นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนข้างหลัง
Ico64
นางสาว ดวงพร วงษ์สวัสดิ์
ผู้อำนวยการกองวิชาการและการพัฒนานักศึกษา
ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 3 · ผู้ติดตาม: 3

อ่าน: 2051
ความเห็น: 16

PSU 2565 คุณภาพ คุณค่า มวลมนุษย์

คนรุ่นเราต้องพาม.อ.ไปสู่แก่นแท้ของความเป็นสงขลานครินทร์

PSU 2565 บูรณาการ 2 โลก เพื่อ   คุณภาพ คุณค่า มวลมนุษย์ 

       ก้าวสู่  Top 3 Time ranking < 300 และ  เมื่อกล่าวถึง ความเป็นมหาวิทยาลัย ต้อง  สงขลานครินทร์

 เล่าเรื่องเรียนรู้ นบ.ม.อ.2 สัปดาห์ที่ 4 PSU FORESIGHT คุณภาพ คุณค่า มวลมนุษย์

สัปดาห์ที่ 4   วันที่ 26-27 มิถุนายน 255 สัปดาห์นี้เรายังคงเรียน กลุ่มวิชาที่ 3  การบริหาร (Managing organization) รวม 30 ชั่วโมง ประกอบด้วย  PSU FORESIGHT  การบริหารงานวิชาการ การบริหารคุณภาพและการประกันคุณภาพการศึกษา จริยธรรมสำหรับผู้บริหาร การจัดการเชิงกลยุทธ์ ประสบการณ์การบริหารงานบุคคลในองค์กร และเทคโนโลยีสำหรับผู้บริหาร

 สิ่งที่เรียนรู้จากกลุ่มวิชาที่ 3   วันที่ 26 มิถุนายน  2552 เวลา 09.00 - 10.30 น. หัวข้อPSU FORESIGHT โดย ท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์               รองศาสตราจารย์ ดร. บุญสม ศิริบำรุงสุข     

     ท่านได้ปรารภกับ นบ.ม.อ. 2 ด้วยความชื่นชมและกล่าวถึง การบริหารระบบสังคมของมนุษย์ สรุปได้ดังนี้

1.         บรรยากาศความเป็นกันเองของ นบ...2 ที่จะเชื่อมต่อการทำ social network   ระหว่างวิทยาเขต ก็จะเข้มแข็งขึ้น ซึ่งหากระบบนี้ หากเกิดขึ้นได้ ระบบของมหาวิทยาลัย Psu System  ก็จะเต็มไปด้วยความเป็นมิตรภาพ      เอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือ แบ่งปัน รับรู้ทุกข์ สุข ร่วมกัน วันนี้ไม่มีตรัง ก็ไม่เป็นไร หวังว่าโอกาสต่อไปคงครบทั้ง 5 วิทยาเขต "รู้สึกดีใจที่เห็นทุกวิทยาเขตในห้องนี้    ยกเว้นตรัง ควรจะให้มีตัวแทนผู้เข้าอบรมจากทุกวิทยาเขต ถึงแม้คุณสมบัติจะไม่ครบ ก็เอามาเพื่อให้ได้รู้จักทั้ง5วิทยาเขต เป็นการเตรียมผู้บริหารไว้ในอนาคต และเพื่อให้ได้เห็นความเป็นมาเป็นไปของสงขลานครินทร์ และควรมีการจัดให้ผู้เรียนไปทัวร์ทุกวิทยาเขต เพื่อจะได้รู้จักกัน และได้ปฎิสัมพันธ์กัน "  และสร้างความผูกพันกันให้แน่นแฟ้นขึ้น  ประชุมเวียนกันไปให้ครบทั้ง 5 วิทยาเขต เช่น ไปสุราษฎร์ธานี ก็ไป กิน Sea Foodแล้วก็ไปนอนอาศรมพุทธบุตร (ทุกคนพยักหน้า.....แบบว่าเห็นด้วย อย่าง แรง...) ซึ่งบรรยากาศแบบนี้หาได้ไม่ง่าย ต้องพยายามสร้างขึ้นมา ไม่เช่นนั้น เราก็จะกลายเป็นองค์กรที่ต่างคนต่างอยู่ปัญหาของเธอ ก้อแก้กันไป ไม่ใช่ปัญหาของฉัน ความทุกข์ของเธอเล็กน้อยกว่าฉัน  ระบบการพัฒนาบุคลากร จะเข้ามาช่วยในประเด็นนี้ได้เยอะทีเดียว 

 2.            บริหารคน = บริหารความสุข ทำงานหนักแล้วมีความสุข อธิบายขยายความได้ว่า   เราใช้เวลาตั้งแต่ช่วงอายุ 20กว่ปี ถึง  60 ปี ดังนั้น เราต้องบริหารให้ที่ทำงานเราเป็น warm family ให้ได้ เป็นครอบครัวที่อบอุ่น  มิตรภาพ เอื้อเฟื้อ แบ่งปันซึ่งกันและกัน ทำได้ไม่ง่าย แต่ต้องสร้างขึ้นมา เปลี่ยนจุดอ่อนด้อยจนเป็นจุดแข็ง กลายเป็น Opportunity (โอกาส)ในการบริหารได้เราใช้เวลาส่วนหนึ่งของชีวิต ผ่านไปกับเพื่อนร่วมงานในองค์กร  เมื่อกลับบ้าน ก็จะใช้ชีวิตของครอบครัว  แต่พอวันรุ่งขึ้น ก็จะนึกถึงที่ทำงานอีก เพราะที่ทำงาน เป็นที่ ๆ เวลาทำงานก็จะมีความสุข งานก็ออกมาดี  แต่ถึงแม้เราจะมีเครื่องมือต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น KPI, กพร. กลไกในระบบประกันคุณภาพต่าง ๆ แต่ เครื่องมือเหล่านั้น ก็เป็นเพียงเครื่องมือในการควบคุม เป็นกฎขององค์กรเท่านั้นเอง แต่ไม่ได้หมายความว่างานจะสำเร็จ  แต่หากเรารู้สึกว่าเรามีความสุขในการทำงาน  นั่นต่างหากจะเป็นเป้าหมายให้เราทำงานให้สำเร็จ    และนี่คือเป้าหมายของผู้บังคับบัญชา

3.            ลูกน้อง   หัวหน้างาน ระดับ7 มีลูกน้องตั้งแต่ 4-20 คน  คนไทยโบราณให้คำได้ดีมาก ถ้าตรองดูแล้ว ก็พบว่า ลูกน้อง หมายถึง  รักเหมือนลูก รักเหมือนน้อง ดูแลและรักให้เหมือนลูก ดูแลเหมือนน้อง หากทำได้ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรจะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ตื่นแล้วอยากมาทำงาน มีชีวิตร่วมกับเพื่อนร่วมงาน วันรุ่งขั้นก็นึกถึงที่ทำงาน ซึ่งเป็นที่ที่เราใช้ชีวิตเกือบทั้งชีวิต และเมื่อเราโตขึ้น  เรามีลูกน้องมากขึ้น  เราก็จะใช้บริบทนี้ ไปดูแลคนให้มากขึ้น  และเมื่อวันหนึ่งลูกน้องของเรา เติบโต  เขาเห็นเราทำแบบนี้  เมื่อถึงโอกาสที่เขาได้มีโอกาสเติบโต เขาก็จะดูแลลูกน้องเหมือนที่เราเคยดูแล  เรียนรู้แบบอย่างที่ดีในการบริหารของเรา และจะตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของคนในองค์กร สืบเนื่องต่อ ๆ กันไปหากเราได้มีโอกาสบริหาร  ต้องพยายามบริหารระบบสังคมของมนุษย์  การบริหารระบบสังคมของมนุษย์ การแข่งขันในองค์กร โดยใช้หลักความเสมอภาคสามารถใช้ได้ แต่ใช้หลักการเป็นลูกน้องนี้ดีกว่า เหมือนครูสอนลูกศิษย์

หน้าที่ของมหาวิทยาลัยต้องบริหาร สาย ก ให้มี 2ความรู้สึกอาจารย์ที่สมบูรณ์ต้องมีความรู้สึกเชิงหน้าที่การงาน คือ   สอนให้รู้   ความเป็นครูที่แท้จริง  คือ อยากให้ศิษย์เป็นคนดี โดยใช้จิตแห่งความเป็นครูหล่อหลอม เอาหน้าที่การงานเชื่อมนามธรรมแห่งคุณค่า โดยฝังเป็นจิตวิญญาณขององค์กร ซึ่งยากที่ใครจะเทียบเท่าเรา หากเอาความรู้สึกนี้ไปเทียบกับเด็ก แล้วเราต้องออกกฎระเบียบ ต่าง ๆ เป็นการบีบไม่เฉพาะทางกาย แต่หากพยายามสื่อสารโดยให้เด็กรับผิดชอบ สร้างแรงบันดาลใจให้ดีกว่าการบังคับ

 กล่าวโดยสรุป ได้ว่า  ทำด้วยใจ จากภายในของเรา แล้วพลังจะเกิดขึ้นมหาศาล เราต้องสร้าง 3 สิ่ง คือ

 1.   Search for the knowledge โหยหา กระหายการที่จะมีความรู้อย่างแท้จริง เรารู้ว่ามหาวิทยาลัยต้องการความรู้ จึงพยายามค้นคว้าหาความรู้ ยิ่งต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้ และนี่คือการเป็น ปราญช์ (มีใจ กระหาย ความรู้) นำความรู้ของ ปราญช์ มาสอนลูกศิษย์ ศิษย์ได้ความรู้ จากความรู้แจ้งรู้จริงของอาจารย์ผู้สอน ความรู้ในตำราไม่แตกฉาน สอนเฉพาะ content ความเข้าใจในการสอนไม่มากนัก แต่หากค้นคว้าเอง ความรู้แตกฉาน

2.   เสริมทักษะในการสอน  ในมหาวิทยาลัยเราพบว่า ดร. จบใหม่ อ.ใหม่ ๆ ไม่มีทักษะในการสอน  ทักษะแท้จริงที่เป็นแก่น หากจะพิจารณา เรา สอนตั้งแต่อายุประมาณ 25-60 ปี รวมแล้วประมาณ 35 ปี ประสบการณ์การสอนเกิดจากการเรียนรู้  เกิดจากพรสวรรค์ในการสอนซึ่งต้องใช้เวลา 10-15 ปี  ดังนั้นจึงเป้นหน้าที่หลักขององค์กร ที่ต้องใส่ทักษะการสอน สอนเก่ง สอนเป็นไม่พอ แต่ต้องสอนให้นักศึกษา กระหายกระหายที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา ตลอดชีวิต นั่นคือ ความเป็นครู 

3.  ผลิตบัณฑิตที่มีจิตสำนึกต่อสังคม คนจบมหาวิทยาลัยคือตัวร้าย

·    พ่อค้า นักการเมือง คอร์รัปชั่น ก็ได้จบจากมหาวิทยาลัยทั้งสิ้น

·   การเล่น กลเม็ดทางการเงิน กู้เงินต่างประเทษ  ปั่นราคาหุ้น มูลค่าอสังหาฯ เกิดจากคนที่จบจากมหาวิทยาลัยทั้งสิ้นมีความพยายามและตั้งคำถามว่า การผลิตบัณฑิต แบบพอเหมาะพอควรในแต่ละอาชีพ แต่ละศาสตร์อื่น ๆ นั้น ไม่พอ  แต่ต้องมีจิตสำนึกสาธารณะ ไม่เช่นนั้นแล้ว บัณฑิตก็จะกลายเป็น bandit  คำในภาษาอังกฤษ ที่ แปลว่า โจร   

   จากนั้นท่านได้กล่าวถึง มหาวิทยาลัยที่มีจิตวิญญาณ ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้

          บริบทสังคมภายภาคหน้าสังคมต่อไป เป็นการกระตุ้นบริโภค ทั้งที่จริงคนมีความต้องการปัจจัยพื้นฐาน คือ อาหาร ที่อยู่ เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ที่หลือเป็น demand เทียม ความต้องการเทียมที่ปลุกความอยากขึ้นมา คนคลั่งไคล้การมีวัตถุ อสังหาริมทรัพย์ ที่ เกินเลยความพอเพียง ทั้งที่จริง พอแล้วจึงสุข  เพราะฉะนั้นต้องสอนทักษะชีวิต ทักษะสังคมเช่นเดียวกัน เพราะทักษะการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันบนโลกอย่างสันติสุขเป็นทักษะที่มนุษยชาติ อ่อนแอที่สุด   มนุษย์ไม่มีความรู้ สังคมศาสตร์ ที่จะทำให้เราอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข   บนโลกเรามี 12 ศาสนา เรามัวขวนขวายความรู้ วิทยาศาสตร์ แต่ไม่ขวนขวายความรู้ในเชิงสังคม เพื่อให้อยู่ในโลกได้อย่างมีความสุข          

คนรุ่นเราต้องพาม.อ.ไปสู่แก่นแท้ของความเป็นสงขลานครินทร์

"... เราอยู่ในบริบทขององค์กรที่มีปัญญา เราต้องนำพาไปสู่ความเป็นแก่นแท้ของคำว่า มหาวิทยาลัย ... เข้าถึงแก่นใน เป็นปัจจัตตัง ...... ถ้าเรายึดอยู่ตรงนี้ เราจะไม่หลงทาง" 

    ไม้ยืนต้น แก่นต้องแน่นและสมบูรณ์ รากแก้วหยั่งลึกลงดิน

 แก่นนอก สัมผัสได้ รู้ได้ เข้าใจได้ เป็นรูปธรรม  

 แก่นใน  ซาบซึ้ง ข้อมูลต้องรู้ได้ด้วยตนเอง (นามธรรม) 

       ม.อ.ของเรามี 5 วิทยาเขต  30 คณะ มีคณาจารย์ บุคลากร 9,500 คน มีนักศึกษา 35,000 คน เราจึงต้องปักหลักให้แน่น ไม่หลงทางในบริบทความเป็นมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาอันยิ่งใหญ่ ว่าคืออะไร ? คนรุ่นเราต้องพา มอ.ไปสู่แก่นแท้ขอความเป็นมหาวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยที่รับภาษีของประชาชนต้องสร้างแล้วถ่ายทอดความรู้เพื่อเป็นมรดกของมวลมนุษย์  หากจะทำวิจัย ต้องมีคุณค่าต่อสังคม งานวิจัยต้องก้าวข้าม เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ 

 การบำรุงรักษาแก่นให้สมบูรณ์

     เรา ชาวสงขลานครินทร์ ตามรอยพระยุคลบาท สมเด็จพระราชบิดา   ต้องน้อมนำ      พระบรมราโชวาทแห่งสมเด็จพระบรมราชชนกฯที่ว่าเมื่อดำริจะมีมหาวิทยาลัยของประเทศนี้เองแล้ว เราควรพิจารณาว่า กิจของมหาวิทยาลัยนั้น มีอะไรบ้าง กิจของมหาวิทยาลัยคือ การเสาะหาวิชชา หรือเปิดโอกาสให้กุลบุตรได้เรียนทำการเสาะหาวิชชา เลี้ยงดูทำนุบำรุงนักปราชญ์ผู้สามารถเสาะหาวิชชา และใช้ผลอันนั้นมาสอนกุลบุตรได้ เป็นกิจสำคัญที่สุดของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเป็นสมองต้นความคิดของชาติ เป็นสถานเลี้ยง คนดีของชาติ “(อ้างอิง :100 ปี สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก )    

     40    กว่าปี ท่ามกลางพายุ ปัญหา สถานการณ์ความไม่สงบใน3 จังหวัดภาคใต้ ได้พิสูจน์แล้วว่า เราสุขภาพแข็งแรง สามารถยืนอยู่ได้  นั่นย่อมแสดงว่า เรามีรากแก้วที่แข็งแรง  ประชาชนมีความศรัทธา ม.อ.ของเราอย่างแรงกล้า คนภายนอกศรัทธา ม.อ.มากขึ้น  ม.อ.ปัตตานีได้ทำให้เราเห็นว่า เราไม่ทิ้งพื้นที่ เราต้องเป็นที่พึ่ง คือ พึ่งความรู้ในการพัฒนาและเป็นที่พึ่งทางใจ เราไม่ทิ้งพื้นที่ เรามีจิตสาธารณะ มีศักดิ์ศรี เกียรติยศ เกียรติภูมิ สง่างาม          

          ดังนั้นเราจึงต้องบำรุงรักษาแก่นให้สมบูรณ์ ดังนี้ 

1.      แก่นใน   ความมีคุณค่า คุณภาพมีจิตวิญญาณเพื่อประโยชน์เพื่อนมนุษย์  ความเป็นปราชญ์ ค วามเป็นครู มีเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีเป็นนามธรรมที่ฝังอยู่ในจิตใจของบุคลากรในองค์กร ซึ่ง เราต้องทำทุกปี  ต้องสื่อสารที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อย้ำเตือน ยิ่งย้ำยิ่งแน่น ซึมซับในใจ

           ม.อ.เรามีการเชิญปราชญ์ระดับชาติมาพูด ปาฐกถาโดยศาสตราจารย์ สตางค์ มงคลสุข มี4 วัน very big day ช่วยสร้างแก่นใน ได้แก่

·       วันเชิดชูครูสงขลานครินทร์ ปลุกกระแสหล่อหลอมความเป็นครู

·        research day วันวิจัย สร้างกระแส ประสบการณ์การทำวิจัย

·       วันแห่งคุณภาพ ทุกภารกิจ เข้าสู่ความมีคุณภาพและคุณค่า

·       วันมหิดล 24 กันยายน   วันเห็นประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ เป็นกิจที่หนึ่งเป็นวันแห่งการให้   อธิบายได้ว่า  คนที่ โลภมาก ก็โลภน้อยลง คนที่ไม่โลภ ก็ให้ มากขึ้น ๆ

     ซึ่งทั้ง4วันที่กล่าวมาข้างต้น  จะเป็น  วิวัฒนาการทาง จิตวิญญาณของคนในองค์กร เพราะว่าต้องใช้เวลา และจะเป็นมรดกของ ม.อ. เชื่อว่า ม.อ. รุ่งโรจน์ รุ่งเรือง อย่างแท้จริง 

คุณลักษณะบัณฑิต มอ. บัณฑิตที่มีแก่นใน

    คือมีความรู้ในศาสตร์แต่ละสาขา  มีความรอบรู้ มีความเข้มแข็งภาษาต่างประเทศและIT

      การสร้างแก่นในนั้นเราสามารถสร้างบรรยากาศได้ โดยปัจจุบันทุกมุมของอาคารเรียน ทั้ง 5 วิทยาเขต มีการติดตั้ง พระราชปณิธานสมเด็จพระราชบิดา เพื่อมีการคอยเตือน ให้เราสัมผัส ใกล้ชิด ซึบซับได้เร็วขึ้น ทุกหอพักมีคำสอน คติธรรมในการดำเนินชีวิต หรือแม้แต่ ปรัชญาของหลักสูตร ก็มีแนวคิดว่า ควรสร้างจิตสำนึกสาธารณะ เช่น คณะรัฐศาสตร์จากเดิม เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว ปกครองสังคม ปรับใหม่เป็น บริการสาธารณะ เป็นต้น

 2.         หัวใจของแก่นนอก ขับเคลื่อนความเป็น ปราชญ์

วงล้อมหัศจรรย์

 ยิ่งหมุน ยิ่งได้

นโยบาย ม.วิจัย maintainตำแหน่งวิชาการ ป.เอกเข้าสู่ตำแหน่ง 3 ปี ผศ. รศ. 5 ปีหาทุนวิจัย     ทำวิจัย   บัณฑิตศึกษา
ปริญญาเอก 65-70%

เร่งวงล้อเร็วขึ้น ด้วยรางวัล

การยกย่อง

การสนับสนุนพิเศษ

มีpubplication

             และที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นเส้นทาง สู่ PSU 2565 บูรณาการ 2 โลก เพื่อ   คุณภาพ คุณค่า มวลมนุษย์ เมื่อกล่าวถึง ความเป็นมหาวิทยาลัย ต้อง  สงขลานครินทร์  และก้าวสู่  Top 3 Time ranking < 300 

         หากเปรียบเทียบมหาวิทยาลักับร่างกายของเราจะพบว่า

สุขภาพกายดี  =   ระบบริหารดี

สติปัญญาดี    = ครู อาจารย์มีความเป็นปราชญ์

มีจิตใจดี= มีจิตวิญญาณ

    ดังนั้น พวกเราทุกคนต้องถ่ายทอด ความคิด จิตวิญญาณสู่เด็กรุ่นใหม่ ทำงานอย่างมีความสุข รู้จักชื่นชมตัวเอง บริหารตัวเองก่อนบริหารลูกน้อง ดูแลตัวเอง สุขกาย สุขใจ  

สวัสดี.....

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 30 มิถุนายน 2552 00:58 แก้ไข: 30 มิถุนายน 2552 01:27 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เป็นบันทึกที่ครบถ้วนดีจริงๆ

เป็นคุณลิขิต ตัวจริงเสียงจริงที่องค์กรต้องการ

ขอบคุณครับ "น้องดวง"

ตามมาอ่านแล้ว

ขอบคุณค่ะ "พี่ดวง"

สมกับเป็นเลขา ของรุ่น นบ.ม.อ.2 จริงๆ

ภูมิใจค่ะ

ผมนึกนิยามของน้องดวงไม่ออก จนอาจารย์เขียนว่า "คุณลิขิต"

ใช่เลยครับ จดได้ละเอียดเหมือนเครื่องบันทึก

แม่เด่นดวง....เขียนอะไรจะ สบูรณ์ขนาดนั้น...พี่ก็จะไว้เหมือนกัน...จะลองอ่านมั้ยคะ...version...คุณเมตตา ในเรื่องเดียวกัน...อิ...อิ...มาเชียร์หน่อยเร็ว วววว แฟนๆ..

รออ่านของคุณเมตตาด้วยค่ะ

ขอบคุณมากครับที่ช่วยเพิ่มคุณค่าแห่ง"สงขลานครินทร์"

(^_^)

สงกรานต์

 

Ico48
สุดารัตน์ [IP: 117.47.177.87]
30 มิถุนายน 2552 21:36
#45900

ขอบคุณมากคะ..น้องดวง ละเอียดถึงขนาดที่ว่าพี่ไม่ต้องกลับไปอ่านที่ตัวเองจดไว้แล้วล่ะคะ

Pท่านอาจารย์ก็ชมกันเกินไป ขอบคุณมากคะสำหรับ ตำแหน่ง คุณลิขิต ที่มอบให้

PPPPสุดารัตน์ ขอบคุณมากคะ สำหรับการติดตามอ่าน และความคิดเห็น ที่เป็นแรงเสริมทางบวก ให้ อึด เขียนบันทึกต่อไป อย่าลืมตามต่อนะคะ เหลืออีก 2 เรื่อง โปรดติดตามตอนต่อไป

 

 

อิอิ น่ารักจริง ๆ น้องดวงของเรา

ไว้ลอกทีเดียว....ดีกว่า

ขอบคุณนะคะที่สรุปไว้

ภูมิใจและชื่นชม น้องดวงค่ะ สมกับเป็นเลขาฯของนบ.ม.อ.2  จะติดตามตอนต่อไปค่ะ แล้วอย่าลืมดูแลสุขภาพด้วย

เป็นบันทึกที่ยอดเยี่ยมอีกบันทึกหนึ่งเลย เก่งมากน้องดวง

ว่าแต่ ดูแลสุขภาพตัวเองด้วยน่ะ เป็นห่วงจ้า

  • รู้สึกภาคภูมิใจกับศิษย์เก่า...มอ.คนนี้จังเลยค่ะ
  • เก่งจริงๆ
  • เข้าประเด็นรับรู้ได้..ยังไม่เจ๋ง..เท่าถ่ายทอดได้...
Ico48
jiap [IP: 192.168.100.112]
01 กรกฎาคม 2552 16:20
#45940

สุดยอด.ด.ด.ด.ด.ด.ด

ไม่ได้ไปเรียน ลอกได้เลยนะเนี้ยะคุณน้อง

ลอกได้ตามสบายเลยคะ ท่านทั้งหลาย

ยิ่งติดตามกันมากเท่าไรยิ่งกดดันนะนี่...แล้วจะต้องสรุปแบบนี้ทุกสัปดาห์ใช้หรือเปล่าเนี่ย...

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.201.9.19
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ