นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1167
ความเห็น: 3

สู่กลางใจ

ไม่ตึง ไม่หย่อน หาความเป็นกลางของตัวเองให้เจอ

สวัสดีครับ ท่านกัลยาณมิตรทุกท่าน จากที่ได้อ่านบันทึกที่ผมได้นำเสนอไว้ 3 บันทึกก่อนหน้าก็จะเห็นถึงแนวทางของการปฏิบัติเพื่อให้เห็นจิตเห็นใจของตัวเองด้วยแนวทางของการปฏิบัติ 3 อย่าง ศีล ทาน และการเจริญสติภาวนา หลัก 3 อย่างนี้เป็นหนทางหลักที่จะทำให้ท่านสามารถที่จะรู้อะไรและไม่รู้อะไรด้วยตัวของท่านเอง การปฏิบัตินั้นจะเป็นอย่างไรก็จะทราบด้วยตัวของตัวเอง เมื่อรู้จิตแห็นจิตของตนก็จะเห็นตามความเป็นจริง

--------------------------------------------------------

 ขอนอบน้อมแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น พระธรรมเจ้า พระอริยสงฆ์เจ้า พระคุณครู-อาจารย์ พระคุณบิดา-มารดา ต่อไปนี้จะเป็นการแนะนำบอกกล่าวเพื่อการทำหนทางอันควรเพื่อทำหนทางอันที่สิ้นสุดแห่งทุกข์ ครับผมเชื่อว่ามีอยู่หลายท่านที่เริ่มจะปฏิบัติธรรมกันอยู่จริงๆแล้วทุกท่านก็ปฏิบัติกันอยู่ในชีวิตประจำวันกันอยู่ทุกๆวัน ไม่ว่าจะเป็นการงาน หน้าที่ครอบครัว หน้าที่ลูกศิษย์ หน้าที่ต่างๆ กิจวัตรประจำวันต่างๆ ล้วนเป็นธรรมที่เกิดขึ้นทั้งนั้นเพียงแต่ว่าเราจะมี ดวงตาเห็นธรรมอันนั้นๆ หรือเปล่า ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับพื้นฐานของบุญของแต่ละคนนะครับ 

-----------------------------------------------------------------

 ครับสำหรับบทความนี้จะเป็นบทความที่ว่าด้วยเรื่องของทางสายกลาง นั่นคือ ความไม่ตึง ไม่อย่อน จนเกิดความพอดีของใจ จิตเห็นจิตแล้วจิตต้องไม่ตึง ไม่เค้น ไม่เครียดในการปฏิบัติที่จะรู้เห็นจิตของตัวเองนะครับเพราะความตึงเกินไป มากเกินไป ก็จะทำให้ไม่จิตหนักเกินไปจนไม่สามารถที่จะใช้ในการพิจาณาสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นเห็นขึ้นเองได้ และในทางกลับกันหากเรา ย่อหย่อน ขาดการเอาใจใส ขาดการสำรวมระวัง ประมาท หรือเผลอไปอันนี้ก็จักทำให้เกิดความไม่พอดี

-------------------------------------------------

การที่จะทำให้จิตเรามีความเป็นกลางได้นั้นต้องอาศัยการมีสติพิจารณาความรู้ที่เกิดขึ้นในทุกๆครั้งที่เราได้ปฏิบัติไป พิจารณาเสมอๆ บ่อยๆ เปรียบเทียบ ก่อน หลังการปฏิบัติว่าหลังหรือก่อนมีความเป็นไปอย่างไร ให้รู้สภาวะนั้นๆำไว้แล้วให้ปล่อยวางลง ค่อยปรับระดับของการปฏิบัิติให้เข้าสู่กลางใจตนเองเมื่อจิตเข้าสู่กลางใจได้จะพบกับความรู้อันเห็นหนทางของความพอดี หนทางของความเป็นกลางของจิตขึ้นมาเอง จะพบกับความเบากาย เบาใจ มีความสุขอย่างที่ไม่เคยพบไม่เคยเจอมาก่อน

----------------------------------------------------------------

ครับสำหรับบทความนี้ก็คงจะให้ความรู้แก่ทุกๆท่านไว้เพียงแค่นี้ ที่เหลือท่านต้องทำด้วยตนเองนะครับแล้วจะเห็นได้ด้วยตัวเอง แล้วท่านจะพบหนทางและความสุขอันแท้จริง.....

Sections: Miscellaneous
License: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
created: 19 May 2009 08:59 Modified: 21 May 2009 16:29 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

เข้ามาอ่านข้อความดีๆยามเช้า...สร้างสติให้ตัวเอง

.

.

ขอบคุณค่ะ

Ico48
เฒ่า QC [IP: 192.168.100.112]
19 May 2009 10:51
#44270
มองงง... เธอสาวเธอสวย ฉันจึงได้มอง ...หากไม่แจ่ม ฉันจะไม่จ้อง มองเธอ..... ทุกข์ ควรมองเพื่อกำหนดรู้ตลอดเวลา ตัณหาเหตุแห่งทุกข์ ควรมองเพื่อ ละ ปล่อย วาง ไม่เกียวข้อง คำนึงถึง ความสูขปราศจากทุกข์ ควรมองเพื่อให้จิตเข้าไปอาศัยอยู่ของภาวะสงบ สุขเย็น ข้อปฎิบัติ หนทางไปสู่ความสุขอันประเสริฐ ควรมองเส้นทาง และก้าวเดินรุดหน้าไปเรื่อยๆ
Ico48
Hi Dev (Recent Activities)
19 May 2009 14:22
#44277

"ควรมองเพื่อกำหนดรู้ตลอดเวลา ตัณหาเหตุแห่งทุกข์ ควรมองเพื่อ ละ ปล่อย วาง"(เฒ่า QC )

-------

ขอบคุณครับ สำหรับข้อคิดที่ดีๆ ขออนุโมทนาบุญด้วยนะครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.207.250.80
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ