วมกันเพื่อทำความเข้าใจการทำหน้าที่ผู้ประเมินว่า ต้องช่วยกันส่งเสริมให้หน่วยงานที่ถูกประเมินทำคุณภาพให้ดีขึ้น มิฉะนั้น ก็ไม่ทราบว่ามาประเมินทำไม และคิดว่า หน่วยงานที่เชิญมาคงคาดหวังเช่นนั้น จึงเป็นหน้าที่ของกรรมการทุกท่านที่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักการประเมินดังกล่าว และได้แจ้งให้หน่วยงานทราบถึงความปรารถของกรรมการประเมิน จนในที่สุด ทำให้การประเมินครั้งนั้น ทั้งกรรมการและหน่วยงานที่ถูกประเมินซาบซึ้งกับการประเมินในครั้งนั้น และตั้งใจจะพัฒนาคุณภาพตามที่ตั้งใจร่วมกัน

 

อีกเรื่องสำคัญในการประเมินคุณภาพภายใน เนื่องจากมีการประเมินทุกปี ดังนั้น การชี้แนะประเด็นที่ควรพัฒนา ไม่ควรมีมาก เท่าที่ทำหน้าที่ประธานจะพยายามให้มีไม่เกิน สามประเด็น เพราะถ้ามีมากเกินไปก็จะทำไม่ทัน ทำให้เสียกำลังใจ เพราะปีถัดไป จะถูกถามว่าได้นำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงอย่างไรบ้าง ทางที่ดี ควรให้สอดคล้องกับสิ่งที่หน่วยงานต้องการทำ เรียกว่า การเข้าถึงหน่วยงานที่เข้าประเมิน ไม่ใช่ชี้ไปตามความต้องการของผู้ประเมิน สิ่งชี้วัดการพัฒนาคุณภาพดีที่สุดในการประเมินคุณภาพภายใน คือ ร่องรอยของความเข้าใจและความพยายามของหน่วยงาน ทั้งผู้บริหารระดับสูง และบุคลากรเข้าใจระบบประกันคุณภาพ ตั้งใจขับเคลื่อนคุณภาพของหน่วยงาน ไม่ใช่ของผู้ประเมิน เพราะหน่วยงานเองเป็นผู้ดำเนินการขับเคลื่อนคุณภาพตามความสามารถและความพร้อมของหน่วยงานนั้น ๆ  ไม่ใช่ผู้ประเมิน แต่หากผู้ประเมินอยากขับเคลื่อนคุณภาพเรื่องใด ก็ไปดำเนินการในหน่วยงานของท่านเอง

 

นอกจาก ไม่ควรให้ข้อเสนอปรับปรุงมากแล้ว ต้องเขียนคำชี้แนะให้ชัดเจนว่าให้ปรับอะไร ตัวอย่าง มีข้อให้เสนอให้ปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการยิ่งขึ้น หน่วยงานที่ถูกประเมินคิดว่า ต้องปรับปรุงหลักสูตรที่มีผู้เข้าเรียนน้อย แต่เมื่อสอบถามผู้ประเมินบอกว่า อยากให้ปรับหลักสูตรที่ทำได้ดีและมีศักยภาพให้เป็นหลักสูตรนานาชาติ เพื่อเปิดให้นักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนได้

 

อยากเห็นการประเมินคุณภาพอย่างเข้าถึง รู้ว่าหน่วยงานนั้นต้องการพัฒนาคุณภาพอะไร และเข้าใจในคุณภาพของหน่วยงานที่เข้าประเมิน ที่สำคัญ ไม่ใช่คุณภาพตามความต้องการของผู้ประเมิน เพราะคุณภาพนั้นอยู่ในหน่วยงานของท่านผู้ประเมิน ให้ไปขับเคลื่อนของท่านเอง ที่ท่านอยากเห็นว่าดีก็ไปทำของท่าน ส่วนของเขาก็ให้สอดคล้องกับคุณภาพที่เขาอยากได้ ก็จะทำให้การประเมินคุณภาพเป็นไปอย่างเข้าถึง และเข้าใจ ผู้ประเมินต้องทำใจให้บริสุทธิ์ ไม่ประเมินด้วยอคติ และหวาดระแวง ต้องคิดว่า ทุกคนต้องการทำให้ดีและทำให้มีคุณภาพ

คาถาของผู้ประเมิน คือต้องทำให้หน่วยงานที่ไปประเมินมีคุณภาพดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือคุณค่าของผู้ประเมิน และการประเมินคุณภาพ

สร้าง: 14 มิถุนายน 2552 17:08 แก้ไข: 09 ตุลาคม 2553 17:39 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.204.173.36
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ