เชิญชวนร่วมเขียนเรื่องราวความสุขของท่าน ผ่าน Share.psu.ac.th โดยใส่คำสำคัญ PSU.QWL
อ่าน: 3482
ความเห็น: 1

วันนี้เสนอเรื่อง น้ำ น้ำ

โลก หาย ร้อน ด้วยมือ เรา

 

 

 

 

 

น้ำสะอาดตามปกติจะมีปริมาณออกซิเจนละลายอยู่ในน้ำปริมาณหรือค่า
DO  (DISSOLVED OXYGEN) ปริมาณ 7-8 มิลลิกรัมต่อลิตร
ถ้ามีมากกว่านี้ก็จะซึมไปในบรรยากาศถ้า?มีน้อยกว่านี้ออกซิเจนในบรรยากาศก็จะซึมเข้าไปในน้ำ
ทั้งนี้การจะซึมเข้าไปได้เร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับการกกระเพื่อมของผิวน้ำ
ออกซิเจนในน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ปลาหรือสัตว์น้ำอาศัยอยู่ได้ต้นน้ำลำธาร
ของประเทศไทยนั้นน้ำยังคงใสสะอาดแต่เมื่อไหลผ่านแหล่งชุมชนก็จะเสื่อมโทรมเพิ่มมากขึ้น
เพราะชุมชนเหล่านั้นได้เพิ่มปริมาณความสกปรกเข้าสู่แหล่งน้ำนั่นเองท่านก็เป็นคนหนึ่ง
ใช่หรือไม่ที่อยากเห็นแม่น้ำลำคลองของไทยใสสะอาด


น้ำเน่า

สารอินทรีย์ต่างๆที่ย่อยสลายได้เมื่อถูกทิ้งลงไปในแหล่งน้ำจะถูกจุลินทรีย์ในน้ำย่อยสลาย
ในกระบวนการย่อยสลายของจุลินทรีย์นั้นจะต้องใช้ออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำ
หากมีสารอินทรีย์มากก็จะใช้ออกซิเจนทำการย่อยสลายมากทำให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดลงเรื่อยๆ
และจะทำให้สิ่งมีชีวิตในน้ำเช่นปลากุ้งหรือสัตว์น้ำบางชนิดไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ยิ่ง
เมื่อออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำหมดไปแต่ยังมีสารอินทรีย์เหลืออยู่จุลินทรีย์อีกชนิดหนึ่งซึ่งไม่ใช้ออกซิเจนในการย่อยสลายเข้ามาทำหน้าที่แทนซึ่งจะทำให้เกิดก๊สซมีเทน
ก๊าซไฮโดนเจนซัลไฟล์หรือก๊าซไข่เน่าที่มีกลิ่นเหม็นและทำให้น้ำมีสีดำสกปรก
ต่อไปท่านคงไม่ทิ้งสิ่งของต่างๆ ลงไปในแหล่งน้ำอีกแล้วนะ

 

สารพิษในน้ำ

น้ำเน่าที่เราเห็นตามปกตินั้น นอกจากจะเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำนั้นแล้ว
ยังทำให้น่าขยะแขยงไม่น่าดูแต่น้ำบางแห่งอาจจะดูไม่เน่าเหม็นก็อาจเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ
และสิ่งมีชีวิตโดยรอบรวมทั้งคนเราได้เหมือนกันซึ่งก็คือน้ำที่มีสารพิษเจือปนเช่นสารปรอทสารตะกั่ว
หรือแคตเมี่ยมโดยสารพิษพวกนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการแอบปล่อยออกจากโรงงานทั้งเล็กและใหญ่
นอกจากนั้นน้ำจากไร่นาที่ระบายลงสู่แม่น้ำลำคลองก็ยังจะพาเอาสารเคมีที่ใช้ในไร่นาเหล่านั้นลงมาพร้อมกันด้วย
ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำในบริเวณนั้นและต่อคนที่นำน้ำไปใช้อีกด้วย
อย่างนี้เรียกว่าเกิดมลพิษทางน้ำขึ้นแล้วเราต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาเห็นใครแอบปล่อยต้องรีบแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบโดยเร็ว

 

ของเสียที่ทำให้เกิดมลพิษทางน้ำ

    สารอินทรีย์ที่ละลายน้ำได้ เช่นน้ำแกง น้ำล้างในครัว น้ำเชื่อม ปัสสวะ อุจจาระ เป็นต้น

    สารอินทรีย์ที่ไม่ละลายในน้ำ เช่น กระดาษ เศษเนื้อ เศษผัก ใบตอง เป็นต้น

    สารอินทรีย์ที่ละลายในน้ำได้ เช่น สารปรอท ตะกั่ว สังกะสี แคตเมี่ยม สารเคมีจากอุตสาหกรรมต่างๆ

    สารอินทรีย์ที่ไม่ละลายน้ำ เช่น ท่อนเหล็ก ท่อนไม้ ตะกรัน โลหะและของแข็งชนิดต่างๆ

    แล้วจะมีคนสงสารแม่น้ำบ้างไหมเนี่ย...เข้ามาทำงานในเมืองเพื่อความอยู่รอด

 


น้ำเสียจากชุมชน

น้ำเสียที่ระบายลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาตินั้น โดยทั่วไปน้ำเสียจากชุมชนมีปริมาณที่สุด
ซึ่งส่วนใหญ่มาจากบ้านเรือน โรงแรม โรงพยาบาล คอนโดมิเนียม ร้านอาหารและตลาดเป็นต้น
ส่วนใหญ่มักเป็นสารอินทรีย์และสิ่งสกปรกต่างๆ เช่น น้ำจากส้วมน้ำจากครัวและ
ไขมันต่างๆ นอกจากนั้นน้ำเสียจากโรงพยาบาลที่ไมีมการบำบัดก่อนปล่อยทิ้ง
ก็จะมีเชื้อโรคและพยาธิปะปนอยู่ด้วย เนื่องจากการขับถ่ายของผู้ป่วยหรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย

 


น้ำเสียจากอุตสาหกรรม

น้ำทิ้งจากการอุตสาหกรรมนั้นมาจากขบวนการต่างๆ ในโรงงาน เช่น ขบวนการผลิตโดยตรง
จากขบวนการล้างต่างๆ หรือจาการหล่อเย็นซึ่งแต่ละโรงงานจะมีชนิดและปริมาณแตกต่างกันออกไปเช่น
อุตสาหกรรมทางการเกษตร เช่น โรงงานแปรรูปผลผลิตารเกษตรน้ำทิ้งจะเป็นประเภทมีสารอินทรีย์มาก
ความสกปรกสูงทำให้ออกซิเจนในน้ำลดลง อุตสาหกรรมโลหะต่างๆ จะมีสารพิษจำพวกโลหะหนักปะปนออกมา
อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ เช่น การผลิตยา ปุ๋ย กระดาษ สีเป็นต้น จะมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างสูง อาจมีสารพิษปะปนมา
 บางชนิดทำให้สี รส หรือกลิ่นของน้ำเปลี่ยนแปลงไป อุตสาหกรรมสิ่งทอ ส่วนใหญ่เกิดจากการฟอกย้อมสี
ซึ่งมีการใช้สารเคมีทำให้น้ำเน่าเปลี่ยนสีเป็นการทำลายสภาพแหล่งน้ำและอาจมีโลหะหนักปะปนมาก

 

น้ำเสียจากเกษตรกรรม

น้ำเสียจากการเพาะปลูก จะประกอบด้วยปุ๋ยส่วนมาก เมื่อไหลลงสู่แแหล่งน้ำจะทำให้พืชที่ขึ้นในน้ำนั้น
เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เช่น สาหร่ายต่างๆ และผักตบชวา นอกจากสารเคมีที่ใช้กำจัดศัตรูพืชที่เข้มข้น อ
าจทำให้สัตว์น้ำต่างๆ ตายและสูญพันธ์ได้

น้ำเสียจากกิจกรรมปศุสัตว์โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟาร์มสุกร ซึ่งมีมูลสัตว์
เศษอาหารและน้ำล้างคอกจะมีค่าความสกปรกสูงและมีปริมาณมาก

น้ำเสียจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งมักนิยมทำให้ใกล้ๆ แหล่งน้ำและระบายอินทรียพ์วัตถุ
ที่เกิดจากอาหารที่ใช้เลี้ยง และของเสียที่สัตว์ถ่ายออกมาก็จะทำให้ ค่าออกซิเจนในน้ำลดต่ำลงเรื่อยๆ
ถ้าไม่เร่งให้มีการผลิตมากๆ และลดการใช้สารเคมีทั้งหลายจริง ก็จะเป็นการช่วยรักษา แหล่งน้ำให้มีคุณภาพดีต่อไปนานๆ

 


การรักษาแหล่งน้ำโดยใช้ถังดักไขมันประจำบ้านและร้านอาหาร

คราบไขมันจากการทำอาหารต่างๆ คือ ตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวน้ำถูกบดบังและทำให้อากาศ
ไม่สามารถซึมผ่านลงไปในน้ำได้ เมื่อในน้ำขาดออกซิเจนแหล่งน้ำนั้นก็จะเน่าเสีย
บ่อดักไขมันเป็นเครื่องมือการบำบัดขั้นต้น โดยนำน้ำที่ใช้แล้วจากครัวจะไหลผ่านตะแกรง
ดักเศษอาหารต่างๆ ออกก่อนแล้วผ่านเข้าไปในบ่อดักไขมัน ซึ่งเมื่อทิ้งไว้ในระยะหนึ่ง
 ไขมันจะลอยตัวขึ้นมาสะสมกันบนผิวน้ำแล้วจึงตักออกไปกำจัดโดยทิ้งในรถเก็บขยะหรือนำไปฝังดินหรือไปทำปุ๋ยได้

 

การรักษาแหล่งน้ำโดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมีมากเกินไป

การใช้ปุ๋ยเคมีในปริมาณมาเกินความจำเป็นของต้นไม้มีเพาะปลูก จะทำให้ปุ๋ยส่วนเกินไหลลงสู่แหล่งน้ำ
ทำให้น้ำมีแร่ธาตุมากเกินไป พืชน้ำทั้งเล็กและใหญ่จะแพร่พันธุ์และเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว
เช่น แพลงด์ตอนในน้ำ จอก แหน และผักตบชวา ซึ่งจะมีผลต่อการแย่งใช้ออกซิเจนระหว่างพืชกับสัตว์น้ำ

 

 

ข้อมูลจาก กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

 

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 13 มิถุนายน 2551 15:43 แก้ไข: 13 มิถุนายน 2551 15:49 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
ping [IP: 202.143.161.195]
04 สิงหาคม 2554 11:58
#67231

555555555555+

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.204.64.152
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ