นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนข้างหลัง
Ico64
นางสาว ดวงพร วงษ์สวัสดิ์
ผู้อำนวยการกองวิชาการและการพัฒนานักศึกษา
ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 3 · ผู้ติดตาม: 3

อ่าน: 2290
ความเห็น: 7

องค์กรเรียนรู้และการบริหารความรู้:นบ.ม.อ.2สัปดาห์ที่ 6

ดูก่อน ผู้บริหารทั้งหลาย(Everying by design ) การบริหารดีที่สุดมีครบ ทั้ง4 ตัว ควักออกมาในเวลาที่เหมาะสม ในองค์การแห่งการเรียนรู้(Learning Organization) ต้องจัดสัตว์ทั้ง 4 ให้สมดุล กล้า ไม่พิพากษา มีจิตอาสา ฟัง เข้าใจ หล่อเลี้ยงดูแลผุ้อื่น ถนอม

           ในสัปดาห์นี้เรายังคงเรียน ในกลุ่มวิชาที่ 4   การจัดการความรู้ (Knowledge Management)รวม 21 ชั่วโมง ประกอบด้วย ความรู้เรื่องการจัดการความรู้ การจัดการความรู้ที่เนียนในงานประจำ การออกแบบระบบการจัดการความรู้ในหน่วยงาน การสร้างเครือข่ายเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และองค์กรแห่งการเรียนรู้ 

 สิ่งที่เรียนรู้จากกลุ่มวิชาที่ 4  วันที่ 28 สิงหาคม 2552 หัวข้อองค์กรเรียนรู้และการบริหารความรู้”  โดย ดร.วรภัทร์  ภู่เจริญ  จากบริษัทปูนซีเมนต์ไทย สรุปได้ดังนี้

1.     ศาสตร์ต่างๆในโลกไม่ว่าจะเป็น วิศวกรรมศาสตร์ เภสัชศาสตร์ นิติศาสตร์ คุรุศาสตร์ แพทยศาสตร์ เกษตรศาสตร์ ฯลฯ หากเราเข้าไม่ถึงสัจธรรมของศาสตร์นั้นๆ ก็เป็นแค่ Expert ต่ำกว่านั้น เป็นแค่ผู้รู้ หรือGURU(กูรู้)

2.     กับดัก (Trap) สำหรับผู้บริหาร ที่ไปไม่ถึงสัจธรรม ซึ่งกับดักนั้นเป็น หลุมพรางให้เราสอบตก หลง กับดักที่ว่านั้น  ได้แก่

        2.1           อัตตา  ซึ่งทำให้เราไม่เห็นตัวเอง(น่ากลัวที่สุด)

       2.2        การพิพากษาตัดสินผู้อื่น(Voice of Judgement) หรือ VOJ หลุมพรางทำให้เราไปไม่ถึงความเป็น คุรุ อาจารย์ส่วนใหญ่ชอบตัดสิน พิพากษาคนอื่น แยกไม่ออกระหว่างบทบาทการเป็นอาจารย์ การเป็นพ่อเป็นแม่ หากตัดสินมากๆภาวะจิตจะวิ่งไปที่ แกมมา กลายเป็นโรคจิต เช่น ในนามแห่งความดีฉันขอพิพากษาแกว่า แกเลว หรือ ในนามแห่งคนมีสาระฉันขอพิพากษาว่าละครน้ำเน่าไร้สาระ แต่ในความเป็นจริงละครน้ำเน่าได้สอนให้เรารู้จักธรรมะมากมาย

        2.3           เสียงแห่งการมีเงื่อนไข (Voice Of Cynicism) หรือ VOC ใช้การให้รางวัลหรือการลงโทษ และ เมื่อเราไม่มีเงื่อนไขเราจะเข้าสู่การยอมรับ อย่างเต็มใจ ยอมรับตามความเป็นจริง ปราศจากเงื่อนไข แล้วทำงานนั้นต่อไป  ซึ่งตรงกับคำว่า อุเบกขา ซึ่ง หมายถึงความความวางเฉยแบบวางใจเป็นกลางๆ โดยไม่เอนเอียงเข้าข้างเพราะชอบ เพราะชัง เพราะหลงและเพราะกลัว เช่นไม่เสียใจเมื่อคนที่ตนรักถึงความวิบัติ หรือไม่ดีใจเมื่อศัตรูถึงความวิบัติ มิใช่วางเฉยแบบไม่แยแสหรือไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งๆ ที่สามารถช่วยเหลือได้เป็นต้น  ลักษณะของผู้มีอุเบกขา คือเป็นคนหนักแน่นมีสติอยู่เสมอ ไม่ดีใจไม่เสียใจจนเกินเหตุ เป็นคนยุติธรรม ยึดหลักความเป็นผู้ใหญ่ รักษาความเป็นกลางไว้ได้มั่นคง ไม่เอนเอียงเข้าข้าง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยเหตุผลถูกต้องคลองธรรม และเป็นผู้วางเฉยได้

        ดังนั้นถ้าเราตัด VOJ และVOCออกไปได้ จะเข้าสู่สภาวะอยู่กับปัจจุบัน แต่ก็ยังตื่นรู้ (Presencing) อย่างมีสติ เพราะ Presencing มาจาก present+sensing และ now+sti(อ่านว่าสติ)       

      2.4    เสียงแห่งความกลัว (Voice Of Fear) หรือ VOF มาจากพ่อแม่ ที่ไม่ได้ผ่านการอบรมโรงเรียนพ่อแม่ ไม่ได้เป็นพ่อแม่มืออาชีพ เมื่อมาโรงเรียน ก็เจอครู อาจารย์มือสอง 

3.     Theory U  เป็นการอธิบายกระบวนการของ จิตที่มีสติและขาดสติ ซึ่งพอจะจับประเด็นได้บ้างดังนี้

      3.1           Proactive ตรงกับคำพุทธ คือ  ขณิกสมาธิ  หมายถึงภาวะที่จิตสงบระงับได้ชั่วคราว จัดเป็นสมาธิขึ้นต้นอันเกิดจากการปฏิบัติกรรมฐานที่ทำให้เกิดความสุขสบายได้ชั่วครู่ และเป็นเหตุให้ควบคุมสติอารมณ์ได้ในขณะประกอบกิจหรือศึกษาเล่าเรียน ทำให้ใจเย็นระงับอารมณ์ได้ ซึงเป็นภาวะจิตที่เหมาะสมแก่การใช้งาน

     3.2           Reactive จะพบในคนขาดสติ คือ เมื่อเมื่อคำพูดมากระทบจะโต้ตอบทันที response อย่างรวดเร็ว ผลที่ได้คือ มีเรื่องทันที (อาจารย์เป็นกันเยอะ วิทยากรกล่าวเอาไว้)ดังนั้นถ้าเราทำงานบริหาร Theory U   สำคัญที่เราต้องไม่ Reactiveแต่ต้อง Proactive  ซึ่งเราจะเป็น Proactive ได้อย่างไรนั้น เริ่มจาก ต้องดูลมหายใจ  ร่างกายผ่อนคลายทุกสัดส่วน  เช่น ถ้ามีใครโยนเต้าหู้มา เราก็รับได้ไม่เละ เพราะเราผ่อนคลาย         

       3.3  การรู้โดยสัญชาตญาณ, การรู้โดยความรู้สึกที่เกิดขึ้นเองในใจ,การหยั่งรู้ความเข้าใจอันซาบซึ้ง, ความสามารถในการเข้าใจโดยสัญชาตญาณ(Intutition)เป็นภาวะปิ้งแว็บ สติมา ปัญญาเกิด

 4.     เจ้าเป็นไผ (Who are you?) คุณเป็นผู้บริหารแบบไหน       

      4.1    ผู้บริหารแบบอินทรีย์ ตกหลุมอนาคต โกรธง่ายหายเร็ว หากเป็นผู้สอนจะสอนแบบภาพรวม สรุปๆ  ชอบจินตนาการ(Imagine), นึกเอาเอง, วาดมโนภาพ, นึกคิด, วางแผน, คาดการณ์ มัก ชอบฟัง พูดแล้วฟุ้ง เกิดโครงการใหม่ๆตลอดเวลา โครงการเก่ายังไม่ทันเสร็จ ผุดไอเดียโครงการใหม่อีกแล้ว (โปรเจค เม่งเพียบ...ธุรการเม่งอ็วก....วิทยากรกล่าวไว้)     

      4.2    ผู้บริหารแบบกระทิง  มักตกหลุมโทสะ ขี้โมโห  มีความกล้า บ้าKPI  ลุยทำงานให้เสร็จ มีสันดาน งานได้ผลคนฉิบหาย ถ้าใครพูดว่าทำไม่ได้ จะของขึ้น  ชอบเถียง ถ้าฉันอยากได้ฉันต้องได้ (I get what I want) ถ้าเป็นผู้หญิงแล้วอยากได้ผู้ชายมาเป็นสามีแล้ว ต้องเอาให้ได้ ท่านวิทยากรว่าอาไว้ จ๊ะ       

      4.3    ผู้บริหารแบบหมี ตกหลุมพรางแห่งอดีต ชอบวิเคราะห์ เป็นพวกนักวิจัย เชิญมาบรรยายเป็นระยะๆแบบเจาะลึกได้ ขั้นตอนเยอะ หากจะทำสุนทรียสนทนา ก็ต้องจุดเทียนนั่งพูดคุยทีละคน หากมีปัญหาการทำงาน ต้องรอรายงานเป็นสายบังคับบัญชาไม่ข้ามขั้น  หมีฟันเหม็นเพราะไม่ชอบเปลี่ยนแปลง มักชอบพูดว่า สิ่งที่พวกคุณทำมันดีอยู่แล้วเพลงโปรดของหมี คลิ๊กเลยhttp://www.youtube.com/watch?v=6E2hYDIFDIU

      

        4.4    ผู้บริหารแบบหนู  Mother of fear เจ้าเรือนคือโลภะ ช่างเจรจา กะหล่อน พูดอ้อมๆ ชอบหลอกใช้คน  มีพลังเยอะ CEO ส่วนใหญ่เป็นหนู  คนมาก่อนงาน สุดท้ายงานพังคนได้ใจ....แต่หนูจะหลอก กระทิง อินทรีย์และหมีได้                

        ดังนั้น  ดูก่อน ผู้บริหารทั้งหลาย(Everying by design ) การบริหารดีที่สุดมีครบ ทั้ง 4 ตัว ควักออกมาในเวลาที่เหมาะสม ในองค์การแห่งการเรียนรู้(Learning Organization) ต้องจัดสัตว์ทั้ง 4 ให้สมดุล กล้า ไม่พิพากษา มีจิตอาสา ฟัง เข้าใจ หล่อเลี้ยงดูแลผู้อื่น ถนอม

5.     สุนทรียสนทนา(Dialogue) ล้อมวงคุยกัน โดยเริ่มจากการให้ธรรมะ โดย ตั้งคำถาม เป็น facilitator คุณรู้อะไร คุณรู้สึกอย่างไร เห็นอะไร ก่อนเข้าและหลังเข้า สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเล่าสู่กันฟัง เป็นวงจร  เริ่มจากคิด ค้น จด แล้วก็คลิกหรือปิ้ง หลังจากนั้นก็ทำ หรือคลำแบบว่าลองไปก่อนแล้วก็คุย เพราะสอนให้คิดดีกว่าสอนให้ทำ เพราะศาสนาพุทธเป็นการปฏิบัติ ไม่ใช่ปริยัติ ปริยัติเป็นความรู้มือสอง แต่การปฏิบัติจะเกิดจากความรู้มือ หนึ่ง

6.     Learn How to Learn     คำถามดีๆในโลกถูกคำตอบโง่ๆทำลายไปหมดแล้ว

7.     การสร้างชุมชนนักปฎิบัติ (Commumity of Practice)หรือ CoP        

        อาจเริ่มต้นด้วยหาคำศัพท์ภาษาอังกฤษ 5 คำ ที่เกี่ยวข้องกับงาน มีการพูดคุยโดยใช้กระบวนการเล่าเรื่อง(Story telling) หรือเล่านิทานสร้างแรงบันดาลใจ

8.  การสร้างองค์การเรียนรู้และการบริหารความรู้ (Learning Organization and Knowledge Management) หรือ LO KM ต้องเริ่มจาก       

      8.1    Open Mind เปิดความคิด เอะใจ เฉลียวใจ ไม่พิพากษา  จัดการVOJ คิดต่างไม่ใช่ต่อต้าน ไม่ใชศัตรู         

     8.2    Open Heart  ไร้เงื่อนไข จัดการ VOC “Lift up your heart”

     8.3    Open Will  กล้า  ตั้งใจ มุ่งมั่น, มีปณิธาน ตั้งใจที่จะทำให้เกิด มุ่งมั่น,พยายามจะให้บางสิ่งเกิดขึ้นด้วยอำนาจของจิตใจ จัดการ VOF 

   "Forget the pass the new what to do "      

      หลวงพ่อชา กล่าวไว้ว่า คนเราถ้าเชื่ออะไร จะก่อให้เกิดวิธีคิด และลงมือทำ หากทำซ้ำ จะกลายเป็นสันดาน และเป็นชะตากรรม ในที่สุด 

     ดังนั้นหากจะเปลี่ยนพฤติกรรมคนต้องเปลี่ยน ความเชื่อ หากเริ่มในองค์กรไม่ได้ให้เริ่มจากบ้าน ครอบครัวของเรา สุขในใจเล็กๆของฉัน

9.     การให้ทาน      

      9.1    ให้วัตถุทาน    

      9.2    ให้พื้นที่ปลอดภัยแก่คนรอบข้าง      

      9.3    ให้ธรรมะ ธรรมชาติ  (ทำ-มะ, ทำ-สิ) 

10.     กระตุกต่อมคิดสำหรับผู้ผลิตบัณฑิตทั้งหลาย

       ·        สุดยอดสอน คือ ไม่ต้องสอน เช่น อย่าสอนให้ชาวประมงจับปลาเท่านั้น แต่ต้องสอนให้เพาะพันธุ์ปลาด้วย   ดังนั้นจงฝึกให้นักศึกษาทำ self learning

       ·        อาจารย์ส่วนใหญ่มีนิสัยแบบ นก คือ อ่านมากกว่า ทำ เป็นพวก ปริยัติ มีองค์ความรู้มือสอง

       ·        ควรเปิดพื้นที่อบอุ่น ปลอดภัยก่อนให้ความรู้

       ·        พ่อแม่ แสดงอะไรไว้ ลูกจะซึมซับไว้ทั้งหมด เข้าไปฝังที่Mental Mode

       ·        เพราะทะเลต่ำกว่าจึงยิ่งใหญ่ ทะเลรอรับน้ำที่ไหลมาจากทุกแหล่ง ทะเลจึงกว้างใหญ่ (ส่วนเรื่องความอ่อนน้อมถ่อมตน)

       ·        คนเราถ้าไม่รู้จักควบคุมภายใน เราจะอยู่แบบ Reactive

       ·        เรียนยิ่งสูง ยิ่งรู้ลึกแต่โง่กว้าง

       ·        การเรียนรู้ = พฤติกรรมเปลี่ยน

       ·        ที่ใดไม่เปลี่ยนแปลงที่นั่นเสื่อม

       ·        คิดต่างไม่ใช่ศัตรู คิดต่างไม่ใช่แตกแยก คิดต่าง คือเป็นไปได้

       ·        อย่าเสพนิยม บ้า result แต่ต้อง sustainable

       ·        CHANGE จะมาพร้อม CRISIS

       ·        คนที่มีปัญหาด้านม้าม จะมีพฤติกรรม ขี้กังวล จึงต้องรำมวยจีน (อ.วรภัทร์ ก็เริ่มสาธิตท่ารำมวยจีนประกอบ)  

        ·        คนที่ หัวใจ มีปัญหา มักจะขี้อิจฉา

     ในนามแห่งนบ.ม.อ.2 ขอบอกว่า การบรรยายครั้งนี้ถึงกึ๋น จริงๆ เท่าที่นั่งฟังอย่างจดจ่อ ก็พอสรุปได้เท่านี้แหละจ๊ะ....หากอยากฟังเสียงตัวเป็นๆ คลิ๊กไปที่ http://share.psu.ac.th/blog/itetc/13578  

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 07 กันยายน 2552 19:43 แก้ไข: 11 กันยายน 2552 19:22 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

อ่านแล้ว ก็ยังฮา ^     ^

อ่านบันทึกของคนข้างหลัง ทำให้ผมรู้ว่า คนเราก็ซึมซับความรู้ได้ไม่เท่ากัน

ประเทศจีน เชิญศิลปินฝรั่งมาวาดรูปน้ำตกร่วมกับศิลปินจีน

ศิลปินจีนนั่งมองน้ำตกอยู่สามวันยังไม่เริ่มวาด

แต่ศิลปินฝรั่งวาดเสร็จภายในครึ่งวัน    

^        ^

แล้วตกลงว่า ใครเป็นศิลปินฝรั่ง ใครป็นศิลปินจีนล่ะนี่ แต่ที่แน่ๆ บันทึกนี้ใช้เวลานานพอดูกว่าจะbuild อารมณ์ให้เขียนได้...ขอบคณมากนะคะที่มาช่วยเตือนความจำ เรื่องศิลปินที่อ่.วรภัทร ได้ยกตัวอย่างให้พวกเราฟัง

Ico48
สมถวิล [IP: 58.147.23.149]
07 กันยายน 2552 23:48
#48118

ได้อ่านทบทวนไปด้วย ชอบจัง  ขอบคุณคนข้างหลัง 

แว่วๆ ว่า ศิลปินไทย ถ่ายรูปเก็บไว้เลยหรือป่าว...จะได้เร็วดี ไม่ต้องสามวัน เหมือนศิลปินจีน 555+++

ไม่รู้จะเสริมอะไร

มัวแต่ฮาเหมือนกัน

ฟังบรรยายของอาจารย์แล้วรู้สึกอิ่มอย่างไงก็ไม่รู้

คำพูดของอาจารย์แต่ละคำคมกริบ มีอะไรให้คิดตลอด

"คำถามดี ๆ มักถูกคำตอบโง่ ๆ ทำลาย"

เอามาขึ้นบนเอ็มด้วยนะเนี่ย - - โดน

  • ฟัง..แล้ว ฮา..ตลอดเหมือนกัน 
  • จิตที่ควรแก่การงานคือจิตที่ตั้งมั่น
  • เยี่ยมจริง ๆ ค่ะน้องดวง...ได้ทบทวนอีกครั้งก็บันทึกนี้แหละ โดน..ใจ
Ico48
สาวสวย [IP: 192.168.100.112]
14 กันยายน 2552 09:06
#48292
คนข้างหลัง สรุปได้ดีมากเลย บางเรื่องที่ทำท่าว่าจะลืม เลยนึกได้ ถ้าได้แบบนี้ทุกบทเรียนก้อดีเนาะ อิๆๆๆ เพราะช่วยให้เพื่อน ๆ ร่วมรุ่น ไม่ต้องจดเยอะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.238.107.166
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ