นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1599
ความเห็น: 8

การสอนแบบไม่สอนเอง

 ไม่รู้ว่าจะตั้งชื่ออย่างไรดีกับบันทึกนี้ แต่ก็รู้สึกว่ากิจกรรมที่กำลังทำอยู่นี้มันน่าสนใจดี 
เทอมนี้ผมรับผิดชอบสอน 1 วิชา และเพื่อทำให้การสอนไม่น่าเบื่อ ผมก็เปลี่ยนรูปแบบการสอนใหม่ โดยผมไปนั่งที่เก้าอี้นักศึกษาแทน
 ผมแบ่งเนื้อหาบทเรียนออกเป็น 20 ตอน แบ่งนักศึกษาออกเป็น 20 กลุ่ม ตามความสมัครใจ (กลุ่มละ 3 คน) และจับสลากให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มรับผิดชอบในการสอนแต่ละตอน จะได้ตอนที่ยากตอนที่ง่ายก็แล้วแต่ดวง แต่ละกลุ่มรับผิดชอบในการสอนตามเนื้อหาที่มอบหมายไป มาสอนให้ทั้งชั้นได้เข้าใจ 
ผมให้สอนประมาณ 25-30 นาทีต่อคาบ แล้วก็เปิดเป็นการซักถามแทน ให้แต่ละกลุ่มถามก่อน เมื่อหมดไม่มีคำถามแล้วผมจะถามต่อ ซึ่งคำถามผมจะให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นผู้ตอบก็ได้(ทั้ง 20 กลุ่ม) เพื่อให้ทุกกลุ่มต้องสนใจจนจบบทเรียน ไม่ใช่ว่านำเสนอเสร็จแล้วก็สบายลอยตัว
 สัปดาห์ที่แล้วผมเพียงเข้าไปให้แนวคิด แบ่งกลุ่ม แล้วให้เวลาเตรียมตัว วันนี้เป็นวันแรกที่เข้าบทเรียนจริงๆ 
น่าสนใจครับ กลุ่มที่นำเสนอทำได้ดีมาก มากกว่าที่คาดไว้ และตอบคำถามได้ดีมาก มากกว่าที่คาดไว้ อาจเป็นเพราะของใหม่หรือเปล่าก็ไม่ทราบได้ ทุกคน active มาก และก็เข้าเรียนกันครบทุกคน
 ผมให้คะแนนทั้งการนำเสนอและการตอบคำถามครับ ผมนำ net book เข้าไปด้วย กลุ่มใดตอบได้ดีก็เอาคะแนนสะสมไป คะแนนในชั้นเรียนนี้ผมตั้งไว้ 50% โดยยังมีการสอบ mid-term และ final อยู่เหมือนเดิม 
ผมขอข้อแนะนำด้วยครับ ช่วย mentเ ข้ามาเลยนะครับ ผมจะได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกับนักศึกษาครับ
 ผม..เอง
หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 15 มิถุนายน 2553 18:11 แก้ไข: 15 มิถุนายน 2553 18:11 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
ศิษย์เก่า [IP: 203.147.4.34]
16 มิถุนายน 2553 02:55
#57920
ปัญหาที่ผมเคยเรียนคล้าย ๆ อย่างนี้คือ ข้อสอบครับ จะออกข้อสอบอย่างไรให้เป็นกลางไม่งั้นจะมีกลุ่มที่เนื้อหาตรงข้อสอบได้เปรียบนิดหน่อยครับ

ชอบค่ะอาจารย์

วิธีการสอนแบบนี้ ฝึกนักศึกษาทั้งการนำเสนอ และการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน

น้องอิน

เรียนคุณศิษย์เก่า

ผมก็ยอมรับนะครับว่า มีบางตอนที่จะเรียนได้ลึกกว่า บางตอนเช่น กลุ่มที่สอน introduction จะเสียเปรียบเล็กน้อย

แต่ผมอยากเปลี่ยนการเรียนเพื่อสอบได้เกรดสูง เป็นการเรียนรู้เพื่อพัฒนาพฤติกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตครับ การเรียนรู้ที่จะสนใจในสภาพแวดล้อม บริบทสังคม ต้นน้ำของการเรียนรู้ และปลายน้ำในการนำไปใช้งาน

อ.กฤษณพงศ์ กีรติกร มองอุดมศึกษาไว้หลายมิตินะครับ

มิติการใช้ประโยชน์ - ต้องผลิตตรงกับความต้องการของผู้ใช้ มีความรู้และทักษะของอาชีพยุคใหม่

มิติของปัญญา - เป็นประทีปทางปัญญาและสำนึกสังคม

มิติของจิตวิญญาณและปฏิสัมพันธ์กับสังคม - ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับสังคม ขาดสำนึกและอุดมการทางสังคม รู้วิชาแต่ไม่รู้สังคม

เยาวชนไทย ถูกปลูกฝังให้แข่งขัน และใช้ปริญญาเบิกทางในการมีงานทำ โดยไม่มีคำถามเรื่องคุณภาพ เป็นกลไกขยับฐานะทางสังคม เรียก ฐานานุภาพ นานมาพอควรแล้ว ผมว่าผมอยากเปลี่ยนสักเล็กน้อย สัก 0.1% ก็ยังดีครับ 

แต่ตอนที่เรียน ไม่กล้าถามกล้าตอบ

ถึงแม้จะมีคะแนนมาล่อ

ไม่ทราบว่าจะมีวิธีอะไรให้กล้าถามกล้าตอบ

กล้าแสดงความคิดเห็น

แล้วอย่างนี้จะเครียดกว่าการสอนเดิม ๆ ที่

จด ๆ ท่อง ๆ จำ ๆ แล้วสอบไหมคะ

 

หนูณิชน์ครับ

ผมว่าความเครียดมันเกิดจากความคิดเราเองนะครับ ต้องถามตัวเองว่าทำไมตัวเองเครียด เครียดเพราะความกลัว เครียดเพราะกลัวจะเสียหน้า.................

มีนักศึกษาบางคนกล้าตอบ และอยากตอบมากเพราะถูกฝึกมาดี

มีนักศึกษาจำนวนมากไม่กล้าถามกล้าตอบเลย..เพราะไม่ได้ฝึกมา คำถามคือว่า เราจะปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป เพราะว่ากลัวนักศึกษาจะเครียดหรือ??

ผมว่าผมสามารถสร้างบรรยากาศการสอนให้ไม่เครียดได้ครับ อย่ากลัวการคิดใหม่ ออกนอกกรอบ อย่ากลัวปัญหาใหม่ เพราะที่ปฏิบัติเหมือนเดิม มันก็เป็นการสร้างปัญหา เพียงแต่เราอาจมองไม่เห็นเพราะความคุ้นเคย

ผมก็อยากเรียนรู้ว่าสอนแบบนี้จะเป็นอย่างไร จะรอดู feedback การประเมินจากนักศึกษาตอนสิ้นภาคฯ

ถึงแม้ว่าการประเมินจากนักศึกษาที่ผ่านมาของผมจะได้คะแนนสูงอยู่แล้ว แต่ความรู้สึกของผมยังอยากหาแนวทางใหม่ๆมาสอนอยู่อีก

หากล้มเหลวก็เป็นการเรียนรู้ ไม่กล้าล้มเหลว กลัวการล้มเหลว จะเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างไร??

Ico48
ต้นอ้อ [IP: 124.120.245.217]
16 มิถุนายน 2553 15:44
#57948

สมัยเรียนที่สวนดุสิต ช่วงแรกไม่กล้าตอบคำถามอาจารย์และมักจะไม่มองหน้าอาจารย์เวลาที่อาจารย์ถามมีเทอมหนึ่งได้ลงเรียน วิชาวาทการ อาจารย์ผู้สอนฝึกให้ได้แสดงออก อาจารย์ให้ความมั่นใจ รวมทั้งฝึกพัฒนาบุคลิคภาพ หลังจากนั้นความมั่นใจเต็มร้อยเลย จนถึงปัจจุบันทำงานแล้ว ยังนำมาใช้ รู้สึกนึกถึงอาจารย์ท่านนั้นมากเลย  วิธีที่ท่าน ผอ.ใช้น่าสนใจมากเลย อยากเป็นนักศึกษาอีกครั้งค่ะ 

 

เป็นวิธีการสอนที่น่าสนใจมากเลยค่ะ

คิดแล้วก็นึกย้อนไปสมัยเรียน

การให้นักศึกษามีส่วนร่วมกับการเรียนทำให้วิชาเรียนไม่น่าเบื่อ แล้วยิ่งมีความท้าทายตรงที่จะต้องเข้าใจในห้องเรียนทันทีด้วยแล้ว ยิ่งทำให้มีความตั้งใจมากยิ่งขึ้นเป็นเท่าตัว (เหมือนตอนเรียนกับอาจารย์ พอรู้ว่าอาจารย์จะถามคำถามในห้องรายคน ความตั้งใจมันพุ่งปรี๊ดเลยค่ะ)

เพราะตามปกติจะคิดว่าเดี๋ยวถ้าตามไม่ทันค่อยไปอ่านเอาเอง หรือไม่ก็ค่อยไปถามเพื่อนเอา (อันนี้เอาตัวเองเป็นมาตรฐานนะคะ ไม่ได้ว่าใคร)

แต่การทำแบบนี้มีผลเสียตรงที่เราสะสมความไม่เข้าใจเอาไว้มาก พอความไม่เข้าใจมีมากเกินไป ความเบื่อหน่ายในการเรียนจะตามมาค่ะ

แล้วโอกาสที่จะถามอาจารย์ก็แทบไม่มีเลย แบบว่าไม่เข้าใจทั้งนั้น เลยไม่รู้จะเริ่มถามจากตรงไหนดี

คนที่ไม่ถามนี่มีสองประเภทค่ะ คือ รู้เรื่อง เข้าใจดี พวกนี้ไม่มีปัญหา แต่อีกประเภท คือ ไม่เข้าใจอะไรเลย

  มีอรรถที่ให้ประโยชน์ต่างกันคือ การหยิบยื่นให้ความรู้ กับการสอนให้เขารู้จักแสวงหาความรู้ รู้จักสร้างเครื่องมือ วิธีการแสวงหาความรู้ ขอรับอาจารย์

   สังคมไทยในอดีตผ่านมา นิยมสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ แบบยื่นป้อน เราจึงได้ผลผลิตสังคมแบบผู้เสพ ลอกรับความรู้ เทคโนโลยี่จากประเทศอื่น หากเราหันมาใช้แบบหลังกันมากขึ้น การพัฒนามาเป็นสังคมผู้ผลิตความรู้ เทคโนโลยี่ คงไม่ไกลเกินอายุคนรุ่นผมขอรับ

    

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.235.62.151
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ