นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 2506
ความเห็น: 8

Perpetual Machines (เครื่องจักรไม่สิ้นสุด)

 
 
เพิ่งอ่านข่าวรถยนต์พลังน้ำมาครับ เกิดความรู้สึกบอกไม่ถูกว่าเรามักได้รับข่าวสาร/ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนอยู่ตลอดไปหรือไม่ และในฐานะคนที่อยู่ในแวดวงวิชาการ จะอยู่เฉยๆมันจะถูกต้องหรือไม่ (เลยต้องเขียน ทั้งๆที่มีงานอื่นๆอยู่รอบตัว)
 
ข่าวในหนังสือพิมพ์เล่มหนึ่งระบุว่า รถยนต์พลังน้ำวิ่งได้ 56 กิโลเมตร/ลิตร อ่านพาดหัวก็ดูเหมือนว่าประหยัดมากมาย ตีความในอีกมุมหนึ่งได้ว่า ทำไมคนเราโง่จังใช้น้ำมันปิโตรเลียมอยู่ตั้งนาน น้ำอยู่ใกล้ๆตัวเราเองไม่มีความคิดที่จะนำมาใช้เลย
 
อ่านรายละเอียดในข่าว ก็พบว่าระยะทางที่วิ่งรถ 560 กิโลเมตร ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงปิโตรเลียมเสริมเพียง 10 ลิตร ก็เลยนำมาคิดว่าสิ้นเปลืองพลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิงปกติคิดเป็น 56 กิโลเมตร/ลิตร (ก็เข้าใจเขียนครับ)
 
ในรายละเอียดก็มีอยู่ว่าได้ประดิษฐ์อุปกรณ์แยกน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้าติดตั้งในรถยนต์ ก็ได้แก๊สไฮโดรเจนและออกซิเจนออกมา และนำไฮโดรเจนไปเป็นเชื้อเพลิงกับเครื่องยนต์ โดยใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรีสลายโมเลกุลของน้ำ
 
ตรงนี้แหล่ะครับว่าทำไมไม่กล่าวถึงพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในการแยกน้ำว่ามีมูลค่าเป็นราคาเท่าไร  ทำเฉยๆทำให้ดูเหมือนว่ามันจะได้มาฟรีๆอย่างนั้น
 
ผมเขียนเป็นสมการง่ายๆให้ดูนะครับ
 
น้ำ ถูกสลายโมเลกุลด้วยการใช้ไฟฟ้า (ใช้พลังงานแล้วนะ) เกิดเป็น แก๊สไฮโดรเจน และ แก๊สออกซิเจน
 
แก๊สไฮโดรเจน ทำปฏิกิริยากับแก๊สออกซิเจน (ในอากาศที่ป้อนเข้าลูกสูบ) เกิดเป็นไอน้ำ(ก็น้ำนั่นแหล่ะ) และให้พลังงานออกมาซึ่งเครื่องยนต์ก็เอาไปใช้ขับเคลื่อนรถยนต์ต่อไป
 
เราจะเห็นว่ามันเป็นวัฏจักร (cycle) ที่ไม่สิ้นสุด ซึ่งในอดีตมีนักวิทยาศาสตร์หลายคนได้คิดค้นมาแล้ว และเรียกว่า perpetual machines แต่หลักวิชาเทอร์โมไดนามิกส์ ก็ได้พิสูจน์แล้วเช่นกันว่ามันเป็นไปไม่ได้ เพราะพลังงานที่ใส่เข้าไปเพื่อแยกน้ำกับพลังงานที่ได้(จากการเผาไหม้)มันจะเท่ากันพอดี และที่แย่ก็คือเครื่องจักรจริงจะไม่เป็นไปตามอุดมคติ (ideal) คือประสิทธิภาพในการแยกน้ำก็ไม่ถึง 100% ซึ่งหมายถึงการใส่พลังงานที่ต้องมากกว่าทฤษฎี ประสิทธิภาพในการเผาไหม้ก็ไม่ถึง 100% และประสิทธิภาพที่เครื่องยนต์สามารถเอาไปใช้ได้ก็ไม่ถึง 100% นั่นก็คือใส่เข้าไปมากแต่ได้ออกมาน้อย (มีการสูญเสียจากแรงเสียดทาน และอื่นๆ) แล้วมันจะเป็นจริงได้อย่างไร
 
เราถูกทำให้หลงทางจากความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์ ด้วยเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์มาโดยตลอดนะครับ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ โรงไฟฟ้าพลังน้ำลำตะคองแบบสูบกลับ ซึ่งใช้พลังงานไฟฟ้าในช่วงที่มีการใช้งานต่ำ (ซึ่งเมื่อคิดเป็นจำนวนเงินอาจเรียกว่าฟรีหรือราคาถูก) สูบน้ำกลับขึ้นอ่างเก็บน้ำที่สูงกว่า และนำมาผลิตไฟฟ้าไว้ขายในช่วง peak load (ค่าไฟฟ้าแพง) เป็นการรักษาเสถียรภาพพลังงานไฟฟ้าในภาคอีสาน เพราะประเทศไทยมีแหล่งผลิตไฟฟ้าอยู่หลายชนิดที่มีต้นทุนต่างๆกัน บางชนิดถูกมาก ถ้าหากจะบอกว่าโรงไฟฟ้าแบบนี้คุ้มค่า ผมจะขอให้พิสูจน์โดยการให้สร้างโรงไฟฟ้าแบบนี้ทั้งประเทศชนิดเดียวแล้วช่วยบอกผมที่ว่าจะไปได้รอดหรือไม่ (โรงไฟฟ้าแบบนี้ในแง่ประสิทธิภาพพลังงานถือว่าติดลบนะครับ)
 
ผมคิดว่าเราถูกทำให้หลงทางในแนวคิด เพราะรถยนต์ที่ใช้ fuel cell, รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่บอกว่าดีว่าสะอาดนั้น เป็นรูปแบบพลังงานที่พกพาได้ (เช่น แบตเตอรี, เชื้อเพลิงของเหลว เชื้อเพลิงแก๊สภายใต้ความดันสูง) ที่ได้มาจากรูปแบบพลังงานที่เคลื่อนที่ไม่ได้หรือเคลื่อนที่ได้ยาก คือพลังงานไฟฟ้าตามสาย โดยเราไม่ได้ดูแหล่งพลังงานจากต้นทาง เช่น พลังงานไฟฟ้าจะได้มาอย่างไร ซึ่งดูเหมือนคำตอบจะเป็นพลังงานนิวเคลียร์ (ซึ่งในความเห็นส่วนตัวของผมไม่ได้ตอบปฏิเสธไปทั้งหมด) ณ ปัจจุบัน พลังงานไฟฟ้าแพงกว่าพลังงานน้ำมันเตา และแพงกว่าพลังงานชีวมวล
 
พลังงานไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่หรือสูญหายไปได้ เพียงแต่เปลี่ยนรูปไปเท่านั้น (จากพลังงานเคมี เป็นพลังงานจลน์ หรือพลังงานศักย์ หรือ อื่นๆ..) ตามกฎทรงพลังงาน (law of conservation of energy) โลกสะสมพลังงานจากแสงแดดในรูปพลังงานเคมี (สารไฮโดรคาร์บอนปิโตรเลียม ตามแนวคิดที่ว่าปิโตรเลียมมาจากการทับถมของพืชและสัตว์มาหลายพันหลายหมื่นปี) แต่เราขุดเอามาใช้เร็วเกินไป
 
เขียนบันทึกนี้ เพื่อเป็นหลักฐานว่า ได้ทำหน้าที่แย้งหรือเห็นต่างในสิ่งที่สังคมอาจมีแนวคิดหลงทางไปได้ บันทึกในฐานะนักวิชาการคนหนึ่ง (555 ยกตัวเองซักกะนิด) ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ก็แล้วกัน (เขาจะนับเราเข้าไปด้วยหรือเปล่าก็ม่ายรุ๊)
 
ผม..เอง   
ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

Ico48
iHum (Recent Activities)
23 August 2008 13:28
#34634
^_^
Ico48
ทดแทน (Recent Activities)
23 August 2008 15:59
#34642
^--^มึนกับระบบข่าวสารบ้านเรา
Ico48
pui [IP: 58.9.65.179]
22 December 2008 12:16
#39365

ผมคิดว่าเป็นไปได้ครับ มันเป็นปฎิกิริยาทางเคมีแบบง่ายๆ การผลิตก๊าซใช้หลักของเคมี+ฟิสิกส์ แต่การเผาไหม้ใช้หลักของ เคมี-เคมี

เช่นพลังงานนิวเคลียร์ตอนผลิตก็ใช้หลัก เคมี+ฟิสิกส์ แต่ตอนที่จะนำมาใช้ก็ใช้หลัก เคมี-เคมี

 เพียงแต่คนเรานึกไม่ถึงนั่นเอง

ถ้ามองโดยหลักชาวบ้านๆๆ

สมมติว่าปลูกพืชอาหาร30 ไร่ เขาปลูกพืชเชื้อเพลิง1ไร่ สำหรับเติมลงในเครื่องยนต์ใช้ในการเกษตรมันก็ผลิตออกมาได้อย่างสบาย เพราะเขาบอกว่าเชื้อเพลิง1ไร่ที่เขาใช้สามารถใช้ได้ถึง1ปี

เพียงแต่ว่า

บุคคลที่เป็นผู้บริโภคอย่างเดียวไม่ได้เป็นผู้ผลิต ก็ไม่สามารถผลักภาระการผลิตเชื้อเพลิง ให้กลุ่มผลิตอื่นๆให้ช่วยผลิตได้อย่างพอเพียง เป็นเพราะว่าเขาใช้กันอย่างมากเกินไปโดยไม่เคยผลิตเองเลย

คนเรามีแนวโน้มที่จะเชื่อในสิ่งที่อยากจะเชื่ออยู่แล้ว

ความรักชาติ ความภูมิใจ บางครั้งก็ทำให้มองข้ามความจริงพื้นฐานไปได้ครับ

Ico48
tee-41 [IP: 124.120.167.141]
22 May 2009 21:08
#44403
เป็นความรู้ที่ดีมากครับ พรังงานสะสมอยู่ในโลกเราแต่คนเรามักง่าย มีนำ้มันก็ใช้นำ้มัน
Ico48
สมาน [IP: 192.168.100.112]
10 August 2009 14:36
#47211

"เราถูกทำให้หลงทางจากความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์ ด้วยเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์มาโดยตลอดนะครับ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ โรงไฟฟ้าพลังน้ำลำตะคองแบบสูบกลับ ..."

เฉพาะท่อนนี้นะครับ

เป็นหลักการใช้งานได้จริงครับ อยู่ในวิชาวิศวกรรมโรงจักรเลย

เปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย ๆ ก็เหมือนรถ Camry hybrid นั่นเอง ที่การใช้งานร่วมระหว่างเครื่องยนต์ + มอเตอร์ไฟฟ้า => ประสิทธิภาพรวมดีขึ้น

หรืออธิบายง่าย ๆ ว่าเครื่องยนต์ที่มีการเร่ง ขึ้นลงบ่อย จะประสิทธิภาพต่ำกว่าเดินคงที่

หรือ อธิบายง่าย ๆ อีกว่า ทำไมขับรถในเมืองได้แค่ 8 กม./ล. ขับทางไกลได้ 12 กม./ล.

 

ที่คุณสมาน จะบอกผมก็จะเป็นไปในทำนองนี้หรือเปล่าครับว่า โรงไฟฟ้าแบบสูบกลับ ใช้ไฟฟ้าที่เป็นเศษเหลือมาสูบน้ำให้กลับขึ้นไปใหม่ นั่นคือไฟฟ้าเศษเหลือนี้ถ้าไม่ใช้ก็จะสูญเปล่า

 

Ico48
วิศวกรคนนึง [IP: 202.28.25.243]
11 November 2010 11:53
#61516

 พลังงานไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่หรือสูญหายไปได้ เพียงแต่เปลี่ยนรูปไปเท่านั้น (จากพลังงานเคมี เป็นพลังงานจลน์ หรือพลังงานศักย์ หรือ อื่นๆ..) ตามกฎทรงพลังงาน (law of conservation of energy) โลกสะสมพลังงานจากแสงแดดในรูปพลังงานเคมี (สารไฮโดรคาร์บอนปิโตรเลียม ตามแนวคิดที่ว่าปิโตรเลียมมาจากการทับถมของพืชและสัตว์มาหลายพันหลายหมื่นปี) แต่เราขุดเอามาใช้เร็วเกินไป

กฏข้อนี้เป็นจริงไม่ว่าจะใช้หลักของวิชาเคมีหรือฟิสิกส์ น่าแปลกที่มี สถาบันการศึกษาในไทยให้การรับรองสิ่งประดิษฐ์ที่ขัดกับกฏข้อนี้ครับ เห็นแล้วก็เหนื่อยใจแต่ขี้เกียจเข้าไปยุ่งแล้ว

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.235.75.174
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ