นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2778
ความเห็น: 2

ทบทวนวรรณกรรมอย่างไร ไม่ให้เชย

การเขียนการทบทวนวรรณกรรมที่ดีนั้น ต้องเขียนเป็นเรื่องราวเดียวกันทั้งหมดเหมือนการเขียนวรรณกรรมหนึ่งเรื่องโดยนำเสนอแก่นความคิดในแต่ละประเด็นให้ชัดเจน

การทบทวนวรรณกรรม (literature review) ไม่ใช่การเล่าให้ฟังว่าไปอ่านอะไรมาบ้าง แต่เป็นการเขียนใหม่จากที่อ่านมาทั้งหมด โดย วิเคราะห์ สังเคราะห์ แล้วเขียนให้เป็นเรื่องเดียวกัน

ปัญหาการเขียนทบทวนวรรณกรรมที่เจอบ่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่ทำวิจัยเป็นครั้งแรกในชีวิต คือ การ “ลอก” ซึ่งถ้าขึ้นชื่อว่า “งานวิจัย” ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยระดับใดก็ตาม ก็ไม่สามารถยอมรับการลอกได้  ผมบอกนักศึกษาเสมอว่า การทำงานวิจัยไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ด้วยการ copy & paste ทุกสิ่งที่นักศึกษาเขียนลงไปต้องเดินทางผ่าน “สมอง” ก่อนเสมอ นั่นหมายความว่า ไม่สามารถทำได้ด้วย “มือ” และการ “คลิ๊ก” เพียงอย่างเดียว เมื่อนักวิจัยอ่านงานเขียนใดๆ ต้องอ่านให้เข้าใจเนื้อหาของงานเขียนชิ้นนั้นๆ และต้องคิดเชื่อมโยงงานเขียนชิ้นดังกล่าวกับหัวข้อวิจัยของตน และเมื่ออ่านเข้าใจแล้ว ก็จะสามารถเขียนเนื้อหาดังกล่าวขึ้นใหม่จากความเข้าใจของนักวิจัยเอง

อีกเรื่องที่ปวดจี๊ดได้บ่อยๆ เช่นกัน คือ “วิธี” การเขียน “การทบทวนวรรณกรรม” ของนักศึกษา ที่มีลักษณะอย่างที่ ดร.คมสัน สุริยะ แห่งคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ว่าไว้ว่าเป็น “ขนมชั้น”

การเขียนแบบขนมชั้น เป็นการเขียน “โดยเอาย่อหน้าของคนโน้นมาต่อกับย่อหน้าของคนนี้ แล้วเขียนอ้างอิงกำกับ”  ซึ่ง คมสัน สุริยะ (2551) ได้ให้ตัวอย่างของการเขียนแบบขนมชั้น เช่น

 

ต่อไปนี้เป็นรายงานเรื่องเศรษฐศาสตร์การท่องเที่ยวซึ่งเป็นวิชาหนึ่งที่น่าสนใจ มีเนื้อหาดังต่อไปนี้

มิ่งสรรพ์ (2549) กล่าวว่า ...............................................(1 ย่อหน้า)

คมสัน (2550) อธิบายว่า .............................................. (1 ย่อหน้า)

สุเมธ (2551) รายงานว่า.................................................( 1 ย่อหน้า)

เศรษฐศาสตร์การท่องเที่ยวเป็นวิชาที่มีความสำคัญ จึงควรได้รับการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป 


คมสัน สุริยะ (2551) ได้วิจารณ์ว่า การเขียนรายงานวิจัยแบบนี้ไม่สร้างสรรค์ ไม่ได้ให้อะไรใหม่แก่สังคม และไม่ได้ทำให้ผู้ทำรายงานหรือผู้อ่านรายงานวิจัยได้ความรู้เพิ่มขึ้น ในความคิดของผมนั้น ผมคิดว่าที่จริงแล้วการเขียนแบบขนมชั้นเป็นการทำรายงานวิจัยที่ยังไม่เสร็จ (แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีได้) รายงานขนมชั้นอาจจะเรียกได้ว่า เป็น “ร่างฉบับที่ 1” ของการทบทวนวรรณกรรม ซึ่งได้ทำการรวบรวมเนื้อหาสำคัญให้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ (และจัดเรียงเป็นย่อหน้าไว้เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปใช้) แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเขียนทบทวนวรรณกรรมเท่านั้น ซึ่งเมื่อนักวิจัยได้เนื้อหาสำคัญครบถ้วนแล้ว ก็ต้องแยกแยะประเด็นและนำเสนอโดยการเขียนรายงานให้เป็น “เรื่องเดียวกัน” ตั้งแต่ต้นจนจบ

นั่นแสดงว่าใครก็ตามที่เขียนรายงานวิจัยแบบขนมชั้น แสดงว่า ยังเขียนรายงานวิจัยไม่เสร็จ

 

การเขียนการทบทวนวรรณกรรมที่ดีนั้น ต้องเขียนเป็นเรื่องราวเดียวกันทั้งหมดเหมือนการเขียนวรรณกรรมหนึ่งเรื่องโดยนำเสนอแก่นความคิดในแต่ละประเด็นให้ชัดเจน

 

นักวิจัยอาจใช้ความรู้ในการเขียนภาษาอังกฤษมาประยุกต์ โดยการเขียนทุกย่อหน้า (Paragraph) ให้มี Topic sentence ที่เขียนในลักษณะสรุปใจความของทั้งย่อหน้าและเป็นประโยคที่อธิบายความคิดหลักเพียงประโยคเดียวเท่านั้นในแต่ละย่อหน้า ก่อนที่นักวิจัยจะให้รายละเอียดและข้อความสนับสนุนด้วยการอ้างอิงเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในลักษณะนี้ คมสัน สุริยะ (2551) ให้ความเห็นว่าเป็นการเขียนงานวิจัย “ที่สร้างสรรค์กว่า” ดังตัวอย่างด้านล่างนี้
 

เศรษฐศาสตร์การท่องเที่ยวมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องถึงเรื่อง....................มีจุดเน้นอยู่ที่....................      ต่างจากเศรษฐศาสตร์เรื่องอื่นตรงที่.........................ใช้ทฤษฎีหลัก ๆ คือ .............................       มีเครื่องมือในการศึกษาคือ.........................ตัวอย่างของการศึกษา เช่น   มิ่งสรรพ์ (2549)  ซึ่งทำการศึกษาเกี่ยวกับ.................... คมสัน (2550) ซึ่งได้ประยุกต์ใช้ในการศึกษาเรื่อง................ และสุเมธ (2552) ที่ได้ขยายผลการศึกษาออกไปในเรื่อง..........  เมื่อประมวลผลงานทั้งสามเรื่องทำให้ได้เห็นว่าจุดแข็งของเศรษฐศาสตร์การ ท่องเที่ยวคือ................และจุดอ่อนของเศรษฐศาสตร์การท่องเที่ยว คือ.............. โดยสรุปแล้ว เศรษฐศาสตร์การท่องเที่ยวจึงเหมาะที่จะ ประยุกต์ใช้ในปัญหาเรื่อง...............และอาจจะยังไม่สามารถให้คำตอบที่ดี ได้ในเรื่อง............ซึ่งในจุดนี้ควรต้องได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้นต่อไป

 

การเขียนรายงานวิจัยในลักษณะนี้ไม่ได้แตกต่างกับรายงานวิจัยแบบขนมชั้นที่ปริมาณข้อมูลที่นำเสนอ แต่แตกต่างอย่างชัดเจนที่รูปแบบการนำเสนอที่แสดงให้เห็นว่าผู้เขียนมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในหัวข้อที่กำลังทำวิจัยอยู่  สามารถแยกแยะประเด็นออกมาได้ว่าอะไรเป็นอะไร ทั้งๆ ที่งานวิจัยทุกชิ้นที่นำมาอ้างอิงไม่ได้เชื่อมต่อกับสนิทเหมือน Jigsaw แต่เป็นงานวิจัยที่มีความแตกต่างในบางแง่บางมุมและเข้ากันได้ในบางแง่บางมุม ซึ่งผู้วิจัยสามารถมองเห็นความเชื่อมโยงของงานเหล่านั้น และสามารถนำองค์ความรู้เหล่านั้นมาประยุกต์ใช้กับงานวิจัยชิ้นปัจจุบันได้อย่างสร้างสรรค์ 

ปัญหาที่พบมากอีกประการหนึ่ง คือ การเขียนอ้างอิงที่ไม่ถูกต้อง เหมาะสมหรือการไม่อ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล ซึ่งทั้งสองกรณี ไม่สามารถยอมรับได้เช่นกัน ทั้งนี้เนื่องจากการเขียนงานวิชาการส่วนใหญ่จำเป็นต้องใช้แนวคิดของผู้อื่นมาเป็นข้อมูลประกอบหรือเสริมแนวคิดของนักวิจัยเพื่อให้มีน้ำหนัก ดังนั้น การแสดงการยอมรับ มารยาท และจรรยาบรรณ ในการใช้ผลงานวิชาการของผู้อื่น ในการวิจัย ต้องแสดงออกด้วยการอ้างอิงให้ถูกต้อง นอกจากนั้นแล้ว การบอกแหล่งที่มาของข้อมูลที่ผู้เขียนนำมาใช้อ้างอิงในการเขียนงานวิจัย ยังทำให้งานวิจัยมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นด้วย

อ้างอิง: คมสัน สุริยะ.(2551) โลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว. [online] www.tourismlogistics.com.

หมวดหมู่บันทึก: วิจัย - วิจัยสถาบัน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 19 พฤศจิกายน 2556 20:32 แก้ไข: 20 พฤศจิกายน 2556 11:21 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 sunkrub, และ 5 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

การทบทวนวรรณกรรมต้องทำแบบ "ข้าวยำ" ไม่ใช่ทำแบบ "ขนมชั้น" ใช่หรือเปล่าครับ

อิอิอิ

เราเอง

นึกถึงข้าวยำแล้วก็หิวขึ้นมาทุกทีครับ

น่าจะใช่นะครับ ที่การทบทวนวรรณกรรม ต้อง ทำแบบ ข้าวยำ นอกจากคัดสรรเครื่องเคียงให้ครบถ้วนแล้ว ยังต้องปรุงรสให้อร่อยน่ากินด้วย

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.232.171.18
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ