นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1369
ความเห็น: 2

update พลังงานทดแทนไบโอดีเซล 2557

ก็เป็นวันที่ผมคิดว่ามีคุณค่าอีกวันหนึ่ง วันเวลาที่ได้เรียนรู้และแบ่งปันประสบการณ์ไป ตามสิ่งที่ควรทำ Show and Share

4 มิ.ย.  2557 ผมเดินทางไปเป็นวิทยากรเรื่อง "3 ทศวรรษแห่งพระอัจฉริยภาพด้านพลังงานทดแทน" ณ บริเวณล็อบบี้อาคาร 103 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติไบเทคบางนามาครับ

 

เรื่องนี้ได้รับการติดต่อจากรองอธิบดีกรมพลังงานทดแทน คุณทวารัฐ มาตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. ให้มาร่วมเสวนางาน renewable energy conference ซึ่งมี forum การเทอดพระเกียรติในหลวง The King of Bio-Energy  อยู่ด้วย ต้องเสวนาเป็นภาษาอังกฤษ ก่อนจะตอบตกลงไปผมก็บอกไปก่อนว่าภาษาอังกฤษผมไม่ดีนะ แต่ท่านก็ตอบมาว่า น่าจะพอได้อยู่ ผมก็เลยตอบตกลงว่าจะไป

 

เมื่อรับปากว่าจะไปแล้วแม้จะมีงานสำคัญที่คณบดีจากประเทศจอร์แดนที่ติดต่อ ผ่านกระทรวงต่างประเทศมาเยี่ยมชมโรงงานไบโอดีเซลในวันเดียวกันผมก็ต้องมอบ คุณธเนศ ให้ทำหน้าที่แทน

 

ส่วนตัวผมเองนั้นก็ต้องไปหาหนังสือวารสารมูลนิธิชัยพัฒนามาอ่านครับเพราะคำเรียกในหลวงหรือสมเด็จพระเทพฯ ควรจะถูกต้อง งานนี้มี Celeb อย่างคุณหญิงทองทิพ มาร่วมเสวนาด้วย พร้อมทั้งรองทวารัฐอีกคน พิธีกรคือคุณวาทิน

 

ผมใช้บริการสายการบินไทยสมายมาลงที่สุวรรณภูมิเพราะได้รับคำแนะนำว่าใกล้กว่า และเมื่อถึงสุวรรณภูมิก็ได้รับการบริการระดับ VIP โดยมีเจ้าหน้าที่ของ Exhibition Organiser UBM ใส่สูทสีเขียวอ่อนมายืนถือป้ายต้อนรับและพาไปขึ้นรถรับไปที่ BITEC บางนาเลยทีเดียว

 

พอลงจากแท็กซี่ก็เข้าไปในงาน ก็รู้ว่าเป็นงานที่ใหญ่โตมาก มีการรับบัตรที่เข้าชมนิทรรศการแบบลงทะเบียนล่วงหน้าและแบบ walk in ผมก็ต้องโทรศัพท์หาคุณอ๋อยเลขาฯคุณทวารัฐเพื่อแจ้งว่าผมมาถึงแล้ว ซึ่งก็ได้เจอคุณทวารัฐ และได้บัตรผ่านเข้าชมงาน ก็ได้เปิดตาดู Exhibition อีกครั้งด้วยความตื่นตาตื่นใจว่า นักศึกษาที่กรุงเทพฯได้เปรียบกว่าต่างจังหวัดในประเด็นนี้

 

จากนั้นก็เข้าไปฟัง CEO energy forum รับรู้ road maps ของพืชพลังงานและพืชเศรษฐกิจหลัก 6 ชนิด คือ ข้าว อ้อย ปาล์ม มันสำปะหลัง ข้าวโพด และ ยางพารา

 

ข้อมูลนั้นบอกว่า ปลูกข้าวนั้นเกษตรกรจะมีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วต่ำสุดคือน้อยกว่า 1000 บาทต่อไร่ต่อปี ในขณะที่ ยาง ปาล์มและอ้อยไปได้ดีประมาณ 5-6000 บาทต่อไร่ต่อปี  โดยอ้อยมีระบบการแบ่งรายได้ระหว่างโรงงานและเกษตรกรดีที่สุด ส่วนมันสำปะหลังและข้าวโพดนั้นมีรายได้สูงกว่า 1000 บาท/ไร่/ปี ได้รับรู้ข้อมูลส่วนนี้แล้วผมว่าข้าราชการอย่างเรา ๆ นี้ มีชีวิตที่ดีกว่าเยอะเลย

 

ในพื้นที่ปลูกข้าว มากกว่า 63 ล้านไร่นั้น ประมาณ 20 กว่าล้านไร่เป็นพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม สมควรจะเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น สอดคล้องกับแนวคิดคิดนักวิชาการที่ผมได้ฟังมาก่อนหน้านี้ว่า ข้าวขาว 5% นั้นควรปลูกให้น้อยลง ควรปลูกข้าวหอมมะลิหรือข้าวคุณภาพดีเท่านั้น เพราะปลูกข้าวขาว 5% ไปก็ขาดทุนตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว คู่แข่งก็มาก ประเด็นทางสังคมคือว่า จะต้องให้ความรู้และให้ผู้ที่เกษตรกรเชื่อถือเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง โดยรัฐต้องเข้าไปสนับสนุนแบบมองทะลุปัญหาทั้งหมด ซึ่งคงไม่ง่าย แต่ก็จำเป็นต้องทำ

 

จากนั้นผมก็ไปกินมื้อเที่ยงแบบ buffet จนใกล้บ่ายโมงคุณหญิงทองทิพก็มาถึง คุณหญิงเป็นวิศวกรรมเคมีเคยเป็นอาจารย์ที่วิศวะจุฬา ผมเคยพบมาก่อนหน้านี้ 2 หน ท่านสนใจเรื่อง E85  มาก ในช่วงนี้คุยกันรู้เรื่องดีก็เลยสนุกครับ แต่ท่านงานเยอะมาก ท่านนัดว่าควรมีโอกาสได้คุยกันมากกว่านี้ แต่ผมว่าน่าจะยากเหมือนกัน (ฮา) เพราะท่านจะไม่มีเวลาซะมากกว่า

 

งานก็เปิดตัวอย่ามีสไตล์ ก็ถือว่าผมโชคดีที่ได้มางานนี้ครับ ได้เรียนรู้หลายอย่าง แต่ก็ไม่คิดจะเลียนแบบไปเสียทุกอย่างนะครับ

 

การเสวนาบนเวที ผมก็มั่ว ๆ ไปได้ครับ ช่วงเริ่มต้นก็อึกอักอยู่พักหนึ่งละครับ ผมพยายามคิดว่าอย่าให้ภาษาที่เราไม่สามารถสื่อสารได้อย่างดีมาเป็นอุปสรรคในการแสดงออกถึงความรู้/ประสบการณ์ที่เรามี เรามีดีอะไรก็ควรแสดงออกให้ดีที่สุด อย่าให้ความอายหรือการกลัวผิดมาเป็นอุปสรรค

 

จบจากนั้นผมก็แว๊บเข้าไปดูการบรรยาย Sustainable Energy ระหว่างรอรถยนต์มารับกลับ เพราะเขาจะจัดคนมาดูแลผมหนึ่งคน ผมไม่อยากให้เป็นภาระก็เลยกลับเร็วไปนั่งรอที่สุวรรณภูมิดีกว่า นัดรถไว้เวลา 15.00 น. ก็ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ UBM อีกนิด เขาบอกว่า UBM มีอีเว้นท์ในไทยแบบนี้ประมาณ 4-5 ครั้งต่อปี

 

ก็เป็นวันที่ผมคิดว่ามีคุณค่าอีกวันหนึ่ง วันเวลาที่ได้เรียนรู้และแบ่งปันประสบการณ์ไป ตามสิ่งที่ควรทำ Show and Share

 

ผม..เอง (แมวฟิน)

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 05 มิถุนายน 2557 08:46 แก้ไข: 05 มิถุนายน 2557 08:46 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 LeeO, Ico24 Our Shangri-La, และ 7 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

.. สอดคล้องกับแนวคิดคิดนักวิชาการที่ผมได้ฟังมาก่อนหน้านี้ว่า ข้าวขาว 5% นั้นควรปลูกให้น้อยลง ควรปลูกข้าวหอมมะลิหรือข้าวคุณภาพดีเท่านั้น เพราะปลูกข้าวขาว 5% ไปก็ขาดทุนตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว .... โดยรัฐต้องเข้าไปสนับสนุนแบบมองทะลุปัญหาทั้งหมด ...

แนวคิดดังกล่าว คำหลักอยู่ที่วลีสุดท้ายครับ "มองทะลุปัญหาทั้งหมด" ซึ่งเอาเข้าจริงมักจะทะลุ โดยไม่ถี่ถ้วนครับ..

และผมก็เพิ่งดูทีวีน่าจะช่อง 9 เมื่อ 2-3 วันก่อน ที่มีนักวิชาการ พูดคล้าย ๆ กันนี้ ว่าควรย้ายชาวนาออกให้ไปทำอย่างอื่น ... ซึ่งผมก็ว่าน่าจะไม่รอบคอบถี่ถ้วนซักเท่าไร

ขอต่อยาวซักนิดครับ..

ศตวรรษ ต่อไป ปัญหาระดับโลกที่เริ่มจาก พลังงาน ก็จะเป็น อาหาร และน้ำ...

ขณะไทยเราเป็นขุมทอง หรือสุวรรณภูมิเรื่องอาหารโดยเฉพาะเรื่องข้าว ที่ในช่วงเมษายนในอดีตจะมองเห็นสีทองเหลืองอร่ามของรวงข้าวเต็มไปหมด

ปัญหาการขาดทุนย่ำแย่จากการทำนาของชาวนา ลองวิเคราะห์ ต้นทุน ผลผลิต และราคาขายดูครับ

ข้าวหอมมะลิ ที่เรา ๆ ซื้อรับประทานกัน 40 บาท/กก. ชาวนาได้ราว ๆ 5-8 บาท แล้วยังต้องไปหักค่ายา ค่าปุ๋ย ค่าดอกเบี้ย ฯลฯ ..

ครับ มาผิดวงหรือเปล่านี่ อิ

ข้อมูลเขาบอกว่า ข้าวหอมมะลิน่าจะพอได้อยู่ครับ แต่ข้าวขาว 5% ชาวนาอาจจะได้แค่กิโลละ 0.5 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว

ปัญหาก็คือเมื่อรายได้ต่ำคนก็ไปหางานอย่างอื่นทำแทน คนที่อยู่ในภาคเกษตรกรรมไม่มีทางไปก็ต้องทนทำไป ทั้งที่อาจรู้ว่าขาดทุน เพราะคิดแบบเสี่ยงไปตายเอาดาบหน้า และก็ตายทุกทีละครับ ฮา

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.227.235.71
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ