นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
Ico64
รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 6

อ่าน: 1380
ความเห็น: 1

สายตรงคณบดี: สี่ปี ที่บริหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ (ตอนที่ 2) :สี่ปี ของคณบดีและทีมบริหาร มีอะไรใหม่ (ด้านการวิจัย)

การคิดและเริ่มสิ่งใหม่ อาจจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว แต่ถ้าเราไม่คิดและไม่เริ่มในสิ่งใหม่ๆเหล่านี้ งานวิจัยของเราก็จะอยู่ที่เดิม

สายตรงคณบดี: สี่ปี ที่บริหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ (ตอนที่ 2)

สี่ปี ของคณบดีและทีมบริหาร มีอะไรใหม่ (ด้านการวิจัย)

เรียนประชาคมวิศวฯ ทุกท่าน

การสื่อสารในประเด็น “สี่ปี ของคณบดีและทีมบริหาร มีอะไรใหม่ในคณะวิศวกรรมศาสตร์” นั้น จะสื่อสารเฉพาะสิ่งใหม่ๆที่เกิดขึ้นจาก แนวคิด RACE…ING และนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเท่านั้น โดยสายตรงคณบดี เรื่อง สี่ปี ของคณบดีและทีมบริหาร มีอะไรใหม่ ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.อ. ในครั้งนี้ จะกล่าวถึงสิ่งใหม่ๆ ในการบริหารด้านการวิจัยของคณบดี รองคณบดี และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีสาระต่างๆ ที่สำคัญๆ ที่สามารถบอกกล่าวผ่านสายตรงคณบดีได้ดังนี้ครับ

Research Faculty, R

1. แนวคิดในภาพรวม

แนวคิดในภาพรวมเพื่อพัฒนาคณะไปสู่คณะวิจัยนั้นได้เขียนไว้ในแนวคิดและแนวทางการพัฒนาคณะ ในประเด็นยุทธศาสตร์ Research Faculty โดยมีแนวคิดที่สำคัญๆ 3 ประเด็นคือ

1.สานต่อแนวทางการพัฒนาที่มีอยู่เดิม (ต่อเนื่องจากการพัฒนางานวิจัยในสมัยที่กำกับดูแลงานวิจัยของคณะวิศวฯ ในสมัย ท่านคณบดี รศ.ดร.ชูศักดิ์)โดยปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันและอนาคต
2.เสริมแนวทางใหม่ที่จะทำให้การเป็นคณะวิจัยชัดเจนขึ้น และ
3. เพิ่มเรื่องของผลงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย โดยสร้างองค์ความรู้ที่สามารถให้คำตอบหรือชี้นำสังคมไทย หรือสร้างผลงานวิจัยที่สังคมไทยใช้ประโยชน์ได้ทันทีให้มากขึ้น

2. แนวคิดด้านวิจัย…สู่การปฏิบัติ

จากแนวคิดในภาพรวมข้างต้น ได้กำหนดเป็นแนวทางในการพัฒนาสำหรับด้านวิจัยไว้ 12 แนวทาง (ดูรายละเอียดได้จากเอกสารแนวคิดและแนวทางการพัฒนาคณะวิศวกรรมศาสตร์) ซึ่งได้มีการนำไปสู่การสนับสนุนและขับเคลื่อนโดยคณบดีและรองคณบดีที่เกี่ยวข้องจนเกิดผลเป็นผลงานใหม่ๆ ในด้านวิจัย ดังต่อไปนี้ครับ

แนวทางการพัฒนา ที่ 1: สร้างความเป็นเลิศในสาขาวิจัย (Research area) ที่พร้อม

การดำเนินการตามแนวทางนี้คือ การสนับสนุนสาขาวิจัยที่พร้อม เพื่อให้สร้างผลงานที่โดดเด่นเป็นรูปธรรมที่สามารถนำคณะวิศวกรรมศาสตร์ไปสู่ระดับนานาชาติได้ ซึ่ง คณะวิศวกรรมศาสตร์ได้ เล็งเห็นจุดแข็งใน 2 สาขา คือ พลังงาน และ วัสดุ และได้ให้การสนับสนุนและขับเคลื่อนในทั้ง 2 ด้านร่วมกับ ภาควิชา และ นักวิจัยดังนี้

ด้านพลังงาน:

1. ร่วมกับภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลในการขับเคลื่อนให้มีการเปิดสอนระดับปริญญาโท และ ปริญญาเอก ด้านพลังงาน โดยการทำงานร่วมกับ สถาบันพลังงานของมหาวิทยาลัย ซึ่งหลักสูตรพลังงานได้ผ่านการพิจารณาจากสภามหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้ว
2. ร่วมกับสถานวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนจากน้ำมันปาล์มและพืชน้ำมัน โดยคณะร่วมสนับสนุนงบประมาณในการจัดสร้างโรงงานผลิตไบโอดีเซลต้นแบบที่มีระบบควบคุมแบบอัตโนมัติ ร่วมกับ งบประมาณจากโครงการวิจัยของนักวิจัย และ มหาวิทยาลัย ซึ่งจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งทางด้านพลังงานทดแทนให้กับคณะและมหาวิทยาลัย และทำให้การวิจัยและพัฒนาทางด้านพลังงานทดแทนซึ่งเน้นการวิจัยไปใช้ประโยชน์ เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ซึ่งขณะนี้ทางสถานวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนจากน้ำมันปาล์มและพืชน้ำมัน กำลังดำเนินการก่อสร้างโรงงานต้นแบบดังกล่าวครับ

ด้านวัสดุ:

1.ขับเคลื่อนให้มี world class institute ด้าน semi solid casting โดยผู้บริหารคณะ และ นักวิจัย ได้นำเสนอแนวคิดในการยกระดับงานวิจัยทางด้าน Semi solid casting ของคณะสู่ world class โดยการจัดตั้งเป็นสถาบันวิจัยที่เน้นการทำงานวิจัยเชิงประยุกต์เพื่อตอบโจทย์ของภาคอุตสาหกรรมทั้งในระดับชาติและในระดับนานาชาติ ซึ่ง มหาวิทยาลัยเห็นชอบในหลักการและอยู่ในระหว่างการดำเนินการจัดตั้งสถาบันต่อไป

นอกจาก 2 สาขาที่เป็นสาขาหลักทางด้านวิศวกรรมศาสตร์แล้ว คณะวิศวกรรมศาสตร์ ยังให้การสนับสนุนให้มีการจัดตั้งศูนย์วิจัย ที่มีภารกิจที่สอดคล้องกับบริบทของคณะและสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของนักวิจัยในคณะอีกจำนวน 2 ศูนย์คือ

1. ศูนย์ความเป็นเลิศด้านความปลอดภัยทางถนนระหว่างสหภาพยุโรปกับเอเชีย (EU-Asia Road Safety of Excellence, RoSCoE)

ศูนย์ RoSCoE เป็นศูนย์ที่เน้นการศึกษาวิจัยด้านความปลอดภัยทางถนน โดยมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศไทยและสหภาพยุโรป เพื่อ ผลิตบัณฑิตในระดับปริญญาเอก ผลิตผลงานวิจัยด้านความปลอดภัยทางถนน การประชุมเชิงปฏิบัติการ การฝึกอบรม การจัดประชุมวิชาการ และการเผยแพร่บทความทางวิชาการและงานวิจัยสู่สังคมและชุมชนในภาพรวม


2. ศูนย์วิจัยภัยพิบัติทางธรรมชาติ คณะวิศวกรรมศาสตร์

เป็นศูนย์วิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยและคณะวิศวกรรมศาสตร์ ให้ตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์วิจัยทางด้านภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในภาคใต้ เช่น น้ำท่วม และดินถล่ม และร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติเพื่อพัฒนาแบบจำลองสำหรับการบริหารจัดการ คาดการณ์ และแก้ปัญหาทางด้านภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับภาคใต้ ที่ผ่านมาศูนย์ดังกล่าวมีผลงานโดดเด่นในการร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการเตือนภัยและช่วยป้องกันความเสียหายจากการเกิดน้ำท่วมหาดใหญ่ได้อย่างเป็นรูปธรรม และ เป็นที่ยอมรับของจังหวัด และ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แนวทางการพัฒนา ที่ 6: เพิ่มการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ

การดำเนินการตามแนวทางนี้ที่ระบุไว้ในแนวคิดคือ การจัดตั้ง Publication Clinic ซึ่งได้ดำเนินการให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2553 และ สามารถช่วยเพิ่มการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติได้อย่างชัดเจน จากข้อมูลผลการดำเนินการของ Publication Clinic ที่ตั้งขึ้น พบว่าสามารถให้บริการแก่นักวิจัย และนึกศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ในทุกสาขาวิชามากกว่า 60 บทความ ทำให้ผลงานตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติของคณะวิศวกรรมศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน คือ เพิ่มจาก 36 บทความ ในปีการศึกษา 2552 เป็น 57 และ 88 บทความในปีการศึกษา 2553 และ 2554 ตามลำดับ (สำหรับปีการศึกษา 2555 อยู่ในระหว่างการรวบรวมและสรุปข้อมูลซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 31 พ.ค. 2556 นี้ โดยข้อมูลที่รวบรวมเมื่อ 23 มกราคม 2556 มีจำนวนบทความที่ตีพิมในวารสารระดับนานาชาติในปีการศึกษา 2555 แล้วจำนวน 40 บทความ)

แนวทางการพัฒนาที่ 8: สร้างชื่อด้วยผลงาน

แนวทางการพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างชื่อเสียงของคณะวิศวกรรมศาสตร์ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับชาติและนานาชาติโดยการส่งผลงานวิจัย ผลงานทางวิชาการของคณะวิศวกรรมศาสตร์เข้าแข่งขันในระดับชาติและนานาชาติให้มากขึ้น

การดำเนินการที่ผ่านมาคณะได้จัดหางบประมาณจากแหล่งต่างๆ เพื่อนำมาเป็นงบประมาณในการสร้างชื่อเสียงของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.อ. โดยการส่งผลงานของทีมดงยาง และ ทีมลูกพระบิดา ไปร่วมแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ได้ว่าผลงานของทีมดงยาง และทีมลูกพระบิดาสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.อ. ได้ดังที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ทางคณะยังให้การสนับสนุนการเข้าประกวดแข่งขันของนักศึกษาในระดับประเทศอีกหลายรายการ ซึ่งจะเห็นได้จากการที่คณะได้รับรางวัลจากผลงานของนักวิจัย และ นักศึกษาอย่างต่อเนื่อง ทำให้คณะกรรมการประเมินคุณภาพภายในประจำปีการศึกษา 2554 ได้พิจารณาให้กระบวนการพัฒนานักศึกษาให้มีผลงานเข้าแข่งขันในระดับต่างๆ เป็นวิธีปฏิบัติที่ดีครับ

แนวทางพัฒนาที่ 9: สร้างคณะวิศวกรรมศาสตร์ให้เป็นคณะวิจัยของชุมชนและให้สังคมยอมรับงานวิจัยโดยการมีส่วนร่วม

โดยมีแนวทางการดำเนินการที่กำหนดไว้ในแนวคิด คือ การมีโรงงานต้นแบบของคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อใช้เป็นที่ทดลองงานวิจัยระดับต้นแบบและแสดงผลงานวิจัยที่พร้อมที่จะต่อยอดไปสู่ชุมชน และคณะได้ดำเนินการตามแนวทางการพัฒนานี้ใน 2 ประเด็น คือ

1. การสนับสนุนการสร้างโรงงานต้นแบบผลิตไบโอดีเซลที่มีการควบคุมโดยอัตโนมัต ดังที่ได้กล่าวถึงก่อนหน้านี้

2. การสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เชิงวิศวกรรมสู่ชุมชน ที่จัดแสดงผลงานวิจัยของนักวิจัยของคณะและเปิดโอกาสให้กับชุมชนทุกภาคส่วนทั้งภาคอุตสาหกรรม ชุมชน และภาคการศึกษาเข้ามาเยี่ยมชมผลงานวิจัย ของคณะวิศวฯได้ตลอดเวลา และเป็นสถานที่ที่ใช้ในการต้อนรับนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ และต้อนรับแขกต่างประเทศของคณะฯ จึงเป็นการเผยแพร่ผลงานวิจัยและศักยภาพด้านการวิจัยของคณะวิศวฯ ให้สังคมทั้งในและต่างประเทศได้รับทราบได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ทางหน่วยองค์กรสัมพันธ์ได้จัดกิจกรรมโรงเรียนทัวร์วิจัย และกิจกรรมโรงเรียนสัมพันธ์ โดยใช้ศูนย์เรียนรู้เชิงวิศวกรรมนี้เป็นแหล่งหนึ่งที่จะให้ความรู้ด้านการวิจัยของคณะแก่นักเรียนในภาคใต้ เพื่อการประชาสัมพันธ์คณะอย่างสม่ำเสมอ ทำให้นักเรียนได้รับทราบผลงานต่างๆ ของคณะวิศวฯ ม.อ. ซึ่งจะเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการศึกษาต่อของนักเรียนได้อีกทางหนึ่งด้วย

แนวทางการพัฒนา ที่ 10: เพิ่มสิทธิบัตรนานาชาติ

ในการดำเนินการเพื่อเพิ่มจำนวนสิทธิบัตร หรือการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาของคณะนั้น ทางคณะได้จัดตั้งคลินิกนวัตกรรมขึ้น เพื่อดำเนินการให้คำปรึกษาในด้านการยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา

ในช่วงปีการศึกษา 2553-2555 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มี ผลงานที่ได้รับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว รวม 9 เรื่อง ผลงานที่ได้รับเลขที่คำขอแล้ว 11 เรื่อง และมีผลงานที่รอผลการพิจารณาอีก จำนวน 9 เรื่อง รวม ผลการดำเนินการเรื่องการขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาของคณะวิศวกรรมศาสตร์ในช่วงปีการศึกษา 2553-2555 จำนวน 29 เรื่อง

นอกจากการดำเนินการตามแนวคิดที่กำหนดไว้ดังได้กล่าวไปแล้ว คณะวิศวกรรมศาสตร์ยังได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการที่จะต้องมีหน่วยงานรองรับและสนับสนุนการวิจัย ที่สามารถสนับสนุนการสร้าง ออกแบบ เครื่องมือสำหรับการวิจัย และการต่อยอดงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ จึงได้จัดตั้งหน่วยงานภายในและประสานกับศิษย์เก่าให้มีการดำเนินการจัดตั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยอีก 3 หน่วยงานคือ

1. ศูนย์บริการทางวิศวกรรมและเทคโนโลยี (Engineering and Technology Service Center; ETS-center)

ETS-center เป็นศูนย์ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการวิจัย โดยการให้การบริการวิชาการด้านวิศวกรรมแก่นักวิจัย ในปัจจุบันศูนย์ดังกล่าวมีผลการดำเนินการทั้งในเรื่องของการสนับสนุนการวิจัย (ออกแบบ สร้างเครื่องมือ ทางวิศวกรรม ให้กับนักวิจัย) การบริการวิชาการการด้านวิศวกรรม เช่นการออกแบบและสร้างเครื่องมือเครื่องจักร รวมทั้งการดำเนินการเพื่อนำผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์โดยการดำเนินการร่วมกับภาครัฐ และภาคเอกชน

2. บริษัท ของศิษย์เก่า (บริษัท PSU-technology)

บริษัทของศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ เกิดขึ้นจากการพยามร่วมกันระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์กับศิษย์เก่า ที่เป็นเจ้าของบริษัทชั้นนำ 3 บริษัท คือ บ.บิทไวส์ บ.ไทยคอมโพสิต และ POINT IT ที่ต้องการช่วยเหลือและสนับสนุนคณะในการขับเคลื่อนผลงานวิจัยของคณะวิศวฯ ไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

ผู้บริหารของบริษัททั้ง 3 บริษัทจึงได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัท PSU เทคโนโลยีขึ้นมา (ทุนจดทะเบียน 6 ล้านบาท) โดยมีเป้าหมายที่สำคัญคือ การนำผลงานวิจัย ผลงานวิชาการ องค์ความรู้ สิ่งประดิษฐ์คิดค้นของคณะวิศวกรรมศาสตร์ไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และ/ หรือ ร่วมกันพัฒนาต่อยอดผลงานวิจัย ผลงานวิชาการที่มีศักยภาพ เพื่อนำไปสู่เชิงพาณิชย์ โดยดำเนินการตามขั้นตอนการจัดการทรัพย์สินทางปัญญาของคณะ/มหาวิทยาลัย ทั้งนี้บริษัทมีเป้าหมายที่จะนำกำไรสุทธิอย่างน้อย 10-50% จากการดำเนินการกลับมาสนับสนุนการวิจัยของคณะวิศวฯ ของเราให้มีการพัฒนายิ่งๆ ขึ้นไป

ซึ่งในปัจจุบัน บริษัทดังกล่าวได้จัดตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ในระหว่างการดำเนินการเพื่อนำผลงานวิจัย ผลงานวิชาการ สิ่งประดิษฐ์คิดค้น ของคณะวิศวฯ ไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ตามแนวทางการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา แนวทางการจ้างทำวิจัย และ/หรือ การร่วมสนับสนุนการวิจัยกับทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ต่อไป

3. โครงการ ศูนย์ปฏิบัติการและบริการด้านระบบปรับอากาศและห้องเย็น

เป็นศูนย์ที่กำลังดำเนินการจัดตั้งเพื่อสนับสนุนเรื่อง การเรียนการสอน การวิจัยและพัฒนา และ การบริการวิชาการ ด้านระบบปรับอากาศและห้องเย็น ศูนย์ดังกล่าวเกิดขึ้น จากการที่ ทีมบริหาร ที่นำโดยคณบดี รองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม และกิจการพิเศษ  รองคณบดีฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ และหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ได้เดินทางไปหารือความร่วมมือและขอสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวจาก ศิษย์เก่า ผู้บริหารของบริษัทบิทไวส์ ซึ่งเป็นการนำศักยภาพของศิษย์เก่ากลับมาพัฒนาคณะและทางศิษย์เก่าของเรายินดีสนับสนุนครุภัณฑ์ และงบประมาณในการต่อเติมห้องปฏิบัติการที่ใช้เป็นที่ดำเนินการของศูนย์นี้ โดยมีเป้าหมายในการทำงานร่วมกันระหว่าง ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ETS-center และ บ.บิทไวส์ เพื่อ พัฒนาการเรียนการสอนทางด้านระบบปรับอากาศของภาควิชาให้เข้มแข็ง สร้างจุดเด่นให้กับนักศึกษา และเป็นการขยายงานด้านบริการวิชาการเชิงวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบปรับอากาศร่วมกับ ETS-center รวมทั้งเป็นศูนย์วิจัยเพื่อพัฒนาความรู้ใหม่ทางด้านระบบปรับอากาศและห้องเย็นผ่านการวิจัยและการเรียนการสอนในระดับบัณฑิตศึกษา และการเรียนการสอนแบบสหกิจศึกษา ครับ

ทั้งหมดที่เล่ามาในสายตรงคณบดี สี่ปี ที่บริหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ ตอนที่ 2 นี้ เป็นผลงานใหม่ๆ ทางด้านการวิจัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่เกิดขึ้นในช่วง 4 ปี ที่คณบดีมีนโยบายที่จะให้การวิจัยของคณะวิศวฯ มีความสมดุลทั้งในด้านสร้างองค์ความรู้ใหม่เพื่อการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติที่ตอบสนองสังคมเทศ (International) และการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงเพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมไทย (National) ครับ

ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าแม้แนวคิดเหล่านี้ที่จะถูกนำและขับเคลื่อนไปไปสู่การดำเนินการแล้วก็ตาม แต่การที่จะเห็นผลว่าแนวคิดหรือแนวทางที่ดำเนินการไปแล้วดังเช่น ETS-center และ บริษัท PSU-Technology จะล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จหรือไม่เพียงใด ก็ต้องเป็นสิ่งที่เราต้องให้โอกาสและเวลานะครับ แต่ถ้าเราไม่คิดและไม่เริ่มในสิ่งใหม่ๆเหล่านี้ งานวิจัย และการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ ของคณะที่จะนำไปสู่การใช้ประโยชน์ได้จริงก็จะเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ยากหรือเกิดขึ้นไม่ได้เลยครับ

สำหรับสายตรงคณบดี สี่ปี ที่บริหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ ตอนต่อไป (ตอนที่ 3) จะเล่าถึง สี่ปี ของคณบดีและทีมบริหาร มีอะไรใหม่ ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.อ. (ด้านการเรียนการสอน) แล้วอย่าลืมติดตามสายตรงคณบดี “สี่ปี ที่บริหารคณะวิศวกรรมศาสตร์” ตอนต่อๆ ไปนะครับ

ขอบคุณครับ
อ.จรัญ

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 14 เมษายน 2556 02:26 แก้ไข: 14 เมษายน 2556 14:34 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 นพเก้า ๏[-ิ_•ิ]๏ลูกลิง::ลั่นล่า๏[•๊_•๊]๏ , Ico24 นางสาว แสงจันทร์ ปิ่นกาญจนรัตน์, และ Ico24 นายบาส.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เป็นกำลังใจให้กับทีมบริหารทุกท่านค่ะ ในการขับเคลื่อนผลงานด้านต่างๆ ให้แก่คณะวิศวฯ ม.อ.เราอย่างต่อเนื่องและมีผลงานเป็นที่รู้จักแก่ชุมชน และสังคมในวงกว้างค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.236.159.130
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ