นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
Ico64
รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 6

อ่าน: 2236
ความเห็น: 0

คณบดี สื่อสารการเยี่ยมชม เจรจาความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในไต้หวัน

มหาวิทยาลัยในไต้หวันมีคุณภาพระดับโลกแต่มีความเป็นเอเชียทีเปิดกว้างสำหรับความร่วมมือจาก PSU

คณบดี สื่อสารการเยี่ยมชม เจรจาความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในไต้หวันและแนวทางการดำเนินการเพื่อสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในไต้หวัน

เรียนประชาคมวิศวฯ ทุกท่านครับ

ภารกิจการเดินทางไปต่างประเทศของกระผมเพื่อไปเจรจาความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในประเทศไต้หวันร่วมกับทางมหาวิทยาลัย ซึ่งนำทีมโดยท่านรองอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ และมีลูกทีมที่ประกอบไปด้วย รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการวิทยาเขตปัตตานี คณบดี ผู้แทนคณบดี และเจ้าหน้าที่วิเทศสัมพันธ์รวมทั้งสิ้น 11 คนได้เสร็จสิ้นลงและทุกคนก็ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ผมจึงถือโอกาสนี้นำเอาประสบการณ์ และสิ่งที่ผมได้มีโอกาสได้ไปเห็นและเรียนรู้จากประเทศไต้หวันในช่วงเวลาระยะเวลา 1 อาทิตย์ที่อยู่ที่นั่นมาเล่าให้ประชาคมวิศวฯ ได้รับทราบ เพราะผมเห็นว่ามหาวิทยาลัยในไต้หวันน่าจะเป็นเป้าหมายสำคัญที่คณะวิศวฯ โดยภาควิชาต่างๆ ควรจะต้องสร้างความร่วมมือในด้านต่างๆ ด้วยเป็นอย่างยิ่ง โดยมีเหตุผลหลายๆ อย่างดังต่อไปนี้ครับ

1. คุณภาพและความพร้อมของมหาวิทยาลัยในไต้หวัน

ในประเด็นนี้จริงๆ เราก็ทราบกันอยู่บ้างแล้วว่ามหาวิทยาลัยในไต้หวันนั้นเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของเอเชีย และ บางมหาวิทยาลัยก็เป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ในอันดับที่ดีๆ ของโลก ก่อนหน้านี้ผมเองก็นึกสภาพของมหาวิทยาลัยในไต้หวันไม่ออกว่ามีหน้าตาเป็นอย่างไร แต่จากการที่ผมได้ไปเยี่ยมและเจรจาความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในไต้หวันครั้งนี้รวม 7 มหาวิทยาลัย ซึ่งประกอบด้วย

1).Taipei Medical University (TMU)
2). National Taipei University of Technology (NTUT)
3).National Taipei University (NTPU)
4).National Dong Hwa University (NDHU)
5).Providence University
6).National Cheng Kung University (NCKU) และ
7). National Kaohsiung Marine University (NKMU)

ทำให้ผมเห็นภาพของมหาวิทยาลัยในไต้หวันทั้งในเรื่องของการบริหาร การจัดการหลักสูตรและการวิจัยที่ชัดเจนขึ้นมากครับ และ เมื่อพูดถึงสาขาทางวิศวกรรมศาสตร์แล้วพบว่าคุณภาพและความพร้อม ของ NTUT, NDHU, NCKU, NKMU และ Providence U. ถือว่ามีความพร้อมและมีคุณภาพดีครับ ทุกมหาวิทยาลัยมีหลักสูตรทางวิศวกรรมศาสตร์ที่ทันสมัย และ มีงานวิจัยที่มีคุณภาพที่มีทั้งงานวิจัยเพื่อการตีพิมพ์และการวิจัยในเชิงประยุกต์ครับ ซึ่งผมจะได้นำรายละเอียดจากการที่ได้พูดคุยกับผู้บริหารและอาจารย์ของทั้ง NTUT, NDHU, NCKU, NKMU และ Providence U. มาพูดคุยกับหัวหน้าภาควิชาและคณาจารย์ของสาขาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไปเพื่อจะได้เรียนให้ทางภาควิชาและคณาจารย์ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบว่าจากการที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารและอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเหล่านี้นั้นเราสามารถที่จะสร้างความร่วมมือกับสาขาใดในคณะวิศวฯ ของมหาวิทยาลัยเหล่านี้ได้บ้าง โดยจะพิจารณาจากทั้งความเชี่ยวชาญ และความตั้งใจ หรือความจริงใจของมหาวิทยาลัยในไต้หวันที่จะร่วมมือกับเราเป็นเหตุผลหลักครับ ซึ่งสามารถเรียนประชาคมวิศวฯในเบื้องต้นได้ว่าเราน่าจะมีสาขานำร่องความร่วมมือระหว่างวิศวฯ ม.อ. กับ วิศวฯ ของ NTUT, NDHU, NCKU, NKMU และ Providence U ได้ในหลายสาขาครับ และ ผมเห็นว่าท่านหัวหน้าภาคและอาจารย์ในสาขาที่จะร่วมมือกันในระยะเริ่มต้น หรือสาขานำร่องนี้ก็คงจะต้องเดินทางไปเยี่ยมและ/หรือเชิญอาจารย์ทางไต้หวันมาเยี่ยมเพื่อแลกเปลี่ยนในเชิงวิชาการซึ่งกันและกันครับ เพราะทางไต้หวันจะให้ความสำคัญกับการที่ต้องรู้จักกันเและพูดคุยกันแบบ face to face มากครับ เพราะการที่อาจารย์ในทั้งสองสถาบันได้พบกันนั้นจะเป็นจุดที่จะเกิดความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไปครับ ทั้งนี้เพราะมหาวิทยาลัยเหล่านี้มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ มากมาย การติดต่อกันทาง e-mail เพียงอย่างเดียวบางครั้งก็ไม่เกิดผลที่จะนำไปสู่การปฏิบัติครับ และด้วยเหตุผลข้อที่ 2 ที่ผมจะกล่าวถึงที่ว่าด้วยเรื่อง การเดินทาง บรรยากาศ การเป็นอยู่ และค่าครองชีพในไต้หวัน (ดังรายละเอียดข้างล่าง) ผมเห็นว่าถ้าเราสามารถสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในไต้หวันได้โอกาสที่จะเกิด mobility ของทั้งอาจารย์ และนักศึกษา ระหว่างคณะวิศวฯของ PSU กับ วิศวฯ ของ NTUT, NDHU, NCKU, NKMU และ Providence U ก็จะมีความเป็นไปได้สูงกว่าการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอื่นๆ ที่มีค่าใช้จ่ายสูงครับ

2. การเดินทาง บรรยากาศ การเป็นอยู่ และค่าครองชีพ

2.1 การเดินทาง
การเดินทางจากประเทศไทยไปไต้หวันค่อนข้างสะดวก ใช้เวลาบินเพียง 3.5 ชั่วโมง (ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับประมาณ 17000 กว่าบาท) การเดินทางภายในประเทศก็มีทั้งรถไฟ และ รถไฟความเร็วสูง ที่เราสามารถใช้เดินทางไปยังมหาวิทยาลัยเป้าหมายได้อย่างสะดวกครับ

2.2 บรรยากาศ
บรรยากาศของประเทศไต้หวันเป็นประเทศที่มีความเป็นระเบียบแบบ USA ที่ผสมผสานกับเอเชียได้อย่างลงตัว คือ บ้านเมืองสะอาด คนมีวินัย แต่ผู้คนมีน้ำใจเช่นชาวเอเชียครับ

2.3 การเป็นอยู่และค่าครองชีพ
ผมเห็นว่าการเป็นอยู่ในไต้หวันดีครับ ผู้คนเป็นมิตร มีความเป็นเอเชียด้วยกัน และดูแล้วคนไต้หวันเป็นคนที่มีความจริงใจครับ และยินต้อนรับชาวไทย เป็นประเทศที่มีความทันสมัย แต่มีค่าครองชีพไม่สูง จึงอยากเชิญชวนอาจารย์ของเราที่กำลังมองหาประเทศที่จะไปศึกษาต่อ ขอให้ลองพิจารณามหาวิทยาลัยในไต้หวันเป็นทางเลือกหนึ่งครับ (เลือกได้จาก 7 มหาวิทยาลัยข้างต้นก็ได้ครับ) ในปัจจุบันมีนักศึกษาไทยศึกษาอยู่ในไต้หวันไม่มาก และ เท่าที่ทราบทุกคนได้รับทุนการศึกษาไม่จากรัฐบาลของไต้หวันก็เป็นทุนจากมหาวิทยาลัยของไต้หวันครับ

3. แนวทางการสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในไต้หวัน
มหาวิทยาลัยในไต้หวันให้ความสำคัญกับการได้พบปะเพื่อพูดคุยเพื่อสร้างความร่วมมือโดยตรงมากกว่าการติดต่อโดยวิธีอื่นครับ จากการเดินทางไปครั้งนี้ ผมเองได้มีอากาสพูดคุยในฐานะตัวแทนของคณะที่จะเจรจาความร่วมมือในทุกสาขาที่เรามี แต่มีโอกาสได้พูดคุยกับคณบดี หัวหน้าภาค และนักวิจัยในบางสาขาเท่านั้นครับ โดยได้เจรจานำร่องเพื่อให้มีความร่วมมือระหว่างวิศวฯ ของเรากับ วิศวฯ ของมหาวิทยาลัยในไต้หวันได้ในหลายสาขาประกอบด้วย สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สาขาวิศวกรรมโยธา (เน้นสิ่งแวดล้อม) สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ สาขาวิศวกรรมเคมี และสขาทางด้าน Marine Engineering ที่เน้นการออกแบบเครื่องยนต์และระบบฟ้า ในเรื่อ ซึ่งเกี่ยวข้องกับวิศวกรรมเครื่องกลและไฟฟ้า ซึ่งผมจะได้เรียนเชิญหัวหน้าภาควิชาหรือผู้แทน และ รองคณบดีที่เกี่ยวข้องมารับทราบข้อมูลและรับช่วงในการดำเนินการเพื่อสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในไต้หวันต่อไปครับ โดยในเบื้องต้นอาจจะต้องเริ่มโดยการดำเนินการให้มี short visit ของ staff ของทั้งสองฝ่าย เพื่อนำไปสู่การที่นักวิจัยจะได้รู้จักกันซึ่งจะนำไปสู่การร่วมมือในเชิงลึก เช่น การเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาร่วมในวิทยานิพนธ์ของนักศึกษา การแลกเปลี่ยนนักศึกษาระดับปริญญาโท-เอก การจัดประชุมวิชาการเป็น session พิเศษ ร่วมระหว่างวิศวฯ ม.อ. กับ สาขาวิชาต่างๆ ของคณะวิศวฯของมหาวิทยาลัยในไต้หวันใน IPEC-10 ดังตัวอย่างที่ท่านอาจารย์สินชัยได้มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในไต้หวันและได้เชิญกลุ่มของอาจารย์และนักศึกษามาจัดเป็น session พิเศษใน ICET-2011 ที่ผ่านมา และการจัดทำ Dual Degree ระดับบัณฑิตศึกษาที่นักศึกษาไทยและนักศึกษาไต้หวันเมื่อลงทะเบียนและเรียนครบ requirement ของทั้ง 2 สถาบันก็จะได้รับปริญญาจากทั้ง 2 มหาวิทยาลัยเป็นต้น

ผมจึงถือโอกาสที่ผมเพิ่งกลับมาถึงใหม่ๆ (ก่อนที่จะลืม) เล่าให้ประชาคมวิศวฯ ได้รับทราบ และจะร่วมกับมหาวิทยาลัย รองบุญเจริญ และ ผช.พรชัย ในการขับเคลื่อนความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในไต้หวันในสาขาที่สนใจ และพร้อมที่ร่วมมือกับ U. ในไต้หวันต่อไปครับ

ขอบคุณครับ
อ.จรัญ

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 30 มิถุนายน 2554 09:18 แก้ไข: 30 มิถุนายน 2554 09:18 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 โกอ้วน.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.228.24.192
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ