เชิญชวนร่วมเขียนเรื่องราวความสุขของท่าน ผ่าน Share.psu.ac.th โดยใส่คำสำคัญ PSU.QWL

คนที่อยากจะไม่มีตัวตน
Ico64
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 2034
ความเห็น: 7

เรื่องของคอร์ดตอนที่ 2

สำหรับคอร์ดเมเจอร์ โครงสร้างของมันประกอบไปด้วยระดับเสียงลำดับที่ 1 5 และ 8 เสมอ

โครงสร้างของคอร์ด

 

                ในหัวข้อนี้ เราจะมาดูกันว่า คอร์ดแต่ละประเภทมีโครงสร้างเป็นอย่างไร และแต่ละคอร์ดมีความสัมพันธ์กันอย่างไรบ้างนะครับ เช่นเคย ผมจะขอใช้คอร์ด C เป็นตัวอย่างในการอธิบาย เราจะเริ่มจากว่า ถ้าเรากำลังพิจารณาคอร์ดอะไรอยู่ เราจะเริ่มนับลำดับของระดับเสียงโดยใช้ชื่อคอร์ดเป็นระดับเสียงตัวแรก คงงงกันไปพอสมควรกับคำอธิบาย ผมเองก็งงไปด้วยแล้ว ลองยกตัวอย่างดีกว่านะครับ สมมติว่าผมกำลังจะพิจารณาคอร์ด C ว่ามีโครงสร้างอย่างไร ผมจะนำระดับเสียงมาเรียงลำดับกันไปโดยให้ระดับเสียง C เป็นตัวที่ 1 ของลำดับดังนี้

C    Db    D    Eb    E     F    F#    G    Ab    A     Bb     B

1     2     3     4     5      6     7     8      9    10     11    12 

 

ผมหมายความว่าตอนนี้ C อยู่ในลำดับที่ 1 และ Db อยู่ในลำดับที่ 2 และก็ตามลำดับไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึง B ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 12 เอาหละ ตอนนี้เราจะมาดูโครงสร้างของคอร์ดหลักๆ ซึ่งได้แก่ คอร์ดเมเจอร์ คอร์ดไมเนอร์ และคอร์ดเซเว่นธ์ กันนะครับ แต่ตอนที่ 2 นี้จะดูเฉพาะคอร์ดเมเจอร์ก่อนนะครับ

 

                สำหรับคอร์ดเมเจอร์ โครงสร้างของมันประกอบไปด้วยระดับเสียงลำดับที่ 1 5 และ 8 เสมอ นั่นคือถ้าเล่นระดับเสียงดังกล่าวพร้อมๆ กันก็จะได้เสียงคอร์ดเมเจอร์ ตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นคอร์ด C เราจะนับเริ่มจากระดับเสียง C เป็นลำดับที่ 1 ดังนั้นคอร์ด C major ก็จะประกอบไปด้วยระดับเสียง C (ลำดับที่ 1) E (ลำดับที่ 5) และ G (ลำดับที่ 8) ซึ่งถ้าเราเล่นระดับเสียงทั้ง 3 ระดับเสียงดังกล่าวพร้อมๆ กัน เราก็จะได้ยินเสียงคอร์ด C major

                  ทีนี้ถ้าเราพิจารณาคอร์ดเมเจอร์ชื่ออื่นๆ ที่เหลือ เช่น D major เราก็จะเริ่มจากให้ระดับเสียง D เป็นลำดับที่ 1 และเรียงลำดับกันไปดังนี้

D    Eb    E     F    F#    G    Ab    A     Bb     B      C     Db

1     2     3     4     5     6     7      8      9     10     11    12 

 

ดังนั้นคอร์ด D major ก็จะประกอบไปด้วยระดับเสียง D (ลำดับที่ 1) F# (ลำดับที่ 5) และ A (ลำดับที่ 8) ซึ่งถ้าเราเล่นระดับเสียงทั้ง 3 ระดับเสียงดังกล่าวพร้อมๆ กัน เราก็จะได้ยินเสียงคอร์ด D major

                   สำหรับคอร์ดชื่ออื่นๆ ก็สามารถทราบได้ว่าประกอบไปด้วยระดับเสียงอะไรบ้างโดยใช้วิธีข้างต้น ลองทดสอบตัวเองดูนะครับว่าเข้าใจตรงกับที่ผมได้อธิบายไว้หรือไม่ โดยผมจะบอกให้ว่าคอร์ดเมเจอร์ต่อไปนี้ประกอบไปด้วยระดับเสียงอะไรบ้าง ส่วนคุณผู้อ่านก็ลองใช้วิธีข้างต้นทดสอบดูว่าตรงกันหรือไม่นะครับ

คอร์ด E ประกอบไปด้วยระดับเสียง E Ab และ B

คอร์ด F ประกอบไปด้วยระดับเสียง F A และ C

คอร์ด G ประกอบไปด้วยระดับเสียง G B และ D

คอร์ด A ประกอบไปด้วยระดับเสียง A C# และ E

คอร์ด B ประกอบไปด้วยระดับเสียง B Eb และ F# 

 

คุณจะพบว่าคอร์ดที่เป็นประเภทเดียวกันแต่ละคอร์ดนั้นจะมีโครงสร้างแบบเดียวกันเสมอ ถ้าเราจำโครงสร้างคอร์ดของแต่ละประเภทได้ เราก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าคอร์ดชื่อนั้นๆ จะต้องประกอบไปด้วยระดับเสียงอะไรบ้าง

 
หมวดหมู่บันทึก: มุมละไม ของใครบางคน
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 30 มกราคม 2551 08:53 แก้ไข: 30 มกราคม 2551 08:59 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

อ๋อ อย่างนี้นี่เอง หยั่งงี้เวลาจะไล่คอร์ดก็ต้องมาเขียนโน้ตให้ครบก่อน แล้วหมุนตัวเลขไปใช่มั้ยคะ.. งั้นน่าจะมีแผ่นชาร์ท กลมๆ สองชั้น ให้หมุนแล้วหาคอร์ดได้นะคะ...ง่ายสำหรับคนขี้เกียจง่ะค่ะ..

น่าทำเป็นสื่อการสอนเหมือนกันเนอะ..

  • ถ้า คนที่อยากจะไม่มีตัวตน ทำเป็นแบบวงกลม  ก็น่าจะ หาคอร์ดได้ง่ายขึ้นนะตรับ หมุนๆ แบบ ล้อเกวียนน่ะครับ เอ หรือว่า อะไรดี
คิก คิก คิก
เราเอง 8-)
  • ขอบคุณ คุณ Kon1Kon ที่แนะนำ เครื่องมือให้จะลองไปทำดูครับ
  • ขอบคุณ คุณ  Our Shangri-La ด้วยครับ
  • อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าน่าจะเขียนเป็นโปรแกรมจะง่ายสุด และคิดว่าคงจะมีอยู่บ้างแล้วใน net ครับ
Ico48
pakdee [IP: 118.172.55.196]
15 มิถุนายน 2553 14:05
#57904

ดี..ชอบๆๆ ขอบคุณครับ

Ico48
ไม่อยากให้เข้าใจผิด [IP: 118.173.151.74]
11 ตุลาคม 2553 01:30
#60810

สำหรับคอร์ดเมเจอร์ โครงสร้างของมันประกอบไปด้วยระดับเสียงลำดับที่ 1 5 และ 8....**

....ตามความเข้าใจของคุณคงเป็นแบบนี้ แต่ตามทฏษฎีดนตรีจริงๆ มันไม่ใช่นะครับ

 1  5   8 ไว้สำหรับจับคอร์ดพวกเปียโนครับ

แต่คุณกล่าวถึงโครงสร้างคอร์ด ซึ่ง คอร์ด ไม่ใช่ว่าจะสามารถใด้กับเปียโนอย่างเดียว ยังสามารถใช้ได้กับเครื่องดนตรีอื่นเยอะแยะ เพราะฉะนั้น โครงสร้างของคอร์ด ประเภทเมเจอร์ จะประกอบด้วย 1 3 5  เพราะ.. C D E F G A B  แทนด้วยเลขจะได้ 1 2 3 4 5 6 7  ลองแทนตัวเลขตามโน้ตดูครับ  1=C 3=E  5=G

C E G = คอร์ด C major ครับ

และ ยังมีอีกเยอะครับ.........

Ico48
[IP: 192.168.100.112]
13 ตุลาคม 2553 11:41
#60880

ขอบคุณมากครับ คุณ ไม่อยากให้เข้าใจผิด ที่ให้ comment ไว้ ซึ่งก็ถูกต้องอย่างที่คุณบอกทุกอย่างครับ นั่นคือที่ หนังสือทฤษฎีดนตรีต่างๆ ทั่วไปจะให้นิยามแบบนั้น

           แต่ผมพบว่า สำหรับพวกผมที่มีความรู้ทางดนตรีไม่ค่อยจะมากเท่าไรนัก จะมีปัญหาในการสร้างคอร์ดในคีย์อื่นๆ ครับ เช่น ถ้าเรายึดระบบ 1 3 5 โดยที่ ลำดับคือ C D E F G A B (คือ 1 2 3 4 5 6 7) แบบนี้ ตามแบบสากล เวลาผมจะสร้างคอร์ด D major ซึ่งถ้าตามระบบนี้จะเป็น 1 3 5 ก็คือ D F A ก็จะพบว่า คอร์ดที่ได้ไม่ใช่ D major แต่เป็น D minor จะต้องเป็น D F# A จึงจะเป็น D major

            นี่ก็เลยเป็นที่มาที่ผมคิดระบบนับใหม่ตามที่เขียนไว้ในบทความครับ ซึ่งผมพบว่าใช้ได้ทุกกรณีเลยครับ คุณลองอ่านให้ละเอียดดูอีกทีนะครับ จะได้เข้าใจความหมายที่ผมว่าไว้ เพราะผมคิดว่าคุณยังไม่เข้าใจระบบที่ผมบอกไว้ในบทความ

คนที่ไม่อยากมีตัวตน  

Ico48
Th [IP: 124.120.89.33]
07 พฤษภาคม 2554 12:47
#65261
เพิ่งเข้าใจครับ จริงๆ แล้ว 1 3 5 ใช้ได้จริง แต่ แทน C D E F G A B ด้วย 1 2 3 4 5 6 7 จะใช้กรณีคอร์ด C Major เท่านั้น เพราะ คู่ 3-4 กับ 7-1 ห่างกันครึ่งเสียง ตรงกับ คู่ EF BC ที่ห่างกันครึ่งเสียงเช่นกันพอดี นอกนั้น 1-2, 2-3, 4-5, 5-6, 6-7 จะห่างกัน 1 เสียงเพราะงั้น คอร์ด D ไล่ 1 ถึง 7 จะได้เป็น D E F# G A B C# คุณไม่อยากให้เข้าใจผิดยกมาตัวอย่างเดียว เลยทำให้งงไปเลยทีเดียว...

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.196.159.11
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ