นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Wullop Santipracha
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 16

อ่าน: 5391
ความเห็น: 2

ค่าของคนทำงาน กับการเกษียนหนังสือ

สร้างสรรค์ สร้างชาติ จรรโลงโลก ช่วยเพิ่มค่าการทำงาน

วันนี้ขอทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ และมองให้เห็นค่าและความสำคัญ คือเรื่องการเกษียนหนังสือ หากเป็นเจ้าหน้าที่มักเรียกว่า แทงหนังสือ หากเป็นผู้บริหารเรียกว่า เซ็นหนังสือ หรือเซ็นแฟ้ม ซึ่งสามารถแสดงค่าของคนทำงาน ค่าบริหารจัดการทั้ง คน เวลา ค่าใช้จ่าย วัสดุ และการดำเนินการ เรียกว่า ครบ 4M เลย  

เท่าที่ดูยังไม่มีระบบ กติการ่วมกัน เรียกว่า ใครจะแทงซ้าย แทงขวา แทงใหญ่ แทงเล็ก แทงมาก แทงน้อย แทงแบบไม่เกรงใจใคร สุดท้ายมีการแทงกันมากมาย หลายระดับ เลยลำดับไม่ถูก จึงน่ามีการตกลงกติกา เพื่อความเป็นระเบียบ ปะติดปะต่อในการดูเรื่อง ประหยัดเวลา บางเรื่อง แค่ใช้เวลาไล่ว่า เริ่มจากไหนไปไหนก็ใช้เวลา จนบางครั้งไล่ไม่ถูก หรืองงไปเลย 

 ๑.    การจัดลำดับของพื้นที่ ผู้แทงคนแรก น่าจะเริ่มทางซ้ายมือของกระดาษและชิดขึ้นมาบนเนื้อความ และใช้พื้นที่ครึ่งหน้า ในกรณีที่ข้อความสั้น ๆ แล้วไล่ต่อๆ กันไป หมดด้านซ้าย ไปต่อกันด้านขวา หากมีข้อกำหนดที่เป็นรูปแบบ คงช่วยประหยัดเวลาการทำงาน และสวยงาม  และผู้แทงแต่ละคน น่าจะพอทราบแต่ละเรื่องจะมีการแทงกันยืดยาว มากน้อยเพียงใด จะได้ประมาณพื้นที่ให้ดูดี สวยงาม 

 ๒.    การใช้ถ้อยคำ น่าจะให้กระชับตรงประเด็น ได้ข้อมูล สาระการตัดสินใจ ไม่ต้องมีคำฟุ่มเฟือย  เห็นเรื่องบางเรื่อง เรื่องที่เสนอมีสามบรรทัด ผู้แทงก็มีสามบรรทัดที่ซ้ำกับเรื่องที่เสนอ ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อตัดสินใจ ก็เลยไม่รู้ว่าแทงให้ยืดยาวทำไม หรือเอาไว้แสดงผลงานว่าได้เสนอเรื่องที่มีข้อเขียนที่เป็นลายมือเพิ่มเติม ว่าได้ทำงาน แบบนี้เรียกว่ามีค่าเหมือนกัน แต่เป็นค่าใช้จ่าย เป็นค่าทางลบหรือลดค่าตัว เพราะทำเรื่องสั้นให้ยาว ที่ไม่มีค่าตอบแทนเพิ่มในการทำงาน นายจ้างไหนจะรับคนแบบนี้ทำงาน 

บางเรื่องมีต้นเรื่องยาวหลายหน้า คราวนี้แทนที่จะทำเรื่องให้ทำงานง่าย ด้วยการแยกแยะจับประเด็นที่สำคัญที่น่าจะเป็นประโยชน์กับองค์กร/หน่วยงาน เพื่อแสดงถึงความรู้ ความสามารถของตน ช่วยให้คนอื่นประหยัดเวลา ก็แทงว่า หากสนใจหากดูรายละเอียดในเอกสาร หรือแปลความหมายได้ว่า อยากรู้ก็อ่านเอาเอง บอกเป็นนัย ๆ หากให้แทงรายละเอียดก็เท่า ๆ กับของเดิม เหมือนกับข้างบน มีเรื่องสามบรรทัดก็แทงสามบรรทัด มิหนำซ้ำ ยังบอกอีกว่า ทุกคนก็อ่านหนังสือออก ก็อ่านได้ แบบนี้ก็ไม่แสดงค่าของตนเอง เพราะแทงแบบนี้ ใคร ๆ ก็ทำได้  

ดังนั้น การแทงหนังสือ นอกจากความรู้ของงานในหน้าที่ ก็ยังต้องรู้งานที่เชื่อมโยงของหน่วยงานในองค์กร เพื่อจะได้เสนอเรื่องได้สอดคล้องเป็นประโยชน์กับองค์กร ช่วยให้ผู้อื่นจับประเด็นได้เร็วขึ้น ใช้เวลาน้อย ซึ่งเป็นค่าของคน ๆ นั้น ขอให้ทุกคนที่แทงเรื่องทุกครั้งว่า แทงแล้ว  กระชับตรงประเด็น ได้ข้อมูล สาระการตัดสินใจง่ายขึ้น หรือไม่ จะทำเช่นนี้ได้ดีก็ต้องศึกษาเนื้อหารายละเอียดขององค์กร โครงสร้างหน่วยงาน บุคลากร ว่าใครอยู่ทีไหน รวมทั้งความเคลื่อนไหว เช่น การเปลี่ยนตำแหน่ง เลื่อนตำแหน่ง การเสนอได้ถูกต้องและรวดเร็ว ก็ช่วยเพิ่มค่าในการทำงานร่วมกัน   

คำฟุ่มเฟือย คือคำที่ไม่มีก็ได้ใจความ เช่น "เพื่อโปรดพิจารณา หากเห็นชอบ เห็นควร" ........ จากที่พิมพ์ ใช้ความยาวประมาณสองนิ้ว หากต้องเสนอเรื่องวันละ ๒๐ เรื่อง ก็เท่ากับ ๔๐ นิ้ว การเขียนหนังสือยาว ๔๐ นิ้ว ใช้เวลาเท่าไร ยังไม่รวมกระดาษ น้ำหมึก หากมีสิบคนในแต่ละหน่วยงานจะเป็นค่าและเวลาเท่าไร นี่แค่ตัวอย่างเดียว แต่ที่พบจริงนะ มีอีกหลายคำ ดังนั้น อย่าคิดว่า แค่ สอง-สามคำไม่มีค่า แต่เมื่อมานับรวมกันทั้งหมดก็มหาศาล ที่สำคัญ คือค่าของการทำงาน ของคนทำงาน 

ตอนแรกก็ดูเหมือนเรื่องเล็ก หยุมหยิม แต่คิดให้ละเอียด จะเห็นค่ามหาศาล รวมทั้งการแทงให้ข้อมูลซ้ำ และการแทงดูเหมือนไม่ได้ทำงาน ทำให้ล่มจมได้เลยทีเดียว ในการธุรกิจ การทำกำไรเพิ่มไม่ได้ ก็ต้องหาทางลดต้นทุน ซึ่งไม่น่าจะทำยาก โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ และสภาวะโลกร้อนที่ต้องใช้ทรัพยากรทุกอย่างอย่างคุ้มค่า กระดาษ ปากกา ต้องใช้ต้นไม้ พลังงาน เท่าไร

ทุกคนน่าจะช่วยกันได้ ที่สำคัญยังทำให้เห็นค่าของคนทำงานว่า เป็นนัก...... แต่ทำงานธุรการ  ถึงเวลาต้องแสดงฝีมือกันให้ดีแล้ว อ้อ อย่าลืม พยายามเขียนให้อ่านได้ง่ายด้วย การใช้เวลาอ่านมาก ก็มีต้นทุนเพิ่มเช่นกัน ยิ่งหากต้องเดาผิด อาจเสียหายกันไปใหญ่ 

ทางราชการ อยากให้ช่วยกันทำงานให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติเพิ่มขึ้น และช่วยกันประหยัดการใช้ทรัพยากร

ทางธุรกิจ คนที่ทำงานมีต้นทุนเพิ่ม ท่านเป็นนายจ้าง จะจ้างไหม?

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

๑.    ค่าของคนทำงาน จากผลของการเกษียนหนังสือ

๒.    ตัวอย่างการคิดค่าของการทำงาน จากสิ่งที่คิดว่าไม่มีค่า

  ลองช่วยกันสำรวจการเกษียนหนังสือ ว่าจะช่วยกันทำงานให้มีค่าเพิ่มขึ้นได้อย่างไร แล้วนำมาเล่าสู่กันเพื่อแชร์ความรู้ก็ดี

สร้างสรรค์ สร้างชาติ จรรโลงโลก ช่วยเพิ่มค่าการทำงาน

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 07 พฤษภาคม 2552 09:55 แก้ไข: 09 ตุลาคม 2553 17:37 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

  • มันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวชาว ม.อ.ทุกคน มากๆ จนทุกๆคน ไม่คิดว่าเป็นปัญหา แต่ถ้าพิจารณากันดีๆแล้วนั้น เป็นปัญหาที่สำคัญเลยที่เดียวคะ

ขอบคุณอาจารย์นะคะที่ช่วยสะกิด กระตุ้น ให้พวกเราได้หันกลับมามอง การทำงานที่คิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่มันไม่ค่อยปกติ 

 ดิฉันจะลองนำมาปรับปรุงการเกษียณหนังสือดูคะ

 

 

ขอบคุณและยินดีกับคุณ Bung witet ที่มองเห็นความสำคัญดังกล่าวด้วยกัน รวมทั้งการสร้างสรรค์และใช้งานต่อไป

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.236.171.181
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ