นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
Ico64
รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 6

อ่าน: 2042
ความเห็น: 0

คณบดีสื่อสาร เรื่องราวจากที่ประชุมคณบดี ประจำเดือน ก.ค. 2554

หลายๆ เรือง หลายๆ ประเด็น จากที่ประชุมคณบดี ที่ประชาคมวิศวฯ ต้องทำความเข้าใจและเดินหน้าไปดวยกัน

คณบดีสื่อสาร เรื่องราวจากที่ประชุมคณบดี ประจำเดือน ก.ค. 2554

ที่ประชุมคณบดี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2554 มีมติเห็นชอบในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานในส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคณะวิศวฯ ดังนี้ครับ

1. ด้านบริหารบุคคล

ที่ประชุมคณบดี เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ได้ร่วมแสดงความยินดีกับอาจารย์และนักศึกษาของวิศวฯ ที่ได้รับรางวัลจากหน่วยงานภายนอก ที่ได้เข้ารับการเชิดชูเกียรติจากที่ประชุมคณบดีโดยได้รับช่อดอกไม้แสดงความยินดีจากท่านอธิการบดี ดังนี้ครับ

1. ทีมงานของ ผศ. พยอม รัตนมณี : จาก ผลงาน รางวัลชนะเลิศ "การจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริประจำปี 2553
2. ทีมลูกพระบิดา จาก ผลงานที่ได้รับคะแนนใน 10 อันดับแรก จาก 33 ทีมทั่วประเทศ จากการเข้าร่วมการแข่งขัน TSAE Auto Challenge 2010 - 11 Formula Students
3. ทีมนวัตกรรมดงยาง_Power MAX : จากผลงาน รางวัลเทคนิคยอดเยี่ยม จากการแข่งขันหุ่นยนต์ ส.ส.ท. ประจำปี 2554 ประดิษฐ์หุ่นยนต์ตะกร้อลอดห่วง (TPA Robo Hoop Takraw Competition 2011)
4. ทีมวิจัยสมาร์ท-เมคาทรอนิกส์ : จากผลงาน รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 จากการแข่งขันออกแบบ และสร้างหุ่นยนต์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4” (Robot Design Contest 2011)
5. สถานวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนจากน้ำมันปาล์มและพืชน้ำมัน : จากผลงาน รางวัลดีเด่น เรื่อง การพัฒนากระบวนการผลิตไบโอดีเซลชนิดเอทิลเอสเตอร์คุณภาพสูงเชิงอุตสาหกรรม จากการส่งผลงานเข้าประกวดรางวัลความคิดริเริ่ม ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน :กระบวนการและผลิตภัณฑ์เคมี ครั้งที่ 4

การดำเนินการของคณะในการเสนอชื่อผู้ที่สร้างชื่อเสียงให้กับคณะให้ได้รับการแสดงความยินดีในที่ประชุมคณบดีนั้นเป็นสิ่งที่สามารถสร้างขวัญและกำลังใจให้กับนักศึกษาและอาจารย์เจ้าของผลงานได้เป็นอย่างดีครับ ตัวอย่างเช่น หลังจากได้มอบช่อดอกไม้ให้กับนักศึกษาของเราแล้ว ท่านอธิการบดีได้แจ้งให้ที่ประชุมคณบดีทราบว่า นักศึกษาของเราจากทีมลูกพระบิดาได้พูดคุยกับท่านอธิการบดีตอนเข้ารับช่อดอกไม้และสัญญากับท่านอธิการบดีว่า “การแข่งขันปีหน้าทีมลูกพระบิดา จะทำให้ได้ไม่เกินที่ 5 ครับ” แสดงถึงการมีขวัญและกำลังใจของนักศึกษาของเราครับ และผมเชื่อมั่นว่าขวัญและกำลังใจของนักศึกษาเหล่านี้ ส่วนหนึ่งก็คงมาจากการที่ทางคณะและมหาวิทยาลัยได้ให้ความสำคัญในเรื่องการยกย่องและชื่นชมผลงานของเขาครับ

ดังนั้นการที่ทางคณะและมหาวิทยาลัย ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องเช่นนี้เป็นสิ่งที่ดีที่เราต้องช่วยกันครับ เราทุกคนช่วยเรื่องนี้ได้ไม่ยาก คือเมื่อท่านทราบว่าบุคลากรหรือนักศึกษาของเราได้ทำชื่อเสียงให้กับคณะโดยการได้รับรางวัลต่างๆ จากหน่วยงานภายนอกก็ต้องช่วยกันแจ้งข้อมูลมายังประชาสัมพันธ์ของคณะนะครับ เพื่อคณะจะได้มอบหมายให้หน่วยที่เกี่ยวข้องจัดทำเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติและเสนอชื่อผู้ได้รับรางวัลเข้ารับเกียรติบัตรจากคณบดีในที่ประชุมกรรมการประจำคณะ และทางคณะโดยงานประชาสัมพันธ์จะได้รวบรวมข้อมูลเสนอชื่อไปยังมหาวิทยาลัยเพื่อรับช่อดอกไม้เป็นกำลังใจจากท่านอธิการบดีในที่ประชุมคณบดีต่อไปครับ

การที่ อาจารย์ และนักศึกษาที่สร้างชื่อเสียงให้กับคณะได้มีโอกาสได้รับการเชิดชูเกียรติจากที่ประชุมกรรมการประจำคณะ และได้เข้าพบและรับช่อดอกไม้จากท่านอธิการบดีนั้นถือเป็นเกียรติประวัติและความภูมิใจของเขาครับ และเชื่อว่านักศึกษาเหล่านี้ก็จะเก็บสิ่งดีๆ เหล่านี้ติดตัวเขาออกไปเป็นศิษย์เก่าที่มีความภูมิใจ รักและจะมีความผูกพันกับสถาบันแห่งนี้สืบไป ดังนั้นเราคงต้องช่วยกันสร้างความรัก ความภูมิใจ และ ความผูกพันในสถาบันแห่งนี้ให้เกิดขึ้นกับศิษย์ปัจจุบันทุกคนในทุกโอกาสที่เราสามารถทำได้เพื่อเป้าหมายความเป็นหนึ่งของ วิศวฯ ดงยาง ในอนาคต นะครับ

ในประเด็นของการเป็นเจ้าภาพในการจัดทำเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติผู้ที่สร้างชื่อเสียงให้กับคณะและเสนอวาระเข้าที่ประชุมกรรมการประจำคณะ และการเสนอผู้ที่สร้างชื่อเสียงไปยังมหาวิทยาลัยนั้นขอให้มีผู้รับผิดชอบในการดำเนินการดังนี้ครับ

1. กรณีที่ นักศึกษา บุคลากร ได้รับรางวัลจาก ผลงานที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย นวัตกรรม ให้หน่วยวิจัยและนวัตกรรม เป็นผู้รับผิดชอบจัดทำเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ และเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมกรรมการประจำคณะ
2. กรณีที่ นักศึกษา บุคลากร ได้รับรางวัล จากผลงานที่เกี่ยวข้องกับ การเรียนการสอน เช่น ได้รับรางวัลเรียนดีจาก วสท. หรืออาจารย์ได้รับรางวัลที่เกี่ยวข้องกับการสอน การแต่งตำรา ให้หน่วยทะเบียน เป็นผู้รับผิดชอบจัดทำเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ และเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมกรรมการประจำคณะ
3. กรณีที่ นักศึกษา บุคลากร ได้รับรางวัล จากผลงานที่เกี่ยวข้องกับ กิจการนักศึกษา เช่น ได้รับรางวัลจากโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การทำนุบำรุง ศิลป วัฒนธรรม ให้หน่วยกิจการนักศึกษารับผิดชอบเป็นผู้รับผิดชอบจัดทำเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ และเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมกรรมการประจำคณะ
4. กรณีที่ นักศึกษา บุคลากร ได้รับรางวัล จากผลงานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการวิชาการ เช่น ได้รับรางวัลจากโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริการวิชาการแก่สังคม ให้หน่วยบริการวิชาการเชิงวิศวกรรมรับผิดชอบเป็นผู้รับผิดชอบจัดทำเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ และเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมกรรมการประจำคณะ
5. กรณีที่ นักศึกษา บุคลากร ได้รับรางวัล จากผลงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารบุคคล เช่น ได้รับรางวัลคนดีศรีสงขลา หรือ บุคคลตัวอย่าง ให้การจัดการทรัพยากรบุคคลเป็นผู้รับผิดชอบจัดทำเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ และเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมกรรมการประจำคณะ
6. หน่วยชุมชนสัมพันธ์ โดยประชาสัมพันธ์คณะมีส่วนสนับสนุนใน 2 เรื่องคือ
6.1 ประสานเพื่อ ส่งข้อมูล นักศึกษา บุคลากร ที่ได้รับรางวัลจากหน่วยงานภายนอก ที่งานประชาสัมพันธ์ได้รับจากภาควิชา/หน่วยงาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามข้อ 1-5 เพื่อจัดทำเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ และเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมกรรมการประจำคณะ ( หน่วยงานที่ต้องจัดทำเกียรติบัตรและเสนอวาระเข้าที่ประชุมกรรมการประจำคณะสามารถดูตัวอย่างได้จาก หน่วยวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งได้ดำเนินการในรอบการประชุมกรรมการประจำคณะที่ผ่านมา)
6.2 เมื่อหน่วยงานตามข้อ 1-5 นำข้อมูลที่ได้ไปดำเนินการจัดทำเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ และเข้าที่ประชุมกรรมการประจำคณะเรียบร้อยแล้ว ให้ดำเนินการประสานส่งข้อมูลดังกล่าวไปยังมหาวิทยาลัยเพื่อเสนอเข้ารับการเชิดชูเกียรติในที่ประชุมคณบดีต่อไป

ชาววิศวฯ ช่วยกันยกย่องคนทำดี เพื่อศักดิ์ศรีและชื่อเสียงของคนที่ทำดีและเพื่อศักดิ์ศรีและชื่อเสียงของวิศวฯ ม.อ. นะครับ

2. ด้านการเรียนการสอน

ตามที่มหาวิทยาลัยได้มีประกาศที่เกี่ยวข้องกับมาตรการแก้ไขปัญหาการส่งระดับคะแนนล่าช้า โดยมีประเด็นหนึ่งที่ให้มีการขยายวันสุดท้ายของการส่งรับระดับคะแนนเพิ่มอีก 2 วันนั้นรวมอยู่ด้วยนั้น งานประมวลผลและสำเร็จการการศึกษาได้ขอให้ที่ประชุมคณบดีทบทวนเรื่องการให้ขยายวันสุดท้ายของการส่งระดับคะแนนดังกล่าว ด้วยเหตุผลที่ว่าจะทำให้ทางงานประมวลผลและการสำเร็จการศึกษามีเวลาในการประมวลผลและการจัดการเรื่องการสำเร็จการศึกษาของนักศึกษาน้อยลงซึ่งอาจจะส่งผลต่อวันที่นักศึกษาจะจบการศึกษา และการขยายเวลาส่งเกรดออกไปก็อาจจะไม่เป็นการแก้ปัญหาการส่งระดับคะแนนล่าช้า จึงขอให้ที่ประชุมคณบดีทบทวนการขยายวันสุดท้ายดังกล่าวครับ

ที่ประชุมคณบดีมีมติเห็นชอบตามที่งานประมวลผลและสำเร็จการศึกษาขอให้ทบทวนคือไม่ขยายวันสุดท้ายของการส่งระดับคะแนนออกไป นั่นคือวันส่งเกรดวันสุดท้ายของแต่ละภาคการศึกษาก็จะเป็นไปตามวันที่กำหนดไว้เดิมครับ สำหรับประเด็นการส่งเกรดล่าช้านั้น ที่ประชุมตั้งข้อสังเกตว่า รายวิชาที่ส่งเกรดช้ามักจะเป็นรายวิชาเดิมๆ อาจารย์ที่ส่งเกรดช้าก็มักจะเป็นอาจารย์ท่านเดิมๆ เหตุผลที่ขอส่งเกรดช้าส่วนใหญ่ก็ไม่มีน้ำหนักพอ และ รายวิชาที่ส่งเกรดช้าส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่รายวิชาที่มีนักศึกษาจำนวนมากๆ แต่เมื่อกรรมการประจำคณะของแต่ละคณะอนุมัติ มหาวิทยาลัยก็ต้องอนุมัติตามมติของกรรมการประจำคณะ หรือกล่าวได้ว่า กรรมการประจำคณะอ่อนในเรื่องนี้นั่นเองครับ

ดังนั้นในส่วนของคณะผมใคร่ขอความร่วมมือจากอาจารย์ทุกท่านพิจารณาดำเนินการในเรื่องการตรวจข้อสอบ และการส่งเกรดให้เป็นไปตามระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนดนะครับ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของนักศึกษาของเราเป็นสำคัญครับ ที่ผ่านมาก็ต้องขอขอบคุณและชื่นชมอาจารย์ของเรานะครับ เพราะเท่าที่ผมเห็นในการประชุมกรรมการประจำคณะในช่วงที่เราต้องส่งเกรดนั้น มีเรื่องการขออนุมัติส่งเกรดล่าช้าไม่มากครับ ก็ขอให้เราช่วยกันรักษาสถิติที่ดีตรงนี้ไว้ตลอดไปนะครับ และสำหรับอาจารย์ท่านที่ส่งเกรดล่าช้าในที่ภาคการศึกษาหรือปีการศึกษาที่ผ่านมาๆ ก็คงต้องปรับปรุงให้ทันเวลานะครับ และถ้าจำเป็นต้องมีการขอขยายเวลาการส่งเกรดออกไปก็ขอเน้นว่าให้อาจารย์มีเหตุผลและคำนึงถึงผลประโยชน์ของนักศึกษาเป็นหลักนะครับ และต้องให้เหตุผลที่มีน้ำหนักซักนิดนะครับ ไม่เช่นนั้นกรรมการประจำคณะก็คงต้องอ่อนตามท่านอาจารย์ไปด้วยอย่างแน่นอนครับ

3. ด้านการวิจัย

3.1 ระเบียบมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ว่าด้วยค่าบริหารจัดการทุนอุดหนุนการวิจัย

ที่ประชุมคณบดีได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบ ระเบียบมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ว่าด้วยค่าบริหารจัดการทุนอุดหนุนการวิจัย โดยสาระสำคัญคือ มหาวิทยาลัยจะเรียกเก็บค่าบริหารจัดการทุนอุดหนุนการวิจัยจากแหล่งทุนภายนอก (ที่ยังไม่มีการเก็บค่าบริหารโครงการ) ตั้งแต่ปี 2555 และจากทุนงบประมาณแผ่นดินตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นไป โดยเรียกเก็บ ในอัตราร้อยละ 10 และจะแบ่งสัดส่วนให้ สำนักวิจัย 2.5% กองทุนวิจัยของวิทยาเขต 2.5% และ คณะต้นสังกัด 5.0% ครับ ซึ่งประกาศดังกล่าวทางมหาวิทยาลัยจะนำเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป

เมื่อพูดถึงเรื่องการเก็บค่าบริหารโครงการวิจัย หรือ ค่า Overhead การวิจัยนั้น ในคณะวิศวฯ ได้มีการคุยเรื่องนี้กันมาระยะหนึ่งแล้ว และเมื่อมหาวิทยาลัยจะดำเนินการเรื่องนี้ในภาพรวมของมหาวิทยาลัยทางคณะก็ได้ชะลอเรื่องดังกล่าวไปเพื่อไม่ให้มีความซ้ำซ้อน และสุดท้ายก็มีประกาศออกมาดังที่ได้เรียนให้ทราบครับ เมื่อประกาศฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัยแล้วก็คงจะมีแนวปฏิบัติต่างๆที่เกี่ยวข้องตามมาในภายหลังครับ อย่างไรก็ตามผมเรียนว่าการเรียกเก็บค่าบริหารโครงการวิจัยนั้นเป็นเรื่องจำเป็นที่มหาวิทยาลัยและคณะจะต้องมีรายรับส่วนนี้เข้ามาเพื่อใช้ในการบริหารการวิจัยต่อไป และขอเรียนข้อมูลเพิ่มเติมว่าจากการสำรวจข้อมูลของสำนักวิจัยและพัฒนาพบว่า ในปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยที่มีการเก็บค่าบริหารโครงการวิจัยในประเทศไทย (เฉพาะที่มีข้อมูล) รวมทั้งสิ้น 16 แห่ง และส่วนใหญ่จะเก็บค่าบริหารการวิจัยในอัตราร้อยละ 10 ครับ ดังนั้นก็คงถึงเวลาที่ ม.อ. เราในฐานะที่เป็นมหาวิทยาลัยที่ใช้งบประมาณรายได้ในการสนับการวิจัยมาอย่างต่อเนื่องก็คงต้องเก็บค่า Overhead จากการดำเนินการวิจัยของนักวิจัยบ้างครับ เพื่อนำรายรับเหล่านี้มาพัฒนางานวิจัยของมหาวิทยาลัยและของคณะต่างๆ ต่อไป

ในส่วนของวิศวฯ ผมเชื่อว่านักวิจัยทุกท่านเข้าใจและยินดีที่จะจ่ายในส่วนนี้นะครับ เพราะรายรับส่วนหนึ่ง (5%) ก็จะกลับมายังกองทุนวิจัยของเราเพื่อสนับสนุนงานวิจัยของเราครับ สิ่งที่นักวิจัยอย่างเราต้องดำเนินการ (สำหรับการขอทุนวิจัยจากภายนอกตั้งแต่ปีงบประมาณ 2555 และ การของบประมาณแผ่นดินประจำปีงบประมาณ 2556) ก็คือ ต้องประมาณการงบประมาณในโครงการวิจัยเผื่อไว้ 10% นะครับ โดย มหาวิทยาลัยจะเรียกเก็บในรูปแบบของ ค่าบริหารการวิจัย (สำหรับแหล่งทุนภายนอก) และ ค่าสาธารณูปโภค (สำหรับงบประมาณแผ่นดิน) และสำหรับ ค่า Over head ที่มหาวิทยาลัยจัดสรรมายังคณะ 5% นั้น ก็คงจะต้องมาดำเนินการตามระเบียบเรื่องค่าบริหารโครงการวิจัย (ค่า Overhead) ของคณะต่อไป ในประเด็นนี้ก็คงต้องฝากท่านรองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม และ หน่วยวิจัยและนวัตกรรมไปศึกษาและดำเนินการในส่วนที่คณะจะต้องดำเนินการที่สืบเนื่องจากเรื่องนี้ต่อไปด้วยครับ

3.2 การกรอกข้อมูลในระบบNRPM กับการเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดิน

ประเด็นนี้สืบเนื่องจาก วช. และ สำนักงบประมาณ จะใช้ข้อมูลความสำเร็จของโครงการวิจัย จากระบบNRPM เป็นข้อมูลส่วนหนึ่งในการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการวิจัยของมหาวิทยาลัยจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ได้รับทุนวิจัยจะต้องกรอกข้อมูลในระบบให้ครบถ้วน ตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งปิดโครงการในระบบครับ เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มหาวิทยาลัยจึงกำหนดให้การกรอกข้อมูลในระบบ NRPM ผูกติดกับการเบิกจ่ายเงินทุนวิจัยจากงบประมาณแผ่นดินดังนี้ครับ

งวดแรก เบิกจ่ายเงินให้โครงการ ในอัตราร้อยละ 50 หลังจากนักวิจัยได้กรอกข้อมูลแผนงานวิจัยในระบบแล้ว
งวดสอง เบิกจ่ายเงินให้โครงการ ในอัตราร้อยละ 40 หลังจากนักวิจัยได้ดำเนินการกรอกข้อมูลในส่วนของรายงานความก้าวหน้าครบถ้วนทุกขั้นตอนในระบบแล้ว
งวดสุดท้าย เบิกจ่ายเงินส่วนที่เหลือให้โครงการ หลังจากนักวิจัยได้ดำเนินการแล้ว ดังนี้
• กรอกข้อมูลรายงานฉบับสมบูรณ์ในระบบครบถ้วนทุกขั้นตอน
• Upload file บทคัดย่อ หรือ บทสรุปสำหรับผู้บริหาร หรือ รายงานฉบับสมบูรณ์ที่ผ่านการเห็นชอบจากคณะหรือหน่วยงานแล้ว
• จัดส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ที่ได้รับการประเมินคุณภาพจากคณะหรือหน่วยงานแล้ว

ในประเด็นการกรอกข้อมูลในระบบ NRPM ของ วช. ให้สมบูรณ์นี้ก็คงต้องฝากรองคณบดีฝ่ายวิจัย และ หน่วยวิจัยและนวัตกรรมรับไปสื่อสารทำความเข้าใจกับนักวิจัย และดูว่าเราจะช่วยกันแก้ปัญหาความยุ่งยากในการกรอกข้อมูลของนักวิจัยได้อย่างไรบ้าง เพราะคนที่มีข้อมูลครบถ้วนที่จะกรอกข้อมูลได้จริงคือนักวิจัยเจ้าของโครงการครับ ที่ผ่านมานักวิจัยไม่ค่อยอยากจะกรอกเพราะระบบ NRPM ค่อนข้างจะยุ่งยาก และต้องกรอกข้อมูลเยอะ แต่เมื่อทาง วช. ซึ่งเป็นเจ้าของทุนต้องการใช้ข้อมูลในระบบ NRPM เป็นกลไกในการควบคุม ติดตาม ผลการดำเนินการการวิจัยของนักวิจัยและ ยังจะใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดสรรงบประมาณให้กับมหาวิทยาลัยด้วยล่ะก้อ เราคงต้องช่วยกันดำเนินการนะครับ ถ้าเราต้องพลาดงบประมาณหรือทุนวิจัยจากงบประมาณของ วช.ไปเพราะผลสัมฤทธิ์ที่ปรากฏในระบบ NRPM ต่ำเพราะเราไม่ได้เข้าไปกรอกข้อมูลให้สมบูรณ์ ผลสุดท้ายเราก็จะเสียโอกาสที่จะได้ทุนวิจัยจาก วช. ไปอย่างที่ไม่ต้องไปโทษใครนอกจากตัวเราเองจริงไหมครับ

ประเด็นหลักๆ จากที่ประชุมคณบดีประจำเดือน ก.ค. และ แนวทางการดำเนินการที่ต่อเนื่องจากที่ประชุมดังกล่าวที่ทางคณะจะต้องนำมาดำเนินการก็คงมีดังที่ผมได้นำเรียนไปนะครับ ถ้าประชาคมวิศวฯ ของเรามีข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับประเด็นต่างๆ ข้างต้นก็สามารถเสนอแนะได้นะครับ ข้อเสนอแนะใดที่ดำเนินการได้ในระดับคณะผมก็จะรับมาพิจารณาดำเนินการต่อไป และถ้ามีประเด็นใดที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยผมก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะรับไปเสนอผู้บริหารมหาวิทยาลัยต่อไปครับ

ขอบคุณครับ
อ.จรัญ

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 02 กรกฎาคม 2554 22:12 แก้ไข: 03 กรกฎาคม 2554 07:45 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Monly และ Ico24 mandala.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.234.227.202
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ