นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
Ico64
รองศาสตราจารย์ ดร. จรัญ บุญกาญจน์
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 6

อ่าน: 1515
ความเห็น: 0

งบประมาณและแนวทางการบริหารกองทุนวิจัยคณะวิศวกรรมศาสตร์

กองทุนวิจัยพัฒนางานวิจัยและบัณฑิตศึกษา และถึงเวลาที่เราต้องช่วยกันพัฒนากองทุนวิจัยให้ยั่งยืน
เรียน บุคลากรวิศวฯ ทุกท่าน

สืบเนื่องจากที่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้จัดประชุมระดมความคิดเห็นร่วมกับ อาจารย์ นักวิจัย ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ในหัวข้อเรื่อง “การตั้งงบประมาณกองทุนวิจัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ 2554” เมื่อวันอังคารที่ 28 กันยายน 2553 ณ ห้องประชุมมงคลสุข คณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งการจัดประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อ สื่อสารข้อมูลของกองทุนวิจัยให้กับคณาจารย์ และ นักวิจัยได้รับทราบ โดยประเด็นที่ได้นำเสนอต่อที่ประชุมในวันดังกล่าวประกอบด้วย วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุนวิจัย คณะกรรมการบริหารและการบริหารกองทุนวิจัย งบประมาณรายรับ และ รายจ่ายของกองทุนวิจัยตั้งแต่เริ่มมีการก่อตั้งกองทุนวิจัย คือปีงบประมาณ 2545 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีคณาจารย์ นักวิจัยจำนวนหนึ่งได้เข้าร่วมรับฟังข้อมูลและที่ประชุมได้ให้ข้อเสนอแนะในการบริหารกองทุนวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อคณะวิศวฯ ของเราอย่างมากครับ อย่างไรก็ตามผมก็เชื่อว่า ยังมีบุคลากรของคณะวิศวฯ อีกหลายๆ ท่าน ที่ต้องการทราบข้อมูลและต้องการให้ข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับกองทุนวิจัยแต่ไม่สามารถเข้าร่วมรับฟังและให้ข้อเสนอแนะในวันดังกล่าวได้ กระผมจึงขอนำข้อมูลสถานะทางการเงินของของทุนวิจัยมาบอกเล่าสื่อสารกับบุคลากรวิศวฯ ทุกท่านผ่านทาง share อีกครั้ง โดยรายรับรายจ่ายของกองทุนวิจัยในช่วงปีงบประมาณ 2545-2553 ได้สรุปไว้ดังแสดงในเอกสารแนบ 1 ทั้งนี้ ได้แจกแจงรายจ่ายของกองทุนวิจัยที่ใช้ในกิจกรรมต่างๆ ในช่วงปีงบประมาณ 2547 -2553 ดังเอกสารแนบ 2 ครับ

จากข้อมูลสถานะทางการเงินของกองทุนวิจัยที่มียอดคงเหลือ ณ. สิ้นปีงบประมาณ 2553 จำนวน 4.64 ล้านบาท และจากประมาณการรายรับของกองทุนวิจัยในปี 2554 จำนวนประมาณ 10 ล้านบาท จึงมีงบประมาณที่สามารถจัดสรรเพื่อสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ในปีงบประมาณ 2554 ได้ไม่เกิน 14 .64 ล้านบาท และเพื่อให้กองทุนมีสถานะทางการเงินที่เป็นบวก มติของกรรมการบริหารกองทุนวิจัยคณะวิศวกรรมศาสตร์เมื่อ วันที่ 12 ตุลาคม 2553 จึงอนุมัติกรอบรายจ่ายของกองทุนวิจัยในปีงบประมาณ 2554 ในวงเงินไม่เกิน 12.5 ล้านบาท ซึ่งจะน้อยกว่าในปีงบประมาณ 2552 และ 2553 ที่ผ่านมา และเชื่อว่าการสนับสนุนจากกองทุนวิจัยในปีต่อๆ ไปก็จะมีแนวโน้มลดลงเช่นกันครับ

กระผมจึงขอใช้เวทีนี้ สื่อสารถึงประชาคมวิศวฯ ในเรื่องแนวทางการบริหารกองทุนวิจัยและแนวทางการขับเคลื่อนงานวิจัยและบัณฑิตศึกษาเพิ่มเติม โดยจะพูดถึงในสองประเด็นคือ

1) กองทุนวิจัยกับการพัฒนางานวิจัยและบัณฑิตศึกษา และ
2) การคิดค่าธรรมเนียมวิจัยจากโครงการวิจัยเป็นรายได้ของกองทุนวิจัยเพื่อพัฒนางานวิจัยและบัณฑิตศึกษาของคณะฯ

ซึ่งการสื่อสารในทั้งสองประเด็นนี้มุ่งที่จะสื่อสารให้เห็นว่ากองทุนวิจัยได้สนับสนุนและพัฒนางานวิจัยและบัณฑิตศึกษา และ พัฒนานักวิจัยของคณะฯ มาเป็นระยะเวลาพอสมควร ที่กองทุนควรจะได้รับผลผลิตหรือรายได้จากการสนับสนุนดังกล่าวเพื่อจะได้นำมาใช้เป็นทุนในการพัฒนางานวิจัย พัฒนาบัณฑิตศึกษา และ พัฒนาอาจารย์และนักวิจัยในรุ่นหลังๆ ต่อไป ซึ่งแต่ละประเด็นมีรายละเอียดดังนี้ครับ

ประเด็นที่ 1: กองทุนวิจัยกับการพัฒนางานวิจัยและบัณฑิตศึกษา

เมื่อพิจารณาจากข้อมูลการสนับสนุนงบประมาณสำหรับการวิจัยและบัณฑิตศึกษา ของคณะในช่วงตั้งแต่ปี 2545-2553 เป็นต้นมา พบว่ากองทุนวิจัยมีรายรับช่วง 9 ปีที่ผ่านมารวมทั้งสิ้น ประมาณ 72.35 ล้านบาท และได้ใช้งบประมาณไปในการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ในด้านวิจัยและบัณฑิตศึกษา ในช่วงปีงบประมาณ 2545-2553 ทั้งหมดประมาณ 67.71 ล้านบาท กองทุนวิจัยจึงมีเงินสะสมคงเหลือ ณ.สิ้นปีงบประมาณ 2553 จำนวน 4.64 ล้านบาท ในช่วงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 เป็นต้นมาถึงปี 2553 นั้น ซึ่งผมเองในฐานะที่เป็นรองคณบดีฝ่ายวิจัยและบัณฑิตศึกษาในขณะนั้นจึงเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบาย และจัดทำงบประมาณรายจ่ายของกองทุนวิจัย และ ใช้งบประมาณจากกองทุนวิจัยในการสนับสนุนงานวิจัยและบัณฑิตศึกษามาอย่างต่อเนื่อง หลายๆ ท่านอาจจะมองว่าเป็นการใช้งบประมาณที่สูงเกินไปและอาจจะไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการดังกล่าวอยู่บ้าง แต่ผลจากการดำเนินการใช้งบประมาณจากกองทุนวิจัยมาสนับสนุนภารกิจทางด้านวิจัยและบัณฑิตศึกษาอย่างจริงจังในช่วงเวลาดังกล่าวทำให้คณะวิศวฯ ของเรา มีผลงานการวิจัย และ ผลผลิตจากบัณฑิตศึกษา ที่เป็นที่ยอมรับในระดับมหาวิทยาลัยและระดับประเทศ ซึ่งสามารถยืนยันได้จากการผลการประเมินในหลายๆ รูปแบบ เช่นผลการประเมินตามระบบการประกันคุณภาพการศึกษาที่มีผลการประเมินด้านวิจัยในระดับดีมากมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการที่คณะได้รับการชื่นชมจากสภามหาวิทยาลัยถึงการพัฒนางานวิจัยที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และ การประเมินผลจากหน่วยงานภายนอก เช่น ผลการประเมินของ สกว. ทั้งในรอบแรก และ รอบที่สอง ที่คณะวิศวฯ ม.อ. มีผลการประเมินเชิงวิชาการที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าสถาบันอื่นๆ และ มีผลการประเมินที่ได้ระดับ 4 มากเป็นคณะฯ ต้นๆ ในมหาวิทยาลัย เป็นต้น

ในการพัฒนางานวิจัย และ ระบบบัณฑิตศึกษา ในช่วงปีงบประมาณ 2545-2553 นั้น คณะฯ ได้ใช้งบประมาณของกองทุนวิจัยมากกว่ารายรับในหลายๆ ปี โดยเฉพาะในปี 2551 – 2553 ที่มีการสนับสนุนในด้านต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้มีรายจ่ายสูงกว่ารายรับอย่างต่อเนื่อง แต่สถานะของกองทุนวิจัยในขณะนั้นยังมีเงินสะสมที่สะสมไว้ในปีแรกๆ มากพอที่จะสามารถสนับสนุนค่าใช้จ่ายโดยตั้งงบประมาณรายจ่ายสูงกว่ารายรับในแต่ละปีได้ จนกระทั่งถึงปัจจุบันคือในปีงบประมาณ 2554 นั้น กองทุนวิจัยมีงบประมาณสะสมคงเหลือประมาณ 4.46 ล้านบาท และ จะมีรายรับจากเงินรายได้ประจำปีงบประมาณ 2554 ประมาณ 10 ล้านบาท รวมทั้งสิ้นในปีงบประมาณ 2554 กองทุนวิจัยจะมีงบประมาณในการบริหารแบบสมดุลได้ประมาณ 14.46 ล้านบาท คณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยจึงมีนโยบายที่จะบริหารให้กองทุนวิจัยมีรายได้สะสมเพิ่มขึ้น จึงไม่สามารถจัดสรรงบประมาณรายจ่ายในประจำปี 2554 ให้สูงกว่ารายรับในสัดส่วนที่สูงเหมือนเช่นใน 2-3 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับผลจากการที่คณะฯ ได้ใช้งบประมาณกองทุนวิจัยสนับสนุนคณาจารย์ และ นักวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง จึงมีความเชื่อมั่นว่านักวิจัยของคณะฯ มีศักยภาพ ทั้งในส่วนของ ความสามารถ และในส่วนของประวัติบุคคล เช่น ตำแหน่งทางวิชาการ และ ผลงานทางวิชาการ ที่พร้อมที่จะดำเนินการการวิจัยและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนจากกองทุนวิจัยคณะฯมากนัก

ด้วยปัจจัยทั้งสองอย่างนี้คณะกรรมการบริหารกองทุนจึงได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณรายจ่ายของกองทุนวิจัยในปีงบประมาณ 2554 ในวงเงินไม่เกิน 12.5 ล้านบาท โดยให้ความสำคัญในลำดับต้นๆ กับ งบประมาณที่ผูกพันต่อเนื่อง คือ งบสนับสนุนเครือข่ายวิจัย และ ทุนบัณฑิตศึกษา ส่วนรายการอื่นๆ ที่ไม่ผูกพัน ก็จะปรับลดงบประมาณลงเพื่อให้อยู่ในกรอบวงเงินประมาณ 12.5 ล้านบาท โดยยังเป็นการจัดสรรงบประมาณที่สูงกว่าประมาณการรายรับของกองทุนในปีนี้อยู่ประมาณ 2.5 ล้านบาท กระผมจึงเรียนมายังอาจารย์ และ นักวิจัย ทุกท่านให้ได้ทราบว่า ในปี 2554 นี้ เราคงต้องเน้นการขอรับการสนับสนุน งบประมาณสำหรับการวิจัย ทุนสำหรับบัณฑิตศึกษา จากแหล่งทุนภายนอกแทนการใช้เงินจากกองทุนให้มากขึ้นครับ รวมทั้งเงินรางวัลต่างๆ ที่คณะฯ สนับสนุนอยู่ในปัจจุบันก็จะมีการปรับใหม่ให้ความสอดคล้องกับทิศทางการบริหารกองทุนและสถานะทางการเงินของกองทุนมากขึ้น ซึ่งระเบียบ และ ประกาศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนทุนวิจัย และ ระบบการให้เงินรางวัลต่างๆ ที่จะปรับเปลี่ยนใหม่นั้นอยู่ในระหว่างการดำเนินการครับ และจะนำเข้าพิจารณาในกรรมการวิจัยในปลายเดือนนี้ครับ เพราะฉะนั้นในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศหรือระเบียบใหม่ออกมาก็ให้ถือว่า การสนับสนุน และ การให้เงินรางวัลต่างๆ ก็ยังเป็นไปตามประกาศ และ ระเบียบที่มีอยู่เดิมครับ

ประเด็นที่ 2 : การคิดค่าธรรมเนียมวิจัยจากโครงการวิจัยเป็นรายได้ของกองทุนวิจัยเพื่อพัฒนางานวิจัยและบัณฑิตศึกษาของคณะฯ

จากเหตุผลที่ว่ากองทุนวิจัยได้สนับสนุนและพัฒนางานวิจัยและบัณฑิตศึกษา และ พัฒนานักวิจัยของคณะฯ มาเป็นระยะเวลาพอสมควร ที่กองทุนควรจะได้รับผลผลิตหรือรายได้จากการสนับสนุนดังกล่าวเพื่อจะได้นำมาใช้เป็นทุนในการพัฒนางานวิจัย พัฒนาบัณฑิตศึกษา และ พัฒนาอาจารย์และนักวิจัยในรุ่นหลังๆ ต่อไป นั้น ข้อเสนอแนะและมติทั้งการประชุมระดมสมองร่วมกับคณาจารย์ นักวิจัย และ ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัย เห็นตรงกันว่าคณะฯ ควรมีการหักค่าธรรมเนียมจากโครงการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งทุนภายนอกเข้ากองทุนวิจัยเพื่อให้กองทุนมีรายได้จากการวิจัยมาสนับสนุนการวิจัยของคณะฯ ต่อไป ซึ่งขณะนี้คณะอยู่ในระหว่างการจัดทำระเบียบหรือแนวปฏิบัติในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมวิจัยดังกล่าว และจะนำเข้าพิจารณาในกรรมการวิจัยในปลายเดือนนี้เช่นกัน ซึ่งเมื่อคณะมีแนวปฏิบัติ หรือระเบียบในเรื่องนี้ที่ชัดเจนแล้วก็จะนำมาชี้แจง และ ทำความเข้าใจกับคณาจารย์ นักวิจัย เพื่อรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม ก่อนที่จะจัดทำเป็นประกาศที่จะมีผลบังคับใช้ต่อไป และเพื่อให้มีเวลาเตรียมการก่อนอย่างน้อยครึ่งปีงบประมาณ ผมก็คาดว่าประกาศดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ให้เริ่มเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากโครงการวิจัยใหม่ที่จะเริ่มดำเนินการในช่วงกลางปีงบประมาณ 2554 หรือ ต้นปีงบประมาณ 2555 เป็นต้นไปครับ ทั้งนี้เพื่อให้นักวิจัยสามารถวางแผนในเรื่องงบประมาณต่างๆ ของโครงการวิจัยที่จะเสนอขอรับจากแหล่งทุนภายนอกได้อย่างเหมาะสมโดยจะต้องเผื่อค่าธรรมเนียมวิจัยที่จะต้องจ่ายให้คณะฯ ด้วยต่อไป โดยอัตราค่าธรรมเนียมที่จะเรียกเก็บที่เสนอจากที่ประชุมระดมสมองและที่กรรมการบริหารกองทุนได้เสนอไว้คือ ให้เรียกเก็บในอัตราประมาณ 10% ของงบดำเนินการ (ไม่รวมงบลงทุน) ของโครงการวิจัยครับ

กระผมขอถือโอกาสนี้ทำความเข้าใจกับประชาคมในเรื่อง กองทุนวิจัย แนวทางการสนับสนุนการวิจัยจากกองทุนวิจัย รวมทั้งการที่จะมีการเก็บค่าธรรมเนียมการวิจัยจากโครงการวิจัย ในเบื้องต้นเพียงเท่านี้ก่อนครับ และผมจะนำเรียนเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นต่างๆ เหล่านี้ ในโอกาสต่างๆ เช่น จิบน้ำชาสายวิชาการ รวมทั้งจะจัดให้มีการประชุมระดมสมองร่วมกับคณาจารย์ นักวิจัยในประเด็นนี้ในโอกาสต่อไปครับ ในระหว่างนี้ถ้าบุคลากรมีประเด็นที่จะเสนอแนะและให้ความคิดเห็นต่างๆ ก็สามารถแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะแก่ทีมบริหารที่ดูแลด้านวิจัย และ บัณฑิตศึกษาได้ตลอดเวลา รวมทั้งสามารถเสนอแนะถึงกระผมทั้งในฐานะคณบดี และ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยคณะวิศวกรรมศาสตร์ได้โดยตรงครับ

ขอบคุณครับ
อ.จรัญ
หมวดหมู่บันทึก: วิจัย - วิจัยสถาบัน
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 17 ตุลาคม 2553 21:57 แก้ไข: 17 ตุลาคม 2553 22:02 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 นางสาว แสงจันทร์ ปิ่นกาญจนรัตน์.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.237.94.109
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ