นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1075
ความเห็น: 5

PSU Syndrome

จากเรื่องเล่าชวนหัว สิงหาพาเพลิน เกี่ยวกับการจราจรช่วงกิจกรรมต่าง ๆ ในเดือนสิงหาคมของ มอ. ของคุณ Our Shangri-La ทำให้ต้องเขียน share เรื่องการจราจรของ มอ. ในช่วงจัดงานเพิ่ม เพราะเป็นวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีจนวันหนึ่งในช่วงงานได้พบกับลูกศิษย์เก่าตั้งชื่อให้ว่า "PSU Syndrome "

อ่านแล้วอาจจะไม่ชอบใจว่าทำไมว่าสถาบันเช่นนี้  แต่เราต้องยอมรับความจริง ตาม TQA นักศึกษาถือเป็นลูกค้า ศิษย์เก่าก็เป็นลูกค้าในอดีตที่อาจจะมาเป็นลูกค้าในอนาคต  ดังนั้น complaint ของลูกค้าคือสิ่งที่องค์กรต้องรับฟังเสมอและนำมาจัดการแก้ไขปัญหาต่อไป

ลูกศิษย์คนนี้ยังพูดอีกว่า เวลาอาจารย์สอนวิชา Project Management อาจารย์ยังเน้นเสมอว่าการทำโครงการทุกโครงการ ต้องมีการวิเคราะห์ผลกระทบภายนอกและควรนำผลกระทบภายนอกมาคิดเป็นค่าใช้จ่ายของโครงการที่เรียกว่า "Externality Cost" โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการของรัฐเพราะภาครัฐยิ่งต้องรับผิดชอบต่อสังคมให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ภาคเอกชน ทำให้พูดไม่ออกเหมือนกัน  แต่ก็ภูมิใจลึก ๆ ว่าสิ่งที่ได้เรียนกันไปยังคงอยู่ในสมองและสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมของลูกศิษย์มอ.

 คุณ Our Shangri-La บรรยายเส้นทางประตู 109 ซึ่งในช่วงดังกล่าวผู้เขียนไม่ได้ใช้เลย  ใช้แต่ประตูหน้ามหาวิทยาลัย ซึ่งช่วงงานเกษตรฯ พบว่าตอนเย็น ๆ รถติดมาก จะออกจากบ้านพักใน มอ.ไปในเมือง หรือกลับจากเมืองเข้าบ้านพักก็ติดมากมาย  และในวันเสาร์-อาทิตย์ประตูมหาวิทยาลัยทางทิศเหนือก็ไม่เปิดตามนโยบายของมหาวิทยาลัย  แต่ในช่วงมีงานเช่นนี้ การจัดการก็ควรปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์และความจำเป็น

พอเช้าวันที่ 18 ส.ค. นั่นคือวิกฤติของการจราจรที่แท้จริง หลายคนใน มอ. มาทำงานสายเพราะคาดการณ์ไม่ถึงว่ารถจะติดเช่นนี้ และคนนอกมอ.หลายคนที่ต้องไปทำงานที่สงขลาก็ไปทำงานสายเช่นกัน  เพราะไม่ได้รับรู้ว่าช่วงนั้น มอ.มีงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์และจะมีนักเรียนในภาคใต้มาร่วมงานอย่างมากมายและจะเกิดปัญหาเช่นนี้  จึงไม่ได้เตรียมการหลีกเลี่ยงเส้นทางกาญจนวณิชย์ตั้งแต่แรก 

จากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตประการแรก คือ เราประชาสัมพันธ์ให้สังคมทั้งในและนอก มอ. รับรู้ต่อกิจกรรมที่เกิดขึ้นใน มอ.  แต่เราไม่เคยแจ้งข้อมูลให้ทราบถึงสภาวการณ์ด้านการจราจรที่อาจเกิดขึ้นเพื่อให้ประชาชนที่ไม่ประสงค์มาร่วมงานหลีกเลี่ยงเส้นทางการจราจร

ประการที่สอง เรายังใช้การจัดการในภาวะปกติกับสภาวการณ์ที่ไม่ปกติ เช่น การปิดประตูมหาวิทยาลัยทางทิศเหนือในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 16-17 สิงหาคมทั้ง ๆ ที่เป็นสองวันสุดท้ายของงานเกษตรฯ ที่มีผู้คนเข้ามาเที่ยวงานมากมายในตอนเย็น

ประการที่สาม ขาดการตัดสินใจแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนทันที  สังเกตได้จากการจราจรที่ประตูหน้า มีแต่ยามดำเนินการไปตามปกติ ซึ่งไม่มีอำนาจในการตัดสินใจปรับเปลี่ยนแก้ไขใด ๆ ได้  ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็ทำเหมือนเช่นทุกวันที่เป็นภาวะปกติ  

 และนี่เรากำลังเริ่มกิจกรรมรับปริญญาอีก วันซ้อมสองวันแรกเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ ความเดือดร้อนอาจจะยังไม่มากมายนัก แต่วันจันทร์ที่ 1 กันยายนเป็นวันซ้อมใหญ่ เชื่อได้ว่ารถติดแน่นอน  ไม่ทราบเหมือนกันว่ามหาวิทยาลัยได้เตรียมการบรรเทาเรื่องปัญหาการจราจรไว้อย่างไร

สิ่งที่อยากจะเห็นคือ หลังจากเสร็จงานรับปริญญาแล้วทางมหาวิทยาลัยทำ AAR เรื่องการจัดงานกันอย่างจริงจังเสียที  อย่ารอจนปีหน้าจะจัดงานแล้วค่อยคุยกันเลย  สรุปปัญหา หาแนวทางป้องกันและบรรเทากันตั้งแต่ปีนี้ทำในตอนที่เรายังไม่ลืมเลือนกับสภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงกิจกรรมเดือนสิงหาคม 57 แล้วการจัดกิจกรรมในปีหน้า (ซึ่งเป็นกิจกรรมประจำปีอย่างแน่นอน) วิกฤติการณ์ด้านการจราจรจะได้ไม่เกิดขึ้นหรือเกิดบ้างแต่ไม่รุนแรงเช่นที่ผ่านมา  คำกล่าวที่ว่า "PSU Syndrome" จะได้หายไป เราชาว มอ. รวมถึงประชาชนภายนอกมอ.จะได้ไม่หงุดหงิดกับการจัดงานของ มอ. 


หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 30 สิงหาคม 2557 08:45 แก้ไข: 30 สิงหาคม 2557 08:45 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 Zenki, และ 9 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ชอบครับ PSU Syndrome

ผมมีความเห็นเช่นกันว่า ม.อ. ของเราควรคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชน/สังคม อย่างมากในกรณีที่เราเป็นสาเหตุที่ทำให้การจราจรติดขัด หน้าม.อ.ของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนช่วงเช้าที่การตรวจรถยนต์ขาเข้าทำให้รถติด ซึ่งมีส่วนหนึ่งที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับม.อ.ของเราเลย แต่ต้องได้รับผลกระทบไปด้วย

ทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นใน ม.อ. เมื่อเรารู้จะต้องเตรียมการเรื่องเวลามาทำงานให้เช้ากว่าปกติคะ ไม่งั้นรถติดแน่นอน

ช่วงปีก่อน ๆ นี้ผมใช้เส้นทางประตูใหญ่ แต่ปีหลัง ๆ ผมใช้ประตูร้อยเก้า เทำให้ปัจจุบันเห็นเฉพาะการจราจรของประตูร้อยเก้า เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็พอจะคาดเดาได้ครับจากประสบการณ์ในปีก่อน ๆ บวกกับสภาพของปริมาณรถบนถนนในเส้นทางภายใน ม.อ.

 

เห็นด้วยครับกับเรื่องที่ว่า ทางผู้บริหาร/ มีส่วนเกี่ยวข้องต้องมาทบทวนมาทำ AAR กันถึงเรื่องผลกระทบ (สิ่งแวดล้อม) อันเกิดจากกิจกรรมของ มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะช่วงสิงหาพาเพลิน

อันนี้ถือว่าเป็น CSR อย่างหนึ่งเหมือนกัน รวมถึงเป็นข้อกำหนดหนึ่งในเรื่องของการประกันคุณภาพ TQA/ PMQA ....

การแก้ไข บรรเทา เยียวยา คงต้องอาศัยการมองปัญหารอบด้าน และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย

เราคิดแก้ปัญหาอยู่เฉพาะภายในอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะผลกระทบมันเป็นวงกว้าง

อิอิอิ

เราเอง

สงสัยต้องเอาน้าไปนั่งเป็น เสธ 5555

จากวง Share ของเราก็น่าจะเป็นเสธ.ได้หลายท่านนะคะ ทำยังไงจึงจะเสียงดังไปถึงฝ่ายบริหารจัดการดีคะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.237.186.116
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ