นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
Ico64
รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 6

อ่าน: 1909
ความเห็น: 0

สายตรงคณบดี: ประเด็นใหม่(ล่าสุด)ในเรื่อง การขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ

ผลงานบริการวิชาการ สามารถใช้ขอตำแหน่งทางวิชาการได้

สายตรงคณบดี : ประเด็นใหม่(ล่าสุด)ในเรื่อง การขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ

เรียน ประชาคมวิศวฯ ทุกท่าน

สายตรงคณบดี ครั้งที่ 1 ของเดือน พ.ค. 56 นี้ กระผมขอสื่อสารข่าวดีในเรื่องการขอตำแหน่งทางวิชาการของอาจารย์ที่ใน 2 ประเด็น ที่เป็นประเด็นใหม่ๆ จาก ประกาศ ก.พ.อ. ฉบับที่ 9 และ ฉบับที่ 10 ดังนี้ครับ

1. การใช้ “ผลงานวิชาการรับใช้สังคม” เป็นผลงานในการขอตำแหน่งทางวิชาการ

ประเด็นนี้เป็นข่าวดีสำหรับบุคลากรสายวิชาการ ทั้งผู้ที่ดำรงตำแหน่ง อาจารย์ ผศ. และ รศ. ที่จะสามารถใช้ “ผลงานวิชาการรับใช้สังคม” เป็นผลงานอีกประเภทหนึ่งเพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ นอกเหนือ จากผลงานอื่นๆ ที่เรารับทราบกันดีอยู่แล้ว ซึ่งนอกจากจะเป็นทางเลือกให้กับอาจารย์ที่มีผลงานอื่นๆ อยู่แล้วก็ยังเป็นการเปิดโอกาสให้กับคณาจารย์ของเราอีกหลายๆ ท่านที่ทุ่มเททำงานวิชาการรับใช้สังคมเป็นหลักมาอย่างต่อเนื่อง ได้มีโอกาสสร้างความก้าวหน้าให้กับตนเองไปพร้อมๆ กับงานที่อาจารย์รักและทุ่มเทคือการให้บริการวิชาการแก่สังคม ชุมชน ครับ

กระผมจึงนำเรื่องนี้มาบอกกล่าว เพื่ออาจารย์ทุกท่านจะได้ศึกษาและเตรียม “ผลงานวิชาการรับใช้สังคม” ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ ก.พ.อ ซึ่งมีสาระสำคัญๆที่กระผมได้นำมาจากประกาศ กพอ. ที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ครับ

1.1.นิยาม ของงานวิชาการรับใช้สังคม

ตามประกาศ ก.พ.อ. ฉบับที่ 9 ได้ให้นิยาม “ผลงานวิชาการรับใช้สังคม” ที่สามารถใช้เสนอขอตำแหน่งทางวิชาการไว้ดังนี้ คือ... 

ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมหรือท้องถิ่นที่เกิดขึ้นโดยใช้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาอย่างน้อยหนึ่งสาขาวิชาและปรากฏผลที่สามารถประเมินได้เป็นรูปธรรมโดยประจักษ์ต่อสาธารณะ

ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมนี้ต้องเป็นผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นทางด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านเกี่ยวกับ ชุมชน วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม อาชีพ เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง คุณภาพชีวิตหรือสุขภาพ หรือเป็นผลงานที่นำไปสู่การจดทะเบียนสิทธิบัตรหรือทรัพย์สินทางปัญญาในรูปแบบอื่นที่สามารถแสดงได้เป็นที่ประจักษ์ว่าสามารถใช้แก้ปัญหา หรือพัฒนาสังคม และก่อให้เกิดประโยชน์อย่างชัดเจนหรือเป็นการเปลี่ยนแปลงในความตระหนักและการรับรู้ในปัญหาและแนวทางแก้ไขของชุมชน

ทั้งนี้ ไม่นับรวมงานที่แสวงหากำไรและได้รับผลตอบแทนส่วนบุคคลในเชิงธุรกิจ ครับ 

1.2. รูปแบบการนำเสนอ

ผลงานวิชาการรับใช้สังคม เพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ ในการนำเสนอผลงานวิชาการรับใช้สังคมเพื่อประกอบการขอตำแหน่งทางวิชาการผู้ขอจะต้องจัดทำเป็นเอกสาร โดยมีคำอธิบาย/ชี้แจงโดยชัดเจนประกอบผลงานนั้น เพื่อชี้ให้เห็นว่าเป็นผลงานที่ทำให้เกิดการพัฒนาเป็นประโยชน์ต่อสังคม มีความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น และเกิดความก้าวหน้าทางวิชาการ หรือเสริมสร้างความรู้หรือก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาขาวิชาหนึ่งๆ หรือหลายสาขาวิชาได้อย่างไร ในแง่ใด โดยต้องปรากฏเป็นที่ประจักษ์ในประเด็นต่อไปนี้

• สภาพการณ์ก่อนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
• การมีส่วนร่วมและการยอมรับของสังคมเป้าหมาย
• กระบวนการที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
• ความรู้หรือความเชี่ยวชาญที่ใช้ในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น
• การคาดการณ์สิ่งที่จะตามมาหลังจากการเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นแล้ว
• การประเมินผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
• แนวทางการติดตามและธำรงรักษาพัฒนาการที่เกิดขึ้นให้คงอยู่ต่อไป

โดยผู้เสนอผลงานสามารถแสดงหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลงาน เช่น รูปภาพ หรือ วีดีทัศน์ หรือ สื่ออื่นๆ ประกอบการพิจารณาด้วยก็ได้

1.3. ข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ผลงานวิชาการรับใช้สังคม

1.3.1 ความสอดคล้องกับภาระงานและการรับรองการใช้ประโยชน์

ความสอดคล้องกับภาระงาน ผลงานวิชาการรับใช้สังคมที่ใช้เสนอขอตำแหน่งต้องเป็นส่วนหนึ่งของภาระงานซึ่งสถาบันการศึกษาหรือคณะวิชาให้ความเห็นชอบ นั่นคือผลงานวิชาการรับใช้สังคมที่ใช้เสนอขอตำแหน่งนั้น ต้องเป็นภาระงานบริการวิชาการที่ผ่านการเห็นชอบจากหน่วยงานต้นสังกัดของอาจารย์ครับ

การรับรองการใช้ประโยชน์ ผลงานวิชาการรับใช้สังคมที่ใช้เสนอขอตำแหน่งต้องได้รับการรับรองการใช้ประโยชน์ต่อสังคมโดยสถาบันการศึกษา หรือ คณะวิชา หรือคณะกรรมการที่คณะวิชาแต่งตั้ง หรือ จากสถาบันทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง เช่น สกว. เป็นต้น

1.3.2 การเผยแพร่ผลงาน

การเผยแพร่จะต้องดำเนินการใน 2 เวที คือ

• การเผยแพร่ให้กับสังคมเป้าหมาย

ในกรณีนี้จะต้องแสดงหลักฐานในการจัดเวทีนำเสนอผลงานในพื้นที่ หรือ การเปิดให้เยี่ยมชมพื้นที่

• การเผยแพร่สู่วงวิชาการและ/หรือ สาธารณชนอย่างกว้างขวาง

ในการเผยแพร่อย่างกว้างขวางนั้นจะต้องมีการบันทึกเป็นเอกสารหรือลายลักษณ์อักษรที่สามารถใช้อ้างอิงหรือศึกษาค้นคว้าต่อไปได้ ประเด็นนี้ก็น่าจะดำเนินการได้โดยการส่งรายงานที่เกี่ยวข้องไปยังหอสมุดต่างๆ เหมือนกรณีของ หนังสือ ตำรา หรือ เอกสารประกอบการสอน ครับ

1.3.3 การระบุสัดส่วนการมีส่วนร่วมในผลงาน

ดำเนินการเช่นเดียวกับการระบุสัดส่วนสำหรับผลงานวิชาการประเภทอื่นๆ โดยมีหัวข้อที่ต้องระบุสัดส่วนใน 3 หัวข้อหลัก คือ

1. ขั้นตอนการวิเคราะห์สถานการณ์ก่อนเริ่มกิจกรรม
2. ขั้นตอนการออกแบบหรือพัฒนาชิ้นงานหรือแนวคิดหรือกิจกรรม และ
3. ขั้นตอนการประเมินผลลัพธ์และสรุปแนวทางในการนำไปขยายผลหรือปรับปรุง

ทั้งนี้จะต้องมีการลงนามรับรองสัดส่วน ในแบบฟอร์ม โดยผู้ร่วมงานทุกคน ครับ

1.3.4 การกำหนดชื่อสาขาวิชาที่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง

ในกรณีที่ผู้ขอดำรงตำแหน่งวิชาการอยู่แล้ว และจะใช้ผลงานวิชาการที่แสดงความรู้ความเชี่ยวชาญที่สอดคล้องกับสาขาวิชาเดิม สามารถดำเนินการได้วิธีปกติ แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงสาขาวิชาพื้นฐานที่มีอยู่เดิมจะต้องเสนอขอกำหนดตำแหน่งโดยวิธีพิเศษ

1.3.5 แนวทางการประเมิน ก.พ.อ. ได้กำหนดแนวทางการประเมินผลงานวิชาการรับใช้สังคม ไว้ 3 ข้อ ดังนี้

1. ประเมินจากเอกสารและหลักฐานประกอบการเสนอผลงาน
2. ประเมินจากหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่นการสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง หรือ สารสนเทศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
3. นอกจากการประเมินตามข้อ 1 และ 2 แล้ว อาจจะประเมินจากการตรวจสอบสภาพจริงที่มีอยู่ในพื้นที่ร่วมด้วย ทั้งนี้ให้เน้นการมีส่วนร่วมและการยอมรับของสังคมเป้าหมาย

1.3.6 ลักษณะคุณภาพของผลงาน ก.พ.อ. ได้ให้คำจำกัดความลักษณะคุณภาพ ของผลงานทางวิชาการรับใช้สังคม ไว้ดังนี้ครับ

ระดับดี : คือ ผลงานที่ มีการรวบรวมข้อมูลและสารสนเทศ มีการระบุปัญหาหรือความต้องการโดยการมีส่วนร่วมของสังคมกลุ่มเป้าหมาย มีการวิเคราะห์หรือสังเคราะห์ความรู้ที่สามารถแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้น หรือทำความเข้าใจสถานการณ์ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างเป็นที่ประจักษ์หรือก่อให้เกิดการพัฒนาชุมชนหรือสังคมนั้น

ระดับดีมาก: ใช้เกณฑ์เดียวกับระดับดี และต้อง สามารถนำไปใช้เป็นตัวอย่างในการแก้ปัญหา หรือ ทำความเข้าใจสถานการณ์ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างเป็นที่ประจักษ์ หรือ ก่อให้เกิดการพัฒนาให้กับสังคมอื่นได้ หรือก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายในระดับจังหวัดหรือประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ระดับดีเด่น : ใช้เกณฑ์เดียวกับระดับดีมาก และต้องส่งผลกระทบต่อสังคมหรือแวดวงวิชาการอย่างกว้างขวาง เป็นที่ยอมรับในระดับชาติหรือระดับนานาชาติ หรือได้รับรางวัลจากองค์กรที่ได้รับการยอมรับในระดับบนานาชาติ เช่น UNESCO WHO และ UNICEF เป็นต้น

ทั้งนี้ในการขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการโดยวิธีปกติ ในตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และ รองศาสตราจารย์ ผลงานวิชาการรับใช้สังคม ต้องมีคุณภาพ ในระดับดี และผลงานวิชาการรับใช้สังคมต้องมีคุณภาพในระดับดีมาก สำหรับการขอกำหนดตำแหน่งในระดับ ศาสตราจารย์ โดยวิธิที่ 1 ครับ

2. การปรับ กฏเกณฑ์สำหรับการขอตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ล่าสุด)

 


ประกาศ กพอ. ฉบับที่ 6 และ ฉบับที่ 9 ได้กำหนดให้การยื่นขอตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สามารถใช้ผลงานอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ ผลงานวิจัย หนังสือหรือตำรา ผลงานวิชาการรับใช้สังคม หรือ ผลงานประเภทอื่น ได้ โดยมีเงื่อนไข 2 ประการ คือ

เงื่อนไขที่ 1: ผลงานต้องมีลักษณะคุณภาพ 3 องค์ประกอบ คือ

1. ก่อให้เกิดความรู้ใหม่
2. มีการวิเคราะห์หรือสังเคราะห์
3. สามารถนำไปใช้ประโยชน์หรือมีผลกระทบต่อการพัฒนาชุมชนสังคมหรือประเทศ

เงื่อนไขที่ 2 : ผลงานต้องมีทิศทางการศึกษาวิจัยสอดคล้องกับทิศทางใดทิศทางหนึ่งใน 5 ทิศทาง คือ

1. สอดคล้องกับศักยภาพหรือทรัพยาการของแต่ละพื้นที่ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์และการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ
2. เพื่อให้รู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลก
3. เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
4. พัฒนาและส่งเสริมชุมชนหรือสังคมให้มีความเข้มแข็ง
5. ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อวงวิชาการ

ข่าวดีสำหรับ การเข้าสู่ตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ตามประกาศฉบับล่าสุดของ กพอ. คือ ประกาศ กพอ. ฉบับที่ 10 ได้ยกเลิกเงื่อนไขที่ 1 ลักษณะคุณภาพ 3 องค์ประกอบ สำหรับการขอตำแหน่ง ผศ. ครับ

นั่นคือ ผลงานสำหรับการขอตำแหน่ง ผศ. ไม่ต้องระบุหรือ อธิบาย ในประเด็นลักษณะคุณภาพ 3 องค์ประกอบ แต่ก็ยังคงว่าผลงานดังกล่าวต้องสอดคล้องกับทิศทางใดทิศทางหนึ่งใน 5 ทิศทาง (เงื่อนไขที่ 2) ซึ่งเป็นสิ่งที่อธิบายและชี้แจงได้ไม่ยากครับ

อย่างไรก็ตาม สำหรับ ตำแหน่ง รองศาสตราจารย์ และ ศาสตราจารย์ ก็ยังคง ประเด็น ลักษณะคุณภาพ 3 องค์ประกอบ และ 5 ทิศทางไว้เช่นเดิมครับ

ทั้งหมดที่เล่ามาเป็นพัฒนาการของ ประกาศ กพอ. ที่ว่าด้วยเรื่องการขอตำแหน่งวิชาการ ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องและเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะ การเข้าสู่ตำแหน่ง ผศ. ที่ใช้ผลงานประเภทใดก็ได้ และ ตัดเป็นเด็นเรื่องลักษณะคุณภาพ 3 องค์ประกอบออกไป ก็จะทำให้อาจารย์มีกำลังใจที่ทำผลงานที่มีอยู่แล้ว เช่น หนังสือ งานบริการวิชากร หรือ งานวิจัย เพื่อขอตำแหน่งพอ ผศ. ได้เร็วขึ้น

ในขณะเดียวกัน การยอมรับให้ใช้ผลงานวิชาการรับใช้สังคม เป็นผลงานการขอตำแหน่งทางวิชาการได้ในทุกระดับก็จะช่วยให้อาจารย์ที่มีตำแหน่ง ผศ. หรือ รศ. หลายๆ ท่านที่ระยะหลังมุ่งเน้นไปในเรื่องบริการวิชาการก็สามารถใช้ผลงานดังกล่าวในการเข้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นได้ครับ

กระผมเชื่อว่าทั้ง 2 เรื่องนี้ข่าวดีที่จะช่วยให้อาจารย์ของเราอีกหลายๆ ท่านที่มีผลงานต่างๆ เหล่านี้อยู่แล้วมีขวัญและกำลังใจที่ก้าวไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆ ท่าน นะครับ และขอให้ใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้เพื่อการพัฒนาชุมชน สังคม ประเทศชาติของเราไปพร้อมๆการพัฒนาตนเองให้มีความก้าวหน้าในอาชีพการงานต่อไปนะครับ

ขอบคุณครับ
อ.จรัญ

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 05 พฤษภาคม 2556 09:49 แก้ไข: 05 พฤษภาคม 2556 09:50 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Monly, Ico24 Our Shangri-La, และ 6 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.229.142.175
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ