นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2115
ความเห็น: 6

ผมว่า การเรียนปริญญาโท นั้นไม่จำเป็น

วิจัยเพื่อแก้ปัญหา:..ปัญหาดังกล่าวมีความสำคัญหรือไม่ .. ถ้าไม่สำคัญ ไม่ต้องทำ

ก่อนท้าวความที่มาของหัวข้อ ขอเริ่มจากที่มาของบันทึกนี้ก่อนครับ

วันนี้ ท่านหัวหน้าภาควิชาฯ เปรยกับผมว่า ..อาจารย์สมาน ถามซะลูกสมยศหายไปเลย ซึ่งต้องขยายความว่า ..

เหตุเกิดในการสัมมนานักศึกษาบัณฑิตศึกษาของภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ที่จัดขึ้นทุกบ่ายวันศุกร์นั้น คราวหนึ่ง นายภวเกียรติ ได้เสนอแนวคิดในการทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับการปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศ โดยเทคนิคการใช้ละอองน้ำหล่อเย็นคอยล์ร้อน แล้วผม.. ก็ไม่เชิงว่าถาม เพียงแต่ตั้งข้อสังเกตทำนองว่า .."ระบบนี้ แอร์ซัยโจเดนกิ ทำออกมาขายแล้วไม่ใช่หรือ"

ผมมักจะพูดในที่สัมมนาบัณฑิตฯ เสมอ ๆ ว่า ในการทำวิจัยเพื่อเป็นงานวิทยานิพนธ์นั้น

อย่างน้อยตามความเห็นผม จะต้องตอบคำถามหลัก ๆ ให้ได้ 2 ข้อคือ
1. มีปัญหา ที่จะต้องใช้วิธีทำวิจัยแก้หรือไม่ .. ถ้าไม่มีปัญหา ไม่ต้องทำ
2. ความสำคัญ ปัญหาดังกล่าวมีความสำคัญหรือไม่ .. ถ้าไม่สำคัญ ไม่ต้องทำ

จริง ๆ แล้วมักจะเป็นเรื่อง "ทางเทคนิค" มากกว่า คืออาจารย์ที่ปรึกษา หรือนักวิจัย หรือนักศึกษาที่เรียนรู้แล้ว สามารถ "ทำเรื่องไม่สำคัญ ให้สำคัญได้" หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า "ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่" ได้นั่นเอง

ซึ่งก็ต้องขยายความต่ออีกว่า การทำเช่นนั้น นักศึกษาหรือนักวิจัย จะต้องมีคำอธิบาย โดยหลักฐานทางทฤษฎี หรือการสำรวจเอกสาร ตลอดจนความสามารถในการวิเคราะห์เสาะหาจุดอ่อนเล็ก ๆ หรือตะเข็บน้อย ๆ ที่ยังไม่สมบูรณ์ เพื่อโน้มน้าวให้เห็นว่า ..
 

"มีปัญหาต้องแก้จริง และสำคัญจริง"

ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมเองก็ไม่ได้ตั้งเป้า หรือตั้งธง หรือตั้งเกณฑ์ ที่สูงส่งสุดเสิศเลออลังการงานสร้างทั้งสิ้น เพราะเข้าใจเสมอว่า การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษานั้น ฝรั่งเรียก "training" ซึ่งก็หมายความเพียงเป็นการ "ฝึก" ให้รู้กระบวนการและวิธีการในการใช้วิธีวิจัยในการแก้ปัญหา ไม่ใช่ระดับการ "ทำรถไฟ" แต่อย่างใด

ซึ่งในการ "ฝึก" ระดับปริญญาโทนั้น อาจจะแบ่งออกเป็น สองกลุ่มใหญ่ ๆ คือ

1. กลุ่มวิจัยที่ทำงานในกรอบตามทุนวิจัยที่อาจารย์ที่ปรึกษารับมา กลุ่มนี้ต้องใช้เวลาไปกับการทำงานให้ห้องทดลองเยอะหน่อย ไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่ในที่สุดก็ต้องเรียนรู้ที่จะตอบคำถามหลัก 2 ข้อข้างบนได้เอง ไม่ใช่ ..อาจารย์บอกให้ทำอย่างนี้
2. กลุ่มวิจัยที่พัฒนาโครงการวิจัยเองหรือร่วมกับอาจารย์ที่ปรึกษา กลุ่มนี้ต้องใช้เวลาไปกับการตอบคำถามข้างบนมากที่สุด กลุ่มนี้น่าจะเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพดีกว่ากลุ่มแรก เพราะได้"ฝึก"ค่อนข้างเต็มที่

ขอย้อนกลับไปต่อที่ท่อนสอง ..
ก็เป็นไปได้ว่า บรรยากาศในการสัมมนานั้น นักศึกษาโดยเฉพาะนักศึกษาใหม่อาจรู้สึกเครียดได้ง่าย ๆ เนื่องจากไม่สามารถตอบคำถาม หรืออธิบายความให้ละเอียดชัดเจนได้ หรืออีกนัยหนึ่งกล่าวได้ว่า ไม่ได้เตรียมตัว หรือคาดหวังไว้ว่า เพียงแต่การนำเสนอหัวข้อที่อาจารย์มอบหมายไว้ก็น่าจะ โอเค แล้ว ไม่คิดว่าจะต้องตอบคำถามอะไรมากมาย


คำถามต่อท้าย อาจจะมีว่า .. "แล้วอาจารย์ คาดหวังอะไรจากนักศึกษา?"
ตอบว่า ระดับพอใช้ หรืออย่างน้อยควรถึง คือ ตอบคำถามได้ชัดเจน อ้างอิงได้ทั้งทางหลักการ ทฤษฎี และทางตรรกะ
แล้วระดับสุงสุดที่คาดหวังเป็นอย่างไร?
..ตอบได้จนอาจารย์ อึ้ง..ทึ่ง.. และลืมถามต่อเลยครับ โดยยังเป็นการตอบคำถามได้ชัดเจน อ้างอิงได้ทั้งทางหลักการ ทฤษฎี และทางตรรกะ ในรายละเอียดที่แม่นยำ กระทั่งอาจารย์ยังรู้ไม่ลึกเท่านั้นเลย
..เคยมีไหม? มีครับ คงต้องเดากันเองว่า เป็นใคร

บันทึกนี้ จึงเปรียบเสมือนบทปฐมนิเทศน์ สำหรับนักศึกษาใหม่ทุกคน
ส่วนการอธิบายความตามหัวข้อคงต้องยกไปบันทึกใหม่ครับ

หมวดหมู่บันทึก: วิจัย - วิจัยสถาบัน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 14 มกราคม 2553 16:44 แก้ไข: 15 ตุลาคม 2558 16:34 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

"สอนไปบ่นไป"แบบนี้บ่อยๆนะครับ

ผมว่าได้ประโยชน์ดีครับ

ขอบคุณครับอาจารย์ สำหรับโจทย์ที่ผมต้องไปหาคำตอบมาก่อนที่จะลงเรียน ป.โท หรือเพื่อเป็นคำตอบไว้ใช้ในวันสอบสัมภาษณ์

เพียงแค่ตอนนี้ผมยังลังเลอยู่ ว่าจะเรียนต่อดีหรือทำวันนี้ให้ดีที่สุดก่อน

ขอบคุณครับ

คุณ ณัฐพล ครับ

ความเห็นของผม เป็นแค่ความเห็นส่วนตัว ยังมีบันทึกตอนหน้า ทียังค้างเรื่อง "ผมว่า การเรียนปริญญาโท นั้นไม่จำเป็น" ที่อาจช่วยการตัดสินใจได้ครับ

อย่างไรก็ตามเกริ่น ๆ ประมาณว่า การทำอะไรให้ได้ดี "ความรัก" ในสิ่งนั้น ๆ ต้องมาก่อนครับ

สมาน ส.

Ico48
ฮ้อบ [IP: 124.122.95.222]
12 กุมภาพันธ์ 2553 01:15
#54049

ขอบคุณสำหรับคำสั่งสอนของอาจารย์ครับ

ผมไม่ได้หายไปไหนครับ พอดีช่วงนี้งานเย่อะมากๆ เลยขอดร๊อปไว้ก่อนเทอมนึงครับ

 กลับไปเทอมหน้าจะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ 

Ico48
สมาน [IP: 192.168.100.112]
05 มีนาคม 2553 14:34
#54960

(สำเนา จาก email  ครับ -- ขออนุญาตนำมาลง ... สมาน)

เรียนอาจารย์สมาน 



     ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อคิด  ผมคนหนึ่งที่เป็นนักศึกษาบัณฑิตของภาควิชาเครื่องกล
ที่ตอนแรกๆที่เข้ามาศึกษาเมื่อนำเสนอแนวคิดและได้ถูกซักถามจากอาจารย์หลายท่านๆบางครั้งไม่สามารถที่จะตอบคำถามได้เนื่องจากความรู้ทางทฤษฎีของผมไม่ลึกซึ้งพอเนื่องจากจบมาเป็นสิบปีแล้ว
ถึงกับรู้สึกท้อแท้หมดหวัง หมดกำลังใจ  ไม่อยากที่จะทำงานต่อไป
ไม่อยากที่จะเรียนต่อเพราะเรียนจบไปแล้วก็ไม่ได้มีผลต่อหน้าที่การงานมากนัก
อีกทั้งที่มาเรียนนี้ก็ใช้ค่าใช้จ่ายของตัวเองทั้งหมดไม่ได้มีทุนจากต้นสังกัดหรือทุนจากสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่สนับนนุนเลย
แต่ต่อมาได้มาเห็นน้องๆหลายคนที่ใช้เวลาหลายปีในการทำวิทยานิพนธ์จนเรียนจบได้
จึงเกิดความหวังเล็กๆขึ้นอีกครั้งที่จะศึกษาต่อให้จบไม่กลับไปมือเปล่า
แต่ไม่รู้จะทนต่อแรงเสียดทานต่อไปได้อีกนานเท่าไรเนื่องจากถูกจำกัดด้วยเวลา 

    ขอบคุณท่านอาจารย์สมานสำหรับบทความนี้ผมว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับนักศึกษา 
จะคอยอ่านตอนต่อไป   ขอบคุณครับ

6. Smarn
เมื่อ ศ. 05 มี.ค. 2553 @ 14:42
54961 [ลบ]

ต้องขอโทษ ที่ไม่ค่อยได้เปิด email: smarn.s@psu.ac.th

เพราะ email หลักที่ใช้เปิดทุกวันคือ smarn@me.psu.ac.th นะครับ ใครมีเรื่องด่วนก็ต้องที่หลังนะครับ

ก็ขอให้กำลังใจทุกคนที่ตั้งใจเรียนต่อระดับป.โท หรือกระทั่ง ป.เอก พอดีช่วงนี้มีเรื่องต้องจัดการค่อนข้างเยอะ เลยยังไม่ได้เขียนต่อ แต่พอจะแง้ม ๆ เบา ๆ ว่า ...

ตอนที่ ๓ ซึ่งเป็นบทสรุป อาจจะมีอะไรให้คิดอีกครั้ง อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ และอย่าเพิ่งลาออก ... จนกว่าได้อ่านตอนที่ ๓ ครับ

ป.ล. ถ้าผมลืมเขียน ก็เรียนไปจนจบก่อนแล้วค่อยตามทวง นะครับ

 

Update Email ล่าสุดที่ใช้ครับ : smarn.senngam@gmail.com

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.232.186.117
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ