นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2553
ความเห็น: 3

กระบวนทัศน์กับการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย

ตอนนี้ผมกำลังสงสัยครับว่า ผมกำลังทำงานอยู่บนกระบวนทัศน์ที่เหมาะสมหรือเปล่า

ตั้งแต่สมัยโบราณกาล การสั่งการและควบคุม [Command & Control] ได้เป็นกระบวนทัศน์ที่เกาะกุมหัวใจและสมองของนักจัดการมานับเนื่องหลายยุคหลายสมัย จนบางครั้งผมก็อดคิดไม่ได้ว่า กระบวนทัศน์เหล่านี้มันส่งผ่านหรือถ่ายทอดทาง DNA กันหรือเปล่า

 

แต่เชื่อหรือไม่ เมื่อไม่นานมานี้ กระบวนทัศน์ใหม่ทางการจัดการได้เกิดขึ้นแล้ว

 

ผมไม่แน่ใจว่ากระบวนทัศน์ทางการการจัดการได้ Shift จาก สั่งการและควบคุม [Command & Control] เป็น เรียนรู้และปรับตัว [Learn & Adapt] มานานซักเท่าไรแล้ว แต่จากหลักฐานที่ส่งผ่านความคิดและงานเขียนของ Management Guru ทั้งหลาย บอกว่า โลกมันเปลี่ยนไปแล้วโดยสิ้นเชิง  ดังนั้น กรอบคิดและวิธีการเดิมๆ ที่เคยใช้กันมานาน อาจจะใช้ไม่ได้ผลอีกแล้วในปัจจุบัน

-----------------------------------------

 

ผมเองก็ชักไม่แน่ใจแล้วเหมือนกันครับว่า ถ้าอะไร อะไรเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ แล้ว กระบวนทัศน์ของอาจารย์อย่างผมเนี้ยละ มันจะต้องเปลี่ยนไปด้วยหรือเปล่า

 

เมื่อพิจารณาจากงานหลักของอาจารย์อย่างผม --  ผมต้องสอนหนังสือนักศึกษา และแน่นอนครับว่า ผมต้องสอนหนังสือให้ดีที่สุด ให้นักศึกษาเข้าใจในสิ่งที่ผมสอนให้ได้มากที่สุด

แต่ในความเป็นจริง ถ้าผมไม่อ่านหนังสือพิมพ์หรือติดตามข่าวธุรกิจซักเดือนสองเดือน ผมก็แทบจะไม่มีวัตถุดิบอะไรไปบอกเล่านักศึกษา และบางทีนักศึกษาของผมที่มีความใฝ่รู้และติดตามข่าวสาระเป็นประจำ ก็อาจจะรู้ดีกว่าผมในบางเรื่องก็เป็นได้

 

คำถาม คือ จริงๆ แล้ว นักศึกษาของผมไม่สามารถ เข้าถึงและสังเคราะห์ ความรู้เหล่านั้นได้ด้วยตนเองหรือ และถ้าพวกเขาเหล่านั้นสามารถเข้าถึงและสังเคราะห์ ความรู้ ได้ด้วยตนเอง แล้ว  งานสอน ของผมจะเหลืออะไรทำ

-------------------------------------------

 

ผมไม่แน่ใจว่าที่ผ่านมาและปัจจบุนนี้อาจารย์อย่างผมทำงานบนกระบวนทัศน์อะไร

 

ถ้าจะให้สรุปกันดื้อๆ ผมคิดและเชื่อว่า ที่ผ่านมา  การทำงานของผมนั้น ตั้งอยู่บน กระบวนทัศน์ สั่งสอน [Teaching] ดังนั้น หน้าที่หลักของผม คือ สอนหนังสือ โดยหวังผลเอาที่ นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจในสิ่งที่ผมสอน

 

<<แต่ตอนนี้ผมกำลังสงสัยครับว่า ผมกำลังทำงานอยู่บนกระบวนทัศน์ที่เหมาะสมหรือเปล่า>>

 

ผมคิดว่า ตอนนี้ กระบวนทัศน์ สั่งสอน” [Teaching] คงจะเก่าและล้าสมัยเกินไปแล้วกับ โลกใหม่โลกที่ผู้กระหายใคร่ที่จะเรียนรู้สามารถเข้าถึงความรู้ที่ต้องการได้โดยง่ายและใช้เวลาเพียงชั่ววินาที

คำถามที่เกิดขึ้นในใจต่อมา  คือ แล้วกระบวนทัศน์ใหม่ที่เหมาะสมล่ะ ควรเป็นอย่างไร

สำหรับผม ผมคิดว่า กระบวนทัศน์ เรียนรู้ [Learning] ควรจะเข้ามาแทนที่ กระบวนทัศน์ สั่งสอน [Teaching] จาก การสอนเนื้อหาหรือองค์ความรู้ที่จำเป็น [เพื่อส่งมอบองค์ความรู้ให้กับนักศึกษา] ก็เปลี่ยนเป็น การสร้างกระบวนการเรียนรู้ [เพื่อให้นักศึกษาสามารถ เข้าถึง   ใช้   และ สร้าง ฐานความรู้ของตนเองจากแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่มากมายมหาศาล]

 

ถ้ากระบวนทัศน์นี้เป็นจริงในบริบทของการศึกษาไทย บุคลากรในสถาบันการศึกษาอย่างเราๆ จะมีทีท่าอย่างไรครับ

หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 18 พฤศจิกายน 2550 18:29 แก้ไข: 18 พฤศจิกายน 2550 18:29 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

โลกในปัจจุบันเปลี่ยนเร็วและท้าทายอย่างยิ่ง

paradigm shift ด้านการศึกษาก็คงมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนเป็น learning มากขึ้น สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ คิดว่าสิ่งใดที่นักศึกษาไม่สามารถเรียนรู้ได้จากโลก internet ซึ่งที่ผมคิดออกคือ ด้าน active learning คือการเรียนรู้ที่ต้องลงมือทำเอง team learning ที่สามารถจัดกิจกรรมได้ในมหาลัย การให้ความรู้ด้านจริยธรรม ซึ่งจำเป็นต่อสังคมอย่างยิ่งครับ 

Ico48
Kon1Kon (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
19 พฤศจิกายน 2550 13:10
#1770

จากประสบการณ์ของตัวเอง พบว่า กระบวนทัศน์ในการเป็นอาจารย์ก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นกันค่ะ  ที่กำลังมุ่งมันขับเคลื่อนอยู่ก็คือ พยายามจะสร้างให้นักศึกษาสามารถเป็น life long learner ด้วยตัวของเขาเอง .. แต่ก็แน่นอน กระบวนการเรียนรู้มันเกิดได้จากหลายวิธี  การชี้แนะ การสั่งสอน การบอกกล่าว การทำให้ดู ก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างกระบวนการเรียนรู้ได้....เท่าที่มีประสบการณ์มา  นักศึกษาของเราคุ้นกับการ "บอกให้" ซะเยอะค่ะ  พอต้องมาปรับทิศทางที่จะให้เค้าเป็น active learner พบว่า ต้องอาศัยทั้งลูกล่อลูกชน ทั้งจิตวิทยา สารพัด..

อีกส่วนหนึ่งที่เห็นด้วยกับอ.ชาคริตก็คือ การสร้างจริยธรรมให้กับนักศึกษา เพราะว่าหลายครั้ง นักศึกษามองเห็นว่าอะไรถูก  แต่ไม่กล้าเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องค่ะ..

นี่ก็เป็นเพียงแค่ทัศนะของอาจารย์ธรรมดาๆ หนึ่งคนเท่านั้นค่ะ  และเป็นอาจารย์ที่คงต้องเรียนรู้ต่อไปอีกเยอะทีเดียว..

Ico48
อุดม พานทอง [IP: 192.168.29.137]
22 พฤศจิกายน 2550 09:20
#2121

     เจอโจทย์ที่ท้าทาย   รับรู้เช่นกันค่ะ   และพยายามหาคำตอบ จากกิจกรรมวิธีการจัดการเรียนการสอน    การจัดการเรียนการสอนที่ผู้เรียนเป็นสำคัญเหมาะสมกับงานของเราหรือไม่  มากน้อยเพียงใด  เราจัดการเรียนการสอนมีเป้าหมาย  2  ชั้น  คือการพัฒนาคนสำหรับทำหน้าที่พยาบาลในขณะเดียว ผู้รับบริการคือเป้าหมายสำคัญของการดูแล     เพื่อนำไปสู่  การมีสุขภาพที่ดี  

       จากประสบการณ์พบว่าความสนุกและความสุขในการทำงานเกิดจากบรรยากาศของการทำงานร่วมกัน

หมายถึงทุกคนเห็นประโยชน์และคุณค่าของสิ่งที่ทำ

พร้อมที่จะเรียนรู้จากทุกๆคนที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ด้วย

"ทุกคนคือผู้เรียนและผู้สอน"  การเรียนรู้จากคนและประสบการณ์ของกันและกัน   เป็นการเรียนรู้แบบความร่วมมือจากการมีส่วนร่วมของทุกๆฝ่าย รวมทั้งผู้รับบริการ  เป็นการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมจากการทำงานร่วมกันค่ะ   และคิดว่าเป็นวิธีการเรียนรู้ที่เปิดรับสำหรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม และช่วยให้เข้าถึง  เข้าใจ  ความเป็นมนุษย์จากกันและกัน

มุมมองจากคนที่ยืนอยู่ ณ.จุดหนึ่งของภูเขาอีกฝั่งหนึ่งค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.236.159.130
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ