นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
Page Visits: 1638
comment: 4

“แบบอย่างของอาจารย์และแพทย์ผู้ให้”

"ผมคิดว่าคนที่ให้มากกว่า ย่อมมีความสุขมากกว่า”

 

นพ. ธีระ ทองสง แบบอย่างของอาจารย์และแพทย์ ผู้ให้

คงไม่มีคำกล่าวใดที่จะชัดแจ ้งไปกว่านี้อีกแล้ว สำหรับอาจารย์แพทย์ผู้ทรงภูมิท่านนี้

เป็น “แบบอย่างของอาจารย์และแพทย ์ผู้ให้” แท้จริง

ด้วยมิใช่เพราะโล่เกียรติคุ ณอาจารย์แพทย์ดีเด่นที่เป็น 

 แบบอย่างในเชิงจริยธรรมคุณธ รรมจากแพทยสภา เมื่อปี ๒๕๔๗

หรือรางวัลอาจารย์ดีเด่นแห่ งชาติจากที่ประชุมประธานสภา 

 อาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเ ทศไทย ปี ๒๕๔๖

หากแต่เป็นเพราะเนื้อนาบุญใ นจิตใจที่สั่งสมด้วยการทำงา 

ทั้งแพทย์ผู้รักษาคนไข้และ อาจารย์ผู้ให้แก่ลูกศิษย์มา ตลอดหลาย ๑๐ ปี

“ผมคิดว่าการประสบความสำเร็ จในชีวิตไม่ได้อยู่ที่มีอะไ รมากมายในชีวิ

แต่อยู่ที่ว่ายืน เดิน นั่ง นอนอย่างสงบใจ จริงอยู่ ความสุขคือเป้าหมายของทุกคน

แต่สำหรับผมไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย ความสุขสำหรับผมสร้างได้ไม่ยาก

ผมคิดว่าคนที่ให้มากกว่า ย่อมมีความสุขมากกว่า”


ปัจจุบัน ศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีระ ทองสง อายุ ๔๘ ปี

เริ่มต้นชีวิตการเป็นอาจารย์แพทย์ตั้งแต่ปี๒๕๒๘ มาอย่างต่อเนื่อง

และมีความสุขอยู่กับการให้มาโดยตลอดชีวิตการทำงาน

“ผมอาจจะใช้ชีวิตแปลกหน่อยนะครับ คือผมไม่ได้เปิดคลินิกนอกเวลางาน

จริง ๆ ผมก็น่าจะทำนะ เพราะว่ามาจากตระกูลยากจน

แต่ก็เป็นความภาคภูมิใจหนึ่งในความเป็นครูที่มีเวลาสอนได้ทำวิจัยต่าง ๆ

และนอกเวลางาน ผมก็สอนแพทย์เฉพาะทางด้วย

ผมเลือกที่จะเป็นอย่างนี้ เพราะว่าความสุขในชีวิตคนเร

คงไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทองอย่างเดียว คนที่มีเงินในบัญชีมากที่สุ

ก็ไม่ได้แปลว่ามีความสุขที่สุด ยังมีความสุขอีกหลายอย่าง

ที่คนเราสามารถเก็บเกี่ยวได้ ซึ่งไม่ใช่เงินทอง

ทุกวันนี้ ผมอยู่ในฐานะของหมอหรือครู

ก็ไม่ควรจะคิดว่าเราจะได้อะไรจากอาชีพนี้

แต่น่าจะคิดว่าเราจะให้อะไรกับลูกศิษย์มากกว่า”

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีระ ทองสง พื้นเพเดิมเกิดที่จังหวัดพัทลุง

เป็นลูกชาวนาโดยกำเนิด การศึกษาในช่วงประถมศึกษาตอนต้น

เรียนที่โรงเรียนบ้านทุ่งยางเปล ซึ่งห่างไกลจากตัวเมืองพัทลุงมาก

จากนั้นจบประถมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนปรางค์หมู่ศรีวิทย์ศึกษ

จังหวัดพัทลุง มาเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนพัทลุง

ก่อนจะเข้ามาศึกษาระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในกรุงเทพฯ


จบแพทยศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

จบแพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางสูติ-นรีเวช

เคยผ่านการฝึกอบรมด้านเอ็นโดครีนทางสูติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น

และฝึกอบรมเวชศาสตร์มารดาและทารก (อุลตร้าซาวน์ด์) ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

เคยได้รับทุนอานันทมหิดล (ส่งเสริมบัณฑิต) จากมูลนิธิอานันทมหิดลถึง ๓ สมัย

ปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์ ระดับ ๑๐ แห่งภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นอกจากนั้น ยังเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติ-นรีเวช

ประจำโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (โรงพยาบาลสวนดอก) จังหวัดเชียงใหม่

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีระ เล่าว่าเมื่อสมัยเด็กๆนั้นยังไม่ค่อยมีความรู้มาก

ว่าสาขาการเรียนด้านใดที่จะเหมาะกับตนเอง แต่เป็นเพราะค่านิยมในสมัยนั้

ที่ส่วนใหญ่มักจะเลือกเรียนในคณะวิศวกรรมศาสตร์กับคณะแพทยศาสตร์กันมาก


“ผมเป็นเด็กชนบทแท้ๆเลยครับ ...พอสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้

ตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ จนถึงปีนี้ รวม ๓๐ ปีพอดี ผมก็ตั้งรกรากอยู่ที่นี่เลย 

ตอนสมัยเป็นนักเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ผมก็เรียนด้วยทุนมูลนิธิช่วยเหลือนักเรียนขาดแคลน

บรรยากาศการเรียนสมัยนั้นก็เหมือนนักเรียนแพทย์ทั่วไป

คือเรียนไปด้วยทำกิจกรรมควบคู่กันไปด้วย ผมเองก็ชอบทำกิจกรรม

ส่วนใหญ่ก็จะอยู่กับชมรมพุทธครับ

อีกด้านหนึ่งเราก็นึกภาพออกว่า วันหนึ่งเราจะเป็นอะไรอยากจะเป็นแพทย์แบบไห

น เริ่มต้นจริง ๆ ก็ตั้งแต่ย่างเท้าก้าวแรกเข้ามหาวิทยาลัย คิดว่าอยากเป็นหมอ

เพื่อกลับไปดูแลรักษาญาติพี่น้องรวมทั้งคนในชุมชนของเรา รู้สึกหลาย ๆ คนก็คิดอย่างนี้

ผมเองก็ตั้งใจอย่างนั้นอยู่หลายปี แต่ต่อมาเมื่อเรียนมากขึ้น ได้รู้อะไรมากขึ้น

ถึงแม้ตอนนั้นจะเรียนแพทย์จบแล้ว ก็ยังรู้สึกว่าไม่ค่อยพอ

ยังอยากจะเรียนต่อด้านเฉพาะทางมากขึ้น จึงได้เลือกเรียนทางด้านสูติ-นรีเวชต่อ

พอเรียนจบก็คิดว่าผมอาจจะทำประโยชน์ได้มากกว่าที่เคยคิ

ถ้าเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาแพทย์ได้คงดี เลยเปลี่ยนแนวคิดตั้งแต่นั้นมา ทางบ้านก็เห็นด้วย”

ในที่สุด เมื่อศึกษาจบแพทย์เฉพาะทางแล้ว คุณหมอธีระได้รับคัดเลือกให้เป็น

อาจารย์แพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งแต่นั้นมา

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีระ ทองสง กล่าวมาถึงตรงนี้ว่า

“แน่นอนครับ หน้าที่ของอาจารย์ หน้าที่หลักประการแรกก็ต้องสอน

โดยทั่วไปผมสอนทั้ง 3 ระดับ คือสอนนักศึกษาแพทย์ แพทย์เฉพาะทาง

และก็แพทย์ต่อยอดทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารก

งานเป็นครูหรืองานสอนนี่แหละครับ ที่ผมภาคภูมิใจที่สุด

ผมสอนมา ๒๐ ปีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราก็ต้องตามความรู้ให้ทันสมัยอยู่เสมอด้วย

ยามว่างจากงานแพทย์ งานสอน และงานวิจัย ผมก็จะใช้เวลาอยู่ในโลกอินเทอร์เนต

เพื่อแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่เรื่อย ๆ ลูกศิษย์ที่จบไปเป็นแพทย์แล้ว ก็ยังสามาร

โทรศัพท์มาปรึกษาได้ตลอดเวลา หรือถ้ามีเวลาว่าง

ผมมักจะทำสื่อการสอนประเภทมัลติมีเดียต่าง ๆ”


และที่น่าทึ่งยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด เมื่อคุณหมอเปิดเผยถึงการเดินทางจากบ้านมาที่โรงพยาบาลสวนดอกหรือที่ทำงาน

“ผมมาทำงานด้วยมอเตอร์ไซค์ครับ ผมไม่มีรถยนต์ ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ”

(และก็เป็นแพทย์ที่ตามตัวได้ไม่ยากอีกด้วย)

ความจริงอีกประการหนึ่ง ที่ทุกคนทราบดีว่างานในเวลาราชการ

ครั้นถึงเวลาสี่โมงเย็นก็สามารถกลับบ้านไปพักผ่อนได้ แต่คุณหมอธีระมิใช่เช่นนั้น 

ท่านยังทำงานต่อไปจนเวลาสี่ถึงห้าทุ่ม ซึ่งคุณหมอบอกว่าเป็นงานสอนบ้าง

หรือไม่ก็อยู่ในห้องวิจัย ไม่เว้นแม้แต่เสาร์-อาทิตย์ ก็ยังมาทำงาน

“ผมมีความสุขนะครับ เพราะผมคิดว่าในฐานะที่เป็นอาจารย์ เราควรต้องทำแบบอย่างให้ลูกศิษย์เห็น

ตอนเช้า ผมต้องมาก่อนลูกศิษย์ ไม่ได้คิดว่าวันนี้จะมาเอาอะไร

แต่จะถามตัวเองว่า เราจะให้อะไรใครได้บ้างมากกว่า

ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นอยากจะถามหาสิ่งสวยงามในชีวิต

ด้วยคำถามว่าเราให้อะไรใครได้บ้าง ลูกศิษย์กับคนไข้เป็นหลักเลยที่ผมจะคิดถึง”

ฟังดังนี้แล้ว คำถามหนึ่งที่ “สกุลไทย” อดจะถามต่อไปมิได้ก็คือว่า

เมื่อคุณหมอเรียนมาขนาดนี้ ทำงานมากขนาดนี้

ไม่คิดว่าตนเองน่าจะได้รับสิ่งตอบแทนที่มากกว่าที่เป็นอยู่หรือ

คุณหมอธีระท่านก็ตอบอย่างใจเย็นว่า...

“เราต้องคิดอย่างนี้ ไม่มีความดีใดที่มนุษย์ทำแล้วไม่มีความสุข

เพราะฉะนั้น หลายคนอาจจะอยากทำอย่างนี้

แต่ไม่มีโอกาส ถ้าเราคิดที่จะรับ โอกาสคิดที่จะให้ มันก็จะลดลง

และถ้าอยากได้อยู่เรื่อย เท่าไหร่จะพอ ถ้าผมมีเงิน ๑๐๐-๒๐๐ ล้าน

ผมก็ยังยากจนอยู่ดี ในเมื่อผมต้องการถึง ๘๐๐ ล้าน

ผมรู้สึกโชคดีมากที่ได้มายืนอยู่ตรงจุดนี้ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้โอกาสผม

ได้มีศักยภาพในการให้ได้สูง เมื่อผมมีโอกาสในการให้แล้ว ผมก็ไม่อยากสูญเสียตรงนี้ไป

และผมคิดว่า ‘แบบอย่าง’ นี่สำคัญมากนะครับ ผมมักจะสอนให้ลูกศิษย์ขยัน

ตรงเวลาต่อคนไข้ ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย รับให้น้อยแต่ให้ให้มาก

การสอนที่แท้จริงของผม ผมสอนด้วยการกระทำมากกว่า

คิดอยู่เสมอว่าถ้าอยากให้ลูกศิษย์ดี เราต้องทำดีให้เขาดู”

นอกเหนือจากความเป็นอาจารย์แพทย์ การสอน

การเขียนตำราวิชาการแพทย์ต่าง ๆ มากมาย

ซึ่งมีทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ

รวมทั้งผลงานวิจัยที่ปรากฏในวารสารมาตรฐานสากล

นานาชาติมากกว่า ๑๐๐ เรื่อง ส่วนในบทบาทของแพทย์

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีระ ทองสง ประสบความสำเร็จ

ในด้านการวิจัยอันเกี่ยวโยงไปถึงงานวินิจฉัยโรคทารกในครรภ์ก่อนคลอ

“งานด้านการแพทย์และวิจัยเด่นๆของผมส่วนใหญ่จะเน้นด้านอุลตร้าซาวด์น์

เราบุกเบิกด้านอุลตร้าซาวด์น์เป็นหลัก โดยมีคณาจารย์แพทย์ช่วยกันทำเป็นทีม

เช่น โรคธาลัสซีเมียในเด็ก เราวินิจฉัยได้หมดตั้งแต่อายุครรภ์ยังน้อย

คุณแม่ไม่ต้องรอให้เด็กคลอดออกมาแล้วบวมน้ำจนเสียชีวิต 

จากงานวิจัยเราก็นำมาประยุกต์ใช้ในการบริการการรักษาแก่คนไข้

รวมไปถึงดูแลสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะแทรกซ้อนสูง



เมื่อก่อนเราวินิจฉัยก่อนคลอดได้น้อยมาก แต่ทุกวันนี้

เรารู้ภาวะของเด็กในครรภ์ก่อนคลอดเป็นส่วนใหญ่แล้ว

โรคบางอย่างถ้าเรารู้ล่วงหน้า ก็ช่วยในการรักษาได้ คือถ้าอยู่ในครรภ์ต่อไป

อาจจะเป็นอันตราย เพราะฉะนั้น ทำคลอดก่อนดีกว่า เพื่อนำเด็กมารักษาข้างนอก

หรือโรคน้ำในปอดเด็ก ถ้าไม่มีปัญหาอย่างอื่นร่วมด้วย เราก็อาจจะเจาะดูดเอาน้ำ

ออกตั้งแต่เด็กยังอยู่ในครรภ์ได้ ซึ่งแล้วแต่กรณีไป หรือเด็กบางคนซีด

เป็นโรคเลือดอยู่ในครรภ์ แต่ไม่ใช่ธาลัสซีเมียนะครับ 

เราก็จะเติมเลือดให้เขาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ โดยการให้เลือดผ่านทางสายสะดือ

เพราะทุกวันนี้ การเจาะเลือดทารกในครรภ์เพื่อตรวจธาลัสซีเมีย

เราก็เจาะทางสายสะดือ

แพทย์บางท่านเก่งมาก ทำวินิจฉัยก่อนตั้งครรภ์

โดยการตรวจโครโมโซมของทั้งพ่อและแม่

หรือเช็คว่าเด็กจะมีโอกาสเป็นโรคธาลัสซีเมียหรือไม่

ซึ่งการวินิจฉัยเรื่องนี้ เราได้ทำเป็นรายแรกของประเทศด้วย

นอกจากนี้ เรายังพัฒนาห้องแล็บในการวิเคราะห์เรื่องของการตรวจระดับดีเอ็นเอ

หรือเด็กที่เป็นดาวน์ซินโดรม เดี๋ยวนี้เราก็สามารถวินิจฉัยได้เร็ว

ตั้งแต่เด็กยังอยู่ในครรภ์”

โดยเฉพาะโรคธาลัสซีเมียหรืออีกนัยหนึ่งก็คือโรคโลหิตจา

อันเนื่องมาจากเม็ดเลือดแดงไม่ทำงาน เมื่ออดีตนั้นภาคเหนือจะพบมากที่สุดใ

นประเทศไทย สาเหตุหลักเกิดจากยีนพันธุกรรมจากแม่ที่ถ่ายทอดไปยังลู



“แต่ปัจจุบันโรคธาลัสซีเมียในเชียงใหม่ ลดลงไปมากแล้วนะครับ

ด้วยอิทธิพลของการวินิจฉัยทางการแพทย์ก่อนคลอด ซึ่งถึงอย่างไร

ก็อาจจะมีข้อโต้แย้งทางจริยธรรมอยู่บ้าง กฎหมายไทยไม่ได้เอื้ออำนวยให้ยุติกา

ตั้งครรภ์ได้ หากพบว่าทารกในครรภ์เป็นธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง

แต่เราก็มีนโยบายระดับกระทรวงสาธารณสุข ที่อนุญาตให้คนไข้เลือก

ที่จะยุติการตั้งครรภ์ได้ ถ้าพบว่าทารกในครรภ์นั้นเป็นธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง

ถ้าเป็นชนิดรุนแรงที่สุด เด็กจะเสียชีวิตในครรภ์เลย ถ้าชนิดที่รองลงมา

เด็กมีชีวิตรอด แต่ก็ต้องมาเติมเลือดอยู่เป็นประจำ”


งานด้านการแพทย์ต่างๆของ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีระ ทองสง

คงไม่หมดลงเพียงเท่านี้แน่นอน ตราบใดที่จิตวิญญาณของท่าน

ยังคงไว้ซึ่งความเป็นอาจารย์ และแพทย์ผู้ให้โดยไม่มีวันหยุดหรือ

จบสิ้นไปอย่างง่าย ๆ เพราะท่านบอกไว้แล้วว่า

“คนที่ให้มากกว่า ย่อมมีความสุขมากกว่า”

 

 

อ่านมาถึงตรงนี้ ก็แสดงว่าคุณได้อ่านบทความนี้จนจบ

บทความนี้ถูกเผยแพร่ผ่านทาง Facebook เพื่อนของเพื่อนส่งมา

ให้อ่านกันต่อ ๆ ไป เป็นอีกช่องทางเพื่อนสร้างแรงบันดาลใจให้

เรารู้จักพอ และรู้จักให้ ไม่ใช่ว่าจะมีเพียงแต่อาจารย์แพทย์ท่านนี้

คงจะมีอีกหลายท่านที่เป็นอาจารย์ที่น่าชื่นชม เป็นครูผู้ให้อย่างแท้จริง

 

ก่อนนอน คืนนี้มีเรื่องดี ๆ ให้อ่านเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เราทำดีต่อไป

ว่าแต่ ทำไปทำมา ทำไมเรื่องราวมันวนมาเชียงใหม่อีกแล้ว อิอิ

หลับฝันถึงหนุ่มเชียงใหม่ เอ๊ย ฝันดีค่ะ ทุกท่าน....

 

เข้านอนไว ๆ ตื่นมา โลกสดใสค่ะ

 

 

 


หมวดหมู่บันทึก: มุมละไม ของใครบางคน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 21 กุมภาพันธ์ 2555 17:59 แก้ไข: 21 กุมภาพันธ์ 2555 18:10 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
Flowers
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 DaDa, Ico24 Our Shangri-La, และ 4 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

comment

อย่าเพิ่งเบื่อกกับบันทึกยาว ๆ ของหนูณิชน์เลยนะ

อยากให้อ่านจริง ๆ เลยเอามา แชร์ กัน

เพราะหนูณิชน์ อยากเป็นผู้ให้ ให้แนวคิดชีวิตที่ดีแก่ทุกคนค่ะ

ลูกชาวนา ก็เป็นหมอได้ ^_^ @ บันทึกนี้ยาวจริง ๆครับ

Ico48
Wawa (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
23 กุมภาพันธ์ 2555 14:23
#75405

อยากดูรูปหมอผู้ให้ด้วยค่ะ

Ico48
คุณแพร [IP: 192.168.53.167]
23 กุมภาพันธ์ 2555 14:50
#75410

เอาชื่อ ไป ถาม กูเกิ้ล ซิคะ ได้ดูแน่นอน อิอิ

Comment on this Post

Name:
Email:
IP Address: 34.204.173.45
Message:  
Load Editor
   
Cancel or