นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
Ico64
รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 6

อ่าน: 1938
ความเห็น: 0

ระบบแท่งตอนที่ 5.2: ขั้นตอนการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามระบบ “แท่ง”

"ขั้น" และ "แท่ง" มีขั้นตอนการประเมินที่คล้ายกัน แต่ต่างกันในเรื่อง "ขึ้นเงินเดือน"
ระบบแท่งตอนที่ 5.2: ขั้นตอนการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามระบบ “แท่ง”

เรียน บุคลากรวิศวฯ ทุกท่าน

ในระบบแท่งตอนที่ 5.1 ผมได้เรียนประชาคมวิศวฯ ให้ทราบถึงองค์ประกอบและสัดส่วนในการประเมินผลการปฏิบัติราชการสำหรับข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยตามระบบการบริหารบุคคลแบบใหม่ให้ทุกท่านได้ทราบไปแล้ว สำหรับในเรื่องเล่าระบบแท่งตอนที่ 5.2 นี้ผมจะพูดถึงเรื่องขั้นตอนในการประเมินครับ โดยแบ่งประเด็นการสื่อสารสำหรับเรื่องนี้ออกเป็น 4 ประเด็นคือ

1. ช่วงก่อนการประเมิน
2. ช่วงระหว่างการประเมิน
3. ช่วงหลังการประเมิน และ
4. การนำผลการประเมินไปใช้ในการบริหารบุคคล

โดยมีรายละเอียดของแต่ละประเด็นดังนี้ครับ

1.ช่วงก่อนการประเมิน

ในช่วงก่อนการประเมินนั้น ผู้ที่มีส่วนที่เกี่ยวข้องในขั้นตอนนี้ประกอบด้วย สภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย (อธิการบดี) คณะ/หน่วยงาน (ผู้ประเมิน และ ผู้รับการประเมิน) โดยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเหล่านี้มีบทบาทหรือหน้าที่ในช่วงก่อนการประเมินดังนี้ครับ

•สภามหาวิทยาลัย

ก่อนการประเมินจะเกิดขึ้นสภามหาวิทยาลัยจะต้องประกาศข้อบังคับว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินให้ข้าราชการในมหาวิทยาลัยรับทราบ ซึ่งทุกครั้งที่จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินขึ้นมาใหม่ ทางมหาวิทยาลัยโดยกองการเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการจัดทำประกาศข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เสนอ คบม. พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนนำเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาในขั้นตอนสุดท้าย และถ้าสภามหาวิทยาลัยเห็นชอบก็จะประกาศใช้ประกาศข้อบังคับดังกล่าวต่อไป เนื่องจากหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตามระบบบริหารบุคคลแบบใหม่นั้นมหาวิทยาลัยเองเพิ่งมีความชัดเจนจาก ก.พ.อ. ที่ทะยอยให้ความชัดเจนในเรื่องต่างๆมาในช่วงปลายๆ ปี 2553 ครับ ทางมหาวิทยาลัยก็ได้นำเรื่องนี้เข้าพิจารณาในที่ประชุม คบม. เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 54 ที่ผ่านมาครับ และที่ประชุม คบม. ก็ได้เห็นชอบสาระสำคัญๆ ของหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตามระบบใหม่แล้ว การดำเนินการในขั้นตอนถัดไปคือทางมหาวิทยาลัยจะจัดทำเป็นประกาศเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในปลายเดือน มกราคม นี้ครับ หลังจากนั้นสภามหาวิทยาลัยก็จะมีประกาศประกาศข้อบังคับว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินให้ข้าราชการทุกท่านทราบต่อไปครับ

•มหาวิทยาลัย (อธิการบดี)

ก่อนการประเมินอธิการบดีจะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองผลการประเมินขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่เสนอความเห็นเกี่ยวกับมาตรฐานและความเป็นธรรมของการประเมิน กรรมการกลั่นกรองชุดนี้เป็นกรรมการในระดับมหาวิทยาลัยครับ ซึ่งจะใช้ ที่ประชุม คบม. เป็นคณะกรรมการกลั่นกรองชุดนี้ครับ สำหรับในระดับคณะฯ มหาวิทยาลัยได้กำหนดให้ทุกคณะฯมีกรรมการกลั่นกรองในระดับคณะเพื่อทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองผลการประเมินในภาพรวมของคณะฯ ก่อน เสนอผลการประเมินไปยังมหาวิทยาลัยต่อไปครับ

•คณะ/หน่วยงาน (ผู้ประเมิน/ผู้รับการประเมิน)

ก่อนการประเมินผู้รับการประเมินและผู้ประเมินต้องจัดทำข้อตกลงและลงนามร่วมกันตามแบบของข้อตกลงที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด ซึ่งในส่วนนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าข้อตกลงที่จะใช้สำหรับการประเมินในรอบนี้ก็จะเป็นข้อตกลงเดิมที่เราใช้มาทุกปีครับ เพียงแต่จะนำผลการประเมินในส่วนของสมรรถนะหรือพฤติกรรมการปฏิบัติราชการ มาพิจารณาในการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามสัดส่วนที่สภามหาวิทยาลัยกำหนดครับด้วย ซึ่งที่ประชุม คบม. เมื่อ วันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมาก็ได้มีการกำหนดคะแนนสัดส่วนระหว่างการประเมินผลสัมฤทธิ์ และ การประเมินเชิงพฤติกรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และถ้าสภามหาวิทยาลัยเห็นชอบในสัดส่วนดังกล่าวก็จะสามารถประกาศให้ทุกท่านทราบได้ต่อไปครับ

2.ช่วงระหว่างการประเมิน

การประเมินในรอบนี้จะต้องดำเนินการให้เสร็จก่อนสิ้นเดือนมีนาคม 2554 ครับ เพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือนในวันที่ 1 เม.ย. 54 ครับ โดยเป็นการประเมินผลการปฏิบัติราชการในช่วง 1 ก.ย. 2553 - 28 ก.พ. 2554 ครับ คณะกรรมการประเมินที่คณะแต่งตั้งจะทำการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามข้อตกลงการปฏิบัติงานที่ปฏิบัติราชการในช่วงเวลาดังกล่าวครับ อย่างไรก็ตามเนื่องจากความไม่ชัดเจนในเรื่องระบบการประเมินตามแนวทางใหม่ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ถึงปัจจุบันหลายๆ ท่านยังไม่ได้จัดทำข้อตกลงกับผู้บังคับบัญชาครับ ในประเด็นนี้ผมต้องเรียนให้ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยงานทั้งในระดับ คณะฯ/ภาควิชา/หน่วยงานดำเนินการแจ้งให้บุคลากรในสังกัดของท่านจัดทำข้อตกลงการปฏิบัติงานส่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาลงนามร่วมกันนะครับ โดยให้ทุกท่านจัดทำข้อตกลงตามรูปแบบเดิมไปก่อน เพราะรูปแบบข้อตกลงในรอบนี้จะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนักครับ และในส่วนของกรรมการประเมินชุดต่างๆ ที่ทางคณะได้แต่งตั้งไปแล้วนั้น ทางคณะฯ จะเรียนเชิญทุกท่านมาประชุมเพื่อร่วมหารือทำความเข้าใจในแนวทางการประเมินบุคลากรตามแนวทางใหม่ต่อไปครับ

3.ช่วงหลังการประเมิน

เมื่อการประเมินของแต่ละหน่วยงานสิ้นเสร็จแล้ว ผู้ประเมินต้องประมวลผลและจัดกลุ่มระดับและช่วงคะแนนการประเมินของบุคลากรออกเป็น 5 ระดับ คือ 1.ระดับดีเด่น 2. ระดับดีมาก 3. ระดับดี 4. ระดับพอใช้ และ 5. ต้องปรับปรุง ครับ โดยที่ ระดับพอใช้ต้องมีคะแนนผลการประเมินไม่ต่ำกว่า 60% ครับ และ หน่วยงานจะต้องประกาศผู้ที่มีผลการประเมินในระดับดีเด่น และ ระดับ ดีมากให้ทราบโดยทั่วกัน และในขั้นตอนสุดท้ายของการประเมินผู้ประเมินจะต้องแจ้งผล (คะแนนและระดับ)ให้ผู้ถูกประเมินทราบเป็นรายบุคคล โดยผู้ถูกประเมินต้องลงนามรับทราบผลการประเมินด้วย และในระบบเดิมที่ผ่านมาอาจจะมีบุคลากรบางท่านไม่เห็นด้วยกับผลการประเมินจึงไม่ยอมลงนามรับทราบและผู้บังคับบัญชาก็ไม่ทราบว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ในการประเมินตามระบบใหม่นี้ถ้าผู้ถูกประเมินไม่ยอมลงนามรับทราบผลการประเมิน ผู้ประเมินสามารถให้ข้าราชการท่านอื่นในสังกัดลงนามเป็นพยานว่าได้แจ้งผลการประเมินให้ผู้ถูกประเมินได้รับทราบแล้วได้ครับ

4.การนำผลการประเมินไปใช้เพื่อการบริหารบุคคล

ผลการประเมินที่ได้จากการประเมินผลการปฏิบัติราชการในแต่ละรอบจะถูกนำไปใช้ในการบริหารทรัพยากรบุคลในเรื่องของการ “เลื่อนเงินเดือน” “การพัฒนาบุคลากร” หรือใช้เป็นข้อมูลประกอบ “การเลื่อนตำแหน่ง” ต่างๆ ได้ครับ ดังนั้นการประเมินผลแต่ละครั้งจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทั้งผู้ประเมิน (ผู้บังคับบัญชา) และ ผู้ถูกประเมินจะต้องให้ความสำคัญและดำเนินการต่างๆ ตามขั้นตอนและวิธีการดังที่ผมได้นำเรียนคร่าวๆ มาข้างต้นนะครับ ทั้งนี้เมื่อผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานต่างๆ ได้ทำการประเมินผลการปฏิบัติราชการของบุคลากรในสังกัดเรียบร้อยแล้ว ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานต่างๆ จะต้องรวบรวมผลการประเมินเสนอมายังคณะฯ เพื่อนำเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองระดับคณะฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนนำเสนอกรรมการกลั่นกรองในระดับมหาวิทยาลัยพิจารณาต่อไปครับ

จากขั้นตอนและวิธีการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการที่ผมได้นำเรียนมานั้นดูเหมือนว่าวิธีการประเมินการปฏิบัติราชการในระบบใหม่นี้จะมีจุดต่างเฉพาะที่ต้องนำคะแนนในส่วนของสมรรถนะมาพิจารณาด้วย แต่ประเด็นหลักที่แตกต่างออกไปคือ การนำผลการประเมินไปขึ้นเงินเดือน ครับ ที่เปลี่ยนจากระบบที่ขึ้นเงินเดือนเป็นขั้นเป็นการขึ้นเงินเดือนที่ขึ้นเป็น % ซึ่งมีช่วงของการขึ้นเงินเดือนอยู่ในช่วง 0-6% ดังนั้นการขึ้นเงินเดือนของข้าราชการในสังกัดเดียวกันอาจแตกต่างกันได้มากกว่าระบบขั้นเดิมครับ โดยขึ้นอยู่กับผลการประเมิน จำนวนบุคลากร การจัดกลุ่มผลการประเมิน และ วงเงินที่แต่ละหน่วยงานได้รับการจัดสรรครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องเข้าใจตรงกันครับ จึงเป็นหน้าที่ของคณะฯ และของผู้บังคับบัญชาทุกระดับที่จะต้องพยายามสื่อสารเรื่องนี้ไปยังบุคลากรทุกภาคส่วนนะครับ ผมเองและ ผช. ธนิยา ในฐานะที่กำกับดูแลงาน HR ของคณะฯ ก็จะให้ทาง HR จัดเวทีแบบสบายๆ เพื่อทำความเข้าใจกับบุคลากรทั่วทั้งองค์กรต่อไปครับ

และสำหรับสายตรงคณบดีในช่วงนี้ก็จะพยายามสื่อสารเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน เพราะผมมั่นใจว่าการสื่อสารผ่านช่องทางนี้นั้นแม้บุคลากรจะต้องเสียเวลาอ่าน แต่จะเป็นช่องทางสื่อสารที่บุคลากรทุกท่านสามารถเข้าถึงและเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และ ทุกสถานที่ จึงขอให้ทุกท่านติดตามข่าวสารเรื่องนี้ผ่านช่องทางการสื่อสารนี้อย่างต่อเนื่องนะครับ และสำหรับในระบบแท่งตอนต่อไป คือ ตอนที่ 5.3 ผมจะมาสื่อสารกับทุกท่านถึงขั้นตอนที่จะนำผลการประเมินไปใช้ในการเลื่อนหรือขึ้นเงินเดือนครับ แล้วอย่าลืมเข้ามาอ่านต่อในตอนต่อไปนะครับ

ขอบคุณครับ
อ. จรัญ
หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 09 มกราคม 2554 06:23 แก้ไข: 09 มกราคม 2554 06:28 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.230.119.106
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ