นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
Ico64
รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 6

อ่าน: 1909
ความเห็น: 1

ระบบแท่งตอนที่ 5.1 การประเมินผลการปฏิบัติราชการสำหรับข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา

การประเมินผลการปฏิบัติราชการเปลี่ยนไป น่าจะช่วยพัฒนาคนและองค์กรได้
ระบบแท่งตอนที่ 5.1 การประเมินผลการปฏิบัติราชการสำหรับข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา

เรียน บุคลากรวิศวฯ ทุกท่าน

ตามที่ได้มีการปรับข้าราชการจากระบบ “ซี” เข้าสู่ “แท่ง” นั้นมีเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและต้องมีการปรับให้สอดคล้องกับระบบการบริหารงานบุคคลใหม่ตามมาอีกหลายๆ เรื่องครับ เรื่องหนึ่งที่สำคัญและต้องทำความเข้าใจกับประชาคมวิศวฯของเราคือ “เรื่องการประเมินผลการปฏิบัติราชการ” ครับ ในสายตรงระบบแท่งตอนที่ 5 นี้ ผมขอใช้เวทีนี้ในการสื่อสารกับประชาคมวิศวฯ ในเรื่องดังกล่าวครับ โดยในระบบแท่งตอนที่ 5.1 นี้ก็จะนำเรียนให้ทุกท่านได้ทราบถึง “องค์ประกอบและสัดส่วนของการประเมิน” สำหรับการประเมินตามระบบใหม่ซึ่งมีประเด็นสำคัญๆ ที่จะนำเรียนกับทุกท่านทราบดังนี้ครับ

การประเมินผลการปฏิบัติราชการ เป็นการประเมินค่าของผลการปฏิบัติของข้าราชการ โดยพิจารณาจาก 2 ส่วน คือ

ส่วนที่1 : ผลสัมฤทธิ์ของงานในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

การประเมินในส่วนนี้ผู้ประเมินและผู้รับการประเมินต้องมากำหนด กิจกรรม/โครงการ/งาน ที่จะต้องปฏิบัติ และต้องกำหนดตัวชี้วัด เกณฑ์การประเมินหรือหลักฐานบ่งชี้ความสำเร็จของ กิจกรรม/โครงงาน/งาน และตกลงร่วมกัน ซึ่งก็คือขั้นตอนการทำ TOR ระหว่างหัวหน้าหน่วยงานกับบุคลากรในหน่วยงานนั้นๆ ครับ ทั้งนี้การประเมินผลสัมฤทธิ์ของงาน อาจจะประเมินได้จาก ปริมาณผลงาน คุณภาพผลงาน ความรวดเร็วหรือตรงตามเวลาที่กำหนด หรือ ความคุ้มค่าของการใช้ทรัพยากร เป็นต้น

ส่วนที่ 2: พฤติกรรมในการปฏิบัติราชการของข้าราชการตามสมรรถนะที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด

การประเมินในส่วนนี้ผู้ประเมินจะต้องประเมินผู้รับการประเมินตามสมรรถนะ ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนด สมรรถนะของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษามีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภท โดยมีความหมายและตัวอย่างของสมรรถนะในแต่ละประเภทที่ สกอ. ได้ให้เป็นแนวทางการกำหนดสมรรถนะสำหรับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาไว้ดังนี้ครับ

1. สมรรถนะหลัก หมายถึง คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมของบุคลากรทุกตำแหน่งซึ่งสถาบันอุดมศึกษากำหนดขึ้นเพื่อหล่อหลอม “ค่านิยม” และ “พฤติกรรม” ที่พึงประสงค์ร่วมกันในองค์กร ตัวอย่างของสมรรถนะหลัก ที่ สกอ. ให้เป็นแนวทางไว้มีด้วยกัน 5 ด้าน คือ

1.1 การมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Achievement Motivation)
1.2 การบริการที่ดี (Service Mind)
1.3 การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ (Expertise)
1.4 การยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรมและจริยธรรม (Integrity)
1.5 การทำงานเป็นทีม (Teamwork)

ในกรณีของสมรรถนะหลักนี้ สกอ. ได้กำหนดเป็นแนวทางไว้ว่า สถาบันอุดมศึกษา ควรกำหนดสมรรถนะหลักให้สอดคล้องกับ วิสัยทัศน์ ปรัชญา และพันธกิจ ของสถาบันอุดมศึกษา อย่างน้อย 3-5 ด้านครับ ในส่วนของ ม.อ. เองก็ได้มีการกำหนดสมรรถนะหลัก ของ ม.อ. ที่สอดคล้องกับ วิสัยทัศน์ ปรัชญา และพันธกิจ ไว้แล้วเพื่อนำวิธีการประเมินสมรรถนะมาใช้ในการพัฒนาบุคลากร ดังที่ทาง มหาวิทยาลัยได้มาชี้แจงและทำความเข้าใจกับประชาคมวิศวฯ เมื่อปลายเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งการที่จะนำสมรรถนะหลักที่ ม.อ. ได้กำหนดไว้มาใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามระบบใหม่นี้หรือไม่ หรือจะใช้ตามแนวทาง/ตัวอย่าง ที่ สกอ. กำหนด และจะใช้ สมรรถนะหลักด้านใดบ้าง กี่ด้าน ก็ต้องรอผลการพิจารณาและกำหนดโดยมหาวิทยาลัยครับ

2. สมรรถนะตามลักษณะงานที่ปฏิบัติ หมายถึง คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมที่กำหนดเฉพาะสำหรับสายงานหรือตำแหน่ง เพื่อ สนับสนุนให้บุคลากรแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมกับตำแหน่งและส่งเสริมให้สามารถปฏิบัติภารกิจในหน้าที่ได้ดียิ่งขึ้น ตัวอย่างของสมรรถนะตามลักษณะงานที่ปฏิบัติ ที่ สกอ. ให้ไว้เป็นแนวทางในการกำหนดสมรรถนะตามลักษณะงานที่ปฏิบัติมีด้วยกัน 16 ด้านประกอบด้วย

2.1 การคิดวิเคราะห์ (Analytical Thinking)
2.2 การมองภาพองค์รวม (Conceptual Thinking)
2.3 การใส่ใจและพัฒนาผู้อื่น (Caring Others)
2.4 การสั่งการตามอำนาจหน้าที่ (Holding People Accountable)
2.5 การสืบเสาะหาข้อมูล (Information Seeking)
2.6 ความเข้าใจข้อแตกต่างทางวัฒนธรรม (Cultural Sensitivity)
2.7 ความเข้าใจผู้อื่น (Interpersonal Understanding)
2.8 ความเข้าใจองค์กรและระบบราชการ (Organization Awareness) 2.9 การดำเนินการเชิงรุก (Proactive ness)
2.10 การตรวจสอบความถูกต้องตามกระบวนงาน (Concern for Order)
2.11 ความมั่นใจในตนเอง (Self Confidence)
2.12 ความยืดหยุ่นผ่อนปรน (Flexibility)
2.13 ศิลปะการสื่อสารจูงใจ (Communication & Influencing)
2.14 สุนทรียภาพทางศิลปะ (Aesthetic Quality)
2.15 ความผูกพันที่มีต่อส่วนราชการ(Organization Commitment)
2.16 การสร้างสัมพันธภาพ (Relationship Building)

ในกรณีของ สมรรถนะเฉพาะตามลักษณะงานที่ปฏิบัตินี้ สกอ. กำหนดเป็นแนวทางไว้ว่า สถาบันอุดมศึกษา ควรกำหนดสมรรถนะเฉพาะตามลักษณะงานที่ปฏิบัติให้เหมาะสมกับหน้าที่และความรับผิดชอบและระดับตำแหน่ง อย่างน้อย 4-6 ด้านครับ ทั้งนี้ในส่วนของ ม.อ. เองก็ได้มีการกำหนดสมรรถนะเฉพาะตามลักษณะงานที่ปฏิบัติของ ม.อ. ไว้แล้วเช่นกัน ซึ่งมีรายละเอียดลึกลงไปถึงระดับตำแหน่งต่างๆ ดังที่ทาง มหาวิทยาลัยได้มาชี้แจงและทำความเข้าใจกับประชาคมวิศวฯ เมื่อปลายเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา และเช่นเดียวกันครับการที่จะใช้สมรรถนะเฉพาะตามลักษณะงานที่ปฏิบัติ ที่ ม.อ. ได้กำหนดขึ้น หรือจะใช้ตามแนวทาง/ตัวอย่างที่ สกอ. กำหนด และจะใช้ สมรรถนะเฉพาะด้านใดบ้าง กี่ด้าน ก็ต้องผ่านการเห็นชอบโดยสภามหาวิทยาลัยครับ

3. สมรรถนะทางการบริหาร หมายถึง คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมที่กำหนดเฉพาะสำหรับตำแหน่งประเภทผู้บริหาร เพื่อ ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทางการบริหารให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตัวอย่างของสมรรถนะทางการบริหาร ที่ สกอ. ให้ไว้มีด้วยกัน 6 ด้านประกอบด้วย
3.1 สภาวะผู้นำ (Leadership)
2.2 วิสัยทัศน์ (Visioning)
2.3 การวางกลยุทธ์ภาครัฐ (Strategic Orientation)
2.4 ศักยภาพเพื่อการปรับเปลี่ยน (Change Leadership)
2.5 การควบคุมตนเอง (Self Control)
2.6 การสอนงานและการมอบหมายงาน (Coaching and Empowering Others)

ในทำนองเดียวกันในกรณีของสมรรถนะทางการบริหารนั้น สกอ. กำหนดเป็นแนวทางไว้ว่า สถาบันอุดมศึกษา ควรกำหนดสมรรถนะทางการบริหารให้เหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบ อย่างน้อย 5 ด้านครับ ซึ่งก็เช่นเดียวกันว่าทั้งของ ม.อ. เรานั้นได้มีการกำหนดสมรรถนะทางการบริหารไว้แล้วเช่นกัน ทั้งนี้การที่จะใช้สมรรถนะทางการบริหาร ที่ ม.อ. ได้กำหนดขึ้น หรือจะใช้ตามตัวอย่างที่ สกอ. กำหนด และจะใช้ สมรรถนะทางการบริหารด้านใดบ้าง จำนวนกี่ด้าน ก็ต้องกำหนดโดยสภามหาวิทยาลัยครับ

ถ้าถามว่าในอดีตที่ผ่านมา คณะวิศวฯ หรือ ม.อ. ของเรา ได้ใช้ทั้งสองส่วนนี้ในการประเมินผลการปฏิบัติราชการของบุคลากรแล้วหรือไม่ คำตอบคือใช้ครับ เพียงแต่การประเมินในส่วนที่ 2 ในเรื่องของ “พฤติกรรมในการปฏิบัติราชการของข้าราชการ” นั้น เราไม่นำมาใช้ประกอบการเลื่อนเงินเดือนครับ แต่การประเมินตามระบบใหม่นี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องนำผลการประเมินในส่วนที่ 2 นี้ มาใช้ประกอบการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการด้วยครับ เพียงแต่จะใช้ในสัดส่วนเท่าไร ก็ขึ้นอยู่กับทางมหาวิทยาลัยจะกำหนดครับ

ทั้งนี้ ก.พ.อ. ได้กำหนดให้มีสัดส่วนคะแนนในการประเมินในส่วนที่ 1 (ผลสัมฤทธิ์ของงานในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 และ สัดส่วนคะแนนในส่วนที่ 2 (พฤติกรรมในการปฏิบัติราชการของข้าราชการตามสมรรถนะที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด) ไม่เกินร้อยละ 30 ครับ โดยมีข้อยกเว้นอยู่ 2 กรณีคือ

• กรณีที่เป็นการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ ให้ประเมินผลสัมฤทธิ์ และ พฤติกรรม โดยมีสัดส่วนร้อยละ 50 เท่ากันครับ และ
• กรณีที่เป็นการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งประเภทผู้บริหาร ให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของงานและพฤติกรรมการปฏิบัติราชการ โดยมีสัดส่วนของแต่ละองค์ประกอบตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด ครับ

ในระบบแท่งตอนที่ 5.1 ผมขอนำเรียนประชาคมวิศวฯ ให้ทราบถึงองค์ประกอบและสัดส่วนในการประเมินผลการปฏิบัติราชการสำหรับข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาไว้เท่านี้ก่อนนะครับ และ ในระบบแท่งตอนต่อไป (ตอนที่ 5.2) ผมจะนำรายละเอียดขั้นตอนการประเมินที่ ก.พ.อ. ได้ให้เป็นแนวทางไว้มาเล่าให้ทราบนะครับ

อย่างไรก็ตามผมขอเรียนย้ำว่า อำนาจในการกำหนดเรื่องการประเมินผลการปฏิบัติราชการสำหรับข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษานั้น ก.พ.อ. ให้สภามหาวิทยาลัยเป็นผู้มีอำนาจในการกำหนด รูปแบบ และ แนวทางต่างๆ เพิ่มเติมตามที่ ก.พ.อ. ได้ให้ความยืดหยุ่นไว้ครับ ซึ่งเข้าใจว่าตามขั้นตอนแล้ว มหาวิทยาลัยก็คงจะต้องดำเนินการจัดทำรายละเอียดต่างๆ เสนอ ที่ประชุมคณบดี ที่ประชุม คบม. และ สภามหาวิทยาลัยต่อไปครับ ดังนั้นรายละเอียดเรื่องการประเมินผลการปฏิบัติราชการสำหรับข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาที่ผมนำมาบอกเล่านั้นเป็นเสมือน “เส้นทางคร่าวๆ” ที่เราจะต้องเดินไปจากจุดเริ่มต้นไปยังปลายทางแต่ “รายละเอียดที่ชัดเจน ของเส้นทางนี้ว่าจะต้องมี “จุดแวะ” หรือ "ด่านตรวจ" อะไรบ้าง ก็ต้องรอความชัดเจนจากมหาวิทยาลัยครับ

ขอบคุณครับ
อ. จรัญ
หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 23 ธันวาคม 2553 06:18 แก้ไข: 23 ธันวาคม 2553 15:45 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
พนักงานมหาวิทยาลัยผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม [IP: 192.168.100.112]
27 ธันวาคม 2553 14:37
#62579

ประเมินผลงานเท่ากับประหารชีวิต หากหัวหน้างานไม่มีความรู้ในการบริหารงานบุคคลและให้คะแนนโดยใช้อคติส่วนตัว อาศัยความเป็นหัวหน้างานจะให้ใครอยู่หรือออกก็ได้ เพราะโดยมากับตัว

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.230.119.106
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ