นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2689
ความเห็น: 2

ข้อคิด การจัดการศึกษาเพื่อคุณภาพ (ของใคร)

ถึงเวลาที่มาร่วมกันสอนกระบวนการเรียนรู้ แทนการสอนความรู้แล้ว
ได้อ่านเมลของคุณพรทิพย์ ซึ่งทำงานอยู่กับ Fulbright ที่ไปแคลิฟฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา บอกว่าจากผลกระทบของวิกฤติเศรษฐกิจ ทำให้ต้องเพิ่มจำนวนนักเรียนต่อห้องเรียนจาก ๒๐ คน และต้องใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยในการจัดการเรียนเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษา ทำให้รู้ว่า ในอเมริกา ห้องเรียนสำหรับเด็กเล็กนั้น ต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เด็กพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ แน่นอนคงไม่ใช่ควบคุมเด็กไม่ให้ทำอะไรที่เป็นการปิดกั้นการพัฒนาการเรียนรู้ตามสัญชาตญาณธรรมชาติ และใช้เทคโนโลยีเป็นเพียงตัวช่วย ไม่ใช่ตัวหลักในการเรียน  

เคยไปประเทศจีนเพื่อทำความร่วมมือในการเรียนภาษาจีน ก็พบว่า ห้องเรียนภาษาจีนนั้น กำหนดให้มีผู้เรียนต่อห้องประมาณ ๒๕ คน คือถ้าน้อยเกินไปก็ไม่คุ้มกับการสอนของอาจารย์ ถ้ามากเกินไปก็สอนไม่มีประสิทธิภาพต่อการเรียนการฝึกฝน

 

 แล้วของไทยเราละ จำนวนผู้เรียนต่อห้องเท่าไร มีเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยหรือตัวใช้เรียน อย่างเพียงพอหรือไม่ การเรียนด้วยการสอนให้จำโดยไม่มีกระบวนการเรียนรู้อย่างสมัยก่อนที่มี การคัดไทย (คือเขียนให้อ่านได้) เขียนไทย(เขียนให้ได้สาระ) เรียงความ ย่อความ เป็นการเรียนรู้ จับประเด็น วิเคราะห์สังเคราะห์ไปสร้างความรู้ใหม่ ซึ่งเป็นวิถีของการปฏิบัติงานจริง และเรียนรู้ที่จะดำรงชีพและพัฒนาในสภาพแวดล้อมของเราเอง ไม่ใช่แค่อ่าน คัดลอก ตัดปะ  ไปลอกตำราฝรั่งต่างชาติมาเล่าให้ฟังบอกว่าเป็นการสอน ก็เรียกกันว่าสอนหนังสือ เลยลืมนึกถึงการสอนคนให้คนพัฒนา ซึ่งสำคัญกว่าการสอนหนังสือแน่ ๆ สำหรับการเป็นโรงเรียนและมหาวิทยาลัย

ดังนั้น คุณภาพการศึกษาไทยก็เป็นอย่างที่เห็นและตระหนกกันอยู่ทุกวัน ที่แย่ไปกว่านั้น คือต้นแบบที่เป็นอยู่ทุกวัน ยังไม่เหมือนคำสอนบทเรียน และบางครั้งคนสอนก็ไม่ทำอย่างที่สอน ดูอย่างการประชุม มีน้อยรายการที่เริ่มได้พร้อมเพรียงกันตรงเวลา แต่พอนักศึกษาเข้าห้องสาย ผู้สอนก็ไม่พอใจ เป็นต้น แล้วคิดหรือผู้เรียนจะทำอย่างที่สอน ผู้เรียนก็ฉลาดพอที่จะเรียนเพื่อสอบ ไม่สนใจที่จะเรียนเพื่อรู้และนำไปใช้ มิหนำซ้ำยังเอาผู้สอนไปติฉินนินทา ตั้งท่าล้อเลียน โดยเฉพาะผู้สอนที่ชอบดุด่า

 

อยากเห็นการศึกษาไทย ทำกันอย่างรู้ว่าเรียนไปเพื่อดำรงชีพอยู่อย่างมีคุณภาพ ปรับตัวตามธรรมชาติที่ปรับไปตลอดเวลาได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่เรียนไปต่อสู้กับคนอื่น ไม่ว่าใครในโลก แต่เพื่อตัวเอง เพื่อเพื่อนร่วมโลก ในการแบ่งปัน ช่วยเหลือกัน ตามความสามารถและถนัดของแต่ละคนที่ธรรมชาติให้มาแตกต่างกัน เพื่อให้มาพึ่งพาอาศัยกัน ไม่ใช่แข่งขันกันและกัน และเป็นแบบเดียวกัน ซึ่งเป็นไปไมได้

ถึงเวลาที่มาร่วมกันสอนกระบวนการเรียนรู้ แทนการสอนความรู้แล้ว

หมวดหมู่บันทึก: ประกันคุณภาพ ตัวชี้วัด ประเมินผล
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 16 มีนาคม 2552 11:37 แก้ไข: 09 ตุลาคม 2553 17:33 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

มีหนังสือน่าอ่านมาก เล่มหนึ่งครับ

ชื่อ "สังคมปรนัย" เขียนโดยนายแพทย์โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์

เรื่องตอนแรกคือ"โรงเรียนปลากระป๋องกับอนุสาวรีย์"

ก็ออกแนวคิดเดียวกับที่อาจารย์เขียนนี่แหล่ะครับ

Ico48
taporn [IP: 125.26.66.42]
12 กันยายน 2552 21:24
#48276

สงสารครูที่สอนคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ต้องหวนกลับมาสอนเพื่อสอบสาระพัดสอบ ทางรอดและทางเลือกก็คือสอนข้อสอบ ติวเข้มจากข้อสอบเก่า กระบวนการเรียนรู้ที่เกิดจากเด็กจึงถูกละเลย โรงเรียนกวดวิชาผุดเป็นดอกเห็ด ครูธุรกิจก็สอนพิเศษ ผู้ปกครองก็วิ่งตาม ความภูมิใจของทุกฝ่ายจึงอยู่ที่คะแนนสอบมากกว่าจะเห็นเด็กเป็นคนดีมีความสุข

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.204.2.53
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ