นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
Ico64
รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 6

อ่าน: 1405
ความเห็น: 0

เรื่องเล่าจากการประชุมร่วมอนุกรรมการมาตรฐานการศึกษาสภาวิศวกร และ อนุกรรมการรับรองปริญญา

อนุกรรมการมาตราฐานการศึกษา และ อนุกรรมการรับรองปริญญา ของสภาวิศวกร ร่วมกันพัฒนาการศึกษาทางวิศวกรรมศาสตร์ให้มีความยืดหยุ่น

สายตรงคณบดี: เรื่องเล่าจากการประชุมร่วมกับอนุกรรมการรับรองปริญญาทุกสาขาของสภาวิศวกร

เรียน ท่านคณบดีคณะวิศวฯ ทั้ง 60 สถาบัน และ ประชาคมวิศวฯ ม.อ. ทุกท่าน

จากการที่ประธานสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย ในฐานะอนุกรรมการมาตรฐานการศึกษาของสภาวิศวกร ได้เข้าประชุมร่วมกับอนุกรรมการรับรองปริญญาของสภาวิศวกร ทุกสาขาเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2556 ที่ผ่านมานั้นมีสาระสำคัญๆ จากการประชุมที่จะขอนำเรียนให้กับท่านคณบดีคณะวิศวฯ ทุกสถาบัน และประชาคมวิศวฯ ม.อ. ทุกท่านได้รับทราบ ดังนี้ครับ

ในการประชุมครั้งนี้ ท่านประธานอนุกรรมการมาตรฐานการศึกษาสภาวิศวกร ได้ ตั้งประเด็นเพื่อขอรับฟังความเห็นจากอนุกรรมการรับรองปริญญาของสาขาต่างๆ ของสภาวิศวกร ใน 4 เรื่องหลักๆ คือ

1. รายวิชาพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ และรายวิชาพื้นฐานทางวิศวกรรม ( 8 รายวิชา)

ในประเด็นนี้ ท่านประธานอนุกรรมการมาตรฐานการศึกษา ได้สอบถามความเห็นจากประธานอนุกรรมการรับรองปริญญาสาขาต่างๆ ถึงปัญหาในการดำเนินการของหลักสูตรต่างๆ และปัญหาในการตรวจรับรองปริญญาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ และรายวิชาพื้นฐานทางวิศวกรรมว่าแต่ละหลักสูตร แต่ละสาขามีการสะท้อนปัญหาอะไรบ้าง ซึ่งประธานอนุกรรมการรับรองปริญญาทุกสาขาแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าไม่มีประเด็นปัญหาอะไร ทุกหลักสูตรมีการดำเนินการตามที่สภาวิศวกรกำหนด แต่มีข้อสังเกตในรายวิชาที่มีการลงปฏิบัติการด้วย เช่นรายวิชาพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่ปกติจะกำหนดหน่วยกิตแยกเป็นบรรยาย 3 หน่วยกิต และ ปฏิบัติการ 1 หน่วยกิต แต่ในหลายๆหลักสูตรก็กำจะหนดหน่วยกิตบรรยายและปฏิบัติการรวมกันเป็น 4 หน่วยกิต ว่าควรกำหนดให้ชัดเจนหรือไม่อย่างไร อนุกรรมการบางท่านเห็นว่าควรแยกให้ชัดเจน คือให้เป็น บรรยาย 3 หน่วยกิต และ ปฏิบัติการ 1 หน่วยกิต แต่หลายท่านก็เห็นว่าไม่จำเป็น เพราะสามารถดูรายละเอียดอื่นๆ เช่น แผนการสอน ประกอบได้ ข้อสรุปสุดท้ายก็คือสามารถรวมหน่วยกิตภาคบรรยายและปฏิบัติเป็น 4 หน่วยกิตได้แต่ต้องมีหลักฐานที่สนับสนุนว่ามีการจัดการเรียนการสอนให้นักศึกษาได้ทำปฏิบัติการจริงๆ

2. รายวิชาเฉพาะทางวิศวกรรม (8 รายวิชา)

ในประเด็นนี้ ท่านประธานอนุกรรมการมาตรฐานการศึกษา ได้สอบถามความเห็นจากประธานอนุกรรมการรับรองปริญญาสาขาต่างๆ ถึงปัญหาในการดำเนินการของหลักสูตรต่างๆ และปัญหาในการตรวจรับรองปริญญาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาหลักเฉพาะทางวิศวกรรม ( 8 รายวิชา) ซึ่งประธานอนุกรรมการรับรองปริญญาทุกสาขาแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าไม่มีประเด็นปัญหาอะไร ทุกหลักสูตรมีการดำเนินการตามที่สภาวิศวกรกำหนด แต่มีข้อสังเกตในบางหลักสูตรที่ไปประเมินจัดรายวิชาเหล่านี้อยู่ในกลุ่มวิชาเลือก ซึ่งทางอนุกรรมการก็จะให้ทางคณะออกประกาศให้นักศึกษาที่ต้องการใบประกอบวิชาชีพต้องเรียนรายวิชาดังกล่าว และคณบดีลงนามในประกาศก็สามารถให้การรับรองปริญญาได้

3. การเพิ่มรายวิชาเฉพาะทางวิศวกรรมให้หลากหลายมากขึ้น

ในประเด็นนี้ประธานได้ขอความเห็นจากที่ประชุมอนุกรรมการรับรองปริญญาถึงแนวคิดที่จะให้แต่ละสาขาสามารถเพิ่มรายวิชาในกลุ่มวิชาเฉพาะทางวิศวกรรมได้ ( คือ การมีรายวิชาที่แสลช ( / ) เพิ่มเติม) เช่น รายวิชาที่ 7 ของสาขาเครื่องกล กำหนดเป็น Heat Transfer/Heat and Mass Transfer/Thermal System Design จะสามารถมีรายวิชาอื่นๆ ที่จะ / เพิ่มเติมได้หรือไม่ ซึ่งอนุกรรมการทุกสาขาเห็นชอบว่าสามารถเพิ่มรายวิชาเข้ามาได้ โดยทางสภาวิศวกรอาจจะให้สาขาต่างๆ มีการพิจารณาทบทวนปรับปรุง list ของรายวิชาในกลุ่มต่างๆ เหล่านี้ในช่วงแรกทุก 1 ปี และ อาจจะเป็นทุก 2 ปี ในอนาคตครับ

มีข้อสังเกตที่น่าสนใจ คือ ในบางสาขา รายวิชาที่แสลชเพิ่มเข้ามาต้องเป็นรายวิชาที่มีเนื้อหาอยู่ในกลุ่มเดียวกับรายวิชาแรก ดังเช่นของเครื่องกลที่ยกตัวอย่างมาคือเป็นกลุ่มของ Heat transfer เป็นต้น แต่ในบางสาขา รายวิชาที่ / คือรายวิชาที่มีเนื้อหาแตกต่างไปจากวิชาแรกก็ได้ เช่น ของสาขาวิศวกรรมโยธา ในรายวิชาที่ 8 มีรายวิชาที่ / ไว้ 3 รายวิชาคือ Construction Engineering and Management/Route Surveying/Photogrammetry ซึ่งรายวิชาทั้งหมดในกลุ่มนี้ไม่ได้มีเนื้อหาเหมือนกันดังเช่นของเครื่องกล เป็นต้น ซึ่งที่ประชุมก็เห็นว่าให้ขึ้นอยู่กับแต่ละสาขาครับ

อย่างไรก็ตามรายวิชาต่างๆ ที่จะเพิ่มเข้ามาต้องได้จากการประชุมร่วมกันระหว่างอนุกรรมการรับรองปริญญาในสาขาต่างๆ กับ ทางสถาบันการศึกษา ดังนั้น ถ้าทางสาขาใด ในคณะของท่านคณบดีเห็นว่าควรจะเพิ่มรายวิชาในกลุ่มใดที่จะเป็นประโยชน์กับการจัดการเรียนการสอนของหลักสูตรในคณะของท่านก็ขอให้ทบทวนรายวิชาหลักเฉพาะทางวิศวกรรมที่จะเพิ่มไว้ได้ครับ เมื่อสภาวิศวกรเปิดให้มีการปรับปรุงหรือทบทวนรายวิชาเหล่านี้ ทางสภาคณบดีจะได้ประชุมร่วมกันเพื่อจัดทำ list ของรายวิชาในสาขาต่างๆ ออกไปในนามของสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยก็จะดีครับ

4. รายวิชาบังคับของสภาวิศวกร เป็นรายวิชาเลือกในหลักสูตร

ประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญครับ ท่านประธานอนุกรรมการมาตรฐานการศึกษาได้ขอฟังความคิดเห็นจากอนุกรรมการรับรองปริญญาในทุกสาขา ในประเด็นที่ ว่า รายวิชาที่บังคับโดยสภาวิศวกร ( 8+8) ถ้าไม่บังคับว่าต้องเรียนแต่ให้มีอยู่ในหลักสูตร อนุกรรมการรับรองปริญญาในแต่ละสาขามีความเห็นอย่างไร เรื่องนี้มีการอภิปรายกันมาก ใช้เวลานานครับ มีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ท่านประธานอนุกรรมการมาตรฐานการศึกษา และ ประธานอนุกรรมการรับรองปริญญาที่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ หลายๆ ท่าน ก็พยามช่วยกันอธิบายถึงแนวคิดนี้ว่า หลักสูตรทุกหลักสูตรยังมีรายวิชาที่สภาวิศวกรบังคับครบทุกรายวิชา แต่นักศึกษาจะเรียนหรือไม่เรียนก็ได้ โดยผู้ที่ต้องการใบประกอบวิชาชีพก็ต้องลงเรียนทุกรายวิชาตามที่สภาวิศวกรกำหนด ในขณะที่ผู้ทีไม่ต้องการใบประกอบวิชาชีพก็ไม่ต้องลงเรียนตามที่สภาวิศวกรกำหนดก็ได้แต่จะไม่สามารถสอบใบประกอบวิชาชีพได้ (แต่ในอนาคตถ้านักศึกษาคนนั้นได้มาลงเรียนเพิ่มจนครบตามที่สภาวิศวกรกำหนดก็สามารถขอสอบใบประกอบวิชาชีพได้) ซึงเราสามารถทำได้โดยเขียนประเด็นนี้ไว้ในหลักสูตรให้ชัดเจนครับ

กระผมมั่นใจว่าสภาวิศวกรจะเดินหน้าทั้งใน ประเด็นการเพิ่มรายวิชาแสลช (/) และการไม่บังคับว่านักศึกษาทุกคนต้องเรียนรายวิชาที่สภาวิศวกรบังคับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากๆ สำหรับสถาบันศึกษาที่จะได้มีการพัฒนาหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่นและเน้นในเรื่องต่างๆ หรือเป็นหลักสูตรเชิงบูรณาการได้ครับ เมื่อสภาวิศวกรให้เราสามารถทำแบบนั้นได้ กระผมก็รับปากกับสภาวิศวกรว่าสถาบันการศึกษาก็ต้องช่วยกันตรวจสอบ/แนะนำ/ทำความเข้าใจกับนักศึกษาให้ดี และต้องช่วยกลั่นกรองรับรองผลการศึกษาของนักศึกษาที่เรียนครบตามที่สภาวิศวกรกำหนดเป็นขั้นต้นให้กับสภาวิศวกรด้วย ซึ่งผมก็เชื่อว่าทุกสถาบันก็คงยินดีนะครับ

ในการประชุมร่วมกันระหว่างอนุกรรมการมาตรฐานการศึกษา และ อนุกรรมการรับรองปริญญาในวันที่ 13 ก.พ. 56 ที่ผ่านมา ยังมีประเด็นที่ยังไม่ได้พิจารณาร่วมกันอีก 3 ประเด็น คือ

1. สัดส่วน น.ศ. ต่ออาจารย์
2. รายวิชาบังคับที่เปิดสอนในภาคการศึกษาฤดูร้อน
3. แนวทางการรับรองหลักสูตรนานาชาติ และหลักสูตรที่มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ

โดยประธาน นัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างอนุกรรมการมาตรฐานการศึกษา กับ อนุกรรมการรับรองปริญญาในทุกสาขา เพื่อพิจารณาใน 3 ประเด็นนี้ ในวันที่ 2 มีนาคม 2556 นี้ครับ แล้วกระผมจะนำผลการประชุมมาเล่าให้กับท่านคณบดีทุกสถาบันทราบในโอกาสต่อไปครับ

และประเด็นทั้งหมดนี้ ( ทั้ง 7 ประเด็น) ทางสภาวิศวกร ก็จะรับฟังความคิดเห็น จากสถาบันการศึกษาด้วย ดังที่เรียนให้ทราบแล้วว่า ทางสภาวิศวกรจะเรียนเชิญคณบดี/หัวหน้าภาควิชา/หัวหน้าสาขาทุกสาขาเข้าร่วมประชุมร่วมกับอนุกรรมการมาตรฐานการศึกษาในวันที่ 13 มีนาคม 2556 ครับ ซึ่งผมจะนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมสามัญสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3 ในวันที่ 22 ก.พ. นี้ด้วย เพื่อเราจะได้พูดคุยและมีความเห็นไปในทางเดียวกันในทุกสถาบันต่อไปครับ

สุดท้ายนี้กระผมขอเรียนว่า ในการประชุมร่วมกันของอนุกรรมการมาตราฐานการศึกษา และอนุกรรมการรับรองปริญญา ของสภาวิศวกร เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ที่ผ่านมาท่านประธานอนุกรรมการมาตรฐานการศึกษา ต้องการฟังความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ จากประธานอนุกรรมการรับรองปริญญาของสาขาต่างๆ ซึ่งถือว่า เป็น การรับฟังความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ข้างต้นของกรรมการสภาวิศวกรจากฝ่ายสภาวิศวกรเองครับ

กระผมเองในฐานะประธานสภาคณบดีจึงไม่ได้เสนอความคิดเห็นใดๆ ในวันดังกล่าว แต่ก็ได้มีโอกาสพูดคุย และ ให้ความเห็นกับประธานอนุกรรมการมาตรฐานการศึกษา และ กรรมการสภาวิศวกรท่านอื่นๆ ที่อยู่ในอนุกรรมการมาตรฐานการศึกษาเป็นการภายในอยู่ตลอดเวลาครับ และถึงปัจจุบันก็พอจะเห็นว่า สภาวิศวกร มีนโยบาย และ แนวคิด ที่จะให้หลักสูตรทางวิศวฯ มีความยืดหยุ่นตามที่เราก็อยากจะเห็นครับ

กระผมมีความเห็นว่า การที่เราให้เกียรติซึ่งกันและกัน รับฟัง พูดคุย ทำความเข้าใจกับกรรมการสภาวิศวกร เพื่อร่วมกันแก้ปัญหา ด้วยความจริงใจ ก็จะทำให้เราสามารถร่วมมือกันแก้ปัญหาต่างๆ เพื่อพัฒนาวงการการศึกษาทางวิศวกรรมศาสตร์ของประเทศไทยได้อย่างแน่นอนครับ ดังนั้น ขอให้ท่านคณบดีทุกท่านไว้ใจได้ว่า แม้ประธานสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยคนปัจจุบันจะไม่ดุดัน แต่ก็ให้ทุกท่านเชื่อมั่นได้ว่า ทั้งสภาวิศวกร และสภาคณบดีเราทำงานมาด้วยกันและทำมาถูกทางแล้วครับ

ขอบคุณครับ
อ.จรัญ

หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 17 กุมภาพันธ์ 2556 18:07 แก้ไข: 17 กุมภาพันธ์ 2556 18:07 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 panyarak, และ 5 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.204.186.91
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ