เชิญชวนร่วมเขียนเรื่องราวความสุขของท่าน ผ่าน Share.psu.ac.th โดยใส่คำสำคัญ PSU.QWL

Micron
Ico64
ว่าที่ ร.ต.สุนทร บุญมาทัต
นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 191900
ความเห็น: 90

ประโยชน์ของจุลินทรีย์ EM

กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ

E.M. (อี.เอ็ม.) คืออะไร
                E.M. ย่อมาจากคำว่า Effective Micro-organisms หมายถึง กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพคิดค้นพบโดย ศาสตราจารย์ ดร.เทรโอะ ฮิงะ (TEROU HIGA) แห่งมหาวิทยาลัยริวกิว เมืองโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น โดยใช้เทคนิคทางชีวภาพ รวบรวมเฉพาะกลุ่มจุลินทรีย์ หมวดสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ ช่วยปรับปรุงสภาพความสมดุลของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น จุลินทรีย์หมวดสร้างสรรค์ที่มีใน EM ได้แก่ กลุ่มจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง แลกโตบาซิลัส  เพนนิซีเลี่ยม ไตรโคเดอมา ฟูซาเรียม สเตรปโตไมซิส  อโซโตแบคเตอ ไรโซเบียม ยีสต์  รา  ฯลฯ
               จุลินทรีย์ใน EM ส่วนใหญ่เป็นจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการอากาศ และมีพลัง แอนติออกซิเดชั่นซึ่งเป็นพลังสร้างสรรค์ของชีวิต ป้องกันมิให้มีการทำลายชีวภาพที่สำคัญของ เซลล์ได้ป้องกันฤทธิ์ของสารพิษได้หลายชนิด รักษาสภาพธรรมชาติของเซลล์ ได้มิให้เสื่อมสภาพรักษาสุขภาพของคนและสัตว์ มิให้เป็นโรคหรือเจ็บป่วยได้ง่าย

ลักษณะโดยทั่วไปของ EM
              เป็นของเหลวสีน้ำตาลกลิ่นหอมอมเปรี้ยวอมหวาน (เกิดจากการทำงานของกลุ่มจุลินทรีย์ต่าง ๆ ใน E.M.) เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีชีวิต ไม่สามารถใช้ร่วมกับสารเคมีหรือ ยาปฏิชีวนะและยาฆ่าเชื้อต่าง ๆ ได้ ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต เช่น คน สัตว์ พืช และแมลงที่เป็นประโยชน์ ช่วยปรับสภาพความสมดุลของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ ที่ทุกคนสามารถนำไปเพาะขยายเพื่อช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง

ลักษณะการผลิต
                เพาะขยายจากจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์มากกว่า 80 ชนิด จากกลุ่มจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง
- กลุ่มจุลินทรีย์ผลิตกรดแลคติค
- กลุ่มจุลินทรีย์ตรึงไนโตรเจน
- กลุ่มจุลินทรีย์แอคทีโนมัยซีทส์
- กลุ่มจุลินทรีย์ยีสต์
                  ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ได้จากธรรมชาตินำมาเพาะเลี้ยงและขยายให้จุลินทรีย์ขยายตัวด้วยปริมาณที่สมดุลกันด้วยเทคโนโลยีพิเศษ โดยใช้อาหารจากธรรมชาติ เช่น โปรตีน รำข้าว และสารประกอบอื่น ๆ ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต

ประโยชน์ของจุลินทรีย์โดยทั่วไป

ด้านการเกษตร

- ช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างในดินและน้ำ
- ช่วยแก้ปัญหาจากแมลงศัตรูพืชและโรคระบาดต่าง ๆ
- ช่วยปรับสภาพดินให้ร่วนซุย อุ้มน้ำและอากาศผ่านได้ดี
- ช่วยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุ เพื่อให้เป็นปุ๋ย (อาหาร) แก่อาหารพืชดูดซึมไปเป็นอาหารได้ดี ไม่ต้องใช้พลังงานมากเหมือนการให้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์
- ช่วยสร้างฮอร์โมนพืช พืชให้ผลผลิตสูงและคุณภาพดีขึ้น
- ช่วยให้ผลผลิตคงทน สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน มีประโยชน์ต่อการขนส่งไกล ๆ เช่น ส่งออกต่างประเทศ
- ช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นจากฟาร์มปศุสัตว์ ไก่และสุกร ได้ภายในเวลา 24 ชม.
- ช่วยกำจัดน้ำเสียจากฟาร์มได้ภายใน 1 – 2 สัปดาห์
- ช่วยกำจัดแมลงวัน โดยการตัดวงจรชีวิตของหนอนแมลงวันไม่ให้เข้าดักแด้เกิดเป็นตัวแมลงวัน
- ช่วยป้องกันอหิวาห์และโรคระบาดต่าง ๆ ในสัตว์แทนยาปฏิชีวนะและอื่น ๆ ได้
- ช่วยเสริมสุขภาพสัตว์เลี้ยง ทำให้สัตว์แข็งแรงมีความต้านทานโรคสูง ให้ผลผลิตสูงอัตราการตายต่ำ
ด้านการประมง
- ช่วยควบคุมคุณภาพในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำได้
- ช่วยแก้ปัญหาโรคพยาธิในน้ำเป็นอันตรายต่อกุ้ง ปลา กบ หรือสัตว์น้ำที่เลี้ยงได้
- ช่วยรักษาโรคแผลต่าง ๆ ในปลา กบ จระเข้ ฯลฯ ได้
- ช่วยลดปริมาณขี้เลนในบ่อ และทำให้เลนไม่เน่าเหม็น สามารถนำไปผสมปุ๋ยหมักใช้พืชต่างๆ ได้อย่างดี
ด้านสิ่งแวดล้อม
- ช่วยปรับสภาพเศษอาหารจากครัวเรือน ให้กลายเป็นปุ๋ยที่มีประโยชน์ต่อพืชผักได้
- ช่วยปรับสภาพน้ำเสียจากอาคารบ้านเรือน โรงงาน โรงแรมหรือแหล่งน้ำเสีย
- ช่วยดับกลิ่นเหม็นจากกองขยะที่หมักหมมมานานได้

การเก็บรักษาจุลินทรีย์
                  สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน อย่างน้อย 6 เดือน ในอุณหภูมิห้องปกติ ไม่เกิน 46 – 50 องศาเซลเซียส ต้องปิดฝาให้สนิท อย่าให้อากาศเข้าและอย่าเก็บไว้ในตู้เย็น ทุกครั้งที่แบ่งไปใช้ต้องรีบปิดฝาให้สนิท การนำ E.M. ไปขยายต่อควรใช้ภาชนะที่สะอาดและใช้ให้หมดภายในเวลาที่เหมาะสม

ข้อสังเกต
                    หากนำไปส่องด้วยกล้องจุลทัศน์ที่มีกำลังขยายสูงไม่ต่ำกว่า 700 เท่า จะเห็น จุลินทรีย์ชนิดต่าง ๆ อยู่มากมาย E.M. ปกติจะมีกลิ่นหอมอมเปรี้ยวอมหวาน ถ้าเสียแล้วจะมีกลิ่นเน่าเหมือน กลิ่นจากท่อน้ำทิ้งเก่า ๆ (E.M. ที่เสียใช้ผสมน้ำรดกำจัดวัชพืชได้) กรณีที่เก็บไว้นาน ๆ โดยไม่มีเคลื่อนไหวภาชนะ จะมีฝ้าขาว ๆ เหนือผิวน้ำ E.M.นั่นคือการทำงานของ E.M. ที่ผักตัวเมื่อเขย่าแล้วทิ้งไว้ชั่วขณะ ฝ้าสีขาวจะสลายตัวกลับไปใน E.M. เหมือนเดิม

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 21 พฤษภาคม 2551 14:29 แก้ไข: 02 กรกฎาคม 2551 11:49 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

ความเห็น

Ico48
ก้องภพ [IP: 223.204.49.146]
04 กันยายน 2554 11:09
#68293

เป็นที่น่ายินดีว่าคนไทยเรา (คนโคราช) ได้ค้นพบ จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย และจดอนุสิทธิบัติเป็นเจ้าแรกกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา จุลินทรีย์ตัวนี้ ไม่อยู่ในกลุ่มที่ใช้ทำEM ตั้งชื่อว่า SM Ball =Super Microbial Ball ราคาถูก บำบัดกลิ่นได้รวดเร็ว และสามารถเข็คค่าBOD ความสะอาดของน้ำได้ค่าที่ดีกว่า และบำบัดน้ำเสียได้เป็นเวลายาวนานกว่าจุลินทรีย์ชนิดอื่น

สินค้าตัวนี้ ลดมลภาวะ ทำให้เกิดสภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี ช่วยให้น้ำในแม่น้ำลำคลองสะอาด เพิ่ม O2(อ๊อกซิเจน) ทำให้สัตว์น้ำ กุ้ง หอย ปู ปลา แข็งแรง

ปริมาณการใช้ 1 ก้อน / ขนาดบ่อบำบัด 20-30 คิวบิกเมตร (ขึ้นอยู่กับความสกปรกของน้ำด้วย) ราคาก้อนละ 20 บาท ถ้าใช้ติดต่อกันจะประหยัดมาก เพราะเกิดการสะสมของจุลินทรีย์มีชีวิตอยู่ในบ่อบำบัด

(ถ้าใช้ทั้งชนิดก้อน และน้ำร่วมกัน ในอัตราส่วนที่พอเหมาะกับพื้นที่ ที่ต้องการบำบัด กลิ่นจะหายไปภายใน 24 ชม.) ขนาดของจุลินทรีย์ก้อน เท่ากับลูกเหล็กกีฬาเปตอง(ใหญ่กว่าลูกเทนนิส) ขนาดบรรจุ 1 กล่อง 50 ก้อน ประมาณ 14 กก. (4 ก้อนหนักเกือบ 1 กก.)

วิธีเปรียบเทียบประสิทธิภาพจุลินทรีย์ที่มีขายตามท้องตลาด

1) ตักน้ำเสียในแหล่งเดียวกัน ใส่ถัง 200 ลิตร ในปริมาณที่เท่ากัน

2) ใส่จุลินทรีย์ก้อนลงในถังจำนวน 1 ก้อน และอีกถัง จุลินทรีย์ชนิดอื่น เปรียบเทียบราคาด้วย

3) ระยะเวลา กลิ่นน้ำเสีย ถังไหนจะหายเร็วกว่ากัน และน้ำจะใสเร็วกว่ากัน วัดค่าpHสภาพความเป็นกรด-ด่าง ซึ่งจะเป็นกลางประมาณ 6.5

4) วัดค่า BOD ของน้ำ ถังไหนจะลดลงต่ำสุด (ซึ่งต่ำกว่า 100) ลดลงได้มากกว่ากัน)

การต่อยอดทางด้านเกษตร ใช้จุลินทรีย์ก้อนย่อยสลายตอซังข้าวในนาข้าว ป้องกันโรคข้าวดีดและเมล็ดลีบ ใช้ฝังตามโคนต้น กาแฟ ลำใย ลองกอง ยางพารา ฯลฯ พืชเจริญงอกงามดี

ติดต่อ : คุณก้องภพ คำเรืองศรี โทรฯ 081-7184139

Ico48
อิ่นัวส์จิ๊บ [IP: 14.207.242.172]
13 กันยายน 2554 20:41
#68620

เราควรทำตามนร่จร่

Ico48
ชลิตา [IP: 49.48.155.175]
13 กันยายน 2554 20:53
#68621

จุลินทรีย์เมื่ออยู่ในร่างกายของเราจุลินทรีย์มีหน้าที่อะไรบ้างคะ

Ico48
ก้องภพ คำเรืองศรี [IP: 223.207.111.17]
25 กันยายน 2554 17:00
#68975

การใช้จุลินทรีย์ในบ่อเลี้ยงปลา/บ่อเลี้ยงกุ้ง

บ่อเลี้ยงปลา

เกษตรกรที่เลี้ยงปลาส่วนมากจะมีปัญหาในเรื่องน้ำในบ่อเลี้ยงปลาเกิดการเน่าเสีย เมื่อน้ำเน่าเสียเกิดขึ้น นั่นหมายถึงปริมาณออกซิเจนในน้ำลดลง จนอาจไม่มีออกซิเจนให้ปลาในน้ำหายใจ ซึ่งอาจทำให้ปลาตายยกบ่อได้ง่ายๆภายในไม่กี่วัน ปัญหาการเน่าเสียของน้ำในบ่อเลี้ยงปลา ส่วนใหญ่มาจากการให้อาหารปลาและการถ่ายเทมูลของปลาเอง ถึงแม้อาหารที่ใช้เลี้ยงปลาส่วนมากจะถูกปลากิน แต่จะมีบางส่วนตกลงก้นบ่อและจมลงไปในโคลนก้นบ่อ ทำให้เกิดการเน่าเสียขึ้น และอีกส่วนหนึ่งเกิดจากความหนาแน่นของปลาที่เลี้ยง ซึ่งส่วนมากจะใช้สารเคมีแก้ไข อันนำไปสู่การตกค้างของสารเคมีไปสู่สิ่งแวดล้อมและผู้บริโภคได้ บ่อเลี้ยงปลามีทั้งประเภททำเป็นอาชีพ คือเลี้ยงปลาเพื่อการพาณิชย์ และเลี้ยงปลาในบริเวณบ้าน เช่นปลาคร้าฟ ปลาสวยงามต่างๆ น้ำเสียก็เกิดขึ้นตลอดเวลา ต้องมีการเติมออกซิเจนและถ่ายเทน้ำเสียบ่อยๆ เพื่อให้ปลามีสุขภาพที่ดี การเก็บน้ำเสียไว้นานๆในบ่อเลี้ยงปลาอาจทำให้ปลาติดเชื้อยกบ่อได้

บ่อเลี้ยงกุ้ง

ผู้ที่เลี้ยงกุ้งจะมีปัญหามากกว่าผู้เลี้ยงปลา การเลี้ยงกุ้งจะเลี้ยงได้ยากกว่าการเลี้ยงปลา เหตุเพราะกุ้งจะอ่อนไหวตายง่ายกว่าปลา มีปัญหาเพียงเล็กน้อยกุ้งก็อาจตายได้ง่ายๆ อย่างเช่น กรณีกุ้งกุลาดำ ในช่วงหลังๆเกษตรกรจะนิยมเอากุ้งขาวมาเลี้ยง ซึ่งมีปัญหาน้อยกว่ากุ้งกุลาดำ เลี้ยงผิดพลาดมีสิทธิ์เจ๊งได้ง่ายๆ การลงทุนเลี้ยงกุ้งก็ใช้งบประมาณค่อนข้างสูงพอสมควร ปัญหาที่พบที่เป็นปัญหาใหญ่ของคนเลี้ยงกุ้งก็หนีไม่พ้นน้ำเน่าเสีย เช่นเดียวกับปลา แต่ปลาจะทนทานกว่ากุ้ง ดังนั้นถ้าเกิดน้ำเน่าเสียเกิดขึ้นต้องแก้ไขให้รวดเร็วทันเหตุการณ์ เพราะไม่อย่างนั้นกุ้งอาจตายได้ยกบ่อ ปัญหาน้ำเน่าเสียก็มาจากสาเหตุที่คล้ายๆกัน นั่นก็คือ อาหารกุ้ง ซึ่งจะมีบางส่วนที่กุ้งกินไม่หมดและตกลงก้นบ่อ เกิดการเน่าเสีย มีผลทำให้น้ำโดยรวมเน่าเสียตามไปด้วย กระทบกับปริมาณออกซิเจนที่กุ้งใช้หายใจ การเจริญเติบโตหยุดชงัก

ปัญหาที่หนักใจของผู้เลี้ยงกุ้งก็คือ โรคกุ้ง เพราะสร้างความเสียหาย ทำลายผลผลิตเกษตรกร

การใช้จุลินทรีย์ในบ่อเลี้ยงกุ้งและบ่อเลี้ยงปลา

น้ำเน่าเสียในบ่อเลี้ยงกุ้งและบ่อเลี้ยงปลาเกิดจากจุลินทรีย์อีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่ย่อยสลายไม่สมบูรณ์จึงก่อให้เกิดของเสียเกิดขึ้น ดังนั้นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดก็คือ การนำจุลินทรีย์กลุ่มที่มีประสิทธิภาพสูงเข้าไปย่อยสลายแทนที่ เพื่อให้ของเสียจากอาหารสัตว์และอื่นๆถูกย่อยสลายโดยสมบูรณ์ ดังนั้นน้ำที่เสียอยู่ก็จะกลับกลายเป็นน้ำดี มีออกซิเจนสูงตามปกติ ซึ่งจะมีผลทำให้สุขภาพปลาและกุ้งที่เลี้ยงดีไปด้วย การเจริญเติบโตก็เป็นไปอย่างรวดเร็ว และไม่สร้างมลภาวะให้สิ่งแวดล้อม ไม่มีสารเคมีตกค้างในสัตว์เลี้ยงและพื้นดินในบ่อ ผู้บริโภคปลาและกุ้งปลอดภัย

การใช้จุลินทรีย์แบบบูรณาการในบ่อเลี้ยงกุ้งบ่อเลี้ยงปลา

ที่ดีที่สุดในการใช้จุลินทรีย์ในการเลี้ยงกุ้งและเลี้ยงปลา คือการใช้จุลินทรีย์ให้ครอบคลุมทุกส่วน ทั้งในส่วนน้ำ บ่อ อาหาร เป็นต้น

บ่อกุ้ง 1 ไร่ มีกี่ตารางเมตร และจะใช้SM Ball จำนวนกี่ก้อน

1 วา มี 2 เมตร

1 ไร่ มี 400 ตารางวา

1 ไร่ กว้าง 20 วา คูณ ยาว 20 วา เท่ากับ 400 ตารางวา

คิดเป็นเมตร 20 วา เท่ากับ 40 เมตร

40 เมตร คูณ 40 เมตร เท่ากับ 1600 ตารางเมตร

ดังนั้น 1 ไร่ มี 1600 ตารางเมตร

บ่อเลี้ยงกุ้งลึก 1.20 เมตร = ปริมาตรน้ำ = 1600 X 1.20 = 1920 คิวบิกเมตร

ใช้จุลินทรีย์ก้อน 1 ก้อน/30 Qเมตร ดังนั้นใช้ลูกก้อนทั้งหมด 1920/30 = 64 ก้อน/ไร่

***ในกรณีเริ่มต้นเลี้ยง ยังไม่ใส่กุ้งลงในบ่อ ให้ใส่ทั้งหมด 64 ก้อน ลงในบ่อ พักไว้ 5 วัน จึงใส่กุ้ง

***กรณีที่มีกุ้งอยู่ในบ่ออยู่แล้ว แต่น้ำสกปรกมาก และยังไม่เคยใช้จุลินทรีย์ ให้ใช้ครั้งแรก 30 ก้อน อีก 5 วันตามด้วยที่เหลือ 34 ก้อน

***วิธีสังเกตุ ถ้าน้ำสะอาดและมีO2(อ๊อกซิเจน)เพียงพอ กุ้งจะไม่เครียด ไม่ดิ้นพล่าน อึดอัด แย่งอากาศหายใจ พื้นน้ำจะสงบราบเรียบ

การเลี้ยงกุ้ง-ปลา ต้วยจุลินทรีย์ ทำให้กุ้ง-ปลาสะอาด ไม่มีกลิ่น น่ารับประทาน

ตัวอย่าง บ่อเลี้ยงปลาช่อนที่สุพรรณบุรี ไช้จุลินทรีทรีย์SM Ball ได้ผลดีมีกำไรเพิ่มขึ้นมาก

ที่กำแพงเพชร ใช้จุลินทรีย์ก้อนฝังในไร่ส้มเขียวหวาน 1 ก้อน/1 ต้น ห่างจากโคนต้น 1 เมตร ชาวสวนส้มเขาซื้อกันเป็นหมื่นก้อน ส้มเจริญงอกงาม และรสชาติเปลี่ยนเป็นธรรมชาติ รสชาติดีมาก เมื่อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงถูกดูดซึมพร้อมธาตุอาหารเข้าไปในต้นไม้ เกิดขบวนการต่างๆ ทำให้พืชเจริญงอกงามดีมาก รวมทั้งต้านทานโรคพืชได้ดีอีกด้วย

ขอบคุณที่ใช้SM Ball ใช้ดีแล้วบอกต่อ

ก้องภพ (ผดุง)

081-7184139

“เกษตรกรก้าวหน้า ชาติพัฒนายั่งยืน”

@@@ข่าวเมื่อต้นปี 54 จากประเด็นที่ ประเทศในกลุ่ม อียู แบนผักสดผลไม้ไทยได้นำไปสู่การสาวตอ จนพบว่า การใช้สารเคมีของไทย เข้าขั้นวิกฤต และไทยถูกเตือนการปนเปื้อนสารเคมีจาก อียู สูงที่สุดในโลก

@@@ข่าวเมื่อกลางเดือน ก.ย.54 จีนแจ้งเตือนว่า จะระงับการนำเข้าทุเรียน ชมพู่ และลำไย จากประเทศไทย หากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาแมลงศัตรูพืช รวมถึงสารตกค้างที่ติดมากับผลไม้

------------------------------------------------------------------------------------------

น้ำหมักจุลินทรีย์กำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล หนอนกอ ฯลฯ ในนาข้าว

ส่วนผสม :-

เถาบอระเพ็ดสด 5 กก.

น้ำเปล่า 20 ลิตร

จุลินทรีย์ก้อน SM Ball 1 ก้อน (20 บาท)

วิธีทำ :-

: -นำเถาบอระเพ็ดสดมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ บดหรือโขลกให้ละเอียด

: -ผสมกับน้ำ 20 ลิตร ใส่จุลินทรีย์ก้อน SM Ball 1 ก้อน ทิ้งไว้นาน 10 วัน กรองด้วยผ้าขาวบาง แล้วนำไปฉีดพ่นในนาข้าว

: -อัตราส่วน น้ำหมัก 100 cc./ น้ำ 20 ลิตร

: -ฉีดป้องกันทุก 15 วัน (กรณีเพลี้ย และหนอนยังไม่ระบาด)

หมายเหตุ : - ประโยชน์ของจุลินทรีย์ ช่วยปรับปรุงบำรุงดิน ย่อยสลาย สาร

อาหาร และปุ๋ยในดิน ให้อยู่ในรูปอนุภาคหรืออนูที่เล็ก ทำให้รากพืชสามารถดูดซึมได้ง่าย นอกจากนี้ จุลินทรีย์ชนิดนี้เป็นจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (photosynthetic bacteria; PSB) เมื่อถูกฉีดไปจับที่ใบพืช ทำให้เกิด ขบวนการสังเคราะห์แสงที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ทำให้พืชเจริญงอกงามดี โตไว แข็งแรง

ไล่แมลงในนาข้าวแบบชีวภาพ ปลอดภัย ไร้สารตกค้าง

:-เปลือกมังคุดตากแห้งบดละเอียด 500 กรัม

:-ผงพะโล้ 200 กรัม

:-ขมิ้นชันป่น 200 กรัม

:-เปลือกไข่เผาไฟบด 100 กรัม

:-แอลกอฮอล์ 70% 2 ขวด

:-จุลินทรีย์ทุบละเอียด 1 ก้อน

:-หมัก 10 วัน ใช้ 20 cc./น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นในนาข้าว

ไล่แมลงป้องกันเพลี้ยในนาข้าว แบบชีวภาพ

:-มะพร้าวขูด 1 กก.

:-ยาฉุน ½ กก.

:-จุลินทรีย์ก้อน 1 ก้อน

:-น้ำ 10 ลิตร

:-หมัก 10 วัน กรองด้วยผ้าขาวบาง ใช้ 50 cc./น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นในนาข้าว

วิธีกำจัดหอยเชอรี่แบบง่ายๆ

:-หาต้นและใบมะละกอ มาใส่ไว้ในนาข้าว ล่อหอยเชอรี่มากิน แล้วจับทำลาย

น้ำหมักฆ่าหอยเชอรี่

}กากน้ำตาล 2 กก.

}บอนคันหั่น 5 กก.

}หัวกลอยสับ 5 กก.

}หัวกระบุกสับ 5 กก.

}จุลินทรีย์ก้อน 1 ก้อน

}น้ำ 20 ลิตร

}หมัก 20 วัน ใช้ 3 ลิตร/ไร่ หยดต้นทางน้ำไหล

สูตรสลายตอซังข้าวแบบประสิทธิภาพ ป้องกันข้าวดีด ข้าวเด้ง เมล็ดลีบ

}กากน้ำตาล 1 กก.

}เปลือกสัปปะรด 5 กก.

}น้ำมะพร้าว 1 กก.

}จุลินทรีย์ก้อน 1 ก้อน

}น้ำ 10 ลิตร

}หมักนาน 1 เดือน กรองด้วยผ้าขาวบาง นำไปฉีดโดยตรงที่ตอซังข้าว ทิ้งไว้ 5 วัน

}**หรือจะใช้จุลินทรีย์ก้อน 20 ก้อน/ไร่ ทุบละเอียด หว่านในนาข้าวแล้วไถกลบ ทิ้ง ไว้ 5 วัน เป็นการปรับปรุงบำรุงดินไปในตัว ข้าวเจริญงอกงามดี

น้ำหมักขนุนสุกย่อยสลายตอซังข้าว ป้องกันข้าวดีด ข้าวเด้ง เมล็ดลีบ

}ขนุนสุก 30 กก.

}เศษผ้ก 10 กก.

}กากน้ำตาล 10 ลิตร

}จุลินทรีย์ก้อนทุบละเอียดคลุกเคล้า 5 ก้อน

}น้ำ 20 ลิตร

}หมัก 20 วัน กรองด้วยผ้าขาวบาง ใช้น้ำหมัก 100 cc./น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นที่ตอซังข้าว ทิ้งไว้ 5 วัน

---------------------------------------------------------------------

น้ำเขียวๆ ในบ่อเลี้ยงปลามีประโยชน์

}การนำน้ำเขียวๆในบ่อเลี้ยงปลา ไปใส่ในแปลงเพาะกล้า ก่อนถอนต้นกล้าไปปักดำ จะทำให้ต้นกล้าเจริญเติบโตได้ดี วิธีนี้ช่วยลดปุ๋ยเคมีได้มาก

เพิ่มไนโตรเจนให้แปลงนาก่อนปลูกข้าว

}หว่านถั่วพล้า อัตรา 10 กก./ไร่ ระยะเวลา 2 เดือน จึงไถกลบ เทียบเป็นปุ๋ยยูเรียได้ถึง 30-39 กก./ไร่

การทำปุ๋ยสูตร ไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส ด้วยขบวนการชีวภาพ

}ใช้กากถั่วเหลือง 100 กก.

}ใช้มูลสัตว์ 40 กก.

}กากน้ำตาล 20 ลิตร

}จุลินทรีย์ก้อนทุบละเอียดคลุกเคล้า 10 ก้อน

}ปิดผ้าหมัก 15 วัน (กลับทุก 5 วัน ขณะกลับไปกลับมาฉีดด้วยจุลินทรีย์ชนิดน้ำด้วย)

ใช้หว่านในนาข้าวแทนปุ๋ยเคมี

ปุ๋ยหมักชีวภาพสำหรับ ปรับสภาพดิน บำรุงข้าวและพืชอื่นๆ

}ใช้มูลวัว-ควาย 10 กระสอบ

}มูลไก่ 10 กระสอบ

}จุลินทรีย์ก้อนทุบละเอียดคลุกเคล้า 10 ก้อน

}ปิดผ้าหมัก 15 วัน (กลับทุก 5 วัน ขณะกลับไปกลับมาฉีดด้วยจุลินทรีย์ชนิดน้ำด้วย)

ใช้หว่านในนาข้าวแทนปุ๋ยเคมี

การทำน้ำหมักบำรุงดิน

}ใช้เศษวัชพืช, ไม้ผล, หอยเชอรี่(หรือเศษปลา) 30 กก.

}กากน้ำตาล 10 ลิตร

}จุลินทรีย์ก้อนทุบละเอียดคลุกเคล้า 5 ก้อน

}น้ำ 10 ลิตร

}หมัก 30 วัน

}ใช้น้ำหมัก 40 cc./น้ำ 20 ลิตร ฉีดในนาข้าว

ฮอร์โมนนมสดบำรุงข้าว

}นมสด 5 ลิตร

}เศษปลา 30 กก.

}กากน้ำตาล 10 ลิตร

}จุลินทรีย์ก้อนทุบละเอียดคลุกเคล้า 5 ก้อน

}หมัก 30 วัน แล้วนำไปฉีดในนาข้าว ใช้ 40 cc./น้ำ 20 ลิตร

น้ำหมักชีวภาพให้ข้าวรวงดก

}หัวไชเท้าสับละเอียด 3 กก.

}ไข่ไก่ 10 ฟอง

}กลูโคส 1 หลอด

}นมเปรี้ยว 1 กล่อง

}นมสด 1 กล่อง

}กระทิงแดง 1 ขวด

}จุลินทรีย์ก้อนทุบละเอียดคลุกเคล้า 1 ก้อน

}น้ำ 5 ลิตร

}หมัก 20 วัน กรองด้วยผ้าขาวบาง ฉีดช่วงข้าวออกรวง 50 cc./น้ำ 20 ลิตร

น้ำหมักชีวภาพ ข้าวติดรวงง่าย มีน้ำนมข้าวมาก

}ใช้ผักบุ้ง, หน่อไม้, หน่อกล้วย อย่างละ 2 กก.

}กากน้ำตาล 5 กก.

}จุลินทรีย์ก้อน 1 ก้อน

}น้ำ 10 ลิตร

}หมัก 30 วัน กรองด้วยผ้าขาวบาง ฉีดพ่นในนาข้าว 5o cc./น้ำ 20 ลิตร

ฮอร์โมนบำรุงข้าวจากลูกตาลสุก ช่วยเร่งไม้ดอก และข้าวออกรวง ทำให้เมล็ดข้าวโตงาม

ป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อรา

}ลูกตาลสุก 20 กก.

}กากน้ำตาล 10 กก.

}น้ำ 5 ลิตร

}จุลินทรีย์ก้อน 5 ก้อน

}หมัก 30 วัน ฉีดพ่นในนาข้าว น้ำหมัก 50 cc./น้ำ 20 ลิตร

---------------------------------------------------------------------

ก้องภพ 081-7184139

Ico48
เกล้า [IP: 27.130.168.218]
27 กันยายน 2554 15:18
#69024

หัวเชื้อจุลินทรีย์ EM แท้ 100 % สูตร ต้น ฉบับ ผ่านการวิจัย และพัฒนาคุณภาพ ของศ.ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ

จำหน่าย หัวเชื้อจุลินทรีย์ EM กากน้ำตาล ปุ๋ยหมักโบกาฉิ ดังโง๊ะ หรือ EM BALL (จุลินทรีย์ก้อนการบำบัดน้ำเสียมี ) มีใบอนุญาติรับรองคุณภาพของ EM ตรวจสอบเรียบร้อยค่ะ

รับปรึกษาทางด้านปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและการแก้ไขปัญหา น้ำเน่าเสียจากการเกษตร ประมง ปศุสัตว์ โรงงานอุตสาหกรรม และสถานประกอบการทั่วไป ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ เกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ของของศ.ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ ช่วยลดสภาวะโลกร้อน เกษตรธรรมชาติปลอดสารพิษ

..

EM ball(ดังโงะ) ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ 100% หัวเชื้อจุลินทรีย์ EM มีประโยชน์มากกว่า 10 สกุล 80 ชนิดปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างในดินและน้ำ เป็นของศ.ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ มหาวิทยาลัยริวกิว โอกินาวา ประเทศญึ่ปุ่น

ห้าม นำ ข้อมูลนี้ ไปลงโฆษณาต่อหรือก๊อป***ข้อมูลไม่งั้นก็ดำเนินเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะจะทำให้ผู้มาติดต่อสับสน ผิดกฎกระทรวงไอซีทีด้วย พรบ.คอมพิวเตอร์ ตามกฎหมาย

ขอบพระคุณค่ะ ที่ได้อ่านข้อมูล หวังว่าโอกาสหน้าคงได้รับใช้ท่านในโอกาสอันใกล้นี้ค่ะ

---------------------------------------------------------------------- ----------

EM Ball (ดังโหงะ) คือการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี EM ในรูปแบบแห้ง เป็นก้อนจุลินทรีย์ เพื่อสะดวกนำไปใช้บำบัดน้ำเสีย ในสถานที่ต่างๆ เช่น แม่น้ำ คูคลอง โรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล สถานประกอบการ บ่อปลา บ่อกุ้งฯลฯ EM Ball มีส่วนผสมของอินทรียวัตถุที่สามารถย่อยสลายได้ง่าย เช่น รำละเอียด แกลบละเอียด กากน้ำตาล และน้ำหมักต่างๆที่จะช่วยให้EMแข็งแรงมีประสิทธิภาพในการกำจัดของเสีย

การใช้EM Ball

EM Ball จะนิยมใช้ในกรณี คูคลอง แม่น้ำ ที่เป็นแหล่งน้ำ ที่น้ำไหลตลอดเวลา โดย EM Ball จะสามารถฟื้นฟูระบบนิเวศ เมื่อจมลงที่ก้นคลองจะช่วยย่อยตะกอน เน่าเสีย สามารถสร้างอาหารสัตว์เล็กๆ โดยเฉพาะกลุ่มแพลงก์ตอนพืชให้เกิดขึ้นทีละเล็กทีละน้อย และเกิดแพลงก์ตอนสัตว์เพื่อเป็นอาหารที่ดีของปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ รวมทั้งเป็นการเพิ่ม จุลินทรีย์ดีในน้ำเมื่อก้นคลองหรือแม่น้ำมีจุลินทรีย์ ดีมากขึ้น ก้นคลองจะเริ่มสะอาด มีปริมาณออกซิเจนในน้ำเพิ่มขึ้นได้

นอกจากนี้จุลินทรีย์กลุ่มที่มีประสิทธิภาพจะช่วยย่อยสลายตะกอนมากขึ้น สารพิษในน้ำที่ก่อให้เกิดมลภาวะก็จะลดน้อยลง ระบบนิเวศในแม่น้ำลำคลองก็จะ ค่อยๆดีขึ้น เพื่อที่จะรักษาสภาพความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ จะขาดไม่ได้ จุลินทรีย์ผู้เปรียบเสมือนวีรบุรุษนี้ก็จะช่วยในการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ เช่น กุ้งหอย ปูปลา พร้อมกับสภาพคูคลอง แม่น้ำที่สะอาดบริสุทธิ์

อัตราการใช้ EM Ball (ดังโหงะ)

อุตสาหกรรม

บ่อปูนซิเมนต์ น้ำเสียมากมีกลิ่นเน่าเหม็นใช้ EM Ball 1ก้อน/น้ำเสีย 2-3 ลบ.ม. ใส่ 1 ครั้ง/เดือน

1.2 บ่อดิน ใช้ EMBall 1 ก้อน ต่อพื้นที่ 2-5 ตารางเมตร ความลึกไม่เกิน 3 เมตร ใส่ 1 ครั้ง/เดือน ช่วยเร่งย่อยสลายตะกอน กำจัดกลิ่นเน่าเหม็น ลดค่า BOD COD ปรับค่า PH ในน้ำให้สมดุล น้ำจะอาดได้นาน

2.น้ำเสียจากสถานประกอบการ โรงอาหาร โรงแรม โรงพยาบาล

1.1 บ่อดักไขมันบ่อพักน้ำทิ้งใช้EM Ball 1 ก้อน/น้ำเสีย 1 ลบ.ม.ใส่ทุก15-30 วัน /ครั้ง ช่วยย่อยสลายไขมันและกำจัดกลิ่นเน่าเหม็น

1.2 บ่อบำบัดน้ำเสียรวม ใช้ EM Ball 1ก้อน/น้ำเสีย 3-5 ลบ.ม. ใส่ 1 ครั้ง/เดือน

ช่วยย่อยสลายสิ่งปฏิกูล-ของเสียก้นบ่อ และกำจัดกลิ่นเหม็น

3. บ่อปลา บ่อกุ้ง กระชังเลี้ยงปลา คูคลอง แม่น้ำ

ใช้ EM Ball 1 ก้อน ต่อพื้นที่ 5-10 ตารางเมตร ความลึกไม่เกิน 2 เมตร ใส่ ทุก 2-3 ครั้ง/เดือน

ช่วยย่อยสลายโคลนตะกอน ลดแอมโมเนียในบ่อ สร้างไรแดงและแพลงก์ตอนพืช เป็นอาหารของปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ

4. น้ำเสียจากอาคารบ้านเรือน

บ่อเกรอะ ท่อพักน้ำทิ้ง บ่อดักไขมัน บ่อน้ำเสียรวม ใช้ EM Ball 1 ก้อน ต่อน้ำเสีย 2-4 ลบ.ม. ใส่ 15-30 วัน ครั้ง

ช่วยย่อยสลายสารอินทรียวัตถุและเศษสิ่งปฏิกูลต่างๆ ในน้ำที่เป็นต้นเหตุของ น้ำเสีย ย่อยสลายคราบไขมันบนผิวน้ำ และช่วยกำจัดกลิ่นเหม็น

ประโยชน์ ของ EM BALL โบกาฉิก้อน หรือ ดังโง๊ะ

-------------------------------------------------------------

1.ย่อยสลายเลนก้นบ่อน้ำสิ่งปฎิกูลที่อยู่ในน้ำหรือแม่น้ำที่ไหล

2.ย่อยสลายอินทรีย์สารแขวนลอยน้ำ

3.ขจัดจุลินทรีย์เน่าเปื่อยในโคลน ขี้เลนในน้ำ

4.ช่วยเพิ่มออกซิเจนในน้ำ สามารถลดค่า BOD ลดลง ตามมาตราฐานในโบกาฉิก้อน หรือ EM BALL

สามารถรักษาสภาพน้ำให้ดีได้ ประมาณ 10 ลูกบาศก์เมตรต่อ 1 ก้อน / 1 เดือน โดยเฉพาะบ่อเลี้ยงปลา

5.ปรับค่า PH ให้อยู่ระหว่าง 6.5 -7.5

6.ขจัดกลิ่นเหม็นที่ออกมาจากส้วม - ทำให้ส้วมไม่เต็ม

.........EM Ball(ดังโหงะ) คุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับนานาประเทศ ต้องมีกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ EM (Effective Microoganisms)ของ ศ.ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ ผู้คิดค้นและพัฒนา EMเท่านั้น.......

ราศจากสารพิษและสารเคมีตกค้าง ใช้ได้กับบ่อบำบัดน้ำเสียทุกประเภท สามารถปรับสภาพ pH เพิ่ม ออกซิเจนในน้ำ สามารถใช้ได้กับบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ(บ่อปลา บ่อกุ้ง) โดยช่วยให้สัตว์น้ำโตเร็ว สุขภาพแข็งแรง น้ำหนักดี สามารถย่อยสลายสิ่งปฏิกูลในบ่อเกรอะได้ดี ประหยัดต้นทุนการบำบัด และสามารถเห็นผลได้เร็ว การันตีเห็นผลความแตกต่างของน้ำ

-จุลินทรีย์ EM เข้มข้น ใช้เป็นหัวเชื้อในการหมัก EM ใช้ขจัดกลิ่นเหม็นของน้ำเสียทั้งในครัวเรื่อนและระดับอุตสาหกรมมได้ เห็นผลภายใน 2-3 วัน

-ปุ๋ยชีวภาพ เพิ่มปริมาณและน้ำหนักของผลผลิตต่อไร่ บำรุงต้นไม้และพืชให้แข็งแรง ต้านทานโรคได้ดีขึ้น

-สารชีวภาพปรับสภาพดิน ใช้ในการปรับสภาพดิน ช่วนให้ดินกลับมามีชีวิต มีแร่ธาตุอาหารในดินเพิ่มขึ้น ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมี ขจัดปัญหาหน้าดินตายและปัญหาดินเสื่อมสภาพ

คุณประโยชน์ของ EM ที่กล่าวมานี้ได้เป็นที่รู้จักกันในแพร่หลายทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศค่ะ

1.ด้านระบบในการกำจัดน้ำเสีย ในบริเวณบ้าน ในโรงงานอุตสาหกรรม และชุมชนต่าง ๆ ค คลอง หนองบึง

บิดาแห่งเกษตรธรรมชาติของโลก จากนั้น ดร.ฮิงะ เริ่มค้นคว้าทดลองตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 และค้นพบ

EM เมื่อปี พ.ศ. 2526 ท่านอุทิศทุ่มเทการทำวิจัยพบว่ากลุ่มจุลินทรีย์นี้ใช้ได้ผลจริง หลังจากนั้น

ศาสตราจารย์ วาคุกามิ ได้นำมาเผยแพร่ในประเทศไทย โดยท่านประธาน มูลนิธิบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ด้วยกิจกรรมทางศาสนา หรือ (คิวเซ แปลว่า ช่วยเหลือโลก) ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

จากการค้นคว้าพบความจริงเกี่ยวกับจุลินทรีย์ว่ามี 3 กลุ่ม คือ

1.กลุ่มสร้างสรรค์ เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่เป็นโรคทำให้เกิดโรคมีประมาณ 10 %

2. กลุ่มทำลาย เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่เป็นโทษ ทำให้เกิดโรคมี ประมาณ 10%

3.กลุ่มกลางมีประมาณ 80 % จุลินทรีย์กลุ่มนี้หากกลุ่มใดมีจำนวนมากกว่า กลุ่มนี้จะสนับสนุนหรือร่วมด้วย

ดังนั้น การเพิ่มจุลินทรีย์ที่มีคุณภาพลงในดินก็เพื่อให้กลุ่มสร้างสรรค์มีจำนวน มากกว่า ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้จะช่วยปรับปรุงโคลงสร้างของดินให้กลับมีพลังขึ้นมา อีก หลังจากที่ถูกทำลาย

คุณประโยชน์ของ EM ที่กล่าวมานี้ได้เป็นที่รู้จักกันในแพร่หลายทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศค่ะ

1.ด้านระบบในการกำจัดน้ำเสีย ในบริเวณบ้าน ในโรงงานอุตสาหกรรม และชุมชนต่าง ๆ คู คลอง หนองบึง

2.กำจัดกลิ่นจากกองขยะ การเลี้ยงสัตว์ โรงงานอุตสาหกรรมและชุมชนต่าง ๆ

3.ปรับสภาพของเสียจากครัวเรือนให้เป็นประโยชน์ ต่อสัตว์เลี้ยง และการเพาะปลูก

4.กำจัดขยะด้วยการย่อยสลายให้มีจำนวนที่ลดน้อยลงนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น ได้

5..ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าทำให้การใช้ไฟฟ้าลดน้อยลง

6.ใช้ล้างผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ได้ และสามารถล้างเนื้อสัตว์ที่มีกลิ่นเหม็นให้ดีได้

7.ใส่กระบอกฉีดน้ำ ฉีดในห้องในที่ทำงานได้แทนการใช้สารเคมีที่มีราคาแพง ช่วยปรับสภาพอากาศเสียให้สะอาดขึ้นและลดเชื้อแบคทีเรียได้ดี

8.ใช้อาบน้ำสุนัขได้ดีไม่มี เห็บ หมัด และกลิ่นสุนัขไม่เหม็นสาบ และสามารถใส่ผสมกับน้ำให้สุนัขกินได้มูลสุนัขจะไม่มีกลิ่นเหม็น และทำให้สุนัข เจริญอาหาร

9.ใช้ทำเป็นน้ำยาผสมล้างจาน ชามได้ดี

10.ใช้ทำความสะอาดถูบ้านได้

11.ใช้ลาดในห้องน้ำ ตามท่อระบายน้ำ ห้องส้วมจะไม่มีกลิ่นเหม็น และไม่ทำให้ห้องส้วมอุดตัน บ่อเกรอะ ส้วม ห้องน้ำ ตามบ้านที่อยู่อาศัย คอนโดมิเนี่ยม โรงพยาบาล โรงแรม จากตลาดสด ร้านอาหาร

12.ใช้EMผสมกับ แฟ๊บ น้ำยาซักผ้าเพื่อทำให้เสื้อผ้านิ่มรีดผ้าได้ง่ายขึ้น

13.ใช้ EM ล้างทำความสะอาดตู้เย็น แทน แฟ๊บ และน้ำยาล้างจาน

14.ใช้ล้างรถยนตร์ได้ ไม่ทำให้สีของรถเสียหาย ช่วยดักฝุ่นละอองที่มาเกาะรถได้ดี และ

เช็ดที่เบาะในข้างในรถได้ดีด้วย

15.ใช้ทำความสะอาดแผลสดได้ดี นำEMสดทาบริเวณที่เป็นบาดแผล เวลาโดนของมีคมบาด เช่น มีด

16.หรือโดนน้ำร้อนลวก แผลไฟไหม้ ทำ EM สด ได้จะทำให้แผลเย็น แล้วไปพบแพทย์

17.ทาEM สด ในกรณี โดนยุงกัด รักษาอาการคัน ผื่น ผด ลมพิษ ขึ้นตามผิวหนัง เพราะทาบริเวณ แขน หรือตามผิวหนังจะทำให้เย็น และหายคันได้ ผื่นก็จะหายไป

18.ใช้สระผมหมักก่อนสระผม จะทำให้ผมนิ่มสลวย และไม่มีรังแค

19.ใช้เช็ดหน้าล้างเครื่องสำอางให้สะอาด แทนการใช้สารเคมี

20.ประหยัดค่าใช้จ่าย - ลดต้นทุนการผลิต -เพิ่มรายได้

21.บำบัดน้ำเสีย กำจัดคราบไขมัน กำจัดขี้เลนก้นบ่อ เพิ่มอ๊อกซิเจนในน้ำ

22.ช่วยให้สัตว์น้ำที่เลี้ยงในบ่อแข็งแรง

23.ย่อยสลายกากของเสีย ที่เป็นอินทรีย์ในบ่อเกาะ-บ่อบำบัดน้ำเสีย อย่างได้ผล

24.ปลอดภัยต่อชีวิต และลดสภาวะโลกร้อนด้วยค่ะ

25.วิธีการใช้จุลินทรีย์ กำจัดกลิ่นเน่าเสีย กลิ่นเหม็น กลิ่นคาว กลิ่นสาบ ฯลฯ จากสิ่งปฏิกูลต่างๆ

คุณสมบัติพิเศษของน้ำจุลินทรีย์

1. ใช้ล้างห้องน้ำ – ห้องครัว

2. ดับกลิ่นห้องน้ำ – ราดโถปัสสาวะขจัดคราบ

3. ราดโถส้วมทำให้ไม่เต็มเร็ว ประหยัดค่าดูดส้วมอย่างเห็นได้ชัด

4. ราดที่อ่างล้างหน้า- ล้างจาน บริเวณที่เตรียมอาหารจะช่วยไล่แมลงวัน แมลงสาปและหนู

5. ราดท่อน้ำร่องน้ำช่วยลดการอุดตัน ช่วยกำจัดกลิ่นในท่อน้ำทิ้ง

6. ผสมน้ำรดน้ำต้นไม้ ช่วยบำรุงดิน เพิ่มจุลินทรีย์ในดิน

7. ผสมน้ำอาบน้ำสัตว์เลี้ยงในน้ำสุดท้ายช่วยลดกลิ่นสาปอันเนื่องมาจากไขมันใต ้ขุมขน (สุนัขขี้เรื้อน อาบแล้วขนจะขึ้น) ทำให้แมลงวันไม่มารบกวนสัตว์เลี้ยง

8. สเปรย์เข้าในบ่อเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง จะช่วยปรับสภาพน้ำไม่เน่าเสีย สัตว์น้ำจะแข็งแรงไม่มีโรค

9. ใช้ทาหน้ายางพาราหลังกรีดยาง จะช่วยให้หน้ายางขึ้นมาเรียบเสมอและผิวนิ่ม เพราะจุลินทรีย์จะช่วยป้องกันเชื้อราได้

10. ตัดวงจรชีวิตของแมลงวัน (ทำให้แมลงวันเป็นหมัน)

11. ใช้ล้างเนื้อสัตว์ที่มีกลิ่นคาวก่อนการประกอบอาหาร

ประโยชน์โดยทั่วไปของจุลินทรีย์

ด้านการเกษตร

12. ช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่าง ในดินและน้ำ

13. ช่วยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุ ให้เป็นอาหารแก่พืช พืชจะสามารถดูดซึมไปใช้ได้เลย โดยไม่สูญเสียพลังงานมาก

14. ช่วยปรับสภาพดินให้ร่วนซุย อุ้มน้ำและให้อากาศผ่านได้อย่างเหมาะสม

15. ช่วยแก้ปัญหาจากแมลงศัตรูพืช และโรคระบาดต่าง ๆ

16 ช่วยสร้างฮอร์โมนแก่พืช เพื่อให้ผลผลิตสูงและคุณภาพดีขึ้น

17. ช่วยให้ผลผลิตคงทน สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานมีประโยชน์ต่อการขนส่งไกล ๆ เช่น ส่งออกต่างประเทศ

18. ช่วยให้ระบบนิเวศวิทยา หรือวงจรธรรมชาติ กลับคืนมา

ด้านปศุสัตว์

19. ช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นจากฟาร์มปศุสัตว์ เช่น ไก่ และ สุกร

20. ช่วยบำบัดน้ำเสียจากฟาร์มปศุสัตว์

21.ช่วยป้องกันโรคระบาดต่าง ๆ ในสัตว์ แทนยาปฏิชีวนะและอื่น ๆ ได้

22. ช่วยกำจัดแมลงวันด้วยการตัดวงจรชีวิตของหนอนแมลงวันไม่ให้เข้าดักแด้เกิดเ ป็นแมลงวัน

23.ช่วยเสริมสุขภาพสัตว์เลี้ยง ทำให้สัตว์แข็งแรง มีความต้านทานต่อโรค ให้ผลผลิตสูงและอัตราการตายต่ำ

ด้านการประมง

24. ช่วยควบคุมคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำได้

25.ช่วยแก้ปัญหาโรคพยาธิในน้ำซึ่งเป็นอันตรายต่อ กุ้ง ปลา หรือสัตว์น้ำอื่น ๆ ที่เลี้ยงได้

26. ช่วยลดปริมาณขี้เลนในบ่อ เลนไม่เน่าเหม็น สามารถนำไปผสมเป็นปุ๋ยหมักใช้กับพืชต่าง ๆ ได้ดี

ด้านสิ่งแวดล้อม

27. ช่วยบำบัดน้ำเสียจากการเกษตร การปศุสัตว์ การประมง โรงงานอุตสาหกรรม ชุมชมและสถานประกอบการ ทั่วไป

28 ช่วยกำจัดกลิ่นขยะ ฟาร์มปศุสัตว์ โรงงานอุตสาหกรรมและชุมชนต่าง ๆ

29. ปรับสภาพของเสีย เช่น เศษอาหารจากครัวเรือนให้เป็นประโยชน์ต่อการเลี้ยงสัตว์ และการเพาะปลูก

30. กำจัดขยะด้วยการย่อยสลายให้มีจำนวนน้อยลง และสามารถนำไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ ได้

31. ช่วยปรับสภาพอากาศที่เสียให้สดใส และมีสภาพดีขึ้น

----หากทุกครัวเรือน ทุกสถานประกอบการ เช่น ร้านอาหาร หอพัก ภัตตาคารต่าง ๆ ใช้น้ำจุลินทรีย์นี้แทนเคมี ก็จะช่วยการบำบัดน้ำเน่าเสียได้

จุลินทรีย์ดับกลิ่นสุนัข-แมวและสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ

น้ำจุลินทรีย์ สามารถนำไปประยุกต์ในการดับกลิ่นสัตว์เลี้ยงได้หลากหลาย เช่น ดับกลิ่นสาบ กลิ่นคาวของสุนัขและแมว และสัตว์เลี้ยงอื่นๆ

EM จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ

EM กลุ่มจุลลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพและให้ประโยชน์ในทางเกษตรกรรม โดยกลุ่มจุลินทรีย์ที่ได้รับคัด และเลือกสรรเป็นอย่างดีจากธรรมชาติที่มัประโยชน์ต่อพืช สัตว์ และสิ่งแวดล้อมมารวมกัน

คุณประโยชน์ของ EM ที่กล่าวมานี้ได้เป็นที่รู้จักกันในแพร่หลายทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศค่ะ

ราคา ของ จุลินทรีย์ EM

EM ขวดใหญ่ 10 ลิตร ราคา 850 บาท

EM ขวด 1 ลิตร 90บาท

กากน้ำตาล 10 ลิตร 300 บาท

กากน้ำตาล 1 ลิตร 30 บาท

โบกาฉิ (ปุ๋ย) 1 กระสอบ 50 โล 750 บาท

โบกาฉิ (ปุ๋ย) ถุงละ 5 โล 75 บาท

ดังโงะ (EM BALL ) จุลินทรีย์ EM แบบก้อน บำบัดน้ำเสีย @ ลูกละ 10 บาท

T. โทร เกล้า 0863007935 0863708012 081-5609691

ปัจจุบัน EM ได้รับความนิยมขยายไปทั่วโลก เนื่องจากเป็นจุลินทรีย์ที่ไม่มีพิษภัย มีแต่ประโยชน์ถ้าสามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง และมุ่งเน้นการไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมทำให้การขยายการใช้ EM ไปสู่เกษตรกรและ

-องค์กรทั่วโลกกว่า 30 ประเทศ อาทิ Internationnal Nature Farming Reserch Center Movement (INFRC) JAPAN, EM Research Organization (EMRO) JAPAN, International Federation of Agriculture Moverment (IFOAM) GERMANY เป็นต้น และ California Certified Organics Farmers ประเทศสหรับอเมริกา ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเกษตรธรรมชาติ ได้ให้คำรับรองเมื่อ ค.ศ. 1993 ว่า เป็นวัสดุประเภทจุลินทรีย์ (Microbial Innoculant) ที่ปลอดภัยและได้ผลจริง 100%

ศาสตราจารย์ ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ ผู้ค้นพบและพัฒนา EM ได้ก่อตั้ง บริษัท เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2553 เพื่อพัฒนาประเทศไทย และประเทศในแถบเอเชียโดยการใช้ EM เทคโนโลยี

วัตถุประสงค์ในการดำเนินงาน มีดังต่อไปนี้

•ส่งเสริมและพัฒนาเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนโครงการเศรษฐกิจพอเพียงทั่วประเทศไทย

•เพื่อช่วยเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิต

•สนับสนุนเกษตรอินทรีย์และลดการใช้สารเคมี

•ผลิตอาหารปลอดภัยเพื่อสุขภาพของผู้บริโภค และมุ่งสู่ครัวโลก

EM คืออะไร

.

EM ย่อมาจากคำว่า Effective Microorganisms ซึ่งมีความหมายว่า กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ มีลักษณะเป็นของเหลว สีน้ำตาล กลิ่นหวานอมเปรี้ยว คุณสมบัติบางประการและการเก็บรักษา

1.EM เป็นสิ่งมีชีวิต ต้องเก็บไว้ในที่ร่ม อุณหภูมิปกติ ไม่ร้อนจัดหรือเย็นจัด ประมาณ 20 – 45 องศาเซลเซียส หากไม่ได้เปิดใช้เก็บไว้ได้นาน 1 ปี

2.EM ไม่ใช่ปุ๋ย แต่เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่อยู่ในสภาพพัก การนำไปใช้หากเปิดใช้แล้วให้รีบปิด เก็บไว้ได้นาน 6 เดือน

ผู้ค้นพบและพัฒนา EM

.

ค้นพบโดย ศาสตราจารย์ ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ แห่งมหาวิทยาลัยริวกิว โอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น (ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ประธานสถาบัน EM เทคโนโลยีนานาชาติ มหาวิทยาลัยเมโอ โอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งได้ทำการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง ระหว่าง พ.ศ. 2510 - 2525 ได้พบความจริงเกี่ยวกับจุลินทรีย์ในธรรมชาติ และได้คัดสรรเอาเฉพาะจุลินทรีย์กลุ่มดีที่มีประโยชน์มาเลี้ยงรวมด้วยเทคนิ คพิเศษ

ปรัชญาของศ.ดร.เทรุโอะ ฮิหงะ

ดร.ฮิหงะคาดการณ์ว่าการผลิตอาหารให้พอเพียง กับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น อีกหมื่นล้านคนสามารถทำได้โดยใช้อีเอ็ม เทคโนโลยี เป็นพื้นฐานของทุกประเทศในโลกใบนี้ อันที่จริงมีรายงานมามากมายเกี่ยวกับการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่เพิ่มขึ้นหลาย เท่าอย่างไม่เคยมีมาก่อนด้วยการใช้อีเอ็ม ท่านยืนยันว่าสามารถทำให้ทะเลทรายเป็นสีเขียวได้ด้วยการใช้อีเอ็ม ทฤษฎีของท่านได้สิ้นสุดลงแล้วโดยมีกรณีตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ เกี่ยวกับทะเลทรายสีเขียวที่ประเทศอียิปต์และประเทศซาอุดิอาเรเบีย

ความเชื่อพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในปรัชญาของดร.ฮิหงะ คือการสร้างสังคมที่มีพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันและมีความมั่งคั่งเหมือนกั น ความเชื่อมั่นมากเกินไป ในหลักการที่มีแต่การแข่งขัน ส่งผลให้เกิดปัญหาที่รุนแรงเช่นอากาศเป็นพิษ การขาดอาหาร ดร.ฮิหงะยืนยันว่าเราเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานของสังคมที่เกี่ยวกับการแข่ง ขัน ตามด้วยการอยู่ร่วมกัน และการมีความมั่งคั่งเหมือนกันจะแก้ปัญหาเหล่านั้นได้ การใช้อีเอ็มในการเกษตรจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม จะช่วยในการผลิตอาหารที่ปลอดภัย มีคุณภาพสูง ต้นทุนต่ำ และการศึกษาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ต่างๆจะช่วยแก้ปัญหามลภาวะของสิ่งแวดล้อมได้โดยการใช้อีเอ็ม หมายถึงการใช้ระบบหมุนเวียนในพื้นที่ใหญ่ๆ จะเป็นการช่วยรักษาสุขภาพของมนุษย์ด้วย ดร.ฮิหงะเชื่อว่าความคิดเชื่อมโยงในทางบวกของท่าน จะเป็นกุญแจดอกสำคัญในการแก้ปัญหาการผลิตอาหารให้พอเพียง การรักษาสิ่งแวดล้อม การดูแลสุขภาพ และการผลิตพลังงานเพื่อการก่อตั้งโลกที่มีแต่ความสงบสุข

.

จุลินทรีย์ใน EM

.คำว่า จุลินทรีย์หรือแบคทีเรีย บางคนอาจเข้าใจว่าเป็นเชื้อโรคที่เป็นอันตราย อย่างไรก็ตามจุลินทรีย์ที่ใช้ในการผลิต EM (จุลินทรีย์ผลิตกรดแลคติก ยีสต์ และจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง) ผลิตจากจุลินทรีย์ธรรมชาติ ไม่มีจุลินทรีย์ก่อโรค ไม่มีสารเคมีสังเคราะห์ และไม่ใช่การตัดต่อยีนส์ (GMOs) ซึ่งเป็นโทษต่อมนุษย์ สัตว์และพืช EM ประกอบด้วยจุลินทรีย์ที่ปลอดภัยซึ่งใช้กันมาก่อนในสมัยโบราณจะโดยตั้งใจหร ือไม่ตั้งใจก็ตาม จุลินทรีย์ใน EM มี 3 กลุ่ม ดังต่อไปนี้

1. จุลินทรีย์ผลิตกรดแลกติก

เป็นจุลินทรีย์ที่จัดอยู่ในพวกแบคทีเรียที่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นกรด แลคติกได้โดยผ่านกระบวนการหมัก ซึ่งกรดแลกติกสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรคบางชนิด และจุลินทรีย์อื่น ๆ ได้ เนื่องจากมี pH ที่ต่ำ เป็นที่รู้กันอย่างกว้างขวางว่ามีการนำเอาจุลินทรีย์ผลิตกรดแลคติกไปใช้ใน การหมักอาหารหลายชนิด เช่น เนยแข็ง โยเกิร์ต และสามารถเก็บไว้ได้นาน ตั้งแต่หลุยส์ ปาสเตอร์ ได้ค้นพบจุลินทรีย์ผลิตกรดแลคติกในปี พ.ศ.2400 ทำให้รู้ถึงประโยชน์ของมันที่เกี่ยวกับสุขภาพและการมีอายุยืนยาว เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีงานวิจัยที่พบว่า นอกจากมันจะอยู่ที่ลำไส้เล็กของคนแล้วมันยังเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภูมิต้า นทาน มีคุณสมบัติในการต่อต้านการสูญเสียโปรตีนในเลือด ต่อต้านการกลายพันธ์ โคเลสเตอรอลในเลือดต่ำ และการมีความดันโลหิตต่ำ

2. ยีสต์

เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นตัวตั้งต้นในการหมัก ยีสต์เป็นจุลินทรีย์ที่ใช้ในการหมักเบียร์หรือแอลกอฮอล์ และใช้ในการทำขนมปัง ยีสต์ค้นพบโดยพ่อค้าชาวดัทช์ ชื่อ แอนโทนี แวน ลีเวนฮุค (ในปี พ.ศ.2175 -2266) ซึ่งเป็นผู้ค้นพบเป็นคนแรกในโลกเรื่องจุลินทรีย์ ยีสต์ถูกจำแนกเป็นสัตว์เซลเดียว ซึ่งแตกต่างจากเชื้อราเพราะมันจะอยู่เป็นเซลเดียวไปตลอดชีวิต ในโลกของจุลินทรีย์จะมีกลุ่มจุลินทรีย์กลุ่มเล็ก ๆ ที่มีความจำเป็นต่อชีวิตมนุษย์ ยีสต์จะมีอยู่มากในสิ่งแวดล้อมที่มีน้ำตาลมาก เช่น น้ำหวานจากเกสรดอกไม้ ตามผิวของผลไม้ ใน EM ยีสต์ผลิตจะสารชีวพันธ์ต่าง ๆ หรือสารที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต เช่น กรดอะมิโน และแป้ง

3. จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

โฟโต้ทรอปฟิคแบคทีเรีย (เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง) เป็นแบคทีเรียโบราณที่เกิดมาก่อนการเกิดดาวเคราะห์โลกที่มีออกซิเจนหนาแน่ นอย่างเช่นในปัจจุบัน จากชื่อของมันบ่งบอกให้รู้ว่ามันใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ในการย่อยสลายสาร อินทรีย์และอนินทรีย์ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมีอยู่ตามนาข้าว ทะเลสาบ และทุกหนทุกแห่งบนโลกนี้ ในทางปฏิบัติจะพบจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพนี้ตามทุ่งนาเพราะมันย่อยสลาย อินทรียวัตถุได้ดี ทั้งในการบำบัดน้ำเสียมีงานวิจัยที่รายงานเกี่ยวกับประสิทธิภาพของจุลินทร ีย์นี้ ส่วนที่ใช้ในการเกษตร การเลี้ยงสัตว์น้ำ และการเลี้ยงสัตว์ทั่วไป ภายใต้สภาพที่มีการผลิตไฮโดรเจนมันสามารถย่อยสลายสารต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงร่วมอยู่ในระบบย่อยต่าง ๆ และเป็นจุลินทรีย์หลักในวัฏจักรไนโตรเจนและวัฏจักรคาร์บอน เนื่องจากเป็นจุลินทรีย์หลักในวัฏจักรต่าง ๆ มันจึงทำงานร่วมกับจุลินทรีย์ใน EM ได้ ดังนั้นจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจึงเป็นจุลินทรีย์ที่สำคัญใน EM

วิธีทำ EM ขยาย

.

เป็นการปลุกจุลินทรีย์ที่อยู่ในสภาพพักให้ตื่นขึ้นโดยการให้อาหารทำให้เพิ ่มจำนวนเซลล์มากขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและเป็นการประหยัดค่า ใช้จ่าย

ส่วนผสม

1.EM หัวเชื้อ 1 ส่วน

2.กากน้ำตาล 1 ส่วน

3.น้ำสะอาด 20 ส่วน

* ส่วน ยึดตามภาชนะที่ใช้ตวงตามความเหมาะสม

วิธีทำ

1.กรณีใช้ภาชนะหมัก ขนาด 1 ลิตร ใส่น้ำสะอาดครึ่งลิตร

2.เติม EM กับกากน้ำตาล เขย่าหรือคนให้ละลายเข้ากัน

3.เติมน้ำสะอาดให้เต็ม ปิดฝาให้แน่น

4.หมักไว้ 7 วัน แล้วนำไปใช้ได้ ควรใช้ให้หมดภายใน 7 วัน

* น้ำต้องสะอาด เช่น น้ำฝน น้ำบ่อ หากเป็นน้ำประปาต้องใส่ภาชนะเปิดฝาไว้ประมาณ 1 วัน เพื่อให้คลอรีนระเหย

* ภาชนะที่ใช้ในการหมักควรเป็นพลาสติก มีฝาเกลียวปิดสนิท เนื่องจากจะเกิดแรงดันในระยะหมัก หากภาชนะไม่มีฝาปิดควรใช้พลาสติกคลุมแล้วใช้ยางรัดให้แน่น

* คำว่า “ฝา” หมายถึง ฝาแกลลอน EM ขนาด 1 ลิตร ปริมาณ 10 มิลลิลิตรต่อฝา

* ถ้ามีกลิ่นเน่าเหม็นให้นำไปเททิ้งลงในโถส้วม

.

วิธีทำ EM หมักน้ำซาวข้าว

.

น้ำซาวข้าวโดยทั่วไปผู้คนมักจะเททิ้งลงร่องน้ำโดยไม่รู้ว่าร่องน้ำเสียนั้ นมีจุลินทรีย์อยู่มากมาย เมื่อเทน้ำซาวข้าวลงไปจึงเป็นเหตุทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น แต่ถ้านำน้ำซาวข้าวมาหมักด้วย EM ก่อนจะสามารถนำไปใช้ได้สารพัดประโยชน์

ส่วนผสม

1.น้ำซาวข้าว 1 – 2 ลิตร

2.EM 10 มิลลิลิตร หรือ 1 ช้อนแกง

3.กากน้ำตาล 10 มิลลิลิตร หรือ 1 ช้อนแกง

วิธีทำ

1.กรณีใช้ภาชนะหมัก ขนาด 1 ลิตร ใส่น้ำซาวข้าวครึ่งลิตร

2.เติม EM กับกากน้ำตาล เขย่าหรือคนให้ละลายเข้ากัน

3.เติมน้ำสะอาดให้เต็ม ปิดฝาให้แน่น

4.หมักไว้ 7 วัน แล้วนำไปใช้ได้ ควรใช้ให้หมดภายใน 7 วัน

วิธีทำ โบกาฉิ

.

โบกาฉิ หมายถึง วิธีการนำอินทรียวัตถุมาหมักกับ EM แบบไร้อากาศ โดยใช้วัสดุได้หลากหลายตามจุดประสงค์ที่ต้องการนำไปใช้งาน เช่น ใช้ทำปุ๋ย ใช้ผสมอาหารสัตว์ ใช้หมักเศษอาหาร ฯลฯ

ตัวอย่างโบกาฉิใช้ทำปุ๋ย

ส่วนผสมส่วนที่ 1

1.มูลสัตว์แห้ง 1 ส่วน

2.แกลบ 1 ส่วน

3.รำละเอียด 1 ส่วน

* ใช้อินทรียวัตถุที่มีอยู่ในท้องถิ่นได้ ในอัตราส่วน สัตว์กับพืช 1 : 1 - 1 : 3

ส่วนที่ 2

1.EM 10 ช้อนแกง

2.กากน้ำตาล 10 ช้อนแกง

3.น้ำสะอาด 10 ลิตร

วิธีทำ

1.ผสมมูลสัตว์ กับแกลบ แล้วรดด้วยส่วนผสมที่ 2 คลุกเคล้าให้เข้ากัน

2.นำรำละเอียดมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน วัดความชื้นประมาณ 30 - 40% (ใช้มือกำส่วนผสมบีบแน่น แบมือออกจะเป็นก้อนพอดี)

3.นำไปหมัก

วิธีหมัก มีหลายวิธี เช่น

1.บรรจุถุงปุ๋ย 3/4 ถุง มัดปากถุงแน่น วางราบบนไม้รอง หมักไว้ไม่น้อยกว่า 7 วันจนแห้งสนิท นำไปใช้ได้

2.บรรจุถัง อัดแน่นจนเต็มถัง ปิดแน่น หมักไว้ 10 – 15 วัน นำไปใช้ได้

bokashi product

โบกาฉิ( ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ) ตราโตตโต

วิธีทำ EM ball (ดังโงะ)

.

เพื่อการบำบัดน้ำเสียในแหล่งน้ำที่มีโคลนตะกอน หรือน้ำไหล หรือน้ำลึก ให้ได้ผลดีกว่าการใช้ EM ขยาย หรือจะใช้ทั้ง EM ball และ EM ขยาย ร่วมกันก็จะได้ผลดียิ่งขึ้น

ส่วนผสม ส่วนที่ 1

1.รำละเอียด 1 ส่วน

2.แกลบป่น หรือ รำหยาบ 1 ส่วน

3.ดินทราย 1 ส่วน

* ใช้ โบกาฉิ แทนส่วนที่ 1 หรือใช้โคลนตะกอน แทนดินทรายได้

ส่วนที่ 2

1.EM 10 ช้อนแกง

2.กากน้ำตาล 10 ช้อนแกง

3.น้ำสะอาด 10 ลิตร

* ใช้ EM ขยาย หรือ EM หมักน้ำซาวข้าว หรือ EM5 ผสมร่วมกันหรือใช้แทน EM กับกากน้ำตาลได้

วิธีทำ

1.ผสมส่วนที่ 1 แล้วรดด้วยส่วนที่ 2 คลุกเคล้าให้เข้ากัน

2.วัดความชื้นพอเหมาะ ปั้นเป็นก้อนกลม หรือดัดแปรงได้ตามต้องการ

3.นำไปวางไว้ในที่ร่มจนแห้งสนิท แล้วนำไปใช้

วิธีทำ สารสกัดพืชหมัก (EM F.P.E.)

.

สารสกัดพืชหมัก (EM Fermented Plant Extract) มีคุณภาพเป็นปุ๋ย ฮอร์โมน และสร้างภูมิต้านทานโรค เป็นการนำยอดพืชที่แมลงไม่ชอบ โดยเก็บก่อนถูกแสงอาทิตย์ หรือเป็นพืชอื่น ๆ ที่ยังอ่อนอยู่ เช่น หญ้า หน่อไม้ ผลไม้ พืชสมุนไพร หรือพืชที่มีประโยชน์ให้ได้หลากหลายชนิด นำมาหมักใช้ประโยชน์แทน EM5 ได้

ส่วนผสม

1.ยอดพืชหลากหลายชนิด ประมาณครึ่งถังหมัก

2.น้ำสะอาด ประมาณ 10 ลิตร (ท่วมยอดพืชพอดี)

3.EM 1 % ของน้ำ ประมาณ 100 มิลลิลิตร (10 ช้อนแกง หรือ 10 ฝา EM)

4.กากน้ำตาล 3% ของน้ำ ประมาณ 300 มิลลิลิตร (10 ช้อนแกง)

วิธีทำ

1.สับ หรือหั่นยอดพืช ใส่ภาชนะหมักขนาด 10 ลิตร

2.ผสม EM กับกากน้ำตาล และน้ำสะอาดคนให้ละลายเข้ากัน เทลงถังผสมกับยอดพืชคนให้เข้ากันแล้วปิด

* ถ้ามีน้ำทะเลเติม 100 มิลลิลิตร (10 ช้อนแกง) หากไม่มีเติมเกลือแกง 1 ช้อนแกง ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการหมัก

3.หมักไว้ไม่น้อยกว่า 7 วัน ระยะหมักได้ 2 - 3 วัน เปิดฝา คนให้เข้ากัน ปิดและหมักต่อ กรองแยกน้ำและกากออกจากกัน กากนำไปฝังเป็นปุ๋ย น้ำใส่ภาชนะปิดฝาเก็บไว้ใช้

วิธีทำ EM5 หรือ สุโตจู

.

EM5 หรือสุโตจู เป็นสารป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช ฉีดพ่นเป็นประจำพืชจะสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีแมลงศัตรูพืชรบกวน

ส่วนผสม

1.EM 1 ส่วน

2.กากน้ำตาล 1 ส่วน

3.น้ำส้มสายชูกลั่น 5 % 1 ส่วน

4.เหล้า 28 - 40 ดีกรี 1 ส่วน

5.น้ำสะอาด 6 ส่วน

* ถ้าทำ ซุปเปอร์ EM5 จะไม่ใช่น้ำ ให้เพิ่มเหล้าเป็น 2 ส่วน

วิธีทำ

1.กรณีใช้ภาชนะหมักขนาด 1 ลิตร ใส่น้ำสะอาดครึ่งลิตร

2.เติม กากน้ำตาล น้ำส้มสายชู เหล้า และ EM เขย่าให้ละลายเข้ากัน

3.เติมน้ำให้เต็ม ปิดฝาให้แน่น หมักไว้ 15 วัน นำไปใช้ได้

* หลังจากเปิดใช้แล้วปิดฝาให้สนิท

วิธีทำ ฮอร์โมนผลไม้

.

เป็นฮอร์โมนธรรมชาติที่มีคุณภาพสูง สามารถเรียกราก ดอก ผลได้ดี ผลสวย รสชาติดี และมีคุณภาพเป็นปุ๋ยด้วย โดยใช้ผลไม้สีเหลือง ในส่วนผสมนี้เน้นผลไม้ที่หาได้ง่าย ราคาถูก และคุณภาพดี

ส่วนผสม

1.กล้วยน้ำว้า 2 กิโลกรัม

2.มะละกอสุก 2 กิโลกรัม

3.ฟักทองแกจัด 2 กิโลกรัม

4.น้ำสะอาด 10 ลิตร

5.EM 40 มิลลิลิตร (4 ช้อนแกง)

6.กากน้ำตาล 40 มิลลิลิตร (4 ช้อนแกง)

วิธีทำ

1.สับ หรือหั่นผลไม้ทั้งเปลือก และเมล็ดให้มีขนาดเล็ก ใส่ภาชนะหมักขนาด 10 ลิตร

2.ผสม EM กากน้ำตาล และน้ำสะอาดคนให้ละลายเข้ากัน เทลงถังผสมกับผลไม้ที่คนให้เข้ากันแล้วปิด

3.หมักไว้ไม่น้อยกว่า 7 วัน เปิดฝาออกมาจะพบไขมันสีเหลืองลอยหรือติดด้านข้างภาชนะหมัก ใช้ช้อนตักใส่ภาชนะเก็บไว้เป็นฮอร์โมนเรียกรากสำหรับกิ่งตอน กิ่งชำ กรองแยกน้ำและกากออกจากกัน กากนำไปฝังเป็นปุ๋ย น้ำใส่ภาชนะปิดฝาเก็บไว้ใช้.

พืชผัก

.

เตรียมแปลง

•ใส่โบกาฉิตารางเมตรละ 300 - 500 กรัม

•ฉีด พ่น อีเอ็ม ขยาย (1 : 100)

•คลุมดินด้วยฟางหรือหญ้าแห้งและอินทรีย์วัตถุอื่นๆ

* เพื่อหมักดินทำให้ดินอุดมสมบูรณ์

การเพาะเมล็ดและย้ายกล้า

•แช่เมล็ดในอีเอ็มขยาย 1 : 1000

•แช่ต้นกล้าในอีเอ็มขยาย 1 : 1000

* ระยะเวลาแช่เมล็ดขึ้นอยู่กับขนาดของเมล็ด

การดูแล

•ฉีด พ่น อีเอ็ม (1 : 500)ขยายอาทิตย์ละครั้ง

•รดน้ำผสมอีเอ็มขยาย 1 : 500

•ใส่โบกาฉิครั้งละ 1 - 2 กำมือต่อต้นต่อเดือน

หลังเก็บเกี่ยว

•สับต้นพืชที่ไม่ได้เก็บเกี่ยวลงในแปลง

•โรยโบกาฉิ 300 - 500 กรัมต่อตารางเมตร

•รด อีเอ็มขยาย 1 : 500 (เพื่อให้มีความชื้นเหมาะต่อการทำงานของจุลินทรีย์)

•หมักไว้ 1 สัปดาห์ก่อนย้ายกล้าหรือหว่านเมล็ด

พืชไร่

.

การเตรียมแปลง

•ใส่โบกาฉิ 100 - 200 กิโลกรัม ต่อไร่

•รดอีเอ็มขยาย 50 - 100 ลิตรต่อไร่

เตรียมเพาะเมล็ดและย้ายกล้า

•แช่เมล็ดในน้ำอีเอ็มขยาย 1 : 1000 ก่อนปลูก

•แช่ต้นกล้า กิ่งชำในอีเอ็มขยาย 1 : 1000 ก่อนปลูก

การดูแล

•พ่น อีเอ็มขยาย FPE และ EMS เดือนละ 1 - 2 ครั้ง

•ใส่โบกาฉิเพิ่ม 100 กิโลกรัมต่อไร่*

* ถ้าพืชไร่อุดมสมบูรณ์ดีก็ไม่ต้องใส่โบกาฉิเพิ่มอีก

•ฉีด พ่นฮอร์โมนก่อนเก็บเกี่ยว 1 เดือน

หลังเก็บเกี่ยว

•ใส่โบกาฉิและอีเอ็มขยายเพื่อหมักตอซังทำเป็นปุ๋ย

ไม้ผล

.

วิธีใช้

1. การใส่ปุ๋ย (อีเอ็มโบกาฉิ, ปุ๋ยคอก)

•ใส่ปุ๋ยคอกแล้วฉีดพ่นอีเอ็มขยายด้วย 1 : 100

•ใส่โบกาฉิปี

Ico48
ก้องภพ คำเรืองศรี [IP: 223.207.10.66]
07 ตุลาคม 2554 11:02
#69451

วิธีป้องกันโรคจากการเลี้ยงปลาช่อน(สอบถามจากผู้ใช้จุลินทรีย์ชนิดนี้เลี้ยงปลาช่อน จ.สุพรรณบุรี)

ปัญหาปลาเป็นโรคตายมักจะเกิดขึ้นเสมอ ประกอบกับ ปลาทะเล ปลาเป็ด(ปลาเล็ก ปลาน้อย)ที่นำมาใช้เลี้ยงปลาช่อน คุณภาพมักจะไม่สดเท่าที่ควรและอาจมีสารปนเปื้อนเช่น ฟอร์มาลีน“ฟอร์มาลีน-ฟอร์มัลดีไฮด์” ทั้งสองตัวนี้ในทางเคมีคือสารตัวเดียวกัน เพียงแต่ว่าเมื่ออยู่ในรูปของสารละลายจะเรียกว่า “ฟอร์มาลีน” ซึ่งเป็นชื่อที่เราคุ้น ๆ กันดีก็คือน้ำยาดองศพนั่นเอง ส่วน “ฟอร์มัลดีไฮด์” มีสถานะเป็นก๊าซที่อุณหะภูมิปกติ มีกลิ่นฉุนแสบจมูก ส่วนมากที่จำหน่ายกันอยู่ทั่วไปอยู่ในรูปของสารละลายน้ำภายใต้ชื่อน้ำยาฟอร์มาลีน ในวงการแพทย์ถือเป็นสารก่อมะเร็ง(ใส่เพื่อป้องกันปลาเล็กปลาน้อยบูดเน่า) หากมีเศษอาหารเหลือตกค้างในบ่อจะทำให้บ่อเกิดการเน่าเสียเป็นเหตุให้ปลาตายได้ ดังนั้นจึงควรมีวิธีป้องกันดังนี้คือ ก่อนนำปลาช่อนลงบ่อ ให้ปรับสภาพน้ำ 7 วัน เนื่องจากน้ำที่สูบเข้าบ่ออาจไม่สะอาดพอ โดยการโยนจุลินทรีย์ก้อนให้ทั่วบ่อ (ปริมาณน้ำ 30 คิวบิกเมตร/1ก้อน วิธีคิดอยู่ด้านล่าง) สำหรับปลาทะเล ปลาเป็ด ปลาเล็กปลาน้อย ที่ใช้เลี้ยงปลาช่อน ให้ผสมกับจุลินทรีย์น้ำSMS ในอัตรา 1 ตัน (1000 ก.ก)/จุลินทรีย์น้ำSMS 2 ลิตร หมัก 10 นาที ตามที่สอบถามผู้เลี้ยงปลาช่อน จ.สุพรรณบุรี ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ปลาโตไว แข็งแรง เนื้อแน่น รสชาติดี ไม่คาว และปลาไม่เป็นโรคพยาธิด้วย มึผลกำไรเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ถ้าเราจะนำวิธีนี้ไปเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่น ก็น่าจะได้ผลเช่นเดียวกัน (จุลินทรีย์ชนิดนี้อยู่ในกลุ่มจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง เนื่องจากความแข็งแรงของจุลินทรีย์ จึงช่วยเสริมประสิทธิภาพของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ทั้งหลาย ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด)

ด้วยความจริงใจและปรารถนาดี

ก้องภพ คำเรืองศรี

081-7184139

Ico48
่joon2388 [IP: 202.149.29.82]
18 ตุลาคม 2554 17:50
#69889

ยอมรับครับได้ผลจริงๆ ผมเลี้ยงปลาคารฟ์ 10 ด้วยบ่อเลี้ยงขนาด 1.3x 3.2 x .9 m. บ่อพักและกรอง เล็กครับ ไม่ได้มาตรฐาน

ระบบต่อมีปัญหาคือท่อน้ำจากบ่อเลี้ยงไปบ่อพักเล็ก

ปั้มน้ำ ขนาด 1 นิ้ว แต่จำกัดน้ำได้แค่ ประมาณ 1/2 นิ้วเท่านั้น เพราะท่อน้ำกลับ ไม่ใหญ่พอ ปั้ม 1.5 ชั่วโมงหยุด 15 นาที เลี้ยงปลา 10 ตัว

ขนาด ปัจจุบันเฉลี่ยต่อตัวที่ .45m. ดันน้ำไล่ใบไม้ทุก 3-4 วันล้างบ่อกรอง 3-4 เดือนครั้ง

ใช้ EM ชั่วหลังเปลี่ยนน้ำทุกครั้งหรือทุก 1.5 เดือนปริมาณ 1 ถ้วยตวง

น้ำใสสีมรกต ไม่มีตะกอนมาก มีความสุขมากครับ

Ico48
ก้องภพ คำเรืองศรี [IP: 223.204.55.54]
22 ตุลาคม 2554 21:24
#70012

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อผู้ประสบอุทกภัย น้ำท่วมอยู่ในขณะนี้

ขอขอบคุณท่านเจ้าของWebsite http://share.psu.ac.th/blog/em2551/6872 เป็นอย่างสูง

ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ได้โทรมาขอคำแนะนำ เรื่องน้ำท่วมขัง และส่งกลิ่นเหม็น เป็นจำนวนมาก

ขอเล่าอดีตย้อนหลังเมื่อเกิดมหาตภัยซึนามิ เป็นที่น่ายินดีว่าคนไทยเรา (คนโคราชบ้านเอง) ได้ค้นพบ จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย และได้จดอนุสิทธิบัติเป็นเจ้าแรกกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เหตุที่ได้รับการจดอนุสิทธิบัตรฯ เพราะได้บริจาคจุลินทรี ทั้งชนิดก้อน และชนิดน้ำ ช่วยวันมหาวิปโยคซึนามิ เมื่อปี 2547 พิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริงใช้บำบัดน้ำท่วมขัง และส่งกลิ่นเหม็น จนเจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล ทำการเก็บกู้ด้วยความยากลำบาก สามารถทำงานผ่านพ้นไปได้โดยสะดวก และทางกระทรวงสาธารณะสุข ได้ตรวจเช็คแล้วว่า ใช้ได้อย่างปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์เลี้ยง จุลินทรีย์ชนิดนี้ อยู่ในกลุ่มจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (Photosynthetic Bacteria; PSB) ไม่อยู่ในกลุ่มที่ใช้ทำEM(ซึ่งมีขายตามท้องตลาดทั่วๆไป) และได้ตั้งชื่อว่า SM Ball =Super Microbial Ball ราคาถูก บำบัดกลิ่นได้รวดเร็ว บำบัดน้ำเสียให้เป็นน้ำดีได้ยาวนาน และสามารถเช็คค่า BOD ได้ดีกว่าจุลินทรีย์ชนิดอื่น

ค่า BOD คือค่าวัดความเน่าเสียของน้ำ Biological Oxigen Demand BOD = ปริมาณออกซิเจนที่จุลินทรีย์ต้องการใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำ ถ้า BOD ต่ำหมายถึงน้ำที่มีคุณภาพดี เพราะจุลินทรีย์ต้องการอ๊อกซิเจนน้อยในการย่อยสารอินทรีย์ แต่ถ้าค่า BOD สูง น้ำจะมีคุณภาพต่ำหรือน้ำเสียนั้นเอง น้ำที่มี BOD ณ 100 เป็นน้ำเสีย และถ้าน้ำมีค่า BOD < 100 mg/l เป็นน้ำดี

การบำบัดน้ำเสียของ SM Ballได้ค่าBODที่ดีกว่า และบำบัดน้ำเสียได้เป็นเวลายาวนานกว่าจุลินทรีย์ชนิดอื่น

จุลินทรีย์ชนิดนี้ ทนความร้อนได้สูง ใส่ในหม้อน้ำรถยนต์ ก็ยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้ กำจัดตระกันในหม้อน้ำรถยนต์ได้ด้วย

จุลินทรีย์ชนิดนี้ ลดมลภาวะ ทำให้เกิดสภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี ช่วยให้น้ำในแม่น้ำลำคลองสะอาด เพิ่ม O2(อ๊อกซิเจน) ทำให้สัตว์น้ำ กุ้ง หอย ปู ปลา แข็งแรง

ปริมาณการใช้ 1 ก้อน / ขนาดบ่อบำบัด 20-30 คิวบิกเมตร (ขึ้นอยู่กับความสกปรกของน้ำด้วย) ถ้าใช้ติดต่อกันจะประหยัดมาก เพราะเกิดการสะสมของจุลินทรีย์มีชีวิตอยู่ในบ่อบำบัด ลูกค้าหลายรายสั่งซื้อ 6 เดือนครั้ง หรือ แทบจะลืมไปเลย

(ถ้าใช้ทั้งชนิดก้อน และน้ำร่วมกัน ในอัตราส่วนที่พอเหมาะกับพื้นที่ ที่ต้องการบำบัด กลิ่นจะหายไปภายใน 24ชม. เนื่องจากชนิดก้อน จะจมลงสู่ก้นบ่อ บำบัดสิ่งปฎิกูล โคลนตม ขี้เลนก้นบ่อ ส่วนจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงชนิดน้ำ ก็บำบัดไขมัน และสารสกปรกแขวนลอยต่างๆบนผิวน้ำ) ขนาดของจุลินทรีย์ก้อน เท่ากับลูกเหล็กกีฬาเปตอง(ใหญ่กว่าลูกเทนนิส) ขนาดบรรจุ 1 กล่อง 50 ก้อน หนัก ประมาณ 14 กก. (4 ก้อนหนักเกือบ 1 กก.)

วิธีเปรียบเทียบประสิทธิภาพจุลินทรีย์ที่มีขายตามท้องตลาด

1) ตักน้ำเสียในแหล่งเดียวกัน ใส่ถัง 200 ลิตร ในปริมาณที่เท่ากัน

2) ใส่จุลินทรีย์ก้อนSM Ballลงในถังจำนวน 1 ก้อน และอีกถัง จุลินทรีย์ชนิดอื่น เปรียบเทียบราคาด้วย

3) ระยะเวลา กลิ่นน้ำเสีย ถังไหนจะหายเร็วกว่ากัน และน้ำจะใสเร็วกว่ากัน วัดค่าpHสภาพความเป็นกรด-ด่าง ซึ่งจะเป็นกลางประมาณ 6.5

4) วัดค่า BOD (mg/Liter)ของน้ำ ถังไหนจะลดลงต่ำสุด (ซึ่งต่ำกว่า 100) ลดลงได้มากกว่ากัน)

การต่อยอดทางด้านเกษตร ใช้จุลินทรีย์ก้อนย่อยสลายตอซังข้าวในนาข้าว ป้องกันโรคข้าวดีดและเมล็ดลีบ ใช้ฝังตามโคนต้น กาแฟที่ประเทศลาว ลำใยที่ลำพูน ลองกองที่หาดใหญ่ ยางพาราที่โคราช ส้มเขียวหวานที่กำแพงเพชร มะนาวที่โคราช ฯลฯ พืชเจริญงอกงามดี รสชาติดี และยังสามารถ ใช้ร่วมกับสมุนไพร สูตรต่างๆ ตามภูมิปัญญาชาวบ้าน ในการกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้าตาลในนาข้าว หนอนกอ และแมลงศัตรูพืชต่างๆ เนื่องจากเขาเป็นจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง เมื่อถูกฉีดไปจับที่ใบพืช ทำให้การสังเคราะห์แสงของพืชเกิดประสิทธิภาพสูงสุด พืชโตไว แข็งแรง และถ้าใช้เป็นประจำ จะสามารถต้านโรคพืชได้ดีอีกด้วย สำหรับส้มเขียวหวานที่กำแพงเพชร ชาวสวนใช้ดีแล้วบอกต่อ ซื้อไปเป็นจำนวนมาก โดยฝังจุลินทรีย์ก้อน ห่างจากโคนต้น 1 เมตร ลึกเพียงประมาณ 1 คืบ ส้มให้ผลผลิตดี ผิวสวย ที่สำคัญรสชาติดีขึ้นมาก

ติดต่อ : คุณก้องภพ คำเรืองศรี โทรฯ 081-7184139

kongphop.microbial@gmail.com

ลูกค้าที่ซื้อไปใช้ในการบำบัดน้ำเสีย/บำบัดกลิ่น สอบถามแล้ว "ได้ผลดี" ได้แก่

***บริษัทครัวสุโขทัย เรสโตรองต์ จำกัด 42 หมุ่ 1 ถ.พหลโยธิน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย คุณเด่นศักดิ์ ยะเชียงคำ โทร 080-4994439,053-646249

*** บริษัท ค้าทองรุ่งสะอาด จ.ชัยภูมิ โทร 089-4281099. 044-830539

*** พะงันบุรี รีสอร์ท และ สปา จ.สุราษฎรธานี - คุณสุภาเพ็ญ ณ นคร โทร 077-375481, 081-5382255

***โรงแรม พาลาคลิฟบีช รีสอร์ท อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โทร 081-5919118

*** บริษัท ศาลาสมุย จำกัด โทร 077-245888, 084-7467966

*** บริษ้ท ไทยสะแตนดาร์ดสตรัช จำกัด อ.สอยดาว จ.จันทบุรี

*** บริษัท เอี่ยมเฮง โมดิฟายสตาร์ช เสิงสาง นครราชสีมา โทร 044-457098-99, 044-457040-6

*** The Mall Department Store นครราชสีมา

*** นำไปใช้กับระบบบ่อพักน้ำไหลเวียน ทำความเย็นของชิลเลอร์ เครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่

*** บมจ ค้าเหล็กไทย โรงงานและศูนย์กระจายสินค้า อ.วังน้อย จ.อยุทธยา โทร 035-272550 – 2 ติดต่อแผนกจัดซื้อ

*** บริษัท โคคาโคล่า ในเขตอุตสาหกรรมสุรนารี จ.นครราชสีมา

*** บริษัท MNT จากญี่ปุ่น ผลิตอะไหล่รถยนต์ ในเขตอุตสาหกรรมสุรนารี จ.นครราชสีมาโทร 044-

212080-1, 212350

***บริษ้ท ดัชมิลล์ จำกัด

*** บริษัท เนสเล่ (ไทย) จำกัด

*** โรงแรมปัญดารา รีสอร์ท แอนด์ สปา และ บริษัท สยามเอสเตท จำกัด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี คุณเทวัญ 081-6581870

*** โรงเรียนเมืองนครราชสีมา อาจารย์ ถนอมศรี โทร 089-8465741

*** บริษัท เออิว่าหรือ Sumida (ประเทศไทย) จำกัด ผลิตอุปกรณ์อิเล็คโทรนิค และ ฮาร์ดดิส โทร 02-9637118-9 ต่อ 110 คุณอาภา/มนัสนันท์ แผนกจัดซื้อ

***บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)

***ใช้กับบ่อเกรอะ คอนโดและอพาร์ทเมนท์ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี คุณสุรินทร์ คำเทศ 089-1152416

ฯลฯ

ขอบคุณที่ใช้จุลินทรีย์ก้อน SM Ball

ด้วยความจริงใจ

ก้องภพ (ผดุง)

081-7184139

วิธีป้องกันโรคจากการเลี้ยงปลาช่อน(สอบถามจากผู้ใช้จุลินทรีย์ชนิดนี้เลี้ยงปลาช่อน จ.สุพรรณบุรี)

ปัญหาปลาเป็นโรคตายมักจะเกิดขึ้นเสมอ ประกอบกับ ปลาทะเล ปลาเป็ด(ปลาเล็ก ปลาน้อย)ที่นำมาใช้เลี้ยงปลาช่อน คุณภาพมักจะไม่สดเท่าที่ควรและอาจมีสารปนเปื้อนเช่น ฟอร์มาลีน“ฟอร์มาลีน-ฟอร์มัลดีไฮด์” ทั้งสองตัวนี้ในทางเคมีคือสารตัวเดียวกัน เพียงแต่ว่าเมื่ออยู่ในรูปของสารละลายจะเรียกว่า “ฟอร์มาลีน” ซึ่งเป็นชื่อที่เราคุ้น ๆ กันดีก็คือน้ำยาดองศพนั่นเอง ส่วน “ฟอร์มัลดีไฮด์” มีสถานะเป็นก๊าซที่อุณหะภูมิปกติ มีกลิ่นฉุนแสบจมูก ส่วนมากที่จำหน่ายกันอยู่ทั่วไปอยู่ในรูปของสารละลายน้ำภายใต้ชื่อน้ำยาฟอร์มาลีน ในวงการแพทย์ถือเป็นสารก่อมะเร็ง(ใส่เพื่อป้องกันปลาเล็กปลาน้อยบูดเน่า) หากมีเศษอาหารเหลือตกค้างในบ่อจะทำให้บ่อเกิดการเน่าเสียเป็นเหตุให้ปลาตายได้ ดังนั้นจึงควรมีวิธีป้องกันดังนี้คือ ก่อนนำปลาช่อนลงบ่อ ให้ปรับสภาพน้ำ 7 วัน เนื่องจากน้ำที่สูบเข้าบ่ออาจไม่สะอาดพอ โดยการโยนจุลินทรีย์ก้อนให้ทั่วบ่อ (ปริมาณน้ำ 30 คิวบิกเมตร/1ก้อน วิธีคิดอยู่ด้านล่าง) สำหรับปลาทะเล ปลาเป็ด ปลาเล็กปลาน้อย ที่ใช้เลี้ยงปลาช่อน ให้ผสมกับจุลินทรีย์น้ำSMS ในอัตรา 1 ตัน (1000 ก.ก)/จุลินทรีย์น้ำSMS 2 ลิตร หมัก 10 นาที ตามที่สอบถามผู้เลี้ยงปลาช่อน จ.สุพรรณบุรี ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ปลาโตไว แข็งแรง เนื้อแน่น รสชาติดี ไม่คาว และปลาไม่เป็นโรคพยาธิด้วย มึผลกำไรเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ถ้าเราจะนำวิธีนี้ไปเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่น ก็น่าจะได้ผลเช่นเดียวกัน (จุลินทรีย์ชนิดนี้อยู่ในกลุ่มจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ไม่อยู่ในกลุ่มจุลินทรีย์EMที่มีขายตามท้องตลาดทั่วๆไป แต่เนื่องจากเขาเป็นจุลินทรีย์ที่แข็งแรง จึงทำงานร่วมกับจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ชนิดอื่น เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ต่อระบบนิเวศ และสภาพสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ)

บ่อปลา/กุ้ง 1 ไร่ มีกี่ตารางเมตร ใช้จุลินทรีย์ก้อน จำนวนเท่าไร ???

1 วา มี 2 เมตร

1 ไร่ มี 400 ตารางวา

1 ไร่ กว้าง 20 วา คูณ ยาว 20 วา เท่ากับ 400 ตารางวา

คิดเป็นเมตร 20 วา เท่ากับ 40 เมตร

40 เมตร คูณ 40 เมตร เท่ากับ 1600 ตารางเมตร

ดังนั้น 1 ไร่ มี 1600 ตารางเมตร

บ่อเลี้ยงกุ้งลึก 1.20 เมตร = ปริมาตรน้ำ = 1600 X 1.20 = 1920 คิวบิกเมตร

ใช้จุลินทรีย์ก้อน 1 ก้อน/30 Qเมตร ดังนั้นใช้ลูกก้อนทั้งหมด 1920/30 = 64 ก้อน/ไร่

***ในกรณีเริ่มต้นเลี้ยง ยังไม่ใส่กุ้งลงในบ่อ ให้ใส่ทั้งหมด 64 ก้อน ลงในบ่อ พักไว้ 7 วัน จึงใส่กุ้ง

***กรณีที่มีปลา/กุ้งอยู่ในบ่ออยู่แล้ว แต่น้ำสกปรกมาก และยังไม่เคยใช้จุลินทรีย์ ให้ใช้ครั้งแรก 30 ก้อน อีก 7 วันตามด้วยที่เหลือ 34 ก้อน

***วิธีสังเกตุ ถ้าน้ำสะอาดและมีO2(อ๊อกซิเจน)เพียงพอ ปลา/กุ้งจะไม่เครียด ไม่ดิ้นพล่าน อึดอัด แย่งอากาศหายใจ พื้นน้ำจะสงบราบเรียบ ถ้าช้อนกุ้งหรือปลาขึ้นมาดู จะสังเกตุได้ว่า กุ้ง/ปลา มีสุขภาพแข็งแรง การเลี้ยงกุ้ง-ปลา ต้วยจุลินทรีย์ ทำให้กุ้ง-ปลาสะอาด ไม่มีกลิ่นคาว เนื้อแน่น น่ารับประทาน

ขอบคุณที่ใช้SM Ball ใช้ดีแล้วบอกต่อ

ก้องภพ (ผดุง) kongphop.microbial@gmail.com

081-7184139

Ico48
Umpaipan. Panmogkol [IP: 223.206.236.63]
25 ตุลาคม 2554 14:50
#70115

ดีจังประเทศไทยและคนไทยจะได้มีนำ้สะอาดใช้สี่ดีๆต้องเผยแพร่ยินดีด้วย

Ico48
kiddy [IP: 124.121.234.17]
05 พฤศจิกายน 2554 17:03
#70814

งง.. เมื่อเช้า มีคนมาออกทีวี ต่อต้านการใช้ Em ball บอกว่าไม่เกิดประโยชน์ในการช่วยปรับสภาพน้ำเน่าเสีย เค้าบอกว่าเอา ขยะ (กากน้ำตาล รำข้าว ฯลฯ )ลงน้ำ ยิ่งทำให้น้ำเน่าเสีย ตกลง ยังไงกันนี่

Ico48
Pheonics [IP: 110.171.168.89]
07 พฤศจิกายน 2554 01:27
#70937

เนื่องจากไม่มี EM ของแต่ละยี่ห้อให้เปรียบเทียบ..อยากทราบว่ามีใครทดลองเปรียบเทียบแล้วรึยัง ผมเองก็ซื้อได้แต่ EMQuality ส่วนของ EMRO หาไม่ได้...ความเหมือนหรือแตกต่างระหว่างสองยี้ห้อมีใม้คืออะไร

Ico48
Ladies [IP: 124.122.225.215]
07 พฤศจิกายน 2554 21:31
#70994

หนูคิดว่าEMใช้ได้จริงค่ะเพราะถึงมันมีเชื้อหรือจุลินทรีย์ที่ทำให้นำ้เน่าเสียได้

แต่ว่า...ถ้ามีการนำ้ออกก่อนที่จะเน่าเสียและใส่อันใหม่ลงไป

ก็สามารถใช้ได้เหมือนเดิมค่ะ

Ico48
em น่าใช้ดีแฮะ [IP: 125.24.234.131]
09 พฤศจิกายน 2554 13:23
#71054

ได้ข้อมูลเยอะมากเลยครับ ต้องขอบคุณที่เผยแพร่ข้อมูล ของจุลินทรีย์ em ที่มีประโยชน์เหล่านี้ครับ

Ico48
ชัชวาล [IP: 180.214.214.127]
13 พฤศจิกายน 2554 12:17
#71288

ทีบ้านผมนำ้ท้วม1เดือนแล้วนำ้เริมเน่าผมจะทำจุรินทร์แต่ไมมีemและกากนำ้ตาลเลยเอานำ้ซาวข้าวและเศษผักใส่นำ้แล้วใสขวดปิดฝาจะใช้ได้หรือไม่

Ico48
ยนน [IP: 223.205.68.201]
15 พฤศจิกายน 2554 17:57
#71500

Ico48
เกด [IP: 115.87.135.146]
16 พฤศจิกายน 2554 15:56
#71570

ขออนุญาตเผยแพร่เพื่อเป็นความรู้ค่ะ

Ico48
test [IP: 61.19.66.68]
07 กุมภาพันธ์ 2555 23:31
#74906

ขอบคุณค่ะ

Ico48
fang [IP: 125.26.246.215]
11 กุมภาพันธ์ 2555 19:51
#75077

ขอบคุณจร๊าาา = _^.^_=

Ico48
Toeyzeed [IP: 202.28.179.5]
08 พฤษภาคม 2555 14:37
#77076

กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่3สาขาจุลชีววิทยาอยากได้หัวข้อโปรเจคเกี่ยวกับแบคทีเรีย หรือเกี่ยวกับEM ด้วยค่ะใครมีหัวข้อน่าสยใจบ้างหรือเปล่าค่ะ

Ico48
วันชัย [IP: 180.183.124.160]
29 พฤษภาคม 2555 21:01
#77506

สนใจหาชื้ออีเอ็มได้ที่ไหนครับ

Ico48
ืkk [IP: 183.88.92.156]
09 สิงหาคม 2555 14:20
#79622

หาซื้อ EM ได้ที่ www.emkyusei.net นะคับ

Ico48
muk [IP: 27.55.8.156]
25 สิงหาคม 2555 21:03
#79994

สุดยอด

Ico48
noina nidnoi [IP: 125.25.30.240]
04 กันยายน 2555 09:38
#80225

ทำน้ำยาล้างจาน ล้างห้องน้ำและซักผ้าจากEM นำมาใช้และจำหน่าย ลูกค้าบอกว่ามือลอก เราก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน เพราะอะไรหรือว่าเราทำผิดสูตร

Ico48
เบญจวรรณ [IP: 119.42.74.63]
17 กันยายน 2555 21:18
#80567

ยอดเยื่อมมากๆ

Ico48
รัตนาพร [IP: 119.42.74.63]
17 กันยายน 2555 21:21
#80568

(EM) ทำให้ได้นำมาใช้ ทำปุ๋ย (โบกาฉิ)

Ico48
เกล้า [IP: 171.7.92.43]
29 มกราคม 2556 20:00
#83752

หัวเชื้อจุลินทรีย์ EM แท้ 100 % สูตร ต้น ฉบับ ผ่านการวิจัย และพัฒนาคุณภาพ ของศ.ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ

จำหน่าย หัวเชื้อจุลินทรีย์ EM กากน้ำตาล ปุ๋ยหมักโบกาฉิ ดังโง๊ะ หรือ EM BALL (จุลินทรีย์ก้อนการบำบัดน้ำเสียมี ) มีใบอนุญาติรับรองคุณภาพของ EM ตรวจสอบเรียบร้อยค่ะ

รับปรึกษาทางด้านปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและการแก้ไขปัญหา น้ำเน่าเสียจากการเกษตร ประมง ปศุสัตว์ โรงงานอุตสาหกรรม และสถานประกอบการทั่วไป ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ เกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ของของศ.ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ ช่วยลดสภาวะโลกร้อน เกษตรธรรมชาติปลอดสารพิษ

..

EM ball(ดังโงะ) ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ 100% หัวเชื้อจุลินทรีย์ EM มีประโยชน์มากกว่า 10 สกุล 80 ชนิดปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างในดินและน้ำ เป็นของศ.ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ มหาวิทยาลัยริวกิว โอกินาวา ประเทศญึ่ปุ่น

ห้าม นำ ข้อมูลนี้ ไปลงโฆษณาต่อหรือก๊อป***ข้อมูลไม่งั้นก็ดำเนินเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะจะทำให้ผู้มาติดต่อสับสน ผิดกฎกระทรวงไอซีทีด้วย พรบ.คอมพิวเตอร์ ตามกฎหมาย

ขอบพระคุณค่ะ ที่ได้อ่านข้อมูล หวังว่าโอกาสหน้าคงได้รับใช้ท่านในโอกาสอันใกล้นี้ค่ะ

---------------------------------------------------------------------- ----------

EM Ball (ดังโหงะ) คือการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี EM ในรูปแบบแห้ง เป็นก้อนจุลินทรีย์ เพื่อสะดวกนำไปใช้บำบัดน้ำเสีย ในสถานที่ต่างๆ เช่น แม่น้ำ คูคลอง โรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล สถานประกอบการ บ่อปลา บ่อกุ้งฯลฯ EM Ball มีส่วนผสมของอินทรียวัตถุที่สามารถย่อยสลายได้ง่าย เช่น รำละเอียด แกลบละเอียด กากน้ำตาล และน้ำหมักต่างๆที่จะช่วยให้EMแข็งแรงมีประสิทธิภาพในการกำจัดของเสีย

การใช้EM Ball

EM Ball จะนิยมใช้ในกรณี คูคลอง แม่น้ำ ที่เป็นแหล่งน้ำ ที่น้ำไหลตลอดเวลา โดย EM Ball จะสามารถฟื้นฟูระบบนิเวศ เมื่อจมลงที่ก้นคลองจะช่วยย่อยตะกอน เน่าเสีย สามารถสร้างอาหารสัตว์เล็กๆ โดยเฉพาะกลุ่มแพลงก์ตอนพืชให้เกิดขึ้นทีละเล็กทีละน้อย และเกิดแพลงก์ตอนสัตว์เพื่อเป็นอาหารที่ดีของปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ รวมทั้งเป็นการเพิ่ม จุลินทรีย์ดีในน้ำเมื่อก้นคลองหรือแม่น้ำมีจุลินทรีย์ ดีมากขึ้น ก้นคลองจะเริ่มสะอาด มีปริมาณออกซิเจนในน้ำเพิ่มขึ้นได้

นอกจากนี้จุลินทรีย์กลุ่มที่มีประสิทธิภาพจะช่วยย่อยสลายตะกอนมากขึ้น สารพิษในน้ำที่ก่อให้เกิดมลภาวะก็จะลดน้อยลง ระบบนิเวศในแม่น้ำลำคลองก็จะ ค่อยๆดีขึ้น เพื่อที่จะรักษาสภาพความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ จะขาดไม่ได้ จุลินทรีย์ผู้เปรียบเสมือนวีรบุรุษนี้ก็จะช่วยในการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ เช่น กุ้งหอย ปูปลา พร้อมกับสภาพคูคลอง แม่น้ำที่สะอาดบริสุทธิ์

อัตราการใช้ EM Ball (ดังโหงะ)

อุตสาหกรรม

บ่อปูนซิเมนต์ น้ำเสียมากมีกลิ่นเน่าเหม็นใช้ EM Ball 1ก้อน/น้ำเสีย 2-3 ลบ.ม. ใส่ 1 ครั้ง/เดือน

1.2 บ่อดิน ใช้ EMBall 1 ก้อน ต่อพื้นที่ 2-5 ตารางเมตร ความลึกไม่เกิน 3 เมตร ใส่ 1 ครั้ง/เดือน ช่วยเร่งย่อยสลายตะกอน กำจัดกลิ่นเน่าเหม็น ลดค่า BOD COD ปรับค่า PH ในน้ำให้สมดุล น้ำจะอาดได้นาน

2.น้ำเสียจากสถานประกอบการ โรงอาหาร โรงแรม โรงพยาบาล

1.1 บ่อดักไขมันบ่อพักน้ำทิ้งใช้EM Ball 1 ก้อน/น้ำเสีย 1 ลบ.ม.ใส่ทุก15-30 วัน /ครั้ง ช่วยย่อยสลายไขมันและกำจัดกลิ่นเน่าเหม็น

1.2 บ่อบำบัดน้ำเสียรวม ใช้ EM Ball 1ก้อน/น้ำเสีย 3-5 ลบ.ม. ใส่ 1 ครั้ง/เดือน

ช่วยย่อยสลายสิ่งปฏิกูล-ของเสียก้นบ่อ และกำจัดกลิ่นเหม็น

3. บ่อปลา บ่อกุ้ง กระชังเลี้ยงปลา คูคลอง แม่น้ำ

ใช้ EM Ball 1 ก้อน ต่อพื้นที่ 5-10 ตารางเมตร ความลึกไม่เกิน 2 เมตร ใส่ ทุก 2-3 ครั้ง/เดือน

ช่วยย่อยสลายโคลนตะกอน ลดแอมโมเนียในบ่อ สร้างไรแดงและแพลงก์ตอนพืช เป็นอาหารของปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ

4. น้ำเสียจากอาคารบ้านเรือน

บ่อเกรอะ ท่อพักน้ำทิ้ง บ่อดักไขมัน บ่อน้ำเสียรวม ใช้ EM Ball 1 ก้อน ต่อน้ำเสีย 2-4 ลบ.ม. ใส่ 15-30 วัน ครั้ง

ช่วยย่อยสลายสารอินทรียวัตถุและเศษสิ่งปฏิกูลต่างๆ ในน้ำที่เป็นต้นเหตุของ น้ำเสีย ย่อยสลายคราบไขมันบนผิวน้ำ และช่วยกำจัดกลิ่นเหม็น

ประโยชน์ ของ EM BALL โบกาฉิก้อน หรือ ดังโง๊ะ

-------------------------------------------------------------

1.ย่อยสลายเลนก้นบ่อน้ำสิ่งปฎิกูลที่อยู่ในน้ำหรือแม่น้ำที่ไหล

2.ย่อยสลายอินทรีย์สารแขวนลอยน้ำ

3.ขจัดจุลินทรีย์เน่าเปื่อยในโคลน ขี้เลนในน้ำ

4.ช่วยเพิ่มออกซิเจนในน้ำ สามารถลดค่า BOD ลดลง ตามมาตราฐานในโบกาฉิก้อน หรือ EM BALL

สามารถรักษาสภาพน้ำให้ดีได้ ประมาณ 10 ลูกบาศก์เมตรต่อ 1 ก้อน / 1 เดือน โดยเฉพาะบ่อเลี้ยงปลา

5.ปรับค่า PH ให้อยู่ระหว่าง 6.5 -7.5

6.ขจัดกลิ่นเหม็นที่ออกมาจากส้วม - ทำให้ส้วมไม่เต็ม

.........EM Ball(ดังโหงะ) คุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับนานาประเทศ ต้องมีกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ EM (Effective Microoganisms)ของ ศ.ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ ผู้คิดค้นและพัฒนา EMเท่านั้น.......

ราศจากสารพิษและสารเคมีตกค้าง ใช้ได้กับบ่อบำบัดน้ำเสียทุกประเภท สามารถปรับสภาพ pH เพิ่ม ออกซิเจนในน้ำ สามารถใช้ได้กับบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ(บ่อปลา บ่อกุ้ง) โดยช่วยให้สัตว์น้ำโตเร็ว สุขภาพแข็งแรง น้ำหนักดี สามารถย่อยสลายสิ่งปฏิกูลในบ่อเกรอะได้ดี ประหยัดต้นทุนการบำบัด และสามารถเห็นผลได้เร็ว การันตีเห็นผลความแตกต่างของน้ำ

-จุลินทรีย์ EM เข้มข้น ใช้เป็นหัวเชื้อในการหมัก EM ใช้ขจัดกลิ่นเหม็นของน้ำเสียทั้งในครัวเรื่อนและระดับอุตสาหกรมมได้ เห็นผลภายใน 2-3 วัน

-ปุ๋ยชีวภาพ เพิ่มปริมาณและน้ำหนักของผลผลิตต่อไร่ บำรุงต้นไม้และพืชให้แข็งแรง ต้านทานโรคได้ดีขึ้น

-สารชีวภาพปรับสภาพดิน ใช้ในการปรับสภาพดิน ช่วนให้ดินกลับมามีชีวิต มีแร่ธาตุอาหารในดินเพิ่มขึ้น ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมี ขจัดปัญหาหน้าดินตายและปัญหาดินเสื่อมสภาพ

คุณประโยชน์ของ EM ที่กล่าวมานี้ได้เป็นที่รู้จักกันในแพร่หลายทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศค่ะ

1.ด้านระบบในการกำจัดน้ำเสีย ในบริเวณบ้าน ในโรงงานอุตสาหกรรม และชุมชนต่าง ๆ ค คลอง หนองบึง

บิดาแห่งเกษตรธรรมชาติของโลก จากนั้น ดร.ฮิงะ เริ่มค้นคว้าทดลองตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 และค้นพบ

EM เมื่อปี พ.ศ. 2526 ท่านอุทิศทุ่มเทการทำวิจัยพบว่ากลุ่มจุลินทรีย์นี้ใช้ได้ผลจริง หลังจากนั้น

ศาสตราจารย์ วาคุกามิ ได้นำมาเผยแพร่ในประเทศไทย โดยท่านประธาน มูลนิธิบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ด้วยกิจกรรมทางศาสนา หรือ (คิวเซ แปลว่า ช่วยเหลือโลก) ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

จากการค้นคว้าพบความจริงเกี่ยวกับจุลินทรีย์ว่ามี 3 กลุ่ม คือ

1.กลุ่มสร้างสรรค์ เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่เป็นโรคทำให้เกิดโรคมีประมาณ 10 %

2. กลุ่มทำลาย เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่เป็นโทษ ทำให้เกิดโรคมี ประมาณ 10%

3.กลุ่มกลางมีประมาณ 80 % จุลินทรีย์กลุ่มนี้หากกลุ่มใดมีจำนวนมากกว่า กลุ่มนี้จะสนับสนุนหรือร่วมด้วย

ดังนั้น การเพิ่มจุลินทรีย์ที่มีคุณภาพลงในดินก็เพื่อให้กลุ่มสร้างสรรค์มีจำนวน มากกว่า ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้จะช่วยปรับปรุงโคลงสร้างของดินให้กลับมีพลังขึ้นมา อีก หลังจากที่ถูกทำลาย

คุณประโยชน์ของ EM ที่กล่าวมานี้ได้เป็นที่รู้จักกันในแพร่หลายทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศค่ะ

1.ด้านระบบในการกำจัดน้ำเสีย ในบริเวณบ้าน ในโรงงานอุตสาหกรรม และชุมชนต่าง ๆ คู คลอง หนองบึง

2.กำจัดกลิ่นจากกองขยะ การเลี้ยงสัตว์ โรงงานอุตสาหกรรมและชุมชนต่าง ๆ

3.ปรับสภาพของเสียจากครัวเรือนให้เป็นประโยชน์ ต่อสัตว์เลี้ยง และการเพาะปลูก

4.กำจัดขยะด้วยการย่อยสลายให้มีจำนวนที่ลดน้อยลงนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น ได้

5..ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าทำให้การใช้ไฟฟ้าลดน้อยลง

6.ใช้ล้างผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ได้ และสามารถล้างเนื้อสัตว์ที่มีกลิ่นเหม็นให้ดีได้

7.ใส่กระบอกฉีดน้ำ ฉีดในห้องในที่ทำงานได้แทนการใช้สารเคมีที่มีราคาแพง ช่วยปรับสภาพอากาศเสียให้สะอาดขึ้นและลดเชื้อแบคทีเรียได้ดี

8.ใช้อาบน้ำสุนัขได้ดีไม่มี เห็บ หมัด และกลิ่นสุนัขไม่เหม็นสาบ และสามารถใส่ผสมกับน้ำให้สุนัขกินได้มูลสุนัขจะไม่มีกลิ่นเหม็น และทำให้สุนัข เจริญอาหาร

9.ใช้ทำเป็นน้ำยาผสมล้างจาน ชามได้ดี

10.ใช้ทำความสะอาดถูบ้านได้

11.ใช้ลาดในห้องน้ำ ตามท่อระบายน้ำ ห้องส้วมจะไม่มีกลิ่นเหม็น และไม่ทำให้ห้องส้วมอุดตัน บ่อเกรอะ ส้วม ห้องน้ำ ตามบ้านที่อยู่อาศัย คอนโดมิเนี่ยม โรงพยาบาล โรงแรม จากตลาดสด ร้านอาหาร

12.ใช้EMผสมกับ แฟ๊บ น้ำยาซักผ้าเพื่อทำให้เสื้อผ้านิ่มรีดผ้าได้ง่ายขึ้น

13.ใช้ EM ล้างทำความสะอาดตู้เย็น แทน แฟ๊บ และน้ำยาล้างจาน

14.ใช้ล้างรถยนตร์ได้ ไม่ทำให้สีของรถเสียหาย ช่วยดักฝุ่นละอองที่มาเกาะรถได้ดี และ

เช็ดที่เบาะในข้างในรถได้ดีด้วย

15.ใช้ทำความสะอาดแผลสดได้ดี นำEMสดทาบริเวณที่เป็นบาดแผล เวลาโดนของมีคมบาด เช่น มีด

16.หรือโดนน้ำร้อนลวก แผลไฟไหม้ ทำ EM สด ได้จะทำให้แผลเย็น แล้วไปพบแพทย์

17.ทาEM สด ในกรณี โดนยุงกัด รักษาอาการคัน ผื่น ผด ลมพิษ ขึ้นตามผิวหนัง เพราะทาบริเวณ แขน หรือตามผิวหนังจะทำให้เย็น และหายคันได้ ผื่นก็จะหายไป

18.ใช้สระผมหมักก่อนสระผม จะทำให้ผมนิ่มสลวย และไม่มีรังแค

19.ใช้เช็ดหน้าล้างเครื่องสำอางให้สะอาด แทนการใช้สารเคมี

20.ประหยัดค่าใช้จ่าย - ลดต้นทุนการผลิต -เพิ่มรายได้

21.บำบัดน้ำเสีย กำจัดคราบไขมัน กำจัดขี้เลนก้นบ่อ เพิ่มอ๊อกซิเจนในน้ำ

22.ช่วยให้สัตว์น้ำที่เลี้ยงในบ่อแข็งแรง

23.ย่อยสลายกากของเสีย ที่เป็นอินทรีย์ในบ่อเกาะ-บ่อบำบัดน้ำเสีย อย่างได้ผล

24.ปลอดภัยต่อชีวิต และลดสภาวะโลกร้อนด้วยค่ะ

25.วิธีการใช้จุลินทรีย์ กำจัดกลิ่นเน่าเสีย กลิ่นเหม็น กลิ่นคาว กลิ่นสาบ ฯลฯ จากสิ่งปฏิกูลต่างๆ

คุณสมบัติพิเศษของน้ำจุลินทรีย์

1. ใช้ล้างห้องน้ำ – ห้องครัว

2. ดับกลิ่นห้องน้ำ – ราดโถปัสสาวะขจัดคราบ

3. ราดโถส้วมทำให้ไม่เต็มเร็ว ประหยัดค่าดูดส้วมอย่างเห็นได้ชัด

4. ราดที่อ่างล้างหน้า- ล้างจาน บริเวณที่เตรียมอาหารจะช่วยไล่แมลงวัน แมลงสาปและหนู

5. ราดท่อน้ำร่องน้ำช่วยลดการอุดตัน ช่วยกำจัดกลิ่นในท่อน้ำทิ้ง

6. ผสมน้ำรดน้ำต้นไม้ ช่วยบำรุงดิน เพิ่มจุลินทรีย์ในดิน

7. ผสมน้ำอาบน้ำสัตว์เลี้ยงในน้ำสุดท้ายช่วยลดกลิ่นสาปอันเนื่องมาจากไขมันใต ้ขุมขน (สุนัขขี้เรื้อน อาบแล้วขนจะขึ้น) ทำให้แมลงวันไม่มารบกวนสัตว์เลี้ยง

8. สเปรย์เข้าในบ่อเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง จะช่วยปรับสภาพน้ำไม่เน่าเสีย สัตว์น้ำจะแข็งแรงไม่มีโรค

9. ใช้ทาหน้ายางพาราหลังกรีดยาง จะช่วยให้หน้ายางขึ้นมาเรียบเสมอและผิวนิ่ม เพราะจุลินทรีย์จะช่วยป้องกันเชื้อราได้

10. ตัดวงจรชีวิตของแมลงวัน (ทำให้แมลงวันเป็นหมัน)

11. ใช้ล้างเนื้อสัตว์ที่มีกลิ่นคาวก่อนการประกอบอาหาร

ประโยชน์โดยทั่วไปของจุลินทรีย์

ด้านการเกษตร

12. ช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่าง ในดินและน้ำ

13. ช่วยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุ ให้เป็นอาหารแก่พืช พืชจะสามารถดูดซึมไปใช้ได้เลย โดยไม่สูญเสียพลังงานมาก

14. ช่วยปรับสภาพดินให้ร่วนซุย อุ้มน้ำและให้อากาศผ่านได้อย่างเหมาะสม

15. ช่วยแก้ปัญหาจากแมลงศัตรูพืช และโรคระบาดต่าง ๆ

16 ช่วยสร้างฮอร์โมนแก่พืช เพื่อให้ผลผลิตสูงและคุณภาพดีขึ้น

17. ช่วยให้ผลผลิตคงทน สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานมีประโยชน์ต่อการขนส่งไกล ๆ เช่น ส่งออกต่างประเทศ

18. ช่วยให้ระบบนิเวศวิทยา หรือวงจรธรรมชาติ กลับคืนมา

ด้านปศุสัตว์

19. ช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นจากฟาร์มปศุสัตว์ เช่น ไก่ และ สุกร

20. ช่วยบำบัดน้ำเสียจากฟาร์มปศุสัตว์

21.ช่วยป้องกันโรคระบาดต่าง ๆ ในสัตว์ แทนยาปฏิชีวนะและอื่น ๆ ได้

22. ช่วยกำจัดแมลงวันด้วยการตัดวงจรชีวิตของหนอนแมลงวันไม่ให้เข้าดักแด้เกิดเ ป็นแมลงวัน

23.ช่วยเสริมสุขภาพสัตว์เลี้ยง ทำให้สัตว์แข็งแรง มีความต้านทานต่อโรค ให้ผลผลิตสูงและอัตราการตายต่ำ

ด้านการประมง

24. ช่วยควบคุมคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำได้

25.ช่วยแก้ปัญหาโรคพยาธิในน้ำซึ่งเป็นอันตรายต่อ กุ้ง ปลา หรือสัตว์น้ำอื่น ๆ ที่เลี้ยงได้

26. ช่วยลดปริมาณขี้เลนในบ่อ เลนไม่เน่าเหม็น สามารถนำไปผสมเป็นปุ๋ยหมักใช้กับพืชต่าง ๆ ได้ดี

ด้านสิ่งแวดล้อม

27. ช่วยบำบัดน้ำเสียจากการเกษตร การปศุสัตว์ การประมง โรงงานอุตสาหกรรม ชุมชมและสถานประกอบการ ทั่วไป

28 ช่วยกำจัดกลิ่นขยะ ฟาร์มปศุสัตว์ โรงงานอุตสาหกรรมและชุมชนต่าง ๆ

29. ปรับสภาพของเสีย เช่น เศษอาหารจากครัวเรือนให้เป็นประโยชน์ต่อการเลี้ยงสัตว์ และการเพาะปลูก

30. กำจัดขยะด้วยการย่อยสลายให้มีจำนวนน้อยลง และสามารถนำไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ ได้

31. ช่วยปรับสภาพอากาศที่เสียให้สดใส และมีสภาพดีขึ้น

----หากทุกครัวเรือน ทุกสถานประกอบการ เช่น ร้านอาหาร หอพัก ภัตตาคารต่าง ๆ ใช้น้ำจุลินทรีย์นี้แทนเคมี ก็จะช่วยการบำบัดน้ำเน่าเสียได้

จุลินทรีย์ดับกลิ่นสุนัข-แมวและสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ

น้ำจุลินทรีย์ สามารถนำไปประยุกต์ในการดับกลิ่นสัตว์เลี้ยงได้หลากหลาย เช่น ดับกลิ่นสาบ กลิ่นคาวของสุนัขและแมว และสัตว์เลี้ยงอื่นๆ

EM จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ

EM กลุ่มจุลลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพและให้ประโยชน์ในทางเกษตรกรรม โดยกลุ่มจุลินทรีย์ที่ได้รับคัด และเลือกสรรเป็นอย่างดีจากธรรมชาติที่มัประโยชน์ต่อพืช สัตว์ และสิ่งแวดล้อมมารวมกัน

คุณประโยชน์ของ EM ที่กล่าวมานี้ได้เป็นที่รู้จักกันในแพร่หลายทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศค่ะ

ราคา ของ จุลินทรีย์ EM

EM ขวดใหญ่ 10 ลิตร ราคา 850 บาท

EM ขวด 1 ลิตร 90บาท

กากน้ำตาล 10 ลิตร 300 บาท

กากน้ำตาล 1 ลิตร 30 บาท

โบกาฉิ (ปุ๋ย) 1 กระสอบ 50 โล 750 บาท

โบกาฉิ (ปุ๋ย) ถุงละ 5 โล 75 บาท

ดังโงะ (EM BALL ) จุลินทรีย์ EM แบบก้อน บำบัดน้ำเสีย @ ลูกละ 10 บาท

T. โทร เกล้า 0863007935 0863708012 081-5609691

ปัจจุบัน EM ได้รับความนิยมขยายไปทั่วโลก เนื่องจากเป็นจุลินทรีย์ที่ไม่มีพิษภัย มีแต่ประโยชน์ถ้าสามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง และมุ่งเน้นการไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมทำให้การขยายการใช้ EM ไปสู่เกษตรกรและ

-องค์กรทั่วโลกกว่า 30 ประเทศ อาทิ Internationnal Nature Farming Reserch Center Movement (INFRC) JAPAN, EM Research Organization (EMRO) JAPAN, International Federation of Agriculture Moverment (IFOAM) GERMANY เป็นต้น และ California Certified Organics Farmers ประเทศสหรับอเมริกา ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเกษตรธรรมชาติ ได้ให้คำรับรองเมื่อ ค.ศ. 1993 ว่า เป็นวัสดุประเภทจุลินทรีย์ (Microbial Innoculant) ที่ปลอดภัยและได้ผลจริง 100%

ศาสตราจารย์ ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ ผู้ค้นพบและพัฒนา EM ได้ก่อตั้ง บริษัท เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2553 เพื่อพัฒนาประเทศไทย และประเทศในแถบเอเชียโดยการใช้ EM เทคโนโลยี

วัตถุประสงค์ในการดำเนินงาน มีดังต่อไปนี้

•ส่งเสริมและพัฒนาเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนโครงการเศรษฐกิจพอเพียงทั่วประเทศไทย

•เพื่อช่วยเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิต

•สนับสนุนเกษตรอินทรีย์และลดการใช้สารเคมี

•ผลิตอาหารปลอดภัยเพื่อสุขภาพของผู้บริโภค และมุ่งสู่ครัวโลก

EM คืออะไร

.

EM ย่อมาจากคำว่า Effective Microorganisms ซึ่งมีความหมายว่า กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ มีลักษณะเป็นของเหลว สีน้ำตาล กลิ่นหวานอมเปรี้ยว คุณสมบัติบางประการและการเก็บรักษา

1.EM เป็นสิ่งมีชีวิต ต้องเก็บไว้ในที่ร่ม อุณหภูมิปกติ ไม่ร้อนจัดหรือเย็นจัด ประมาณ 20 – 45 องศาเซลเซียส หากไม่ได้เปิดใช้เก็บไว้ได้นาน 1 ปี

2.EM ไม่ใช่ปุ๋ย แต่เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่อยู่ในสภาพพัก การนำไปใช้หากเปิดใช้แล้วให้รีบปิด เก็บไว้ได้นาน 6 เดือน

ผู้ค้นพบและพัฒนา EM

.

ค้นพบโดย ศาสตราจารย์ ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ แห่งมหาวิทยาลัยริวกิว โอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น (ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ประธานสถาบัน EM เทคโนโลยีนานาชาติ มหาวิทยาลัยเมโอ โอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งได้ทำการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง ระหว่าง พ.ศ. 2510 - 2525 ได้พบความจริงเกี่ยวกับจุลินทรีย์ในธรรมชาติ และได้คัดสรรเอาเฉพาะจุลินทรีย์กลุ่มดีที่มีประโยชน์มาเลี้ยงรวมด้วยเทคนิ คพิเศษ

ปรัชญาของศ.ดร.เทรุโอะ ฮิหงะ

ดร.ฮิหงะคาดการณ์ว่าการผลิตอาหารให้พอเพียง กับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น อีกหมื่นล้านคนสามารถทำได้โดยใช้อีเอ็ม เทคโนโลยี เป็นพื้นฐานของทุกประเทศในโลกใบนี้ อันที่จริงมีรายงานมามากมายเกี่ยวกับการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่เพิ่มขึ้นหลาย เท่าอย่างไม่เคยมีมาก่อนด้วยการใช้อีเอ็ม ท่านยืนยันว่าสามารถทำให้ทะเลทรายเป็นสีเขียวได้ด้วยการใช้อีเอ็ม ทฤษฎีของท่านได้สิ้นสุดลงแล้วโดยมีกรณีตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ เกี่ยวกับทะเลทรายสีเขียวที่ประเทศอียิปต์และประเทศซาอุดิอาเรเบีย

ความเชื่อพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในปรัชญาของดร.ฮิหงะ คือการสร้างสังคมที่มีพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันและมีความมั่งคั่งเหมือนกั น ความเชื่อมั่นมากเกินไป ในหลักการที่มีแต่การแข่งขัน ส่งผลให้เกิดปัญหาที่รุนแรงเช่นอากาศเป็นพิษ การขาดอาหาร ดร.ฮิหงะยืนยันว่าเราเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานของสังคมที่เกี่ยวกับการแข่ง ขัน ตามด้วยการอยู่ร่วมกัน และการมีความมั่งคั่งเหมือนกันจะแก้ปัญหาเหล่านั้นได้ การใช้อีเอ็มในการเกษตรจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม จะช่วยในการผลิตอาหารที่ปลอดภัย มีคุณภาพสูง ต้นทุนต่ำ และการศึกษาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ต่างๆจะช่วยแก้ปัญหามลภาวะของสิ่งแวดล้อมได้โดยการใช้อีเอ็ม หมายถึงการใช้ระบบหมุนเวียนในพื้นที่ใหญ่ๆ จะเป็นการช่วยรักษาสุขภาพของมนุษย์ด้วย ดร.ฮิหงะเชื่อว่าความคิดเชื่อมโยงในทางบวกของท่าน จะเป็นกุญแจดอกสำคัญในการแก้ปัญหาการผลิตอาหารให้พอเพียง การรักษาสิ่งแวดล้อม การดูแลสุขภาพ และการผลิตพลังงานเพื่อการก่อตั้งโลกที่มีแต่ความสงบสุข

.

จุลินทรีย์ใน EM

.คำว่า จุลินทรีย์หรือแบคทีเรีย บางคนอาจเข้าใจว่าเป็นเชื้อโรคที่เป็นอันตราย อย่างไรก็ตามจุลินทรีย์ที่ใช้ในการผลิต EM (จุลินทรีย์ผลิตกรดแลคติก ยีสต์ และจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง) ผลิตจากจุลินทรีย์ธรรมชาติ ไม่มีจุลินทรีย์ก่อโรค ไม่มีสารเคมีสังเคราะห์ และไม่ใช่การตัดต่อยีนส์ (GMOs) ซึ่งเป็นโทษต่อมนุษย์ สัตว์และพืช EM ประกอบด้วยจุลินทรีย์ที่ปลอดภัยซึ่งใช้กันมาก่อนในสมัยโบราณจะโดยตั้งใจหร ือไม่ตั้งใจก็ตาม จุลินทรีย์ใน EM มี 3 กลุ่ม ดังต่อไปนี้

1. จุลินทรีย์ผลิตกรดแลกติก

เป็นจุลินทรีย์ที่จัดอยู่ในพวกแบคทีเรียที่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นกรด แลคติกได้โดยผ่านกระบวนการหมัก ซึ่งกรดแลกติกสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรคบางชนิด และจุลินทรีย์อื่น ๆ ได้ เนื่องจากมี pH ที่ต่ำ เป็นที่รู้กันอย่างกว้างขวางว่ามีการนำเอาจุลินทรีย์ผลิตกรดแลคติกไปใช้ใน การหมักอาหารหลายชนิด เช่น เนยแข็ง โยเกิร์ต และสามารถเก็บไว้ได้นาน ตั้งแต่หลุยส์ ปาสเตอร์ ได้ค้นพบจุลินทรีย์ผลิตกรดแลคติกในปี พ.ศ.2400 ทำให้รู้ถึงประโยชน์ของมันที่เกี่ยวกับสุขภาพและการมีอายุยืนยาว เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีงานวิจัยที่พบว่า นอกจากมันจะอยู่ที่ลำไส้เล็กของคนแล้วมันยังเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภูมิต้า นทาน มีคุณสมบัติในการต่อต้านการสูญเสียโปรตีนในเลือด ต่อต้านการกลายพันธ์ โคเลสเตอรอลในเลือดต่ำ และการมีความดันโลหิตต่ำ

2. ยีสต์

เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นตัวตั้งต้นในการหมัก ยีสต์เป็นจุลินทรีย์ที่ใช้ในการหมักเบียร์หรือแอลกอฮอล์ และใช้ในการทำขนมปัง ยีสต์ค้นพบโดยพ่อค้าชาวดัทช์ ชื่อ แอนโทนี แวน ลีเวนฮุค (ในปี พ.ศ.2175 -2266) ซึ่งเป็นผู้ค้นพบเป็นคนแรกในโลกเรื่องจุลินทรีย์ ยีสต์ถูกจำแนกเป็นสัตว์เซลเดียว ซึ่งแตกต่างจากเชื้อราเพราะมันจะอยู่เป็นเซลเดียวไปตลอดชีวิต ในโลกของจุลินทรีย์จะมีกลุ่มจุลินทรีย์กลุ่มเล็ก ๆ ที่มีความจำเป็นต่อชีวิตมนุษย์ ยีสต์จะมีอยู่มากในสิ่งแวดล้อมที่มีน้ำตาลมาก เช่น น้ำหวานจากเกสรดอกไม้ ตามผิวของผลไม้ ใน EM ยีสต์ผลิตจะสารชีวพันธ์ต่าง ๆ หรือสารที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต เช่น กรดอะมิโน และแป้ง

3. จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

โฟโต้ทรอปฟิคแบคทีเรีย (เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง) เป็นแบคทีเรียโบราณที่เกิดมาก่อนการเกิดดาวเคราะห์โลกที่มีออกซิเจนหนาแน่ นอย่างเช่นในปัจจุบัน จากชื่อของมันบ่งบอกให้รู้ว่ามันใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ในการย่อยสลายสาร อินทรีย์และอนินทรีย์ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมีอยู่ตามนาข้าว ทะเลสาบ และทุกหนทุกแห่งบนโลกนี้ ในทางปฏิบัติจะพบจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพนี้ตามทุ่งนาเพราะมันย่อยสลาย อินทรียวัตถุได้ดี ทั้งในการบำบัดน้ำเสียมีงานวิจัยที่รายงานเกี่ยวกับประสิทธิภาพของจุลินทร ีย์นี้ ส่วนที่ใช้ในการเกษตร การเลี้ยงสัตว์น้ำ และการเลี้ยงสัตว์ทั่วไป ภายใต้สภาพที่มีการผลิตไฮโดรเจนมันสามารถย่อยสลายสารต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงร่วมอยู่ในระบบย่อยต่าง ๆ และเป็นจุลินทรีย์หลักในวัฏจักรไนโตรเจนและวัฏจักรคาร์บอน เนื่องจากเป็นจุลินทรีย์หลักในวัฏจักรต่าง ๆ มันจึงทำงานร่วมกับจุลินทรีย์ใน EM ได้ ดังนั้นจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจึงเป็นจุลินทรีย์ที่สำคัญใน EM

วิธีทำ EM ขยาย

.

เป็นการปลุกจุลินทรีย์ที่อยู่ในสภาพพักให้ตื่นขึ้นโดยการให้อาหารทำให้เพิ ่มจำนวนเซลล์มากขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและเป็นการประหยัดค่า ใช้จ่าย

ส่วนผสม

1.EM หัวเชื้อ 1 ส่วน

2.กากน้ำตาล 1 ส่วน

3.น้ำสะอาด 20 ส่วน

* ส่วน ยึดตามภาชนะที่ใช้ตวงตามความเหมาะสม

วิธีทำ

1.กรณีใช้ภาชนะหมัก ขนาด 1 ลิตร ใส่น้ำสะอาดครึ่งลิตร

2.เติม EM กับกากน้ำตาล เขย่าหรือคนให้ละลายเข้ากัน

3.เติมน้ำสะอาดให้เต็ม ปิดฝาให้แน่น

4.หมักไว้ 7 วัน แล้วนำไปใช้ได้ ควรใช้ให้หมดภายใน 7 วัน

* น้ำต้องสะอาด เช่น น้ำฝน น้ำบ่อ หากเป็นน้ำประปาต้องใส่ภาชนะเปิดฝาไว้ประมาณ 1 วัน เพื่อให้คลอรีนระเหย

* ภาชนะที่ใช้ในการหมักควรเป็นพลาสติก มีฝาเกลียวปิดสนิท เนื่องจากจะเกิดแรงดันในระยะหมัก หากภาชนะไม่มีฝาปิดควรใช้พลาสติกคลุมแล้วใช้ยางรัดให้แน่น

* คำว่า “ฝา” หมายถึง ฝาแกลลอน EM ขนาด 1 ลิตร ปริมาณ 10 มิลลิลิตรต่อฝา

* ถ้ามีกลิ่นเน่าเหม็นให้นำไปเททิ้งลงในโถส้วม

.

วิธีทำ EM หมักน้ำซาวข้าว

.

น้ำซาวข้าวโดยทั่วไปผู้คนมักจะเททิ้งลงร่องน้ำโดยไม่รู้ว่าร่องน้ำเสียนั้ นมีจุลินทรีย์อยู่มากมาย เมื่อเทน้ำซาวข้าวลงไปจึงเป็นเหตุทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น แต่ถ้านำน้ำซาวข้าวมาหมักด้วย EM ก่อนจะสามารถนำไปใช้ได้สารพัดประโยชน์

ส่วนผสม

1.น้ำซาวข้าว 1 – 2 ลิตร

2.EM 10 มิลลิลิตร หรือ 1 ช้อนแกง

3.กากน้ำตาล 10 มิลลิลิตร หรือ 1 ช้อนแกง

วิธีทำ

1.กรณีใช้ภาชนะหมัก ขนาด 1 ลิตร ใส่น้ำซาวข้าวครึ่งลิตร

2.เติม EM กับกากน้ำตาล เขย่าหรือคนให้ละลายเข้ากัน

3.เติมน้ำสะอาดให้เต็ม ปิดฝาให้แน่น

4.หมักไว้ 7 วัน แล้วนำไปใช้ได้ ควรใช้ให้หมดภายใน 7 วัน

วิธีทำ โบกาฉิ

.

โบกาฉิ หมายถึง วิธีการนำอินทรียวัตถุมาหมักกับ EM แบบไร้อากาศ โดยใช้วัสดุได้หลากหลายตามจุดประสงค์ที่ต้องการนำไปใช้งาน เช่น ใช้ทำปุ๋ย ใช้ผสมอาหารสัตว์ ใช้หมักเศษอาหาร ฯลฯ

ตัวอย่างโบกาฉิใช้ทำปุ๋ย

ส่วนผสมส่วนที่ 1

1.มูลสัตว์แห้ง 1 ส่วน

2.แกลบ 1 ส่วน

3.รำละเอียด 1 ส่วน

* ใช้อินทรียวัตถุที่มีอยู่ในท้องถิ่นได้ ในอัตราส่วน สัตว์กับพืช 1 : 1 - 1 : 3

ส่วนที่ 2

1.EM 10 ช้อนแกง

2.กากน้ำตาล 10 ช้อนแกง

3.น้ำสะอาด 10 ลิตร

วิธีทำ

1.ผสมมูลสัตว์ กับแกลบ แล้วรดด้วยส่วนผสมที่ 2 คลุกเคล้าให้เข้ากัน

2.นำรำละเอียดมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน วัดความชื้นประมาณ 30 - 40% (ใช้มือกำส่วนผสมบีบแน่น แบมือออกจะเป็นก้อนพอดี)

3.นำไปหมัก

วิธีหมัก มีหลายวิธี เช่น

1.บรรจุถุงปุ๋ย 3/4 ถุง มัดปากถุงแน่น วางราบบนไม้รอง หมักไว้ไม่น้อยกว่า 7 วันจนแห้งสนิท นำไปใช้ได้

2.บรรจุถัง อัดแน่นจนเต็มถัง ปิดแน่น หมักไว้ 10 – 15 วัน นำไปใช้ได้

bokashi product

โบกาฉิ( ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ) ตราโตตโต

วิธีทำ EM ball (ดังโงะ)

.

เพื่อการบำบัดน้ำเสียในแหล่งน้ำที่มีโคลนตะกอน หรือน้ำไหล หรือน้ำลึก ให้ได้ผลดีกว่าการใช้ EM ขยาย หรือจะใช้ทั้ง EM ball และ EM ขยาย ร่วมกันก็จะได้ผลดียิ่งขึ้น

ส่วนผสม ส่วนที่ 1

1.รำละเอียด 1 ส่วน

2.แกลบป่น หรือ รำหยาบ 1 ส่วน

3.ดินทราย 1 ส่วน

* ใช้ โบกาฉิ แทนส่วนที่ 1 หรือใช้โคลนตะกอน แทนดินทรายได้

ส่วนที่ 2

1.EM 10 ช้อนแกง

2.กากน้ำตาล 10 ช้อนแกง

3.น้ำสะอาด 10 ลิตร

* ใช้ EM ขยาย หรือ EM หมักน้ำซาวข้าว หรือ EM5 ผสมร่วมกันหรือใช้แทน EM กับกากน้ำตาลได้

วิธีทำ

1.ผสมส่วนที่ 1 แล้วรดด้วยส่วนที่ 2 คลุกเคล้าให้เข้ากัน

2.วัดความชื้นพอเหมาะ ปั้นเป็นก้อนกลม หรือดัดแปรงได้ตามต้องการ

3.นำไปวางไว้ในที่ร่มจนแห้งสนิท แล้วนำไปใช้

วิธีทำ สารสกัดพืชหมัก (EM F.P.E.)

.

สารสกัดพืชหมัก (EM Fermented Plant Extract) มีคุณภาพเป็นปุ๋ย ฮอร์โมน และสร้างภูมิต้านทานโรค เป็นการนำยอดพืชที่แมลงไม่ชอบ โดยเก็บก่อนถูกแสงอาทิตย์ หรือเป็นพืชอื่น ๆ ที่ยังอ่อนอยู่ เช่น หญ้า หน่อไม้ ผลไม้ พืชสมุนไพร หรือพืชที่มีประโยชน์ให้ได้หลากหลายชนิด นำมาหมักใช้ประโยชน์แทน EM5 ได้

ส่วนผสม

1.ยอดพืชหลากหลายชนิด ประมาณครึ่งถังหมัก

2.น้ำสะอาด ประมาณ 10 ลิตร (ท่วมยอดพืชพอดี)

3.EM 1 % ของน้ำ ประมาณ 100 มิลลิลิตร (10 ช้อนแกง หรือ 10 ฝา EM)

4.กากน้ำตาล 3% ของน้ำ ประมาณ 300 มิลลิลิตร (10 ช้อนแกง)

วิธีทำ

1.สับ หรือหั่นยอดพืช ใส่ภาชนะหมักขนาด 10 ลิตร

2.ผสม EM กับกากน้ำตาล และน้ำสะอาดคนให้ละลายเข้ากัน เทลงถังผสมกับยอดพืชคนให้เข้ากันแล้วปิด

* ถ้ามีน้ำทะเลเติม 100 มิลลิลิตร (10 ช้อนแกง) หากไม่มีเติมเกลือแกง 1 ช้อนแกง ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการหมัก

3.หมักไว้ไม่น้อยกว่า 7 วัน ระยะหมักได้ 2 - 3 วัน เปิดฝา คนให้เข้ากัน ปิดและหมักต่อ กรองแยกน้ำและกากออกจากกัน กากนำไปฝังเป็นปุ๋ย น้ำใส่ภาชนะปิดฝาเก็บไว้ใช้

วิธีทำ EM5 หรือ สุโตจู

.

EM5 หรือสุโตจู เป็นสารป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช ฉีดพ่นเป็นประจำพืชจะสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีแมลงศัตรูพืชรบกวน

ส่วนผสม

1.EM 1 ส่วน

2.กากน้ำตาล 1 ส่วน

3.น้ำส้มสายชูกลั่น 5 % 1 ส่วน

4.เหล้า 28 - 40 ดีกรี 1 ส่วน

5.น้ำสะอาด 6 ส่วน

* ถ้าทำ ซุปเปอร์ EM5 จะไม่ใช่น้ำ ให้เพิ่มเหล้าเป็น 2 ส่วน

วิธีทำ

1.กรณีใช้ภาชนะหมักขนาด 1 ลิตร ใส่น้ำสะอาดครึ่งลิตร

2.เติม กากน้ำตาล น้ำส้มสายชู เหล้า และ EM เขย่าให้ละลายเข้ากัน

3.เติมน้ำให้เต็ม ปิดฝาให้แน่น หมักไว้ 15 วัน นำไปใช้ได้

* หลังจากเปิดใช้แล้วปิดฝาให้สนิท

วิธีทำ ฮอร์โมนผลไม้

.

เป็นฮอร์โมนธรรมชาติที่มีคุณภาพสูง สามารถเรียกราก ดอก ผลได้ดี ผลสวย รสชาติดี และมีคุณภาพเป็นปุ๋ยด้วย โดยใช้ผลไม้สีเหลือง ในส่วนผสมนี้เน้นผลไม้ที่หาได้ง่าย ราคาถูก และคุณภาพดี

ส่วนผสม

1.กล้วยน้ำว้า 2 กิโลกรัม

2.มะละกอสุก 2 กิโลกรัม

3.ฟักทองแกจัด 2 กิโลกรัม

4.น้ำสะอาด 10 ลิตร

5.EM 40 มิลลิลิตร (4 ช้อนแกง)

6.กากน้ำตาล 40 มิลลิลิตร (4 ช้อนแกง)

วิธีทำ

1.สับ หรือหั่นผลไม้ทั้งเปลือก และเมล็ดให้มีขนาดเล็ก ใส่ภาชนะหมักขนาด 10 ลิตร

2.ผสม EM กากน้ำตาล และน้ำสะอาดคนให้ละลายเข้ากัน เทลงถังผสมกับผลไม้ที่คนให้เข้ากันแล้วปิด

3.หมักไว้ไม่น้อยกว่า 7 วัน เปิดฝาออกมาจะพบไขมันสีเหลืองลอยหรือติดด้านข้างภาชนะหมัก ใช้ช้อนตักใส่ภาชนะเก็บไว้เป็นฮอร์โมนเรียกรากสำหรับกิ่งตอน กิ่งชำ กรองแยกน้ำและกากออกจากกัน กากนำไปฝังเป็นปุ๋ย น้ำใส่ภาชนะปิดฝาเก็บไว้ใช้.

พืชผัก

.

เตรียมแปลง

•ใส่โบกาฉิตารางเมตรละ 300 - 500 กรัม

•ฉีด พ่น อีเอ็ม ขยาย (1 : 100)

•คลุมดินด้วยฟางหรือหญ้าแห้งและอินทรีย์วัตถุอื่นๆ

* เพื่อหมักดินทำให้ดินอุดมสมบูรณ์

การเพาะเมล็ดและย้ายกล้า

•แช่เมล็ดในอีเอ็มขยาย 1 : 1000

•แช่ต้นกล้าในอีเอ็มขยาย 1 : 1000

* ระยะเวลาแช่เมล็ดขึ้นอยู่กับขนาดของเมล็ด

การดูแล

•ฉีด พ่น อีเอ็ม (1 : 500)ขยายอาทิตย์ละครั้ง

•รดน้ำผสมอีเอ็มขยาย 1 : 500

•ใส่โบกาฉิครั้งละ 1 - 2 กำมือต่อต้นต่อเดือน

หลังเก็บเกี่ยว

•สับต้นพืชที่ไม่ได้เก็บเกี่ยวลงในแปลง

•โรยโบกาฉิ 300 - 500 กรัมต่อตารางเมตร

•รด อีเอ็มขยาย 1 : 500 (เพื่อให้มีความชื้นเหมาะต่อการทำงานของจุลินทรีย์)

•หมักไว้ 1 สัปดาห์ก่อนย้ายกล้าหรือหว่านเมล็ด

พืชไร่

.

การเตรียมแปลง

•ใส่โบกาฉิ 100 - 200 กิโลกรัม ต่อไร่

•รดอีเอ็มขยาย 50 - 100 ลิตรต่อไร่

เตรียมเพาะเมล็ดและย้ายกล้า

•แช่เมล็ดในน้ำอีเอ็มขยาย 1 : 1000 ก่อนปลูก

•แช่ต้นกล้า กิ่งชำในอีเอ็มขยาย 1 : 1000 ก่อนปลูก

การดูแล

•พ่น อีเอ็มขยาย FPE และ EMS เดือนละ 1 - 2 ครั้ง

•ใส่โบกาฉิเพิ่ม 100 กิโลกรัมต่อไร่*

* ถ้าพืชไร่อุดมสมบูรณ์ดีก็ไม่ต้องใส่โบกาฉิเพิ่มอีก

•ฉีด พ่นฮอร์โมนก่อนเก็บเกี่ยว 1 เดือน

หลังเก็บเกี่ยว

•ใส่โบกาฉิและอีเอ็มขยายเพื่อหมักตอซังทำเป็นปุ๋ย

ไม้ผล

.

วิธีใช้

1. การใส่ปุ๋ย (อีเอ็มโบกาฉิ, ปุ๋ยคอก)

•ใส่ปุ๋ยคอกแล้วฉีดพ่นอีเอ็มขยายด้วย 1 : 100

•ใส่โบกาฉิปี

หลังเก็บเกี่ยว

•หว่านโบกาฉิ ไร่ละ 100 กิโลกรัม

•รด อีเอ็มขยาย ไร่ละ 50 ลิ

Ico48
เกล้า [IP: 171.7.92.43]
29 มกราคม 2556 20:10
#83754

การเตรียมแปลง

•ใส่โบกาฉิ 100 - 200 กิโลกรัม ต่อไร่

•รดอีเอ็มขยาย 50 - 100 ลิตรต่อไร่

เตรียมเพาะเมล็ดและย้ายกล้า

•แช่เมล็ดในน้ำอีเอ็มขยาย 1 : 1000 ก่อนปลูก

•แช่ต้นกล้า กิ่งชำในอีเอ็มขยาย 1 : 1000 ก่อนปลูก

การดูแล

•พ่น อีเอ็มขยาย FPE และ EMS เดือนละ 1 - 2 ครั้ง

•ใส่โบกาฉิเพิ่ม 100 กิโลกรัมต่อไร่

* ถ้าพืชไร่อุดมสมบูรณ์ดีก็ไม่ต้องใส่โบกาฉิเพิ่มอีก

•ฉีด พ่นฮอร์โมนก่อนเก็บเกี่ยว 1 เดือน

www.emro-asia.com

เกล้า 0815609691 0863007935

หลังเก็บเกี่ยว

•ใส่โบกาฉิและอีเอ็มขยายเพื่อหมักตอซังทำเป็นปุ๋ย

วิธีใช้

1. การใส่ปุ๋ย (อีเอ็มโบกาฉิ, ปุ๋ยคอก)

•ใส่ปุ๋ยคอกแล้วฉีดพ่นอีเอ็มขยายด้วย 1 : 100

•ใส่โบกาฉิปีละ 3 - 4 ครั้ง เพื่อปรับปุรงดินให้ผลผลิต

สูง รสชาติดี่

* ใส่ครั้งที่ 1 หลังเก็บเกี่ยว ใส่ครั้งที่ 2 หลังจากครั้งที่ 1ประมาณ 3 – 4 เดือน ใส่ครั้งที่ 3 ก่อนออกดอก ใส่ครั้งที่ 4 ระยะติดผล

•หลังตัดหญ้าแล้วฉีดพ่น อีเอ็มขยาย หรือใส่โบกาฉิเพื่อ

ทำเป็นปุ๋ยปรับปรุงดิน

2. วีธีการดูแล

•ฉีดพ่น อีเอ็มขยาย FPE และ EM5ผสม 1 : 100 – 500 เท่า

*ฉีดพ่นให้ทั่วลำต้น พื้นดิน และใต้ใบ เดือนละ 2 ครั้ง

•เพื่อปรับปรุงดินและป้องกันโรคแมลงต่างๆ

* ถ้าพืชไร่อุดมสมบูรณ์ดีก็ไม่ต้องใส่โบกาฉิเพิ่มอีก

•ฉีดพ่น อีเอ็มฮอร์โมน ผสม 1 : 500 ฉีดพ่นที่ต้น

•(เพื่อเร่งการผลิใบอ่อน การออกดอกและออกผล)

* ผสมกับอีเอ็มขยาย และ FPE ก็ได้

* เทอีเอ็มขยายไม่ต้องผสมน้ำที่ต้นไม้ปีละ 5 ลิตรต่อต้น

(เฉพาะต้นไม้ใหญ่)

..

วิธีใช้

1. การใส่ปุ๋ย (อีเอ็มโบกาฉิ, ปุ๋ยคอก)

•ใส่ปุ๋ยคอกแล้วฉีดพ่นอีเอ็มขยายด้วย 1 : 100

•ใส่โบกาฉิปีละ 3 - 4 ครั้ง เพื่อปรับปุรงดินให้ผลผลิต

สูง รสชาติดี่

* ใส่ครั้งที่ 1 หลังเก็บเกี่ยว ใส่ครั้งที่ 2 หลังจากครั้งที่ 1ประมาณ 3 – 4 เดือน ใส่ครั้งที่ 3 ก่อนออกดอก ใส่ครั้งที่ 4 ระยะติดผล

•หลังตัดหญ้าแล้วฉีดพ่น อีเอ็มขยาย หรือใส่โบกาฉิเพื่อ

ทำเป็นปุ๋ยปรับปรุงดิน

2. วีธีการดูแล

•ฉีดพ่น อีเอ็มขยาย FPE และ EM5ผสม 1 : 100 – 500 เท่า

*ฉีดพ่นให้ทั่วลำต้น พื้นดิน และใต้ใบ เดือนละ 2 ครั้ง

•เพื่อปรับปรุงดินและป้องกันโรคแมลงต่างๆ

* ถ้าพืชไร่อุดมสมบูรณ์ดีก็ไม่ต้องใส่โบกาฉิเพิ่มอีก

•ฉีดพ่น อีเอ็มฮอร์โมน ผสม 1 : 500 ฉีดพ่นที่ต้น

•(เพื่อเร่งการผลิใบอ่อน การออกดอกและออกผล)

* ผสมกับอีเอ็มขยาย และ FPE ก็ได้

* เทอีเอ็มขยายไม่ต้องผสมน้ำที่ต้นไม้ปีละ 5 ลิตรต่อต้น

(เฉพาะต้นไม้ใหญ่)

www.emro-asia.com

เกล้า 0815609691 0863007935

การเลี้ยงกุ้งดำในประเทศไทย โดยใช้ EM Technology (Black Tiger Prawn Cultivation in Thailand)

1. การเตรียมบ่อ (Pond preparation)

•วัด ph ดินก้นบ่อที่เหมาะสมประมาณ 7

•หว่านโบกาฉิ 100 กก.ต่อไร่ ฉีดพ่นอีเอ็มขยาย 40-50 ลิตรต่อไร่ (ผสมน้ำ 500 เท่า)

•ทิ้งไว้ 7 วันก่อนนำน้ำเข้าบ่อ

•ขณะที่นำน้ำเข้าบ่อ ใส่อีเอ็มขยายลงไปด้วย

2. การปล่อยลูกกุ้ง (Launching)

•ปล่อยตารางเมตรละ 25 – 30 ตัว (บางแห่งปล่อย 12 ตัวต่อตรม.เลี้ยงถึง 120 วัน)

•ปล่อยเวลาเช้าตรู่

•เปิดปากถุงแล้วลอยถุงไว้ในบ่อเพื่อให้คุ้นเคยกับอุณหภูมิของน้ำในบ่อ

•เอาน้ำในบ่อเข้าถุงแล้วเทออก

3. การให้อาหาร (Feeding)

•ระยะเดือนแรกแทบไม่ต้องให้อาหารหากมีอาหารธรรมชาติ เช่นแพลงตอน ในบ่อเพียงพอ

•ให้อาหารวันละ 4 มื้อ 1กก.ต่อกุ้ง 100,000 ตัว (เวลา 06.00น. 10.00น. 14.00น. 18.00 น.)

•ก่อนให้อาหารแต่ละมื้อคลุกด้วยอีเอ็มอัตรา 1 ลิตรต่ออาหาร 100 กก.

•ระหว่างการให้อาหารปิดเครื่องตีน้ำ 2 ชั่วโมง

4. การเช็คยอ (Feed consumption monitor)

•บ่อ 1 ไร่มี 2 ยอ

•ใส่อาหารประมาณ 1 กรัมในยอต่ออาหาร 1 กก. ระหว่างการให้อาหารเพื่อเช็คสภาพการกินอาหาร

•ทิ้งอาหารไว้ประมาณ 2 ชม.

•การเพิ่มอาหารในยอเพิ่มเดือนละ 1 กรัม

5. การดูแลรักษาสภาพน้ำ (Maintaining the quality of water)

•เปิดเครื่องตีน้ำเมื่อฟ้าปิด หรือ ฝนตก

•ปกติเปิดตอนบ่าย วันละ 3 ชั่วโมง

•ใส่อีเอ็มขยายหรือน้ำหมักทุก 7,5,3 วันเมื่อลูกกุ้งอายุ 1,2,3 เดือนตามลำดับ

•วัด pH วันละ 2 ครั้ง เช้า บ่าย ไม่ควรห่างเกิน 1 (pH ที่เหมาะประมาณ 7.2-8.2)

•เช็คตะกอนก้นบ่อหากเหม็น ใส่อีเอ็มบอล 1 ลูกต่อ น้ำ 10ลบม.

•วัดความเค็มสัปดาห์ละครั้ง (ประมาณ 10-35 ptt)

•วัด อัลคาไลนิตี้สัปดาห์ละครั้ง (120-180 ppm)

6. การจับกุ้ง (Harvest)

•จับเมื่อเลี้ยงได้ 110-115 วัน จะเลี้ยงได้ 3 ครอปต่อปี

•ขนาดประมาณ 20-22 กรัมต่อตัว 45-50 ตัวต่อกก.

•เมื่อจับมาแล้ว.ใส่ในถังน้ำแข็งทันที จะทำให้กุ้งสดได้นาน และเนื้อหวาน

•แล้วจึงล้างด้วยน้ำผสมอีเอ็มอีกครั้ง กุ้งจะไม่มีกลิ่นโคลนหรือตะกอนติดอยู่ ก่อนใส่ห้องเย็น

ผลจากการใช้อีเอ็ม (Effect of EM in shrimp cultivation)

•ประหยัด/ลดต้นทุนการผลิต ไม่ต้องจ่ายค่ายาปฏิชีวนะต่างๆ (Save)

•ผลผลิตมีคุณภาพสูง (High quality yield)

•ตะกอนถูกย่อยสลายได้ดี (Decompose sludge well)

•ลดปัญหาการติดเชื้อพาหะ (Reduce diseases and carriers)

•เลี้ยงได้อย่างยั่งยืน 3 รอบต่อปี (Sustainable cultivation, three crops per year)

•เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังช่วยพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น (Not only friendly to the environment but also develop the environment)

•เป็นกุ้งอินทรีย์ที่แท้จริง (Real organic shrimp)

•ไม่มีสารเคมีตกค้าง (No chemicals accumulation)

•อัตรารอดสูง (High survival rate)

•สามารถส่งออกได้ (Could be exported) ไม่ถูกกีดกันทางการค้า (AD)

อีเอ็มบอล” กับปฏิบัติการ “จิตอาสาคืนชีวิตให้เจ้าพระยาจากเรือน้ำตาลล่ม”

เขียนโดย ศูนย์ข่าวเพื่อชุมชนวันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน 2011 เวลา 10:34 น.SHARE STORE:00diggsdigg เรือน้ำตาลล่ม 1 มิ.ย. สร้างผลกระทบให้ชุมชน-สัตว์น้ำ-สิ่งแวดล้อมอย่างประเมินได้ยาก ขณะที่ภาครัฐ-ทีมกู้ภัยพยายามคลี่คลายสถานการณ์ และกำลังนำไปสู่คดีฟ้องร้อง อีกด้านนักวิชาการ-ปราชญ์ชาวบ้าน-โซเชียลเน็ตเวิร์ค ได้มารวมตัวกันปฏิบัติการจิตอาสา “คืนชีวิตให้แม่น้ำเจ้าพระยา”!

จากเหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำตาลหนัก 2,400 ตัน ชนตลิ่งบริเวณหมู่ 2 ตำบลภูเขาทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผลกระทบที่เกิดขึ้นนอกจากกระแสน้ำจะเปลี่ยนทิศทางแล้ว น้ำตาลที่ละลายยังเป็นอาหารของจุลินทรีย์พันธุ์ร้ายให้มากินแล้วเจริญเติบโต อย่างรวดเร็ว จนค่าออกซิเจนในน้ำลดต่ำลงถึงระดับที่ปลาและสัตว์น้ำหลายชนิดล้มตายเป็น จำนวนมาก ซึ่งหลายหน่วยงานได้ใช้ความพยายามในการแก้ปัญหาให้สถานการณ์ดีขึ้นมาโดยตลอด

แต่น้ำตาลที่จมลงไปในน้ำกว่า 2,400 ตัน แม้จะดูดขึ้นมาได้บางส่วน แต่ส่วนที่ละลายจะทำอย่างไรกันดี?...

เราในฐานะคนไทยจำนวนหนึ่งในนามของกลุ่มอาสาสมัคร จึงขอร่วมคิดและทำด้วยกำลังน้อย แต่ขอมีส่วนร่วมแบบคนละไม้ละมือ จึงได้คิดโครงการ “คืนชีวิตให้แม่น้ำ - Save The River” เพื่อชักชวนกันคืนชีวิตให้กับแม่น้ำเจ้าพระยา

ทางหนึ่งคือการเติมออกซิเจนให้กับแม่น้ำ เราติดต่ออาจารย์มนัส หนูฉวี ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย ที่มีประสบการณ์จากการดูงานที่ญี่ปุ่นมาแล้ว 4 ครั้ง และทำจนประสบความสำเร็จในไทยมาแล้วหลายแห่งเช่น ชุมพร ทะเลสาบสงขลา ปัตตานี และที่เกาะสมุย

อาจารย์มนัส ยังได้ติดต่อเครือข่ายที่ทำงานอยู่ตามจังหวัดต่างๆ เพื่อนำ “อีเอ็มบอล” (EMBall) หรือ บอลจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียมาร่วมโครง การ โดยมาจากอาจารย์เฉลียว ปานเนียม ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ หนองหญ้าไซ จำนวน 1 ตันหรือ 5,000 ลูก และจากชุมพรกับเกาะสมุยอีก 4 ตัน

ด้วยประสบการณ์จากอาจารย์มนัส และ อาจารย์เฉลียว เคยเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ในการบำบัดน้ำเสียหลายจังหวัดในประเทศไทยเองและที่ญี่ปุ่น จากผลงานที่ประสบความสำเร็จจริงมาแล้วหลายแห่ง โดยเฉพาะที่เกาะพิทักษ์ จังหวัดชุมพร ที่สามารถพลิกฟื้นท้องทะเลที่เน่าเสียจนกลับมาให้น้ำใสและมีปลาตลอดจนสัตว์ น้ำ กลับมาอาศัยได้อย่างมากมาย ส่วนจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพนี้นิยมใช้กันมากในประเทศญี่ปุ่น ทำให้แม้น้ำลำคลองใสสะอาดมาแล้วมากมาย

และถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ร่วมกับทีมอาสาดุสิต ซึ่งมีผลงานอาสาเป็นที่ประจักษ์ และทีม Kapook.com / ThaiFlood.com ซึ่งสามารถเปิดเป็นประเด็นในสื่อออนไลน์ได้อย่างกว้างขวาง และเชิญชวนให้เกิดแนวร่วมมาสร้างสรรค์กันให้มากยิ่งขึ้น

พวกเราได้ดำเนินการชักชวนเพื่อนๆในโซเชียลเน็ตเวิร์คให้ออกไปโยนลูกโบกาฉิ (EM Ball) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์พันธุ์พิเศษสำหรับแก้น้ำเสีย หวังว่าจะช่วยให้สถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยาเน่าเสียจากการที่เรือบรรทุกน้ำตาลล่มที่อยุธยาดีขึ้นบ้าง

กำหนดการโยนบอลบำบัดน้ำเสีย ครั้งแรกเริ่มขึ้นในเช้าวันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน 2554 เวลา 10.30 น. โดยได้โยนไปแล้ว 1 ตัน ที่โค้งน้ำหน้าวัดไก่เตี้ย ก่อนถึงคลองประปา 500 เมตร และในเช้าวันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน 2554 เวลา 11.30 น. ได้โยนลงไปที่จุดที่เรือจม ห่างออกไปทางต้นน้ำราว 100 เมตร จำนวน 1.5 ตัน และเทหัวเชื้อจุลินทรีย์ลงไปด้วย

“โครงการคืนชีวิตให้แม่น้ำ” ขอตั้งเป้าหมาย “คืนออกซิเจนให้ธรรมชาติด้วยการเติมจุลินทรีย์บอลลงในแม่น้ำ 240 ตัน เพื่อให้กินเกือบ 2,400 ตันที่ละลายในน้ำ” เพื่อปลดปล่อยอ็อกซิเจนและปรับสภาพน้ำให้ดีขึ้นจนปลาและสัตว์น้ำเจ้าพระยาได้ผ่านพ้นประสบการณ์อันเลวร้าย

แต่ทั้งนี้ การบรรลุเป้าหมายนี้จะต้องได้รับความร่วมมืออย่างกว้างขวางจากผู้มีจิตอาสา ทั่วประเทศ, CSR ภาคเอกชน, การช่วยเหลือจากภาครัฐโดยเฉพาะกำลังพลและพี่ๆสื่อมวลชนทุกท่านที่จะช่วยขยาย เรื่องนี้ออกไปให้เป็นประเด็นสาธารณะ

www.emro-asia.com

เกล้า 0815609691 0863007935

Ico48
ญาณิศา [IP: 124.121.247.18]
14 สิงหาคม 2557 10:13
#99473

จุลินทรีย์ Micro Active 5 คัดสายพันธ์ กำจัดกลิ่นได้ผลทันที

- ดับกลิ่นเน่าเหม็น กับ ขยะมูลฝอย ซากพืช ซากสัตว์ กำจัดกลิ่นมูลสัตว์

- ขจัดกลิ่นเหม็นในห้องน้ำ บ่อเกรอะ บ่อบำบัดน้ำเสีย

- อาบน้ำสุนัข แมว กำจักเห็บ หมัด

- ป้องกันสุนัขและแมว ถ่ายบริเวณบ้าน

- กำจัดกลิ่นปลวก

- ซักแห้งกลิ่นอาบผ้าม่าน อบพรม บนรถ

- เช็คทำความสะอาดคราบน้ำมันบนเคื่องดูดควัน

- ล้างทำความสะอาดฟาร์มไก่ โรงหมู อาบน้ำหมู

- ใส่บ่อปลาขจัดตะใคร้น้ำ

- ป้องกันโรคขี้ขาวในบ่อกุ้ง

- กำจัดกลิ่นตัว กลิ่นปาก ( คน )

โทร 086-8891867 ญาณิศา

โฆษณา...เยอะ จริง ๆ อิอิ

Ico48
puresoulmate111 [IP: 203.144.144.162]
01 พฤศจิกายน 2557 19:13
#100513

ขายคอนโดโครงการ วิมานเล หัวหิน sea view 8ล้านบาท

รายละเอียด

- พท. 71 ตรม

- 2ห้องนอน2ห้องน้ำ

- Sea view ใกล้โรงแรมรีเจ้น

ลักษณะของ ห้อง อยู่บริเวณ TYPE A2 ตึกบีนะครับ ลักษณะเป็นห้อง mini suit

-ขายโดยเจ้าของ

- สามารถนัดวันดูที่ได้เลย

ติดต่อ ผ่านทาง email

purehistory1988@gmail.com

ติดต่อผู้ประกาศ

0888180881

sales vimanlay condominium HUAHIN sea view

8000000 bath

71 sqm

2bedrooms 2 bathrooms

type of room 2a mini suit

sea view near regent hotel huahin

sales by owner

can make appointment for seeing the place now

contract 0888180881 or purehistory1988@gmail.com

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.235.29.110
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ