นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
Ico64
รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 6

อ่าน: 1629
ความเห็น: 0

เรื่องเล่าจากที่ประชุมวิชาการของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย: บทบาทของสภาวิชาชีพต่อการรับรองหลักสูตร

สภาวิชาชีพ และสถาบันการศึกษา ควรมีขอบเขตหน้าที่ที่แยกกันแต่ส่งเสริมและสนับสนุนซึ่งกันและกัน

สายตรงคณบดี : เรื่องเล่าจากที่ประชุมวิชาการของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย

ในช่วงวันที่ 12-13 พ.ย. 2555 ที่ผ่านมา คณบดี และ อาจารย์ และบุคลากร ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ รวม 5 ท่าน ในฐานะกรรมการจัดการสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยสมัยที่ 35 ได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมวิชาการของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย โดย คณบดี ในฐานะประธานสภาคณบดีแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่ประธานการประชุมในกลุ่มสาขาวิชาชีพวิศวกร เพื่อ หาข้อสรุปในแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างสภาวิชาชีพกับสถาบันอุดมศึกษา และนำเสนอต่อที่ประชุมในการประชุมวิชาการของอธิการบดีแห่งประเทศไทย เพื่อนำข้อสรุปดังกล่าวไปดำเนินการต่อไป

ที่ประชุมวิชาการของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ในปีนี้ ได้ให้ความสำคัญกับ บทบาทของสภาวิชาชีพต่อการจัดการเรียนการสอนในสถาบันอุดมศึกษา จุดเน้นของการประชุมวิชาการในครั้งนี้นอกจากจะเป็นเวทีให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในแต่ละกลุ่มวิชาชีพได้มาพูดคุย หารือร่วมกันแล้วยังได้จัดให้มีการปาฐกถาพิเศษ การเสวนา ที่น่าสนใจที่ขอนำมาสื่อสารกับคณบดี สมาชิกสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยทั้ง 60 สถาบัน และประชาคมวิศวฯ ม.อ. เพื่อทราบดังนี้ครับ

1. การปาฐถาพิเศษ การเสวนา

1.1 การปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การจัดความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับสภาวิชาชีพ” โดยท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ ที่ท่านได้บรรยายและชี้ให้เห็นว่าการจัดการศึกษา การจัดการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยจะต้องสอดคล้องกับรัฐธรรมนูณ มหาวิทยาลัยและสภาวิชาชีพมีบริบทที่เชื่อมโยงกัน และควรต้องส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการจัดการศึกษาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้าสภาวิชาชีพและมหาวิทยาลัยได้นำแนวทางที่ได้เรียนรู้จากการปฐกถาพิเศษของท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นแนวทางในการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับสภาวิชาชีพก็จะทำให้การทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับสภาวิชาชีพเป็นไปอย่างราบรื่นและสร้างสรรค์ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาวิชาการและวิชาชีพอย่างยั่งยืนได้ครับ

1.2 การเสวนาเรื่อง “การประสานความร่วมมือเพื่อพัฒนาหลักสูตรตอบสนองความต้องการด้านวิชาชีพ” โดยผู้ทรงคุณวุฒิ จาก ทั้ง สกอ. มหาวิทยาลัย และสภาวิชาชีพ ที่ได้ร่วมกันเสวนาถึงแนวปฏิบัติที่ดีในการทำงานร่วมกันระหว่าง สภาวิชาชีพกับสถาบันอุดมศึกษา       ซึ่งการเสนวนาดังกล่าว ทำให้ได้เรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดีในการทำงานร่วมกันระหว่างสภาวิชาชีพคือแพทยสภา กับ กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์ แห่งประเทศไทย (กสพท) ที่มีการทำงานประสานความร่วมมือระหว่างสภาวิชาชีพกับสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการเรียนการสอนทางด้านแพทย์ศาสตร์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่ดีที่สภาวิชาชีพ และสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการเรียนการสอนในสาขาอื่นๆ น่าจะนำไปประยุกต์ใช้ครับ ซึ่งถ้าทุกสภาวิชาชีพสามารถดำเนินการได้ตามแนวทางของ แพทยสภากับ กสพท. ก็จะทำให้การทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับสภาวิชาชีพเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาวิชาการและวิชาชีพในสาขานั้นๆ เป็นอย่างดีครับ

2. ผลสรุปการประชุมกลุ่มวิชาชีพวิศวกร

การหารือร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษา สภาวิชาชีพ ในกลุ่มของวิชาชีพวิศวกร มีการประชุมร่วมกันในช่วงบ่ายของวันที่ 12 พ.ย. 2555 และนำเสนอต่อที่ประชุมวิชาการของ ทปอ. ในช่วงเช้าของ วันที่ 13 พ.ย. 2555 โดยมีสาระสำคัญของการประชุมและข้อสรุปที่ได้จากการประชุมในทั้ง 2 วัน ที่จะขอเล่าให้ท่านคณบดี สมาชิกสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย และประชาคมวิศวฯ ม.อ. ได้รับทราบดังต่อไปนี้ครับ

การประชุมกลุ่มวิชาชีพวิศวกร ในวันที่ 12 พ.ย. 55 ได้รับความสนใจจากมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก เต็มห้องประชุม ต้องมีเก้าอี้เสริม และมีหลายท่านต้องยืนร่วมประชุม อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นที่รับทราบว่า กลุ่มวิชาชีพวิศวกรเป็นกลุ่มที่มีปัญหาการทำงานร่วมกันระหว่างสภาวิชาชีพกับสภาคณบดีวิศวกรรมศาสตร์ มาอย่างต่อเนื่องครับ ในที่ประชุมกลุ่มย่อยกลุ่มวิชาชีพวิศวกรในวันที่ 12 พ.ย. 2555 นั้น เราไม่ได้พูดถึงประเด็นปัญหาครับ แต่สิ่งที่ได้มีการหารือร่วมกันคือ แนวทางในการทำงานร่วมกันระหว่างสภาวิศวกร กับ สภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งได้มีการหารือร่วมกันใน 5 ประเด็น คือ

(1) ขอบเขตความรับผิดชอบระหว่างสภาคณบดีกับสภาวิศวกร
(2) ขั้นตอนการรับรองปริญญา
(3) ความยืดหยุ่นในการจัดการเรียนการสอน
(4) อนุกรรมการรับรองปริญญา และ
(5) ความเข้าใจในใบประกอบวิชาชีพ

โดยมีข้อสรุปในแต่ละประเด็นดังนี้ครับ

ประเด็น ที่ 1: ขอบเขตความรับผิดชอบระหว่างสภาคณบดีกับสภาวิศวกร

ในประเด็นนี้ได้มีการอภิปรายในที่ประชุมอย่างกว้างขวาง เพราะเป็นประเด็นทีสำคัญ ที่สามารถนำไปสู่การดำเนินการในเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องระหว่างสภาวิศวกร กับ สภาคณบดีในทุกเรื่อง ข้อสรุปที่ได้จากทีประชุมในประเด็นนี้คือ สภาวิศวกร และ สภาคณบดี ต้องมีขอบเขตความรับผิดชอบที่ชัดเจนโดยที่

สภาคณบดี – รับผิดชอบดูแลในมาตรฐานวิชาการ เช่น การจัดการเรียนการสอน หลักสูตร และ
สภาวิศวกร – รับผิดชอบดูแลในมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อพัฒนาศักยภาพของวิศวกรอย่างต่อเนื่องหลังจากจบการศึกษา โดยการ การอบรม CPD และส่งเสริมด้านจรรยาบรรณ ด้านความปลอดภัย แก่วิศวกร และพัฒนาวิศวกรในระดับสามัญและวุฒิวิศวกร

แม้ว่าจะมีการกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบที่ชัดเจนระหว่างสภาคณบดีกับสภาวิศวกรแต่ทั้งสองหน่วยงานก็จะต้องทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เช่น สภาวิศวกรซึ่งมีความเชี่ยวชาญและทำงานใกล้ชิดกับกับภาคอุตสาหกรรม และการประกอบอาชีพของวิศวกร ก็จะสามารถให้ข้อเสนอแนะ ให้คำปรึกษาในการจัดทำหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน แก่สภาคณบดีได้ ในขณะเดียวกันสภาคณบดีซึ่งเป็นที่รวมของนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญก็สามารถเข้าไปมีส่วนช่วยสภาวิศวกรในการพัฒนา อบรม หรือให้ความรู้เพื่อพัฒนาวิศวกรอย่างต่อเนื่องได้เช่นกัน นั่นก็คือทั้งสภาคณบดีและสภาวิศวกรจะต้องร่วมมือกันเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน และ พัฒนาวิศวกรอย่างใกล้ชิด และอย่างต่อเนื่องครับ

ประเด็นที่ 2: การรับรองหลักสูตรและการรับรองปริญญา

ในประเด็นนี้ได้มีการเสนอแนวทางการทำงานร่วมกันทั้งในขั้นตอนการพัฒนาหลักสูตร การควบคุมดูแลการจัดการเรียนการสอนในระหว่างการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา และ ขั้นตอนการรับรองปริญญาสำหรับผู้ที่ต้องการใบประกอบวิชาชีพโดยสภาวิชาชีพ มีรายละเอียดโดยย่อในแต่ละประเด็นดังนี้ครับ

2.1. การมีส่วนร่วมของสภาวิศวกรในการพัฒนาหลักสูตร:

สภาวิศวกร เข้ามามีส่วนในพัฒนาหลักสูตรในลักษณะการให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะตั้งแต่ต้น ผ่านการจัดทำกรอบมาตรฐานของหลักสูตร (มคอ. 1) หรือร่วมกำหนดองค์ความรู้ที่จำเป็นสำหรับการประกอบอาชีพ และให้สถาบันการศึกษาออกแบบหลักสูตรให้ครอบคลุมองค์ความรู้ที่จำเป็นเหล่านั้น โดยให้มีความยืดหยุ่นในการออกแบบหลักสูตร

2.2 การตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการจัดการเรียนการสอนของหลักสูตร:

ในประเด็นนี้ที่ประชุมเสนอให้มีการดำเนินการในรูปแบบเดียวกับกรณีของแพทยสภา กับ กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท) โดยสภาคณบดีวิศวกรรมศาสตร์จะต้องพร้อมที่จะเข้ามาดูแลควบคุมคุณภาพ มาตรฐานการจัดการเรียนการสอนของสถาบันต่างๆ โดยอาจจะสามารถบูรณาการขั้นตอนการตรวจสอบ ควบคุณภาพ มาตรฐานการจัดการเรียนการสอนร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เข้ามาตรวจสอบ ควบคุมคุณภาพของหลักสูตรอยู่แล้ว เช่น สกอ. และ สมศ. เป็นต้น โดยให้มีสภาวิศวกรร่วมเป็นกรรมการประเมินด้วย

2.3. การรับรองปริญญาสำหรับผู้ที่ต้องการใบประกอบวิชาชีพ

การรับรองปริญญาสำหรับผู้ที่ต้องการใบประกอบวิชาชีพวิศวกร เห็นควรให้ใช้วิธีการสอบซึ่งดำเนินการโดยสภาวิศวกร

ประเด็นที่ 3 : ความยืดหยุ่นในการจัดการเรียนการสอน

ถ้าสามารถดำเนินการตามข้อเสนอแนะในประเด็น ขอบเขตความรับผิดชอบระหว่างสภาคณบดีกับสภาวิศวกร และ ประเด็นขั้นตอนการรับรองปริญญา จะนำไปสู่ความยืดหยุ่นในการจัดการเรียนการสอนได้

ประเด็นที่ 4: อนุกรรมการรับรองปริญญา

ในช่วงแรกก่อนที่จะดำเนินการตามแนวทางที่เสนอในประเด็นที่ 1 และ 2 นั้น และการรับรองปริญญายังคงดำเนินการตามแนวทางเดิมนั้น สภาคณบดีขอเสนอสภาวิศวกรเพื่อพิจารณาให้มีตัวแทนจากสภาคณบดี ร่วมเป็นอนุกรรมการการรับรองปริญญาของสภาวิศวกรในทุกสาขา

ประเด็นที่ 5: การสื่อสารความเข้าใจความสำคัญของใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

เนื่องจากการเรียนการสอนทางวิศวกรรมศาสตร์ในปัจจุบันมีหลายสาขาวิชา ที่พัฒนาขึ้นตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป แต่มีสาขาวิศวกรรมควบคุมตามกฏหมายของสภาวิศวกรเพียง 7 สาขา ทำให้หลายๆ หน่วยงานมีความเข้าใจว่าอาชีพวิศวกรมีเพียง 7 สาขาเท่านั้น ส่งผลกระทบต่อการหางานทำของบัณฑิตในสาขาอื่นๆที่ไม่ใช่สาขาควบคุม ในประเด็นนี้ที่ประชุมจึงเสนอว่า ทั้งสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ และสภาวิศวกรควรร่วมกันสร้างความเข้าใจในเรื่องใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ให้กับหน่วยงานต่างๆ ได้เข้าใจว่าวิศวกรรมมีทั้งสาขาที่ควบคุมและสาขาที่ไม่ควบคุมซึ่งไม่จำเป็นต้องมีใบประกอบวิชาชีพ เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ และสามารถรับผู้สำเร็จการศึกษาที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพเข้าทำงานในสาขาที่ไม่ใช่วิศวกรรมควบคุมได้

ทั้ง 5 ประเด็นนี้ได้ถูกนำเสนอในที่ประชุมวิชาการของ ทปอ. ตามเอกสาร power point ที่แนบ เพื่อให้ทาง ทปอ. สามารถนำข้อสรุปนี้ไปขับเคลือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป และกระผมเองในฐานะประธานสภาคณบดีก็จะนำประเด็นต่างๆ ที่สรุปจากที่ประชุม ทปอ. ในครั้งนี้ เสนอเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากสภาวิศวกรต่อไปเพื่อจะได้มีแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยกับสภาวิศวกรที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเหมาะสมและเป็นรูปธรรมต่อไปครับ

ขอบคุณครับ
อ.จรัญ

หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 19 พฤศจิกายน 2555 11:09 แก้ไข: 20 พฤศจิกายน 2555 08:17 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 panyarak, Ico24 คนธรรมดา, และ Ico24 นางสาว แสงจันทร์ ปิ่นกาญจนรัตน์.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.236.204.251
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ