นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ลูกไก่
Ico64
Sujanya Jitlang
นักวิทยาศาสตร์เคมี
ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 2828
ความเห็น: 0

กฎการปัดเลข (Rules for rounding off)

การปัดเศษตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ สำหรับงานด้านการารวัด การทดสอบ หรือการวิเคราะห์ในทางวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรม นั้นสำคัญ

       ลูกไก่จำได้ว่าเรื่องการปัดเลขตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ ลูกไก่ได้เรียนครั้งแรกตอน ป.ตรี ปี 1 ซึ่งตอนนี้ก็ผ่านมา....ปี (มะบอกนะค่ะ เขิลล ฮาๆๆ) แต่ลูกไก่โชคดีหน่อย เพราะได้ใช้ในงานประจำ หากไม่ได้ใช้บ่อยอาจสับสน ไม่มั่นใจได้ วันนี้ลูกไก่เลยเอาวิธีการปัดเศษมาฝาก เพื่อทบทวนกันค่ะ 

ทำไมต้องมีกฎการปัดเศษโดยหลักการทางวิทยาศาสตร์ !!!

        การวัด การทดสอบ หรือการวิเคราะห์ในทางวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรม จะได้ผลลัพธ์ที่เป็นค่าตัวเลข ซึ่งจะต้องนำมารายงานผล คำนวณหรือใช้เป็นข้อกำหนดคุณภาพต่างๆ  ในทางวิทยาศาสตร์ มีการนําข้อมูลที่เป็นตัวเลขไปใช้ในการวิเคราะห์ เช่น การหาค่าเฉลี่ย  (mean or average), การหาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation) ซึ่งต้องนําค่าของจํานวนมารวมกัน

        ดังนั้นจึงพิจารณาการปัดค่าลงและขึ้นในสัดส่วนที่เท่ากน โดยแยกเลข 5 ไว้ต่างหาก เพื่อให้สัดส่วนการปัดเลขเป็น เท่ากันในทุกกรณี จึงต้องมีวิธีการปัดเศษที่กำหนดขึ้นให้ใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

หลักเกณฑ์ต่อไปนี้ใช้ในการปัดเลขที่ตามหลังตัวเลขนัยสําคัญตัวสุดท้าย

        1. ถ้าน้อยกว่า 5 ให้ปัดตัวเลขนี้ทิ้ง โดยรวมถึงตัวเลขทั้งหมดหลังตัวเลขดังกล่าว ถ้ามากกว่า 5 ให้ตัดตัวเลขนี้และตัวเลขที่ตามมาทิ้งแล้วเปลี่ยนตัวเลขนําหน้าให้ค่าเพิ่มขึ้น อีก 1 เช่น 

- 62.5467  ทศนิยม 1 ตำแหน่งปัดเป็น   62.5                                     (4 มีค่าน้อยกว่า 5 จึงปัด     ทิ้งตั้งแต่เลข 4 )

- 62.5467  ทศนิยม 2 ตำแหน่งปัดเป็น   62.55                                   (6 มีค่ามากกวา 5 จึงเปลี่ยนเลข 4 ให้เป็นเลข 5)

 

2. ถ้าเป็นเลข 5 และไม่มีตัวเลขหรือเลข 0 ตามหลังเลข 5 ให้ปฏิบัติดังนี้

ก.    ถ้าตัวเลขนําหน้าเลข 5 เป็นเลขคู่  ให้ปัดเลข 5 ที่ตามมาทิ้งไป  เช่น   

- 3.850 หรือ 3.85  ทศนิยม 1 ตำแหน่งปัดเป็น  3.8                          

(8 เป็นเลขคู่จึงปัด 5 ทิ้งไป)

- 2.705 หรือ 22.7050  ทศนิยม 2 ตำแหน่งปัดเป็น  22.70

(5 ตามหลังเลข 0 จึงปัด 5 ทิ้งไป)

ข.    ถ้าตัวเลขนําหน้าเลข  5 เป็นเลขคี่  ให้ปัดเลข 5 นั้นทิ้ง แล้วเปลี่ยนเลขนําหน้าให้มีค่าเพิ่มจากเดิมอีก 1 เช่น

- 12.7350  ทศนิยม 2 ตำแหน่งปัดเป็น  12.74

(3 เป็นเลขคี่ จึงปัดขึ้นให้เป็นเลขคู่)

- 2.0495    ทศนิยม 3 ตำแหน่งปัดเป็น  2.050

(9 เป็นเลขคี่จึงปัดขึ้นให้เป็นเลขคู่และต้องเขียนเลข 0 ตัวสุดท้ายเพื่อให้มีตัวเลขนัยสําคัญตามที่ต้องการ)

3. ถ้าเป็นเลข 5 และมีตัวเลขตามหลังเลข 5 นี้ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขใดก็ตาม (ยกเว้นเลข 0) ให้ปัดเลข 5 ทิ้งแล้ว  ต้องเปลี่ยนตัวเลขนําหน้าให้มีค่าเพิ่มขึ้นอีก 1 เสมอ เช่น 

     -1.2451 ทศนิยม 2 ตำแหน่งปัดเป็น 1.25

     -1.2456 ทศนิยม 2 ตำแหน่งปัดเป็น 1.25

     -1.2450 ทศนิยม 2 ตำแหน่งปัดเป็น 1.24

 

ห้ามใช้การปัดเศษสืบเนื่อง 

        สิ่งที่ควรระวังเป็นอย่างยิ่ง คือการปัดเศษสืบเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ค่าผิดพลาดมาก เพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะปัดให้ดูจำนวนตัวเลขนัยสำคัญจากเทคนิคการวัด   

ตัวอย่าง

 ปัดเศษขั้นเดียว 

ปัดเศษสืบเนื่อง

 0.54999 

0.5

0.550 --> 0.55 --> 0.6

(%คลาดเคลื่อน>ค่าจริง = 20%)  

0.6501

0.7

0.650-->0.65--> 0.6

(%คลาดเคลื่อน<ค่าจริง = 14%) 

523.46

523

523.46-->  523.5-->524

524.54

525

524.54-->  524.5-->524

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 28 สิงหาคม 2557 15:39 แก้ไข: 28 สิงหาคม 2557 15:46 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby, Ico24 Our Shangri-La, และ 8 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.237.178.91
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ