นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
Ico64
รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 6

อ่าน: 1608
ความเห็น: 0

สายตรงคณบดี: เรื่องเล่าจากที่ประชุม คบม. ประจำเดือนธันวาคม 2555

มหาวิทยาลัยปรับลดวงเงินกันสำหรับการเลื่อนเงินเดือนผู้บริหารมหาวิทยาลัย

สายตรงคณบดี: เรื่องเล่าจากที่ประชุม คบม. ประจำเดือนธันวาคม 2555

เรียน ประชาคมวิศวฯ ทุกท่าน

ในการประชุม คบม. ครั้งสุดท้ายของปีนี้ มีวาระพิจารณาที่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม คบม. และจะมีผลต่อการบริหารบุคคลของคณะ/ภาควิชา/หน่วยงาน อยู่ด้วยกัน 4 เรื่องดังนี้ครับ

1. การขอยกเว้นการยื่นคะแนนภาษาอังกฤษ

ตามประกาศของมหาวิทยาลัยที่มีข้อกำหนดในเรื่องการรับอาจารย์ใหม่ที่ไม่ใช่วุฒิปริญญาเอกไว้ว่าจะต้องมีคะแนน TOEFL ไม่น้อยกว่า 500 หรือมีคะแนน IELTS, PSU-TEP (เปลี่ยนจาก PSU GET) ที่เทียบเท่าได้กับ TOEFL ไม่น้อยกว่า 500 ภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันจ้าง และเมื่อครบ 2 ปี แล้วถ้ายังไม่มีผลคะแนนตามที่กำหนด คณะ/หน่วยงานโดยกรรมการประจำคณะ/หน่วยงานอาจพิจารณาไม่จ้างต่อได้ ยกเว้นอาจารย์ที่จบปริญญาโทดังกล่าวได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาเอกก่อนครบกำหนดข้างต้น ก็ไม่จำเป็นต้องยื่นคะแนนภาษาอังกฤษนั้น

ที่ผ่านมามีคณะ/หน่วยงาน ได้เสนอ คบม. เพื่อพิจารณายกเว้นการยื่นคะแนนภาษาอังกฤษให้กับอาจารย์ที่ไม่มีผลการสอบภาษาอังกฤษตามเงื่อนไขข้างต้นอยู่บ้างเป็นการเฉพาะรายโดยมีเหตุผลประกอบต่างๆ กันครับ ซึ่งที่ประชุม คบม. จะพิจารณาเหตุผลความจำเป็นของแต่ละรายอย่างละเอียดและถ้าไม่มีเหตุผลเพียงพอก็จะไม่อนุมัติครับ ซึ่งก็หมายความว่าอาจารย์ที่รับเข้ามาด้วยคุณวุฒิที่ต่ำกว่าปริญญาเอกก็จะต้องดำเนินการให้มีผลการสอบภาษาอังกฤษเป็นไปตามเกณฑ์ หรือไม่ก็ต้องเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกในหลักสูตรภายในประเทศ ครับ ถ้าไม่สามารถดำเนินการตามประกาศข้างต้นได้ทางคณะ/หน่วยงานก็อาจจะพิจารณาไม่จ้างต่อได้ตามประกาศของมหาวิทยาลัยนั้น

เพื่อไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นในคณะวิศวฯ ของเรา ก็คงต้องขอความร่วมมือจากภาควิชาในการพิจารณาดูแลภาระงานสอนของอาจารย์ที่รับเข้ามาด้วยวุฒิที่ต่ำกว่าปริญญาเอกให้มีเวลาศึกษาภาษาอังกฤษเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถผ่านเงื่อนไขการสอบภาษาอังกฤษตามกำหนดเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนดด้วยครับ และ ถ้าอาจารย์ที่รับเข้ามาในวุฒิปริญญาโทและยังไม่มีผลการสอบภาษาอังกฤษตามที่กำหนดก็ต้องเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกในสถาบันภายในประเทศหรือต่างประเทศที่ไม่มีข้อกำหนดว่าต้องมีคะแนนภาษาอังกฤษก่อนครบกำหนดตามเงื่อนไขด้วยครับ โดยคณะมีระเบียบเรื่องการสนับสนุนการเรียนภาษาอังกฤษและสนับสนุนเรื่องการสมัครสอบภาษาอังกฤษ ซึ่งอาจารย์สามารถขอทราบรายละเอียดได้จากการจัดการทรัพยากรบุคคลของคณะครับ

2. การทบทวนการพิจารณากันวงเงินการเลื่อนเงินเดือนของผู้บริหารมหาวิทยาลัย

ประเด็นการทบทวนการกันวงเงินการเลื่อนเงินเดือนของผู้บริหารมหาวิทยาลัย ซึ่งกันไว้ 0.1 % นั้น ได้มีการเสนอให้มีการทบทวนในที่ประชุมคณบดี และ คบม. มาหลายครั้งครับ ก็เป็นเรื่องที่ดีที่ทีมบริหารมหาวิทยาลัยชุดนี้รับฟังข้อเสนอแนะจากคณะต่างๆ และเสนอที่ประชุม คบม.เพื่อขอลดการกันวงเงินการเลื่อนเงินเดือนของผู้บริหารมหาวิทยาลัยจากเดิม 0.1% เป็น 0.07 % นั่นก็หมายความว่าสำหรับการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการในเดือน เมษายน 2556 ที่จะถึงนี้จากวงเงินเลื่อนเงินเดือน 3% มหาวิทยาลัยจะกันไว้ 0.07% และจะจัดสรรวงเงินการเลื่อนเงินเดือน 2.93% มาที่คณะ/หน่วยงานเพื่อบริหารจัดการในระดับคณะ/หน่วยงานต่อไปครับ

นอกจากการปรับวงเงินที่กันไว้ที่มหาวิทยาลัยแล้ว ยังมีการปรับวิธีการดำเนินการด้วยคือ ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยกันวงเงินไว้ 0.1 และให้คณะ/หน่วยงาน ขึ้นเงินเดือนให้กับผู้บริหารมหาวิทยาลัยคืนมาทั้งหมดคือร้อยละ 2.9 เพื่อให้มหาวิทยาลัยใช้เงินที่กันไว้เพิ่มเงินเดือนให้กับผู้บริหารมหาวิทยาลัยต่อไป แต่แนวทางใหม่ที่จะใช้พร้อมๆ กับการปรับลดวงเงินที่กันไว้ คือ ให้คณะหน่วยงานตัดโอนฐานเงินเดือนของผู้บริหารมหาวิทยาลัย มาอยู่ที่มหาวิทยาลัยโดยที่คณะ/หน่วยงาน ไม่ต้องพิจารณาเพิ่มเงินเดือนให้กับผู้บริหารมหาวิทยาลัยอีกต่อไปครับ ซึ่งแนวทางใหม่นี้ก็เป็นแนวทางที่สอดคล้องกับความต้องการของภาควิชา/หน่วยงานต้นสังกัดของผู้บริหารมหาวิทยาลัยครับ เพราะที่ผ่านมาการเลื่อนเงินเดือนร้อยละ 2.9 ให้กับผู้บริหารมหาวิทยาลัยซึ่งมีค่ากลางสูงๆ (ในกรณีของข้าราชการ) หรือมีฐานเงินเดือนสูงๆ (ในกรณีของพนักงานมหาวิทยาลัย) ก็จะกระทบกับวงเงินการเลื่อนเงินเดือนของภาควิชา/หน่วยงานมากๆ ครับ

ดังนั้นด้วยวงเงินที่กันไว้ที่มหาวิทยาลัยที่มีร้อยละลดลงจาก 0.1 เป็น 0.07 และ ด้วยแนวทางที่ตัดโอนฐานเงินเดือน การเลื่อนเงินเดือน ของผู้บริหารมหาวิทยาลัย (ทั้งข้าราชาการ และ พนักงานมหาวิทยาลัย) ไปอยู่ที่มหาวิทยาลัยก็น่าจะทำให้หน่วยปฏิบัติงานอย่างคณะ/ภาควิชา มีวงเงินเพื่อเลื่อนเงินเดือนให้กับอาจารย์/บุคลากรในหน่วยงานเพิ่มขึ้น และด้วยแนวทางที่มหาวิทยาลัยกำหนดขึ้นใหม่นี้จะทำให้ความแตกต่างในร้อยละของการเลื่อนเงินเดือนของผู้บริหารมหาวิทยาลัยกับผู้ปฏิบัติงานในระดับคณะ/ภาควิชา/หน่วยงานลดลงครับ ในฐานะคณบดีที่กำกับดูแลหน่วยงานปฏิบัติระดับคณะ และต้องถ่ายทอดนโยบายลงไปยังหน่วยปฏิบัติระดับภาควิชา/หน่วยงาน และเห็นความแตกต่างตรงนี้มาพอสมควร ก็ต้องขอชื่นชมและขอบคุณท่านอธิการบดีที่เห็นปัญหาและพยามแก้ปัญหาในเรื่องนี้นะครับ

3. ร่างประกาศมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการ การเพิ่มค่าจ้างพนักงานมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ฉบับที่ 2)

การปรับหลักเกณฑ์และวิธีการการเพิ่มค่าจ้างพนักงานมหาวิทยาลัย ตามประกาศนี้เพื่อให้สอดคล้องกับกรณีของข้าราชการ โดยมีสาระสำคัญๆ ใน 3 เรื่องนี้

1. การเพิ่มค่าจ้างของพนักงานมหาวิทยาลัย: จากเดิมกำหนดไว้ให้เพิ่มได้ครั้งละไม่เกินร้อยละ 5 ให้ปรับเป็นเพิ่มได้เป็นครั้งละไม่เกินร้อยละ 6 ของค่าจ้างที่ได้รับอยู่เดิม ซึ่งจะสอดคล้องกับกรณีของข้าราชการ
2. วงเงินการเพิ่มเงินเดือนแต่ละครั้ง กำหนดให้เท่าร้อยละ 3 ของฐานเงินเดือนพนักงานมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกับของข้าราชการ
3. สำหรับพนักงานมหาวิทยาลัยที่มีอัตราค่าจ้างขั้นสูงสุดหรือใกล้ขั้นสูงสุดให้จ่ายค่าตอบแทนพิเศษในอัตราไม่เกินร้อยละ 6 โดยเพิ่มได้ปีละ 2 ครั้ง
4. วงเงินกันสำหรับผู้บริหารมหาวิทยาลัยจะกันไว้ 0.07 เช่นเดียวกับกรณีของข้าราชาการ และให้ตัดรายชื่อผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยไปอยู่ที่ส่วนกลางเช่นเดียวกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่เป็นข้าราชการ

โดยสรุปแล้ว เมื่อมีประกาศนี้ออกมา จะทำให้การเพิ่มเงินเดือนของพนักงานมหาวิทยาลัยดีกว่าที่เป็นอยู่เดิมอย่างน้อยใน 3 ประเด็นคือ

1. วงเงินที่มหาวิทยาลัยกันไว้ลดลง จาก 0.1 เป็น 0.07 วงเงินสำหรับการเพิ่มเงินเดือนของพนักงานมหาวิทยาลัยจะจัดสรรมายังคณะ/หน่วยงาน ร้อยละ 2.93
2. การเพิ่มเงินเดือนพนักงานมหาวิทยาลัยสามารถเพิ่มได้ถึงร้อยละ 6 ของฐานเงินเดือนเดิม ทำให้บางหน่วยงานที่มีวงเงินเลื่อนเงินเดือนเหลือ (เนื่องจากมีบุคลากรลาศึกษาต่อ เป็นต้น) สามารถเพิ่มเงินเดือนให้กับผู้ที่อยู่ปฏิบัติงานและมีผลการปฏิบัติงานดีเด่นได้สูงถึงร้อยละ 6 ในขณะที่ตามประกาศเดิมนั้นแม้บางหน่วยงานจะมีเงินเหลือแต่จะเพิ่มเงินเดือนสูงสุดได้ไม่เกินร้อยละ 5 เท่านั้น
3. ฐานเงินเดือน และ การเพิ่มเงินเดือนให้กับพนักงานมหาวิทยาลัยที่เป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยจะถูกตัดไปพิจารณาโดยมหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับกรณีของข้าราชการที่เป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัย ทำให้วงเงินของภาควิชา/หน่วยงานไม่ถูกกระทบด้วยร้อยละการเพิ่มเงินเดือนของผู้บริหารมหาวิทยาลัย

อย่างไรก็ตามการเพิ่มเงินเดือนของพนักงานมหาวิทยาลัยยัง ยังคงมีข้อแตกต่างจากกรณีของข้าราชการในเรื่องของฐานเงินเดือนที่ใช้คือ การเพิ่มเงินเดือนของพนักงานมหาวิทยาลัยจะเพิ่มเป็นร้อยละจากฐานเงินเดือนของพนักงานมหาวิทยาลัยเอง ในขณะที่การเพิ่มเงินเดือนของข้าราชการจะเพิ่มเป็นร้อยละของค่ากลางไม่ใช่จากฐานเงินเดือนของตัวเองครับ ซึ่งถ้าจะให้เหมือนกับของข้าราชการมหาวิทยาลัยก็คงจะต้องไปกำหนดระบบค่ากลางของพนักงานมหาวิทยาลัยเอง (เพราะ ก.พ. กำหนดค่ากลางเฉพาะของข้าราชการ) แต่คงต้องพิจารณาและรับฟังความคิดเห็นจากพนักงานมหาวิทยาลัยด้วยเช่นกันครับ

4. การคัดเลือกบุคลการดีเด่น

ตามที่มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการให้คณะหน่วยงานคัดเลือกบุคลากรดีเด่นกลุ่มต่างๆ เพื่อเสนอไปยังมหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาคัดเลือกเป็นบุคลากรดีเด่นระดับมหาวิทยาลัยและในส่วนของข้าราชการก็จะเสนอต่อไปยัง ก.พ. เพื่อเข้ารับรางวัลในวันข้าราชการพลเรือนนั้น และทุกคณะหน่วยงานได้ดำเนินการคัดเลือกบุคลากรดีเด่นในกลุ่มต่างๆ และเสนอไปยังมหาวิทยาลัยเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น เนื่องจากทางกระทรวงศึกษาธิการได้แก้ไขเพิ่มเติมในส่วนของกลุ่มตำแหน่งและระดับของข้าราชการใหม่ โดยได้กำหนดให้มีกลุ่มตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ เพิ่มอีกหนึ่งกลุ่ม ทำให้ทางมหาวิทยาลัยต้องดำเนินการให้คณะ/หน่วยงานดำเนินการคัดเลือกบุคลากรดีเด่นในกลุ่มนี้เพิ่มเติมครับ สำหรับกลุ่มที่เพิ่มใหม่นี้ในคณะวิศวฯ ของเรา ก็คือ ข้าราชการผู้ที่ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ทุกคนครับ ซึ่งทางกรรมการพิจารณาคัดเลือกบุคลากรดีเด่นของคณะก็จะพิจารณาคัดเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ของคณะที่เป็นข้าราชการเพื่อ เป็น บุคลากรดีเด่นในกลุ่มนี้ระดับคณะ และจะเสนอไปยังมหาวิทยาลัยต่อไปครับ

สุดท้ายเนื่องจากสายตรงคณบดีในครั้งนี้ ใกล้วัน Christmas ซึ่งเป็นวันที่ทางคณะวิศวฯ ของเราจะจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ เล็ก ๆ ขึ้นในโอกาสปีใหม่อีกด้วย กระผมขอเป็นตัวแทนของทีมบริหารคณะ ขออำนาจและพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระบรมราชินีนาถจงดลบันดาลให้ประชาคมวิศวฯ ทุกภาคส่วนทั้ง บุคลากร นักศึกษา และศิษย์เก่า จงมีแต่ความสุข มีพลานามัยที่สมบูรณ์ มีความเข้มแข็งทั้งด้านกำลังใจ และกำลังกายในการทำหน้าที่ของแต่ละคนซึ่งจะรวมกันเป็นพลังอันสำคัญในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดี สิ่งที่เป็นประโยชน์ ที่จะนำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าและความสุขของตนเอง ครอบครัว องค์กร สังคมและประเทศชาติโดยรวมต่อไปครับ

Merry Christmas and Happy New Year 2013

ขอบคุณครับ
อ.จรัญ

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 24 ธันวาคม 2555 09:06 แก้ไข: 24 ธันวาคม 2555 19:49 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา และ Ico24 นางสาว แสงจันทร์ ปิ่นกาญจนรัตน์.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.227.208.0
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ