นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2690
ความเห็น: 4

ผมว่า การเรียนปริญญาโทนั้นไม่จำเป็น ... ๓ บทสรุป

..อาจแย้งว่า งานทางวิศวกรรมในเมืองไทยแค่เดินเครื่องจักรอัตโนมัติของฝรั่งหรือญี่ปุ่นได้ก็ O.K. แล้ว นั่นอาจจะเป็นเพราะยืนใกล้เครื่องจักรมากไป.. ลองถอยออกมาอีกนิด ..

ความจริงผมต้องพาดหัวรองซึ่งเป็นการขยายความหัวข้อหรือพาดหัวหลักก่อนแล้วจึงค่อยลงรายละเอียด แต่ตอนนี้ว่าต่อเลยนะครับ ..

การเรียนปริญญาโทนั้นไม่จำเป็น ในเชิงการหาความรู้เพิ่มเติมเพราะใครหลาย ๆ คนที่แม้กระทั่งไม่ได้เรียนจบปริญญาตรีด้วยซ้ำ ก็สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้เอง และหลาย ๆ คนก็ได้รับการประสาสน์ปริญญาจากมหาวิทยาลัยดัง ๆ หลายแห่ง รวมทั้ง ม.อ. เราก็เคยให้กะเขาด้วย

การเรียนปริญาโทนั้นไม่จำเป็น ดังนั้นเมื่อเข้ามาเรียนแล้วต้องมีความรักเพื่อที่จะทุ่มเทให้กะมันอย่างเต็มที่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง คนที่จบแล้วทุกคนสามารถหวนรำลึกถึงความหลังที่ต้องทุ่มเทอดหลับอดนอนเป็นบ้าเป็นหลังกันมาแล้วทั้งสิ้น


                                                          -....................+...................X


ซึ่งเรื่องนี้บางที่บางแห่งก็สุดขั้ว(ทางคูณ) ทีเดียว ดูรูปประกอบ เช่น บางคณะในมหาวิทยาลัยที่ผมเรียนอยู่ตอนนั้น คนที่จะจบได้ต้องสุดกลั้นจนต้องร้อง(ไห้) ให้อาจารย์ที่ปรึกษานึกได้ว่า เอ๊ะ ทำงานวิจัยหามรุ่งหามค่ำมา 3-4 ปีแล้วนี่ เออ ๆ ๆ จบได้แล้ว หรือสุดขั้ว(ทางลบ) ว่าจ่ายครบจบแน่ ก็มี อันหลังนี่ได้ยินจากวงสนทนาหรือเม้าท์กันนั่นเอง แล้ว ม.อ.อยู่ตำแหน่งไหน ? ผมอยากให้อยู่กลาง ๆ (+) นะ ผมว่า

การเรียนปริญญาโทนั้นไม่จำเป็น จริงหรือ ? ในสถานการณ์โลกปัจจุบันที่ต้องแข่งขันกันทุกอย่าง ทุกคนต้องการสินค้าหรือผลิตภัณฑ์สำเร็จ ขี้เกียจเลือกซื้อผักในตลาดสด ต้องการผักในถุงบรรจุเสร็จกำกับด้วยอักษร iso อย. หรือ ฯลฯ เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้านั้น ๆ พอใช้ได้ขึ้นไป แม้ว่าอันที่จริงแล้วผัก(บางมัด)ในตลาดสดจะมีคุณภาพดีกว่าก็ตาม การมีวุฒิหรือปริญญาห้อยท้ายมากขึ้น ก็นับเป็นฉลากรับรองสินค้าหรือตัวเรามากขึ้นนั่นเอง การเข้าสู่ตลาดแรงงานย่อมขายได้ง่ายขึ้น

การเรียนปริญญาโทนั้นไม่จำเป็น จริงหรือ ? เมื่อกลับไปอ่านบันทึกแรก ผมว่า การเรียนปริญญาโท นั้นไม่จำเป็น ผมต้องการสื่อสารให้ทราบว่า ในการเรียนปริญญาโทนั้นประสบการณ์หลัก ๆ ที่ควรจะได้ก็คือกระบวนการวิจัย แม้ว่าหลายคนอาจจะมองข้ามไปบ้าง เช่น.. ได้คบเพื่อน ได้หุ้นส่วน ฯลฯ ก็ตาม แต่ประสบการณ์การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการวิจัยนั้นสำคัญที่สุด และเริ่มกลายเป็นส่วนสำคัญให้บริษัทใหญ่ ๆ ที่ต้องแข่งขันให้อยู่ได้ในโลกธุรกิจต้องพึ่งพามากขึ้นทุกวัน

หลายคนที่ทำงานทางวิศวกรรมอาจแย้งว่า งานทางวิศวกรรมในเมืองไทยแค่เดินเครื่องจักรอัตโนมัติของฝรั่งหรือญี่ปุ่นได้ก็ O.K. แล้ว นั่นอาจจะเป็นเพราะยืนใกล้เครื่องจักรมากไป.. ลองถอยออกมาอีกนิด จะพบว่าปัญหาเล็ก ๆ เช่นเครื่องจักรผลิตชิ้นงานไม่ได้คุณภาพตามเป้า ก็สามารถแก้ปัญหาด้วยวิธีวิจัยได้ ซึ่งจะไม่กล่าวละเอียด เดี๋ยวจะเยิ่นเย้อ..

เพียงขอยกตัวอย่างที่น่าทึ่งในสายตาผม คือ ท่านเจ้าของโรงไม้แห่งหนึ่ง ได้ลองเก็บข้อมูลไม้ที่ผ่านการอบแห้ง พบว่า (ตัวเลขสมมุติ เพราะหลายปีแล้ว จำไม่ค่อยได้) มีไม้เกรด A เพียง 20% B 50% C 25% ไม้เสีย 5% คำถามคือ ทำอย่างไรให้ได้ไม้เกรด A เพิ่มขึ้นเพราะราคาต่างกันเยอะ ..นี่เป็นตัวอย่างการเริ่มกระบวนการวิจัย นั่นเอง

การเรียนปริญญาโทนั้นไม่จำเป็น จริงหรือ ?
ก็เป็นทั้งจริงและไม่จริง แล้วแต่มุมมองครับ ..เอ๊ะ คำตอบสีเทาๆ พิกลนะครับ

หมวดหมู่บันทึก: วิจัย - วิจัยสถาบัน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 15 มีนาคม 2553 16:28 แก้ไข: 29 สิงหาคม 2555 14:02 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

มาแถมให้อีกนิดครับ

ผมมีเพื่อนที่เขาทำ pallet ส่งออก เขาบอกว่าเขานำเข้าไม้จากนิวซีแลนด์ เพราะไม้ตรงใช้ได้ 100% ไม้ในประเทศไทยใช้ได้เพียง50-60% เพราะโค้ง ตั้งนั้นจึงต้องนำเข้าไม้อยู่ครับ

นี่คือความจริงเรื่อง คุณภาพครับ

 

ขอบคุณ คนธรรมดา ที่ไม่ธรรมดาครับ ที่ให้ความเห็น ความจริงผมยังมีเรื่องเล่าทีเกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมไม้ยางพาราอยู่พอสมควร ที่กระบวนการแก้ปัญหาโดยวิธีวิจัยใช้ได้ผล แต่.. ได้รับการยอมรับมั่ง ไม่ยอมรับมั่ง คงมาเล่าให้ฟังโอกาสหน้าครับ

Ico48
รุ่งโรจน์ [IP: 183.89.43.97]
01 พฤศจิกายน 2553 13:00
#61270

เอางี้แล้วกัน ผมจะวิเคราะห์สองแง่นะครับ ตามความคิดของผม

แง่แรกคือ  "ไม่จำเป็น"

สมัยก่อนสมัยผมยังเป็นวัยรุ่นอยู่นั้น ผมมักจะได้ยินรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยพูดกับผมเสมอว่า "ไม่รู้จะเรียนไปทำไม เจ้าสัวทั้งหลายจบแค่ ป.6" ก็ร่ำรวยได้ เจ้าของธุรกิจหมื่นล้าน จบแค่ป.4 รวยแล้วก็จ้างพวกด๊อกเตอร์ทั้งหลาย มาทำงานให้ก็ได้นี่หว่า โอยไม่จำเป็นต้องเรียนสูงๆหรอก 

แง่สองคือ "จำเป็น"

ผมมักจะได้ยินเสมอมาว่า ตอนนี้เรียน ป.ตรีกันเยอะแยะแล้ว งานล้น ต้องเรียน ป.โท ถึงจะหางานได้ง่ายๆ ยังไงๆ จะต้องเรียน ป.โท

 

ตายละหวา ทำไมความคิดแต่ละฝ่ายจึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในแง่ที่ไม่ต้องเรียนก็ยกตัวอย่างมามีเหตุผล ในแต่ที่ต้องเรียน ก็ฟังดูดี มีเหตุผล แล้วเอาไงดีล่ะทีนี้

ในแง่ของความคิดผม การจำเป็น หรือไม่จำเป็นนั้น มีปัจจัยที่จะต้องนำมา ฝากคือ

- คุณมีบุญเก่ามากน้อยแค่ไหน นั่นคือ คุณไม่ได้เป็นลูกของเจ้าของธุรกิจ หรือว่า ไม่มีของเก่าเลย (ไม่มีเงินเก็บ ไม่มีสมบัติของพ่อแม่) จำเป็นที่จะต้องทำงานประจำแน่นอน ผมต้องการบอกว่าเคสนี้"จำเป็นต้องเรียนแล้วล่ะครับ" แน่นอนว่าสำหรับตรงกันข้าม ถ้ามีบุญเก่ามาพอสมควร ผมมองว่าไม่จำเป็นครับ แต่ก็เรียนได้เหมือนกัน แต่ไม่ได้เอาความรู้ครับ สิ่งสำคัญคือการหา connection ครับ เพราะเมื่อคุณรับมรดกจากพ่อแม่ ไปเป็นเจ้าของธุรกิจ connection สำคัญที่สุด

- อุปนิสัย ผมมองว่า "ความรับผิดชอบ" สำคัญที่สุด หากคุณมีประสิทธิภาพการทำงานที่ดี มีความรับผิดชอบ เป็นคนที่ตรงต่อเวลา แน่นอนว่า หน้าที่การงานของคุณ ทั้งตำแหน่งทั้งหลาย ย่อมจะค่อยๆ ขึ้นอย่างแน่นอน และเมื่อคุณเก็บเงินได้ แล้วค่อยไปเปิดเป็นเจ้าของธุรกิจ ด้วยตัวคุณเอง และเมื่อนั้น การเรียน ป. โท จึงจำเป็นครับ (หา connection ) เหมือนเดิม

ผมขอสรุปง่ายๆครับ สำหรับความคิดผมแล้ว การเรียนป.โท จำเป็นครับ แต่จะจำเป็นในบางสถานการณ์เท่านั้นเอง 

<p><a href="http://www.acknowledge-centre.com" title="เรียนภาษาสเปน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เยอรมัน และเรียนภาษาอังกฤษ" target="_blank" >เรียนภาษา</a></p>

 

Ico48
Smarn (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
05 พฤศจิกายน 2553 13:21
#61351

....ในการเรียนปริญญาโทนั้นประสบการณ์หลัก ๆ ที่ควรจะได้ก็คือกระบวนการวิจัย แม้ว่าหลายคนอาจจะมองข้ามไปบ้าง เช่น.. ได้คบเพื่อน ได้หุ้นส่วน ฯลฯ ก็ตาม แต่ประสบการณ์การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการวิจัยนั้นสำคัญที่สุด และเริ่มกลายเป็นส่วนสำคัญให้บริษัทใหญ่ ๆ ที่ต้องแข่งขันให้อยู่ได้ในโลกธุรกิจต้องพึ่งพามากขึ้นทุกวัน...

ผมยังยืนยันคำ(เขียน)เดิมครับ นั่นคือ ควรได้ทักษะในกระบวนการวิจัย เพราะการสร้าง connection นั้นเป็นเพียงผลพลอยได้ ที่หลายคนมองเป็น "ผลต้องได้"

แต่ก็นั่นแหละ "share.psu.ac.th" มีวัตถุประสงค์ในการแบ่งปันกัน จึงเป็นนานาทัศนะที่สามารถแบ่งปันหรือเก็บเกี่ยวกันได้ตามความเหมาะสม ไม่มีถูกต้องแน่นอนหรือผิดแน่ ๆ ครับ

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.236.97.49
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ