เชิญชวนร่วมเขียนเรื่องราวความสุขของท่าน ผ่าน Share.psu.ac.th โดยใส่คำสำคัญ PSU.QWL
Page Visits: 1914
comment: 7

ประตู 108 มอ อบต. คอหงส์ และ คนขี่มอเตอร์ไซค์

... ชาว มอ. ไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับชุมชน อยู่แต่บนหอคอยงาช้าง ...

ก่อนอื่น ผมเคยฟังมา เป็นข้อมูลแบบมือสอง "แบบว่า" ฟังที่เขาว่ามาอีกที ว่าชาว มอ. ไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับชุมชนภายนอก ไม่ถือว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนชาวหาดใหญ่หรือคอหงส์   พูดตามภาษาหรูๆก็คงเป็น "อยู่แต่บนหอคอยงาช้าง" ว่างั้นเหอะ

แล้วก็มีการยกตัวอย่างว่า เมื่อหลายปีก่อน มอ. เองสนับสนุนให้ นศ. (ยกเว้นนศ. ปี 1) ออกไปพักข้างนอกมหาวิทยาลัย ทำให้มีหอพัก นศ. เกิดขึ้นข้างนอกมาก หลายๆที่กลายเป็นชุมชนใหญ่ที่มีเศรษฐกิจดีขึ้นมา เพราะมี นศ. ของมอ. ไปอยู่มาก  แต่ในช่วงที่ผ่านมา มอ. กลับสร้างหอพัก นศ. ขึ้นมาภายใน มอ. เอง เป็นตึกหลายชั้น 4-5 หอ แทนที่จะสนับสนุนให้ นศ. ออกไปอยู่ข้างนอกเหมือนเดิม ซึ่งแทนที่จะส่งเสริมให้มีการเจริญภายนอก ก็กระจุกอยู่ใน มอ. เอง อะไรประมาณนี้

ผมเอง ก็มีประเด็นที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แต่เนื่องจากในตอนที่รับฟัง 'ข้อกล่าวหา' ในส่วนนี้ กลุ่มคนที่นั่งคุยอยู่ด้วยกัน ก็เป็น 'คนใน' ของ มอ. ซะทั้งหมด เพราะฉะนั้น ในบางเรื่องก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่หยิบยกมาคุยต่อ และหัวข้อที่คุยในวันนั้นก็ไหลเรื่อย ไปเรื่องอื่นๆต่อไป

ผ่านมาจนกระทั่งปลายเดือนที่แล้ว โดยหน้าที่ ที่ต้องรับเป็นผู้ดูแล นศ. ฝึกงานของปีนี้ ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ผมต้องออกไป พบนศ. ที่ฝึกงานอยู่ใน อาณาเขตบริเวณ อ. หาดใหญและสงขลา (เกือบทั้งหมด อยู่ในหาดใหญ่) ก็มีเรื่องที่ต้องให้คิด ถึงการมีส่วนร่วม ของตัวเองในฐานะของ สมาชิกของ มอ. เอง เป็นอาจารย์คนหนึ่งของภาควิชา วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ และเป็นคนนึงที่พักอาศัย อยู่ใน มอ. ว่ามีส่วนร่วมกับ ชุมชน ที่อยู่นอกรั้ว มหาวิทยาลัยขนาดใหน

คำตอบส่วนหนึ่งก็คงยังไม่เปลี่ยน ถ้าประเด็นมันอยู่ที่ว่า ทำไมตัวผมเอง ไม่ไปรับรู้ถึงเรื่องของโลกภายนอกบ้าง มันก็คงเป็นเรื่องส่วนตัว  ที่ไม่เกี่ยวกับว่า ผมเป็นสมาชิกของ มอ. เองหรือเปล่า ถ้าผมพักอยู่แถวหาดใหญ่ใน ทำงานอยู่แถวๆนั้น ชีวิตของผมส่วนใหญ่ก็คงวนเวียน อยู่ในอาณาเขตเป็นรัศมีไม่เกิน 1 กม. จากจุดที่ผมอยู่ เกินกว่า 90% ของเวลาทั้งหมด ก็ด้วยเหตุว่า มันสะดวกกว่าที่จะใช้ชีวิต ในลักษณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นที่ใหน จะเป็นใน มอ. หรือนอก มอ. ผมก็คงไม่มีส่วนร่วมในชุมชนที่ห่างออกไปจากที่ที่ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น หอคอยงาช้าง หรือ กระต๊อบหลังคามุงจาก ก็ตามที

คำตอบส่วนหนึ่ง ในฐานะที่เป็นอาจารย์ของภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์  ถ้าจะว่าไป ก็คงจะไม่เปลี่ยนเหมือนกัน แต่เห็นภาพชัดขึ้นว่า "ใช่, เรา (ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์) มีส่วนร่วมกับชุมชนที่เราอยู่ น้อยมาก" -- ถ้าดูกันในทางกายภาพ ไม่นับรวมชุมชนทางวิชาการ หรือ cyber หรือ อื่นๆที่ไม่ใช่ในทางกายภาพ ความเกี่ยวข้องในฐานะของภาควิชาฯ กับชุมชนหาดใหญ่มีน้อย เราสอนหนังสือให้กับ นศ. ที่เป็นชาวหาดใหญ่ ส่วนหนึ่ง แต่ นศ. ที่เรียนจบแล้ว ส่วนใหญ่ก็ไปทำงานที่อื่น เราทำวิจัย แต่งานวิจัย ถ้าเอามาใช้ ก็จะอยู่แต่ในขอบเขตของ มอ. หรือ ไม่ก็ไปเป็นส่วนอื่น ไม่เกี่ยวข้องกับหาดใหญ่ สักเท่าไหร่

ส่วนที่เห็นภาพชัดขึ้นก็คือ ยังมีเรื่องอีกหลายอย่าง ที่เราสามารถเข้าไปเกี่ยวข้องได้ ช่วยเหลือ/รับความช่วยเหลือ เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนได้มากกว่านี้ -- แต่ถ้าจะว่าไป นี่เป็นเรื่องที่จะต้องทำกันในระดับ ภาควิชาฯ ซึ่งถ้าจะว่าไป ก็เป็นชุมชนย่อย ของ มอ. เองอีกที ที่ต้องชักจูงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ และ ความสำคัญ ในการเข้าไปมีส่วนร่วมในชุมชนใหญ่  เช่นหาดใหญ่ ที่เราเป็นส่วนหนึ่งอีกทอดนึง

ขอย้อนกลับมาที่ชุมชนของ มอ. -- นอกเหนือจากสถานภาพ ของ มหาวิทยาลัย ซึ่งสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ อีกส่วนหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับชุมชน โดยรอบก็คือการเป็นส่วนหนึ่งของ อบต.  คอหงส์

ถ้าจะมีอะไรที่ทำให้ ผมรู้สึกว่า มอ. เองเกี่ยวข้องกับ อบต. คอหงส์ อยู่บ้าง นอกเหนือไปจากช่วงของการเลือกตั้ง นายก อบต. (ซึ่งพอผ่านช่วงของการเลือกตั้งแล้วก็เงียบหายไป เหมือนกับการเลือกตั้งอื่นๆ ...) ก็คือ ชุมชน 108, ชุมชน 109 ซึ่งเป็นแหล่งที่พึงหลายๆอย่าง อย่างเช่น ร้านถ่ายเอกสาร, ร้านถ่ายรูป, ร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์, internet cafe, และที่สำคัญ ร้านอาหารสำหรับ มื้อค่ำและมื้อดึก

มีสิ่งเหล่านี้ให้บริการในเขตรั้วของ มอ. เองใหม? ก็มี แต่ส่วนใหญ่แล้ว ผมเองจะไปใช้บริการเหล่านี้ในเขตของ 108 มากกว่าที่จะใช้บริการข้างใน ของ มอ. เอง โดยเฉพาะ ถ้าเป็นช่วงเย็นหรือช่วงค่ำ โดยวิธีการที่ใช้อยู่เป็นปกติก็คือ ขี่ มอเตอร์ไซค์หรือปั่นจักรยาน ไปจอดที่ประตู 108 แล้วก็เดิน ลอดประตูเล็ก ที่เปิดให้เฉพาะ คน 1 คนเดินผ่านไปได้ เดินข้ามถนน ไปอีกฟากนึง ทำกิจธุระเสร็จ ก็ข้ามถนนกลับมา เดินลอดประตูเดิม ขี่ มอเตอร์ไซค์ หรือ ปั่นจักรยานกลับ แล้วแต่กรณี

วิธีการที่ผมใช้ ก็น่าจะเป็นวิธีการเดียวกันที่หลายๆคน ที่ ไม่ว่าจะพักข้างในหรือข้างนอก มอ. บริเวณ 108 ใช้วิธีการเดียวกันอยู่ ถ้าดูจาก จำนวนของ มอเตอร์ไซค์ที่ไปจอด ที่ประตู 108 ยามค่ำคืน

ทำไมถึงไม่ขี่ ม.ไซค์ผ่านประตู 109 แล้วไปจอดแถวๆ 108 แล้วค่อย ขี่ มอเตอร์ไซค์กลับ? สำหรับกรณีของผม เวลาที่ใช้ในการทำทั้งสองแบบ ไม่ต่างกันเท่าไหร่ บางครั้ง การขี่ มอเตอร์ไซค์ออกไปข้างนอก อาจจะเสียเวลามากกว่าเดินข้ามถนนไป ซะด้วยซ้ำ และในหลายๆครั้ง รู้สึกว่า การเอา มอเตอร์ไซค์ออกไปข้างนอก เป็นอันตรายต่อชีวิตมากกว่าการเดินข้ามถนนไป

ซึ่งโดยทั่วไปก็ไม่มีปัญหา

ประตู 108 ไม่มี รปภ. เฝ้า และไม่เปิดให้ เอา รถยนต์, มอเตอร์ไซค์ หรือ จักรยานออกไปได้
มีประตูเล็กๆ เปิดกว้างพอให้คน 1 คนเดินก้มมุดออกไปได้

ประตูนี้จะปิดเวลาประมาณ 4 ทุ่ม ที่ประตูมีป้ายติดประกาศ ห้ามจอด มอเตอร์ไซค์ขวางประตู (ถ้าจอดจะล็อคล้อ -- ประมาณนั้น) ประตูจะปิดจริงอาจจะดึกกว่านั้น บางครั้งผมผ่านไปตอน 4 ทุ่มครึงก็ยังเปิดอยู่

วิธีการที่ใช้อยู่ โดยทั่วไปแล้วไม่มีปัญหา ถึงแม้ว่าบางครั้ง ผมเองจะรู้สึกว่าน่าจะปิดให้ดึกกว่านั้นหน่อย เพราะในช่วงปีที่ผ่านมา มี 2 ครั้งที่ผมจอด มอเตอร์ไซค์ไว้ที่ประตู 108 แล้วเดินออกไปหาอาหารมื้อค่ำกิน  (เอ่อ เวลาผมก็ประมาณนี้แหละครับ มื้อเช้าอยู่ประมาณเที่ยง) แล้วเดินกลับมา ปรากฏว่าประตูเล็กปิดแล้ว ต้องเดินเลียบรั้ว ไปเข้าทางประตู 109 แล้วเดินเลี้ยวกลับมาจนกระทั่งถึงประตู 108 แล้วขึ้น มอเตอร์ไซค์กลับแฟลต

ไม่สะดวกนัก แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะผมไม่ค่อยเจอกับเหตุการณ์อย่างนั้นบ่อยนัก และถ้าหากควบคุมเวลาให้ดีพอ ก็คงไม่ต้องเสียเวลาเดินอ้อมประตูอย่างนั้น

ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับข้อที่ว่า ปิดประตูตอน 4 ทุ่มแล้วจะช่วยให้ มอ. ปลอดภัยมากขึ้น เพราะการเปิดประตูแบบที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ก็เปิดให้คนเดินเข้าออกมาได้ ครั้งละ 1 คน ช่วงเวลาตั้งแต่ 4 ทุ่มเป็นต้นไป จะเป็นช่วงเวลาที่คนน้อยลงมากที่อาจจะจำเป็นต้องผ่านประตูนี้ สาเหตุหนึ่งก็เป็นเพราะดึก แต่อีกสาเหตุหนึ่งก็เป็นเพราะว่า เพราะประตูนี้ปิดเวลานี้ คนที่รู้ก็เลยใช้เวลานี้เป็นตัวกำหนดไม่ให้มาผ่านทางนี้ ก็เท่านั้นเอง

แต่สำหรับคนที่ต้องการที่จะผ่านเข้า/ออก มอ. เอง โดยไม่ต้องการให้ รปภ. รู้เห็น หรือไม่ให้เป็นทีสังเกตของใคร ก็สามารถที่จะใช้เส้นทางอื่นๆ ได้อีกมากพอสมควร เริ่มตั้งแต่ ปีนข้ามรั้วของประตู 108 มันเสียดื้อๆอย่างงั้นแหละ วิธีการนี้ ก็ยังเป็นวิธีการที่ นศ. มอ. บางคนใช้อยู่ตอนที่จะกลับเข้าทางประตู 108 แล้วปรากกว่าประตูเล็กปิดแล้ว เรื่องนี้ไปถามพี่ๆ/น้าๆ/ลุงๆ/ป้าๆ ที่ขายของกินอยู่ฟากตรงกันข้ามและยังไม่เก็บร้านตอน 4 ทุ่มดูได้ หรือ สำหรับคนที่สามารถเข้าถึงระบบรักษาความปลอดภัย ของ มอ. เอง กล้องที่ติดตั้งไว้ที่ประตูก็น่าจะมีบันทึกภาพอยู่ให้พอเป็นข้อมูลได้ว่า มีการปีนเข้า/ออก ทางประตูบ่อยขนาดใหนในช่วงเปิดเทอม หลัง 4 ทุ่ม

ถ้าการปีนเข้า/ออกทางประตู 108 จะเป็นที่น่าสังเกตเกินไป การเดินเข้าทางประตู 109 แล้วอ้อมรั้วเข้ามาเข้ามาง่ายๆ แบบธรรมดาๆ เสียเวลาเพิ่มอีกหน่อย ก็ยากที่ รปภ. จะรู้เห็น หรือสนใจ เพราะจุดที่ รปภ. ตรวจรถยนต์และมอเตอร์ไซค์อยู่ห่างจากประตูรั้วพอสมควร

ครับ ผมไม่เห็นว่า การปิดประตูเล็กของประตู 108 ตอน 4 ทุ่มเมื่อเทียบกับเปิดทิ้งไว้ทั้ง 24 ชม. แล้วมันจะทำให้ ความปลอดภัย ของ มอ. ต่างกันตรงใหน การที่เลือกที่จะปิดประตูตอน 4 ทุ่ม ทำให้ 'ดูเหมือน' ว่า ทางผู้รับผิดชอบ มีงานที่ต้องทำมากขึ้น และน่าจะทำให้  มอ. มีความปลอดภัยมากขึ้น มากกว่า แต่สำหรับความเห็นส่วนตัวของผมนั้น ผมคิดว่าการทำงอย่างนั้น ทำให้มีคนต้องปีนข้ามรั้ว มีคนที่ต้องเดินอ้อมรั้วผ่านมาตามทางมืดๆ มีคนที่ต้องเลือกที่เอา มอเตอร์ไซค์ออกไป แทนที่จะใช้วิธีการเดิน ซึ่งแต่ละอย่างดูจะเป็นอันตรายที่เพิ่มขึ้น สำหรับคนที่ต้องใช้ บริการของ 108 หลัง 4 ทุ่ม เสียมากกว่า ในขณะที่ มอ. เองไม่ได้ปลอดภัยเพิ่มขึ้นเลย

แต่เอาเถอะครับ มันอาจจะไม่ต่างกันมากเท่าไหร่ และข้อโต้แย้งคงไม่มีน้ำหนักมากพอ  ที่จะทำให้ทางผู้ดูแลรับผิดชอบ เปลี่ยนวิธีการที่ใช้อยู่สำหรับการจัดการกับประตูรั้ว 108

ล่าสุด ในช่วงเวลาที่ผ่านมา คนที่ผ่านไปทางประตู 108 ของ มอ. นั้น คงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงอยู่พอสมควร

อันที่จริงก็ตั้งแต่ 2-3 ปีที่แล้วซึ่งมีการสร้างเนินชะลอความเร็วขนาดใหญ่ขึ้นมา ซึ่งทำให้รถที่ขับมาผ่านทางนั้นต้องลดความเร็ว และคนที่จะเดินข้ามถนน ก็เดินข้ามได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม เนินบนถนนก็ใช้งานได้เพียง 2 ปี หรืออาจจะน้อยกว่านั้นนิดหน่อย แล้วก็พังลงจนต้องปรับถนนให้เรียบเหมือนเดิม ในขณะที่เนินขนาดเดียวกัน สร้างขึ้นมาพร้อมกัน อยู่ถัดไปจากประตู 109 (ประตูศรีทรัพย์) ข้ามไปยังตลาดศรีตรัง ก็ยังใช้งานได้อยู่ ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เนินหน้าประตู 108 มันจะพังก่อนเวลาอันควรหรือเปล่า แต่เรื่องนั้นมันผ่านไปพอควรแล้ว ชั่งมันเหอะ

ในช่วงเวลาต่อมา ก็จะมี รปภ. ของทาง อบต. คอหงส์ มาตั้งเตนท์ อำนวยความสะดวก(??) ดูแลความปลอดภัย อยู่ข้างนอกประตู มอ. จะเป็นการเสริมความปลอดภัย หลังจากมีข่าวเรื่องของการเอา วัตถุต้องสงสัย มาวางไว้ที่ประตูเมื่อช่วงปีก่อนรึเปล่า ก็ไม่แน่ใจ

แต่ล่าสุดจริงๆ ก็คือ มีการสร้าง 'ป้อมยาม' ว่างั้นเหอะ อยู่ในเขตรั้วของประตู มอ. มีการทุบกำแพงของ มอ. ไปส่วนหนึ่งเพื่อให้ ด้านหน้าของป้อมดังกล่าว เปิดไปสู่ถนนปุณกัณฑ์ได้ และ ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ก็เริ่มมีทีม รปภ. ของ อบต. คอหงส์ มาประจำอยู่ที่ป้อมนี้

ผมไม่แน่ใจนักว่า รปภ. ที่ประจำอยู่ที่ป้อมนี้จะประจำอยู่ตลอด 24 ชม. รึเปล่า เมื่อคืนวานมีโอกาสได้คุยกับ คุณ 'หัวหน้า' ทีม รปภ. ด้วยนิดหน่อย แต่ก็รู้สึกหงุดหงิดกับบางเรื่องจนลืมถาม ทั้งที่มันควรเป็นคำถามแรกๆ ที่ควรถาม

แต่ขอเริ่มจากวันแรกๆ ที่มีทีมรปภ.ของคอหงส์ มาประจำอยู่ที่ป้อมก็แล้วกันครับ (อาจจะไม่ใช่วันแรกจริง ๆแต่เป็นวันแรกที่ผมออกไปทางนั้นแล้วเจอ) ประตูเล็กของ ประตู 108 ก็ยังมีการปิดเวลาประมาณ 4 ทุ่มเหมือนเดิม ซึ่งผมรู้สึกว่า ..เอาเหอะ คนที่ทำงานเขาก็คงทำงานไปแบบเดิม จนกว่าจะมีใครมาสั่งให้ทำแบบใหม่ ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้น มันมีความหมายยังไง มีจุดประสงค์อย่างไร.. 

ผมเดินออกไปกินข้าว กลับมาตอน 4 ทุ่มกว่า ขากลับ ก็เดินทะลุประตูใหญ่หน้าป้อมยาม กลับมาเอา มอเตอร์ไซค์ และขี่กลับแฟลต

วันที่สองออกไปเวลาเดิม สังเกตเห็นว่ามีการเอาแผงเหล็กที่ใช้วางขวางถนน บริเวณที่เป็นจุดตรวจ เอามาล้อมเป็นรั้วบริเวณป้อมติดกับประตู ทำให้ดูเหมือนป้อมเป็นอาคารส่วนหนึ่ง ซึ่งอยู่นอกรั้วของมอ. แต่สร้างยื่นเข้ามาในรั้ว ขากลับประตูเล็กของประตู 108 ยังเปิดอยู่ ตอนแรกผมกะว่าจะเดินผ่านประตูใหญ่หน้าป้อมยาม ตามปกติ แต่เห็นรั้วที่เขาล้อมไว้รอบแล้ว ก็คิดว่า เหอะเดินผ่านประตูเล็กก็ได้ ไม่มีปัญหา ระหว่างที่กำลังเอา มอเตอร์ไซค์ออกมาจากที่จอดนั้น ก็เห็น หนุ่มสาวคู่หนึ่ง น่าจะเป็น นศ.ของ มอ. เดินผ่านเข้ามาทางประตูหน้าป้อมยาม แล้วข้ามช่องว่างจุดที่เป็นรอยต่อระหว่างแผงเหล็กเข้ามา แล้วเดินต่อไป 

วันนั้น ไม่มีใครว่าอะไร

เมื่อคืนที่ผ่านมา ผมออกไปราว 3 ทุ่มครึ่ง คราวนี้สังเกตเห็นว่า จุดที่เป็นรอยต่อระหว่างแผงเหล็ก มีการเอาเชือกฟางมาผูกโยงเอาไว้ด้วยกัน จากเดิมถ้าจะข้ามรอยต่อ ยกเท้าสูงเพียงข้อเท้าก็จะเดินข้ามรอยต่อระหว่างแผงเหล็ก เข้ามาได้ ตอนนี้ถ้าจะข้ามเชือกฟางเข้ามาให้ได้ ผมต้องปีนข้ามเพราะมันสูงถึงระดับต้นขา

ผมออกไปกินข้าว กลับมาอีกทีราว 4 ทุ่มพอดี ประตูเล็กยังเปิดอยู่ มี นศ. มอ. เดินอยู่ข้างหน้าผม 2 คน จะเข้าไปทางประตูหน้าป้อมยาม ก็มี คุณ'หัวหน้า'  รปภ. ออกมาห้าม โบกมือให้ไปเข้าทางประตูเล็ก

เฮ้อ... ขอเวลาถอนหายใจ 3 ที ...

ทั้งสองคนก็เดินไปเข้าทางประตูเล็ก

ผมเดินเข้าไปถาม ได้ความว่า เพื่อจะให้ 'เป็นสัดเป็นส่วน' ต่อไปก็จะมีการสร้างรั้วรอบป้อมยาม และไม่มีทางให้ผ่านเข้าไปเขตของ มอ. สำหรับคนที่จะเข้า/ออก จาก มอ. มาทาง 108 ก็จะต้องผ่านประตูเล็กก่อน 4 ทุ่มเหมือนเดิม หลังจากนั้นประตูก็จะปิด ถ้าจะกลับเข้ามา เพื่อเอามอเตอร์ไซค์ที่จอดทิ้งเอาไว้ หลังจากประตูปิดแล้ว ก็ต้องเดินอ้อมไป ทางประตู 109 เหมือนเดิม

ถามว่า อันนี้เป็นคำสั่งจากทาง อบต. หรือ? คำตอบก็คือ ไม่ใช่ เป็นเพราะ  ทางหน่วยรักษาความปลอดภัยของ มอ. ต้องการให้ 'เป็นสัดเป็นส่วน'

... ขอเวลาถอนหายใจอีก 2 ที ... 

ผมเข้าใจเอาว่า นอกเหนือจากความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของสมาชิกของ มอ. เองแล้ว ส่วนที่รองลงมาก็คือ การที่จะให้ สมาชิกของ มอ. สามารถใช้ชีวิตได้อย่าง สะดวกสมควรตามอัตภาพ

ซึ่งก็น่าจะเป็นอย่างนั้น ถ้าจะถือเอา ลักษณะของการ เปิดประตูเล็ก ของประตู 108 เป็นเวลาและปิด เมื่อถึงเวลา 4 ทุ่ม เพราะ ถ้าเราสนใจเฉพาะความปลอดภัยขึ้นมาเป็นอันดับแรก โดยไม่สนใจความสะดวกสบายของ สมาชิกของ มอ. แล้ว สิ่งที่ควรทำก็คือ ทุกประตูที่ไม่มี หน่วย รปภ. ของ มอ. เฝ้า ก็ควรที่จะปิดตลอด 24 ชม. ไม่ให้มีการผ่านเข้าออกไม่ว่าเวลาใด ถ้าใครต้องการที่จะผ่านออกจาก อาณาเขตของ มอ. ออกข้างนอกไปแถว 108 ก็จะต้องออกไปผ่านประตู 109 หรือ ประตูใหญ่ เท่านั้น

การที่เรายังมีประตูเล็ก 108 ให้ ผ่านเข้าออกได้ ก็แสดงว่า ความสะดวกตามอัฒภาพ ก็ยังเป็นประเด็นสำคัญอยู่

คำถามสำหรับผมที่ตามมาก็คือ การที่เรามีหน่วย รปภ. ของ อบต. คอหงส์เพิ่มขึ้นมานี่ จะไม่ช่วยให้ ความปลอดภัยของการใช้ประตู 108 เพิ่มขึ้นเลยหรือ? สำหรับคนที่จำเป็นต้องออกไปหรือกลับเข้ามา ทาง 108 หลัง 4 ทุ่ม ก็ยังไม่ได้รับความสะดวกเหมือนเดิมใช่ใหม?

เพราะอะไร?

รปภ. ของ อบต. คอหงส์ เชื่อถือไม่ได้หรือ? ที่จะคอยตรวจตรา คนที่เดินผ่านประตู 108

ขอถอนหายใจอีกที...

ถ้าจะมีส่วนร่วมกับชุมชน เพื่อที่จะไม่ได้อยู่บน หอคอยงาช้าง หรือ ขุดหลุมอยู่ใต้กะลา แล้วแต่ว่าจะมองจากมุมใหน ผมก็จะขอเริ่ม จากการมีส่วนร่วม ในฐานะสมาชิกของ มอ. และสมาชิกคนหนึ่งของ ตำบลคอหงส์ด้วยเช่นกัน

โดยการเริ่ม จากระดับล่างสุด เรียกร้องเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง (ผมก็หวังว่า สักวันหนึ่ง ผมคงจะมีส่วนร่วม ในระดับที่สูงขึ้นบ้าง ทำประโยชน์ให้ชุมชน ... แต่ตอนนี้ขอเริ่มจากระดับนี้ก่อนก็แล้วกัน)

ถ้าผมเกิดมีความจำเป็นที่ต้องใช้ บริการของ 108 หลัง 4 ทุ่ม ผมควรที่จะเดินผ่าน ประตูหน้าป้อมยาม ได้โดยไม่ต้อง อ้อมไปทางประตู 109 หรือต้องเลือกที่จะขี่ มอเตอร์ไซค์ออกไปข้างนอก

ผมขอเสนอว่า ถ้าจะสร้างรั้ว กั้นป้อมยามออกให้เป็นสัดส่วน จากเขตของ มอ. ก็น่าจะทำประตูเล็ก พอที่จะให้คนเดินผ่านเข้ามา จากทางหน้าประตูป้อมยาม ผ่านทางประตูเล็ก เข้ามาในเขต มอ. ได้ หรือในทางกลับกัน ถ้าจะมีคนข้างในออกไป ก็น่าจะผ่านประตูเล็กนั้น เดินผ่านหน้าประตูป้อมยามออกไปทาง 108 ได้

ถ้าอยากจะให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ก็อาจจะขอรบกวนให้คุณพี่ รปภ. ของ อบต. คอหงส์ ขอดูบัตรประจำ นศ. หรือ บัตรประจำตัว บุคคลากร ของ มอ. ทุกครั้งที่จะเข้า-ออก หลัง 4 ทุ่ม ผม และ คนอื่นๆ ที่จะผ่านไปทางนั้น ก็คงยินดีที่จะยืนยันตัว เพื่อที่จะได้ไม่เสียเวลาอ้อมไปทางประตู 109

หรือถ้าจะให้ดีไปกว่านั้น เพื่อลดการแบ่งแยก และลดเงินที่จะเสียไปเพื่อสร้างกำแพงกั้น ให้ป้อมยามนี้ เป็นทั้งส่วนหนึ่งของทั้ง อบต. คอหงส์ และ มอ. ก็ดีอยู่แล้วครับ

สวัสดีครับ 

 

 

 

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 25 พฤษภาคม 2552 14:35 แก้ไข: 25 พฤษภาคม 2552 17:34 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
Flowers
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 โอ๋-อโณ.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

comment

Ico48
นิรนาม [IP: 192.168.100.112]
25 พฤษภาคม 2552 17:01
#44452
โดนใจอย่างแรง!
Ico48
[IP: 118.173.170.152]
25 พฤษภาคม 2552 22:54
#44464

นึกว่าอาจารย์กำลังเขียนโปรแกรม ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเหลือเกิน

ก็คงเป็นเรื่องเล็กๆที่เกิดขึ้นในสังคมไทย

ที่เราจะทำงานแบบแยกส่วนกันอยู่ และมองข้อจำกัดเพียงบางประเด็น เรายังขาดการประสาน ร่วมมือกัน ในระดับนโยบายกระมัง

ระดับปฏิบัติการเขาคงโอเค แต่ยังไม่มีการสั่งการจากข้างบนเขาก็ยังยึดกฎเดิม ซึ่งบางครั้งปัญหาก็ไม่ได้ส่งขึ้นไปข้างบน

ด้วยนโยบายเข้มงวดในเขตมหาวิทยาลัย ผมเองก็โดนเรียกให้หยุดรถบ่อยหลัง 4 ทุ่ม เพราะสติ๊กเกอร์มหาวิทยาลัยดูไม่ชัด

ก็เป็นอีกประเด็นที่เราออกแบบสติ๊กเกอร์ที่ทำให้เห็นไม่ชัดเจนเอง เพราะเราทำสีให้แต่งต่างไปมากๆก็ได้

ถ้าผมไม่ลืม หากเจอผู้ที่มีส่วนดูแลระบบตรงนี้จะลองคุยกับเขาดูครับ

ผู้ออกนโยบายบางทีไม่รู้ปัญหาในทางปฏิบัติหรอกครับ แต่ก็คงรับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยเหตุและผลหรอกครับ ผมเชื่อว่า...อย่างนั้นน่ะ

 เรียน คุณคนธรรมดา

 ถ้าผมไม่ลืม หากเจอผู้ที่มีส่วนดูแลระบบตรงนี้จะลองคุยกับเขาดูครับ

ผู้ออกนโยบายบางทีไม่รู้ปัญหาในทางปฏิบัติหรอกครับ แต่ก็คงรับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยเหตุและผลหรอกครับ ผมเชื่อว่า...อย่างนั้นน่ะ

ขอบคุณครับ

ผม "ว่าจะ" ร่างจดหมายส่งถึง ผอ. กองอาคารสถานที่ของมหาวิทยาลัย อยู่เหมือนกันครับ เรื่องข้อเสนอให้มีความร่วมมือกัน ระหว่าง รปภ. ของ มอ. กับ รปภ.ของ อบต. คอหงส์ เริ่มจากการ ให้ นศ. และบุคลากร มอ. ผ่านเข้าออก ทางประตู 108 ได้หลังจาก เลยเวลา 4 ทุ่ม

แต่ประเด็นของข้อเสนอ ในกรณีนี้ก็คงเหลือแต่ เรื่องของประตู 108 อันนั้นอันนึง ผมคงไม่สามารถที่จะยื่นข้อเสนออะไรไปมากกว่านั้นได้

ส่วนเรื่องที่สองก็คือ เรื่องของจดหมาย/เอกสาร เป็นทางการนี่ เหมือนยาเบื่อสำหรับผม เริ่มร่างเมื่อไหร่ สมองก็สวิทช์ไปทำงานอื่นทันที ก็เลยไม่แน่ใจว่า จดหมายมันจะเสร็จเมื่อไหร่เหมือนกัน

ถ้าคุณคนธรรมดามีโอกาสได้คุยกับผู้ดูแลระบบ ก็คงจะเป็นพระคุณสำหรับ คนที่ต้องใช้ประตู 108 หลังเวลา 4 ทุ่มมากเลยครับ

ขอบคุณครับ 

 

น่าเศร้าแทนประชาคม มอ.ครับ

ผมก็หนักใจ จนต้องถอนใจออกบ่อย ๆ เช่นกันกับนโยบายจราจรของมหาวิทยาลัย (ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะมี เพราะถ้ามี ก็คงเห็นอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้างมากกว่าการปล่อยเลยตามเลย จนนักศึกษาและบุคลากรของ มอ. ต้องมีรถจักรยานยนต์ส่วนตัว หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องมีแฟน/เพื่อน ที่มีรถจักรยานยนต์ส่วนตัว)

พอมาเรื่อง "ความเป็นสัดส่วน" ที่เราอยากให้มี (ซึ่งในความคิดผม ก็เพื่อกันให้คนที่เราอยู่ด้วย เช่น คนในชุมชนปุณณกันต์ ทุ่งโดน คอหงส์ เป็นคนอื่น -otherness) ก็ยิ่งตอนถอนใจเพิ่มอีก

 ขอถอนใจอีกทีแล้วกันครับ เฮ้อ

Ico48
คนอาศัยแถวประตู108 [IP: 223.206.79.179]
16 พฤศจิกายน 2553 21:17
#61655

เนินชะลอนั้นที่เค้าเอาออกอาจเป็นเพราะว่า

เวลากลางคืน ทุกๆ คืนจะมีอุบัติเหตุ  ฉันนอนอยู่ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ล้มทุกคืน 

อาจเพราะเหตุนี้จึงทำให้ ต้องเอาเนินชะลอนี้ออกก็เป็นได้

เพราะหลังจากที่เอาเนินชะลอ ออก เสียงอุบัติเหตุ ก็ แทยจะไม่ได้ยินอีกเลย 

เรามีรองคณบดีท่านใดที่ดูแลเรื่องนี้ที่ท่านมีเลขาฯให้สามารถยกปัญหานี้ขึ้นไปเป็นเรื่องเป็นราวได้หรือเปล่าคะ ความจริงวินัยและกฎระเบียบเล็กๆน้อยๆที่เรามองข้ามกันนี้เป็นเพราะไม่มีนโยบายอะไรที่ชัดเจนนะคะ เรามัวแต่ไปทำเรื่องใหญ่ๆกันหรืออย่างไร เรื่องการจราจรเรื่องการเข้าออกนี่ความจริงก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะคะ

Comment on this Post

Name:
Email:
IP Address: 54.234.2.88
Message:  
Load Editor
   
Cancel or