นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
Ico64
รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 6

อ่าน: 1809
ความเห็น: 0

เรื่องเล่าจากที่ประชุมคณบดี ประจำเดือน ก.พ. และ สาระที่เกี่ยวข้อง

นานาสาระจากที่ประชุมคณบดีที่ประชาคมวิศวฯ ควรทราบ

เรียนประชาคมวิศวฯ ทุกท่าน

เรื่องเล่าจากที่ประชุมคณบดี 2 ก.พ. 55

ที่ประชุมคณบดี เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 55 ได้พิจารณาวาระต่างๆ และมีเรื่องแจ้งเพื่อทราบจากที่ประชุมที่เกี่ยวข้องกับคณะวิศวฯ ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่จะนำเรียนให้ประชาคมวิศวฯ ได้รับทราบดังนี้ครับ

1. เรื่องที่เกี่ยวกับบุคลากร

1.1 กิจกรรมงานเกษียณอายุราชการ ปี 2555

ที่ประชุมคณบดี เห็นชอบการจัดกิจกรรมงานเกษียณอายุราชการใน ปี 2555 ใน 2 กิจกรรมคือ
• กิจกรรมปัจฉิมนิเทศ โดยจัดเป็นกิจกรรมทัศนศึกษาภายในหรือต่างประเทศ ให้กับผู้เกษียณอายุ โดยสนับสนุนงบประมาณรายละ 25,000 บาท (มหาวิทยาลัย 50% คณะ 50%)
• การจัดงานวันเกษียณอายุจะจัดแบบเรียบง่าย เหมือนทุกปีที่ผ่านมาโดยเชิญผู้บริหารมหาวิทยาลัย ผู้บริหารของผู้เกษียณอายุราชการ ญาติผู้เกษียณอายุราชการ และผู้เกษียณอายุราชการมาร่วมงาน ท่านอธิการมอบเหรียญพระบิดาหุ้มทองคำ ให้กับผู้เกษียณอายุ และถ่ายภาพกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยและผู้บริหารของผู้เกษียณอายุราชการ สำหรับปีนี้คณะวิศวฯ ของเราจะมีผู้เกษียณอายุราชการ ทั้งหมด 8 ราย เป็น ข้าราชการ 6 ราย และ ลูกจ้างประจำ 2 ราย และในภาพรวมของมหาวิทยาลัย จะมีผู้เกษียณอายุทั้งหมด 115 ราย ครับ

1.2 ค่าตอบแทนประจำตำแหน่งผู้บริหาร

ที่ประชุมคณบดีเห็นชอบการกำหนดค่าตอบแทนประจำตำแหน่งผู้บริหารและแนวทางการดำเนินการขออนุมัติจัดตั้งและการจ่ายค่าตอบแทนประจำตำแหน่งต่างๆ ดังนี้

กลุ่มผู้บริหารระดับสูง (เทียบเท่าคณบดี) อัตรา 5,600-10,000 บาท
กลุ่มผู้บริหารระดับกลาง (เทียบเท่าผู้อำนวยการกอง เช่นเลขานุการคณะฯ) อัตรา 3,500 – 5,600 บาท
กลุ่มผู้บริหารระดับงาน (เทียบเท่าหัวหน้างาน เช่นหัวหน้ากลุ่มงาน) อัตรา 2,500-3,500 บาท
กลุ่มผู้บริหารระดับต่ำสุด (เทียบเท่าหัวหน้าหน่วย ) อัตรา 500-2,000 บาท

โดยมีเงื่อนไขในการขอจัดตั้งหน่วยงานและการจ่ายเงินค่าตอบแทนประจำตำแหน่งต่างๆ ดังนี้

การขออนุมัติจัดตั้งหน่วยงาน

1. การขออนุมัติจัดตั้งหน่วยงานระดับเทียบเท่าคณะและภาควิชา ต้องเสนอขอรับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณบดี และสภามหาวิทยาลัยตามลำดับ
2. การขอจัดตั้งหน่วยงานระดับเทียบเท่างานต้องเสนอขอรับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณบดี
3. การขอจัดตั้งหน่วยงานระดับต่ำกว่าระดับงานต้องเสนอขอรับความเห็นชอบจากที่ประชุมกรรมการประจำหน่วยงาน เช่นกรรมการประจำคณะ/หน่วยงาน

การจ่ายเงินค่าตอบแทนตำแหน่ง

1. กรรมการประจำหน่วยงานเป็นผู้กำหนดอัตราค่าตอบแทนในแต่ละประเภทตำแหน่งในช่วงที่กำหนดข้างต้น
2. หน่วยงานต้องมีเงินรายได้/แหล่งเงินรายรับอื่นๆ ที่พอเพียง หรือสามารถหารายได้เพิ่มสำหรับ รองรับการจ่ายค่าตอบแทนที่เกิดขึ้นในแต่ละปีงบประมาณ

2. เรื่องเกี่ยวนักศึกษา

2.1 นักศึกษาค้างชำระค่าลงทะเบียนเรียนเทอม 2/2554 กับแนวทางการดำเนินการของมหาวิทยาลัย

ที่ประชุมคณบดีรับทราบจากวาระแจ้งเพื่อทราบว่าในภาคการศึกษา 2/2554 มหาวิทยาลัยยังไม่ได้รับค่าลงทะเบียนเรียนจากนักศึกษาทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท รวมเป็นเงิน 92,984,179.50 บาท ซึ่งมีทั้งนักศึกษาที่ค้างชำระ นักศึกษากู้ทุน กยส. นักศึกษาที่ได้รับการผ่อนผันจากคณะต่างๆ และนักศึกษาที่ได้รับทุน ในจำนวนนี้มีนักศึกษาที่ค้างชำระ (ไม่เป็นนักศึกษาที่กู้ทุน กยส. หรือได้รับการผ่อนผันจากคณะฯ หรือนักศึกษาที่ได้รับทุน) ในระดับปริญญาตรี จำนวน 562 ราย และระดับบัณฑิตศึกษา 1,029 ราย ครับ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยจะดำเนินการตรวจสอบและแจ้งให้นักศึกษาที่ค้างชำระค่าธรรมเนียมที่ไม่อยู่ในกลุ่มที่กู้ทุน กยส. หรือได้รับการผ่อนผันจากคณะฯ หรือนักศึกษาที่ได้รับทุน ดำเนินการจ่ายค่าลงทะเบียนก่อนการสอบปลายภาคการศึกษานี้ครับ (แต่ผมไม่แน่ใจว่าจะสามารถดำเนินการได้ทันหรือไม่) ถ้านักศึกษาไม่ดำเนินการตามกำหนดก็จะไม่สามารถเข้าสอบปลายภาคและจะไม่สามารถลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาถัดไปได้ครับ 


จึงเป็นประเด็นที่ต้องเรียนให้อาจารย์ที่ปรึกษาและอาจารย์ที่จะคุมสอบปลายภาคการศึกษานี้ทราบถึงแนวปฏิบัติที่มหาวิทยาลัยกำหนดครับ เพราะสิ่งที่จะเกิดตามมาคือนักศึกษาที่ยังค้างชำระค่าลงทะเบียนจะไม่สามารถลงทะเบียนในภาคการศึกษาถัดไป และอาจจะไม่มีรายชื่อให้เข้าสอบในภาคการศึกษานี้ตามแนวทางที่มหาวิทยาลัยแจ้งให้ทราบครับ

ดังนั้นในกรณีที่นักศึกษาไม่สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับภาคการศึกษาถัดไปและมาขอให้อาจารย์ที่ปรึกษาอนุญาตก็คงต้องสอบถามว่านักศึกษาได้จ่ายค่าลงทะเบียนในเทอมนี้หรือยังถ้ายังก็แจ้งให้นักศึกษาไปจ่ายค่าลงทะเบียนก่อนที่จะอนุญาตให้ลงทะเบียนนะครับ

สำหรับการสอบปลายภาคครั้งนี้ผมคาดว่าอาจจะมีนักศึกษาที่ไม่มีรายชื่อในใบเซ็นชื่อจากทะเบียนกลางเนื่องจากการค้างชำระค่าลงทะเบียนครับ แต่เนื่องจากการตรวจสอบและการแจ้งให้นักศึกษาทราบเพื่อจ่ายค่าลงทะเบียนให้เสร็จก่อนการสอบปลายภาคในภาคการศึกษานี้ค่อนข้างกระชั้นชิด ผมเกรงว่าจะมีนักศึกษาส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถชำระค่าลงทะเบียนได้ทัน ดังนั้นในเบื้องต้นก็คงต้องอนุญาตให้นักศึกษาเข้าสอบไปก่อนและผมจะมอบหมายให้รองวิชาการนำประเด็นนี้เข้าพิจารณาในกรรมการประจำคณะเดือนนี้เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินการสำหรับนักศึกษาที่ค้างชำระค่าลงทะเบียน แนวทางหนึ่งที่เราสามารถดำเนินการได้คือถ้าเราทราบข้อมูลจากทางทะเบียนกลางว่านักศึกษารายใดค้างชำระค่าลงทะเบียนการศึกษาโดยไม่มีเหตุผล ทางคณะก็อาจจะต้องชะลอการอนุมัติเกรดของนักศึกษาที่ค้างชำระค่าลงทะเบียนในเทอมนี้ไว้ก่อนจนกว่าจะชำระค่าลงทะเบียนเรียนจึงจะอนุมัติเกรดให้กับนักศึกษาครับ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเห็นหรือมติของที่ประชุมกรรมการประจำคณะครับ

ต้องเรียนว่าปัญหาหนี้สินของนักศึกษาเป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบกับการบริหารงบประมาณเงินรายได้ของคณะด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราคงต้องมีมติสำหรับนักศึกษาที่ค้างชำระค่าลงทะเบียนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตหรือไม่อนุญาต ให้เข้าสอบ หรือแม้แต่การอนุมัติเกรดต่างๆ ให้เป็นแนวปฏิบัติของคณะที่ชัดเจนต่อไป เพื่อเป็นแนวทางให้กับนักศึกษา ผู้คุมสอบ และ อาจารย์ที่ปรึกษา ได้ปฏิบัติไปในทางเดียวกัน และเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าวร่วมกับมหาวิทยาลัยด้วยครับ

2.2 โครงการจัดตั้งวิทยาลัยนานาชาติ ม.อ. เปิดหลักสูตรดิจิทัลมีเดีย (หลักสูตรนานาชาติ)

ที่ประชุมคณบดีเห็นชอบการขอกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา หลักสูตรพิเศษ หลักสูตรดิจิทัลมีเดีย (หลักสูตรนานาชาติ) ของโครงการจัดตั้งวิทยาลัยนานาชาติ ในอัตราภาคการศึกษาละ 85,000 บาท และมีค่าธรรมเนียมแรกเข้า 20,000 บาท

ในระยะหลังนี้ผมเห็นว่ามีหลักสูตรพิเศษ หรือ หลักสูตรปกติที่ต้องมีการดูแลนักศึกษาเป็นพิเศษเพื่อผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและมีประสบการณ์ หรือเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เช่น การเดินทางไปดูงานในต่างประเทศ หรือการให้นักศึกษาได้ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เฉพาะด้านที่ทันสมัยหลักสูตรก็สามารถกำหนดค่าธรรมเนียมให้สอดคล้องและครอบคลุมค่าใช้จ่ายเหล่านั้นได้

ผมเลยมีความคิดในเบื้องต้นว่าถ้า ทุกหลักสูตร ทุกภาควิชา ต้องการให้นักศึกษาของเรามีประสบการณ์การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ และเทคโนโลยีใหม่ๆ ในต่างประเทศ เพื่อเป็นการกระตุ้นการใช้ภาษา บรรยากาศการเรียนรู้ และเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิตให้กับนักศึกษาของเราให้พร้อมสำหรับการเข้าสู่ AEC ในปี 2558 ทางหลักสูตรอาจจะกำหนดรายวิชาที่ให้นักศึกษาต้องมีประสบการณ์ด้านภาษา หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศ โดยการนำนักศึกษาไปทัศนศึกษาดูงานต่างประเทศ หรือกำหนดให้นักศึกษาต้องไปเข้า Camp ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอื่นๆ เช่น ภาษา จีน ในประเทศใกล้เคียง เช่น สิงคโปร์ จีน หรืออื่นๆ อย่างน้อย 1 ครั้ง โดยรวมค่าใช้จ่ายอยู่ในค่าธรรมเนียมการศึกษาที่จะต้องเก็บเพิ่มเติมเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการพัฒนาทักษะและสร้างประสบการณ์เหล่านี้ให้กับนักศึกษาของเราก็น่าจะทำได้ครับ เช่น เมื่อวันที่ 12-15 ก.พ. 55 ผมได้เดินทางไป Habin Engineering University (HEU) ประเทศจีนร่วมกับท่านอธิการบดี รองอธิการบดี และ คณบดีอื่นๆ อีกหลายท่าน โดยมหาวิทยาลัยได้เจรจาความร่วมมือกับ HEU ในหลายๆ ประเด็น รวมทั้งความร่วมมือในการส่งนักศึกษาไปเรียนภาษาจีนที่ HEU ด้วย โดยมีค่าเล่าเรียนเดือนละ 2100 หยวน ค่าหอพักอีกประมาณ 600 หยวน และมีค่าอาหารอีกส่วนหนึ่งซึ่งก็ไม่แตกต่างจากค่าครองชีพในเมืองไทย ผมเชื่อว่าโดยชื่อเมือง HABIN ที่เป็นที่รู้จักในฐานะที่เป็นเมืองน้ำแข็ง เมืองหิมะ ที่มีความหนาวเย็นเป็นสิ่งจูงใจ ก็น่าจะมีนักศึกษาของเราสนใจที่จะเข้าร่วมโปรแกรมการพัฒนาทักษะภาษาจีน หรือการมีประสบการณ์ในต่างประเทศในลักษณะนี้อย่างแน่นอน

ซึ่งตรงนี้เราสามารถดำเนินการได้ทันทีครับ การดำเนินการปัจจุบันก็ให้เป็นลักษณะของการสมัครใจและนักศึกษาจะเสียค่าใช้จ่ายต่างๆ ตอนสมัครเข้าร่วมโครงการครับ แต่ในอนาตคถ้าเราเห็นสมควรให้มีการปรับปรุงหลักสูตรและกำหนดให้เรื่องการพัฒนาทักษะด้านภาษา และ การสร้างประสบการณ์ในต่างประเทศให้กับนักศึกษาเป็นเงื่อนไขหนึ่งของการเสริมทักษะ/ประสบการณ์ให้กับนักศึกษาไว้ในหลักสูตรของเรา เราก็อาจจะต้องปรับค่าธรรมเนียมการศึกษาให้ครอบคลุมเรื่องเหล่านี้ก็น่าจะทำได้ครับ ส่วนนักศึกษาที่ไม่สะดวกที่จะไปศึกษาหรือมีประสบการณ์ในต่างประเทศเราก็อาจจะต้องกำหนดให้มีเงื่อนไขการเสริมทักษะภาษา และประสบการณ์อื่นๆ ในประเทศก็ได้โดยมีค่าธรรมเนียมการศึกษาที่ต่ำกว่าผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการพัฒนาทักษะด้านภาษาหรือการมีประสบการณ์ในต่างประเทศเป็นต้น

3. เรื่องของทรัพยากร

3.1 งบประมาณ ครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ปี 2555

ที่ประชุมคณบดีรับทราบ เรื่องการติดตามการใช้งบประมาณปี 2555 โดยมหาวิทยาลัยจะไม่ให้คณะ/หน่วยงาน กันเงินค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง 1 ปีไว้เบิกจ่ายเหลื่อมปี ในปีงบประมาณ 2555

โดยรายการค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง 1 ปีที่ได้รับงบประมาณจากงบลงทุน ให้คณะ/หน่วยงานดำเนินการจัดซื้อและเซ็นสัญญาให้แล้วเสร็จภายในเดือน มีนาคม 2555

ส่วนรายการค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง 1 ปี ที่ได้รับงบประมาณจากงบเงินอุดหนุน ให้คณะ/หน่วยงานดำเนินการจัดซื้อและเซ็นสัญญาให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2555

ในปีงบประมาณ 2555 คณะวิศวฯ ได้รับการจัดสรรงบประมาณครุภัณฑ์สำหรับส่วนกลาง และภาควิชา ในวงเงินประมาณ 3.8 ล้านบาท จึงขอให้ภาควิชา/หน่วยงาน ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณครุภัณฑ์ดำเนินการจัดซื้อและเซ็นสัญญาให้แล้วเสร็จตามกำหนดด้วยครับ

3.2 งบประมาณเงินรายได้

ที่ประชุมคณบดีเห็นชอบ การจัดทำงบประมาณเงินรายได้ ปี 2556 ของมหาวิทยาลัย โดยเห็นชอบในประเด็นหลักๆ คือ การจัดทำงบประมาณเงินรายได้ ของมหาวิทยาลัยในปีงบประมาณ 2556 จะสนับสนุน ทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยใน 8 ทิศทางประกอบด้วย
• สร้างศักยภาพการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยที่เข้มแข็ง
• เสริมศักยภาพและความพร้อมขององค์ความรู้ในศาสตร์ทุกสาขาที่เชื่อมโยงกับระบบบัณฑิตศึกษา
• สร้างบัณฑิตให้เป็นพลเมืองโลก ที่มีสมรรถนะสากลบนพื้นฐานความเป็นไทย
• บริการวิชาการที่เปิดกว้าง ออกสู่ชุมชน และมีการเข้า ถึงได้อย่างหลากหลาย
• พัฒนาสู่องค์กรสมรรถนะสูงในรูปแบบของ “ระบบมหาวิทยาลัยหลายวิทยาเขต”
• เป็นองค์กรแห่งธรรมาภิบาลและองค์กรแห่งการเรียนรู้
• ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสถานการณ์ ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
• ส่งเสริมการพัฒนาเพื่อสนับสนุนความร่วมมือกับประเทศในกลุ่มอาเซียน(ASEAN Community)ASEAN+6 และเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมโลก

และมหาวิทยาลัยได้กำหนดให้ทุกคณะ/หน่วยงานจัดทำงบประมาณเงินรายได้ปี 2556 ส่งไปยังมหาวิทยาลัยเพื่อให้ความเห็นชอบภายในเดือนเมษายน 2555 ครับ ดังนั้นในส่วนของคณะจึงต้องมาดำเนินการจัดทำงบประมาณเงินรายได้ประจำปีงบประมาณ 2556 ให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยข้างต้นและต้องสนองตอบต่อวัตถุประสงค์ตามแผนกลยุทธ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ปี 2555-2559 ทั้ง 11 วัตถุประสงค์ที่ครอบคลุมมิติต่างๆ ตามแนวทาง TQA ทั้ง 6 ด้านดังนี้

1. ด้านการเรียนการสอน การวิจัย และบริการวิชาการแก่สังคม 5 วัตถุประสงค์ คือ

วัตถุประสงค์ที่ 1 ผลิตบัณฑิตให้ได้ตามมาตรฐาน และตรงกับความต้องการของตลาด
วัตถุประสงค์ที่ 2 การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
วัตถุประสงค์ที่ 3 การพัฒนาระบบการเรียนการสอนที่เน้นกระบวนการเรียนรู้
วัตถุประสงค์ที่ 4 ผลิตผลงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
วัตถุประสงค์ที่ 5 พัฒนางานบริการวิชาการที่ผู้รับบริการให้การยอมรับในขีดความสามารถของผู้ ให้บริการ

2. ด้านการมุ่งเน้นลูกค้า 1 วัตถุประสงค์คือ

วัตถุประสงค์ที่ 6 ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างต่อเนื่อง

3 ด้านงบประมาณการเงิน 1  วัตถุประสงค์

วัตถุประสงค์ที่ 7 จัดหา และบริหารจัดการงบประมาณอย่างเพียงพอ

4. ด้านการมุ่งเน้นผู้ปฏิบัติงาน 2  วัตถุประสงค์

วัตถุประสงค์ที่ 8 จัดหา และบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลอย่างเพียงพอ
วัตถุประสงค์ที่ 9 การสร้างฐานข้อมูล/กิจกรรม และช่องทางในการติดต่อกับศิษย์เก่าและบุคลากรที่เคย ปฏิบัติงานกับคณะฯ

5. ด้านประสิทธิผลของกระบวนการ 1  วัตถุประสงค์

วัตถุประสงค์ที่ 10 การเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการทำงาน

6. ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม 1  วัตถุประสงค์

วัตถุประสงค์ที่ 11 การถ่ายทอดผลงานวิจัย/ วิชาการ/เทคโนโลยีเพื่อเป็นประโยชน์ต่อชุมชน

แม้ว่ารูปแบบการจัดทำแผนกลยุทธ์ของมหาวิทยาลัยและของคณะจะใช้แนวทางที่ต่างกัน แต่ทั้ง 11 วัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในแผนกลยุทธ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ปี 2555-2559 ตามแนวทางของ TQA นั้นสามารถสนองตอบต่อทิศทางที่มหาวิทยาลัยกำหนดได้ในทุกทิศทางครับ การจัดทำงบประมาณเงินรายได้ประจำปี 2556 โดยยึดตามแผนกลยุทธ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ปี 2555-2559 ที่ประชาคมวิศวฯได้ร่วมกันจัดทำขึ้นมานั้นจะทำให้เราสามารถขับเคลื่อนคณะวิศวฯ ไปในทิศทางและเป้าหมายที่ประชาคมวิศวฯ ได้ร่วมกันกำหนดไว้ในแผนกลยุทธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไปครับ ทั้งนี้ทุกท่านสามารถดูรายละเอียดของแผนกลยุทธ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ปี 2555-2559 รวมทั้งตัวชี้วัดของทั้ง 11 วัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในแผนกลยุทธ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้ที่

http://www.eng.psu.ac.th/download/planning/strategy/  ครับ

4. การประเมินคุณภาพภายนอก สมศ. รอบ 3

ที่ประชุมคณบดีรับทราบกำหนดการประเมินคุณภาพภายนอก สมศ. รอบ 3 ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทั้ง 5 วิทยาเขตในช่วงวันที่ 15,17, 20-24 กุมภาพันธ์ 2555 ในส่วนของคณะวิศวกรรมศาสตร์ นั้น คณะกรรมการประเมินคุณภาพภายนอกจะมาประเมิน/ตรวจเยี่ยม คณะฯ ของเราในช่วงเวลา 10.30-12.00 น. ของวันที่ 22 ก.พ. 2555 ผมจึงขอถือโอกาสนี้เรียนข้อมูลต่างที่เกี่ยวข้องกับการประเมินคุณภาพภายนอก รอบ 3 ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ให้ประชาคมวิศวฯ รับทราบดังนี้ครับ

4.1 คณะกรรมการประเมิน คณะกรรมการประเมินภายนอก จาก สมศ. ที่จะมาประเมิน/ตรวจเยี่ยม คณะวิศวฯ ของเรามี 3 ท่านคือ
1. ผศ.วันชัย สุ่มเล็ก อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่นวิทยาเขตหนองคาย 2. รศ. ดร.ดนัย บุณยเกียรติ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ 3. นางสาวเกษณี สุจริตจันทร์ ผอ. ศูนย์ประสานงานการประกันคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

4.2 วันเวลา/สถานที่ และ กิจกรรม ในตรวจเยี่ยมคณะวิศวกรรมศาสตร์

คณะกรรมการประเมินจะมาตรวจเยี่ยมคณะวิศวกรรมศาสตร์ ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 10.30-12.00 น. ณ. ห้องประชุม 3 และ หน่วยงานต่างๆ ในคณะวิศวฯ โดยมีกิจกรรมต่างๆ ดังนี้
คณบดีนำเสนอผลการดำเนินการของคณะฯ (ไม่เกิน 15 นาที)
ผู้ประเมินซักถามข้อมูลเพิ่มเติม (ไม่เกิน 30 นาที)
ตรวจเยี่ยมสถานที่ (ไม่เกิน 30 นาที)
การเดินทางของคณะกรรมการไปยังคณะต่อไป (15 นาที)

4.2 คะแนนการประเมินตนเองของคณะวิศวฯ คะแนนผลการประเมินของคณะวิศวฯโดยสรุปแยกตามกลุ่มตัวบ่งชี้ได้ดังนี้

• กลุ่มตัวบ่งชี้พื้นฐาน 15 ตัวบ่งชี้ คะแนนเฉลี่ย 4.49
• กลุ่มตัวบ่งชี้อัตลักษณ์ 2 ตัวบ่งชี้ คะแนนเฉลี่ย 4.69
• กลุ่มตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม 1 ตัวบ่งชี้ คะแนนเฉลี่ย 5.00
• กลุ่มตัวบ่งชี้พันธกิจหลักของสถานศึกษา (ตัวบ่งชี้ 1-11) 11 ตัวบ่งชี้ คะแนนเฉลี่ย 4.57

คะแนนเฉลี่ยรวมทุกตัวบ่งชี้สำหรับการประเมินคุณภาพภายนอก รอบ 3 เท่ากับ 4.58
โดยสามารถดูรายละเอียดรายงานและ ข้อมูลสำหรับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม (สมศ.)ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ได้ที่ http://phoenix.eng.psu.ac.th/qa/P&Q/?file=information_QA.html

4.3 ประโยชน์ที่จะได้รับจากการประเมิน

ประเด็นสำคัญคือ สมศ. เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฏหมายในการประเมินสถาบันการศึกษา ผลการประเมินจึงเป็นทางการ และจะถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะชน จึงเป็นข้อมูลที่สังคมสามารถใช้เป็นดัชนีบ่งบอกระดับคุณภาพของสถาบันการศึกษานั้นๆได้ และเป็นดัชนีที่เป็นทางการและถูกต้องตามกฏหมาย ทางคณะจึงสามารถใช้ผลการประเมินนี้เพื่อการเทียบเคียงกับสถาบันอื่นๆ และสามารถใช้ผลการประเมินเพื่อการอ้างอิงหรือประชาสัมพันธ์ในประเด็นคุณภาพของคณะวิศวฯ ม.อ.ได้ ดังนั้นการที่คณะวิศวฯ มีผลการประเมินตามเกณฑ์ สมศ. เฉลี่ย 4.58 และถ้ากรรมการที่มาประเมินเห็นด้วยกับคะแนนดังกล่าวจะเป็นการรับรองอย่างเป็นทางการโดย สมศ. ว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.อ. มีผลการประเมินตามเกณฑ์ สมศ. ในระดับดีมาก ครับ นอกจากนี้แล้วการประเมินคุณภาพภายนอกโดย สมศ. รอบ 3 เป็นการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก ที่มีประสบการณ์ ซึ่งจะสามารถให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินการของคณะในปีต่อๆ ไปได้ครับ

4.4. การมีส่วนร่วมของประชาคมวิศวฯ กับการประเมินภายนอก รอบ 3

ในระหว่างที่ คณะกรรมการประเมินคุณภาพภายนอก จาก สมศ. มาประเมินและตรวจเยี่ยมคณะวิศวกรรมศาสตร์ ของเรานั้น ผมขอให้ชาววิศวฯ ทุกท่านได้เป็นเจ้าของบ้านที่ดี โดยให้การต้อนรับ ทักทาย และให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลหรือตอบคำถามต่างๆ ตามที่คณะกรรมการอาจจะสอบถามนะครับ โดยเฉพาะผู้บริหารคณะ ภาควิชา/หน่วยงาน ทุกท่านขอให้อยู่ต้อนรับคณะกรรมการประเมิน เพื่อร่วมกันชี้แจงและให้ข้อมูลแก่คณะกรรมการในรายละเอียดในบางประเด็นที่กรรมการอาจจะสอบถามในประเด็นที่เฉพาะเจาะจงด้วยครับ ทั้งนี้เพื่อเป็นการยืนยันข้อมูลและยืนยันผลการประเมินตนเองของเรา รวมทั้งเพื่อจะได้รับฟังข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคณะ ภาควิชา หน่วยงานที่ทุกท่านรับผิดชอบต่อไปครับ นอกจากนี้แล้วผมขอเชิญชวนชาววิศวฯ มีส่วนร่วมในการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 3 โดยเข้าร่วมต้อนรับและพบปะกับคณะกรรมการประเมินในโอกาสต่างๆ ดังนี้

เข้าร่วมรับฟังการนำเสนอผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย ในวันที่ 20 ก.พ. 55 เวลา 9.00-9.45 น. ณ. ห้องประชุม ศูนย์ประชุมนานาชาติ

เข้าร่วมรับฟังผลการตรวจเยี่ยม/ผลการประเมิน ในวันที่ 24 ก.พ. เวลา 10.30-12.00 น. ณ. ห้องประชุมทองจันทร์ หงศ์ลดารมภ์ คณะแพทย์ศาสตร์ ครับ

ขอบคุณครับ
อ.จรัญ

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 16 กุมภาพันธ์ 2555 14:45 แก้ไข: 17 กุมภาพันธ์ 2555 08:25 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา และ Ico24 โอ๋-อโณ.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.236.171.181
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ