นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1778
ความเห็น: 6

อนุสิทธิบัตรและความในใจ

บางครั้งผมไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมดกับสิ่งที่ผมได้ทำไปแล้ว แต่หากเป็นสิ่งที่ประชาคมที่ผมอาศัยร่วมอยู่ด้วยต้องการ ผมก็ยินดีทำให้ด้วยความเต็มใจครับ

บันทึกนี้ข้อใช้สิทธิในการเขียนเพื่อบอกเล่าความในใจตามที่คุณ wwibul บอกประโยชน์การเขียนบันทึกผ่านแชร์ และเพื่อให้เป็นที่เก็บขยะข้อมูลที่ผมจะได้ค้นหาในภายหลังได้ง่ายครับ

บ่าย 22 ต.ค. 2552 มีซองสีน้ำตาลบางๆส่งมาที่โต๊ะผม พอเปิดมาก็ให้ความสุขกับผมได้ เพราะเป็นสำเนาอนุสิทธิบัตรที่ผมยื่นไปเกือบ 2 ปีแล้ว

ผมก็รีบเอาไปถ่ายเอกสารเก็บไว้ก่อน เพราะคงต้องส่งให้ภาควิชาวิศวกรรมเคมีต่อไป และรีบเอาไปโชว์คุณทดแทน เพื่อบอกว่าคุณทดแทนควรเร่งเขียนสิ่งประดิษฐ์เพื่อขอสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรได้แล้วน่ะ

อนุสิทธิบัตรฉบับนี้ออกให้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ครับ

เลขที่คำขอ 0803000090

วันที่ขอรับอนุสิทธิบัตร 22 มกราคม 2521

ผู้ประดิษฐ์ นายชาคริต และคณะ

ชื่อที่แสดงถึงการประดิษฐ์ กระบวนการทดสอบแบบกะประมาณของปริมาณกลีเซอไรด์ในไบโอดีเซลโดยกระบวนการทรานส์เอสเตอริฟิเคชันด้วยเตาไมโครเวฟ

ออกให้เมื่อ 18 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2552

หมดอายุเมื่อ 21 เดือน มกราคม พ.ศ. 2557

(ครับอนุสิทธิบัตรบูดเสียและหมดอายุได้ครับ ไม่ควรบริโภคหลังวันหมดอายุแล้ว)

ข้อเท็จจริงก็มีอยู่ว่า ผมเคยยื่นขอสิทธิบัตรไปเรื่องหนึ่งก่อนที่จะยื่นขออนุสิทธิบัตรฉบับนี้นานเป็นปี แต่ก็เงียบหายไป ภายหลังรับรู้มาว่าการจดอนุสิทธิบัตรจะเร็วกว่า (ซึ่งก็จริง) และในช่วงนั้นการนับ KPIs เรื่องสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรก็นับรวมกัน ผมก็เลยตัดสินใจว่าเรื่องนี้ยื่นขอเป็นอนุสิทธิบัตรจะดีกว่า (ประเภทไม่ลองไม่รู้) เพราะไม่รู้ว่าจะทำเรื่องให้มันยากไปทำไม และก็พบว่าเร็วกว่าจริงครับ

แต่....ผมก็จะพบว่ากว่าจะได้อนุสิทธิบัตรนั้น ต้องใช้เวลาร่วม 3 ปีกระมัง เริ่มจากทำการทดลอง ที่กินเวลาตั้งแต่ 3 เดือน x ปี บวกด้วยขั้นตอนการเขียนและตรวจสอบเอกสาร อีกสัก 1-6 เดือน แล้วยื่นขอผ่านหน่วยงานศูนย์บ่มเพาะฯ รอให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาดำเนินการ ถ้าตามฉบับนี้ก็ 1 ปี 7 เดือนครับ วันหมดอายุก็นับจากวันยื่นขอไป 6 ปี ซึ่งทำไมไม่นับจากวันออกให้ก็ไม่รู้ เพราะหากดำเนินการนานกว่านี้ อายุการใช้งานก็สั้นลงไปอีก

ความในใจของผมก็คือ การยื่นขออนุสิทธิบัตรนี้ขอเพื่อให้มหาวิทยาลัยได้ KPIs ครับ เพราะผมไม่มีความคิดของการหาผลประโยชน์จากอนุสิทธิบัตรนี้เลย คือจะไม่ไปตามหาผู้ละเมิด แต่จะแอบดีใจที่มีผู้เอาไปใช้ฟรีมากรายขึ้น (ขบถครับขบถ) สังคมไทยยังต้องการของถูกของฟรีเพื่อการแข่งขันอยู่ เพราะยังไม่ปีกกล้าขาแข็งที่จะเข้าไปในเวทีแข่งขันอย่างเสรีได้ โดยเฉพาะพวก SMEs มีหลายโปรแกรมมากที่รัฐฯเข้าไปอุ้มชูพวก SMEs อยู่ และผมก็มีประสบการณ์ด้านนี้อยู่บ้างเช่นกัน การจ่ายเงินค่าธรรมเนียมอนุสิทธิบัตรเป็นต้นทุนที่สูงขึ้น ฮ่า คงมีผู้ไม่เห็นด้วยเยอะนะครับ ประเภทที่ว่าต้องสร้างให้เป็นนิสัยที่คุ้นเคยบ้างอะไรทำนองนี้

เอาเป็นว่า ผมไม่สนใจเรื่องนี้ก็แล้วกัน ที่ยื่นขอรับอนุสิทธิบัตรก็เพราะมหาวิทยาลัยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด หากผมต้องเป็นผู้จ่ายส่วนหนึ่งก็คงเปลี่ยนใจไม่ยื่นขอก็ได้ (ฮา..) และไอ้เจ้า KPI ตัวนี้ก็แปลกเพราะเขาจะนับเป็นผลงานก็ต่อเมื่อออกสิทธิบัตรมาแล้ว ซึ่งจะเห็นว่า มีขั้นตอนเวลาที่ควบคุมไม่ได้ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา และหากจะนับผลงานเป็นรายชิ้นต่อปีก็คงมั่วอีก ด้วย time lag ที่คาดการณ์ไม่ได้ควบคุมไม่ได้ ต่อให้วางแผนในการยื่นขออย่างไร มันก็อาจจะออกมาเร็วกว่ากำหนดหรือช้ากว่ากำหนดก็ได้ มันควรต้องนับจำนวนแบบสะสม จะหักเอาชิ้นที่หมดอายุออกไปบ้างก็ได้ ซึ่งก็ยังไม่เหมาะนักเพราะหากใช้เวลาในการพิจารณานานเกินไป อายุสิทธิบัตรที่จะใช้ยื่นขอผลงานก็สั้นลง และจะไปขอเพิ่ม KPIs ในปีที่ผ่านมาแล้วก็ไม่ได้ด้วย

ผมก็เข้าใจนะครับว่านับเรื่องในปีที่ยื่นขอไม่ได้ เพราะถ้านับแบบนี้ เราก็ยื่นมั่วๆไปได้ โดนตีตกในภายหลังก็ไม่เป็นไร เพราะนับ KPIs ผ่านไปแล้ว (ฮ่า) เรื่องแบบนี้พวกเราก็ถนัดไม่แพ้ใครหรอกครับ

ก็เข้าใจนะครับว่าเขาต้องการให้มหาวิทยาลัยมีนวัตกรรมออกมา และต้องเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ว่าเป็นของใหม่จริงและมีคุณภาพที่รับประกันได้ ถ้าเป็นอย่างนี้ ผมก็ถือได้ว่าผมได้ยื่นขอเพื่อมหาวิทยาลัยแล้วนะ (ก็เขาให้เงินวิจัยผมว่าตั้งเยอะนี่ครับ..ฮา)

ผมก็คงจะพยายามหาอะไรไปยื่นขอให้มากๆเข้าไว้ต่อไป และต้องรีบทำด้วยเพราะกว่าจะเห็นดอกออกผลมันก็นานมาก พ่อแม่พี่น้องชาวสถานวิจัยฯโปรดรับรู้ภารกิจตรงนี้ด้วยนะครับ (ฮา..work in อีกแล้ว)

จะบอกว่า บางครั้งผมไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งที่ผมได้ทำไปแล้วทั้งหมด แต่หากเป็นสิ่งที่ประชาคมที่ผมอาศัยร่วมอยู่ด้วยต้องการ ผมก็ยินดีทำให้ด้วยความเต็มใจครับ

 

ผม..เอง

กำลังหัด embeded ให้จำขั้นตอนได้ครับ ตามกฎการทำซ้ำบ่อยๆ

 

created: 23 October 2009 12:02 Modified: 23 October 2009 12:02 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

  • ยินดีด้วยครับ กับหนึ่งในความสำเร็จของอาจารย์ ซึ่งผมภาคภูมิใจในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ที่อาจารย์อุทิศผลงานให้กับสถาบัน และเพื่อคนไทยทั้งปวง โดยมิได้คิดแสวงหาประโยชน์ที่เกิดขึ้น กับคนไทยด้วยกัน
  • ผมกำลังชั่งใจครับ ว่าผลงานที่เราทำนี้ ระหว่างการขอจดสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร กับการเผยแพร่ผลงานโดยการตีพิมพ์ อย่างไหนจะเหมาะสมกว่ากันครับ เพราะการขอจดสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรนั้น จะทำให้เราตีพิมพ์ผลงานไม่ได้ ระหว่างที่ยังขออยู่ ซึ่งเมื่อรอให้สิทธิบัตรคลอดออกมา ผลงานนั้นก็ล้าสมัยแล้ว (ไม่ทราบว่าผมเข้าใจถูกหรือผิดพลาดประการใด)
ยินดีด้วย กับ อ.ชาคริตและทีมค่ะ...
  • ยินดีด้วยค่ะ

คุณ mitochondria ครับ

ผมว่าทำได้ทั้ง 2 ทาง เพียงแต่ดูเหมือนว่า หากเมื่อเผยแพร่แก่สาธารณะชนแล้วต้องยื่นจดสิทธิบัตรภายใน 6 เดือน รายละเอียดตัวเลขผมก็ไม่แม่นนะครับ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่จากศูนย์บ่มเพาะมาให้อีกครั้ง

ผมว่ายื่นจดก่อนแล้วค่อยตีพิมพ์ก็คงได้ สิทธิบัตรนี้คงใช้ได้ในประเทศไทยเท่านั้น หากจะให้ครอบคลุมไปยังต่างประเทศก็คงต้องยื่นอีกฉบับหนึ่งครับ

ก็แล้วแต่ว่าเราหวังว่าจะนำผลงานไปใช้ประโยชน์ในด้านไหนครับ

อ้อ! ผมตกไปครับ ความจริงอนุสิทธิบัตรที่จดแล้วนี้ ผมก็คงจะได้ประโยชน์ด้วย เพราะหากจะขอผลงานวิชาการในระดับที่สูงขึ้นคงสามารถนำไปใช้ได้ครับ

 

ยินดีกับอาจารย์ด้วยคนครับ
  • ยินดี ......
  • ไม่มีปัญหา .....
  • ควรบริโภคให้เกลี้ยงฉาดอย่าทิ้งไว้ให้บูดเน่า
  • ไม่ได้กะปิก็เหยาะน้ำปลา แทนก็แล้วกันครับ
  • ฝันให้ไกลไปให้ถึง จึงได้รางวัลแด่คนช่างฝัน เพราะฉะนี้
เราเอง

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.235.85.115
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ