นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Smarn
Ico64
Smarn Sen Ngam
รองศาสตราจารย์
มหาวิทยาลัยรังสิต
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
Ico24 Ico32_fl4 car
Ico24 Ico32_fl3 fl3
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 1

อ่าน: 1209
ความเห็น: 4

วิกฤตการเมือง ๒: วิพากย์ สังคมไทย [C]

"ผ่าตัดใหญ่ แนวธรรมชาติ" ใช้ รางวัล เป็นมีด จิตสำนึกเป็นยา...

จากบันทึกแรก ถึง บันทึก ประเทศไทยมีทางออกบ้างหรือไม่? ของคนธรรมดา ก็เลยคิดว่าน่าจะเขียนอะไรต่อ ...

ทุกเรื่องราวย่อมมีเหตุ จากมุมมองของคน ๆ หนึ่งที่อยู่ในสังคมไทยที่วุ่นวายสับสน  จึงคิดว่าน่าจะลองวิเคราะห์สาเหตุในสายตามผม ปน ๆ กะบ่น ๆ หรือวิพากย์ ไปบ้าง ...

๑. เอาเป็นว่าเริ่มจาก สังคมที่มีลักษณะเห็นแก่ตัว (ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ) และเห็นแก่ได้ (ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ...อีกนะแหละ) มากขึ้น ...มากขึ้น จนกระทั่ง มาถึงจุดที่ไม่รู้สึกสำนึกผิดชอบชั่วดี ในปัจจุบัน ...ตัวหลังนี่แหละสร้างปัญหา

๒. จากคนไม่ดีกลุ่มหนึ่ง ได้สร้างเครือข่าย ที่จ้างวาน ให้อามิสสินจ้างกับคนหรือกลุ่มคน ที่มีพื้นฐานตาม ๑. ให้ขยายกว้างขวางขึ้น ... จนกระทั่งสังคมในกลุ่มแคบ ๆ นั้นรู้สึกว่าการกระทำของตนในการรับอามิสสินจ้างเพื่อให้ทุจริตเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็ทำกัน ...แผ่ขยายวงกว้างขึ้น ๆ 

๓. กลุ่มคนตาม ๒. ที่ขยายวงกว้างขึ้นนั้น แน่นอนว่า เริ่มจากต้นทางอำนาจอธิปไตยก่อน กล่าวคือ ชาวบ้าน หัวคะแนน ส.ส. กระทั่ง จนกระทั่ง หัวหน้า ส.ส. 

๔. เพื่อให้กลุ่มตัวเอง และพวกพ้อง ที่รวมหัวกัน สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยความมั่นใจ ก็เริ่มมีการ ซื้อสื่อต่าง ๆ ทุกประเภท ขนาดหนังสือพิมพ์ที่ได้ชื่อว่าเคยเป็นหัวหอกหลักในการนำเสนอแง่มุมการเมืองที่แหลมคม ... ก็ยังพ่ายแพ้ต่ออำนาจเงิน ... บางช่วงบางตอน ก็มีกิจกรรมเสริม จัดให้มีกลุ่มหน้าม้าออกมาเชียร์ จนกระทั่งพัฒนาการต่อมาเป็นกลุ่มมาเฟียในที่สุด ในการออกมาขู่เข็ญ บังคับ ผู้ที่ไม่ยอมคล้อยตาม

๕. นอกเหนือจากสื่อ ก็เริ่มรุกสู่องค์กรต่าง ๆ จากต้นทางความยุติธรรม การจับกุม ...กลางทาง ในการสั่งฟ้อง ...กระทั่งปลายทาง คือศาลยุติธรรม และที่น่าตกใจเป็นอย่างยิ่งก็คือ ปัจจุบันได้มีพัฒนาการไปเป็นว่า แม้ศาลตัดสินแล้วก็ไม่ยอมรับผิด แถมจะไล่ศาลอีกต่างหาก

สิ่งเหล่านี้ความจริงก็มีในสังคมไทยมานานแล้ว เพียงแต่ไม่ได้ขยายวงกว้างดังในปัจจุบัน ที่ได้เติบโตขยายตัวดุจมะเร็งร้าย ที่จะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างของประเทศไทย...
น่าสลดที่ความจริงแล้ว... คนที่ทุจริตไป โกงไปก็แทบไม่ได้ใช้สักเท่าไร แต่ไม่อาจหยุดได้

สาเหตุดังกล่าวข้างต้น สมัยก่อนเปรียบเสมือน แผลเน่าเปื่อย หรือขี้กลาก ในสังคมไทย ที่เกิดเป็นกระจุก ในวงแคบ ๆ แค่สร้างความรำคาญอยู่บ้าง เป็น ๆ หาย ๆ ไม่ได้ลุกลามใหญ่โต ทั้งนี้ทั้งนั้น เกิดจากคนส่วนใหญ่ยังคงมีความละอายต่อบาป ... ผิดจากปัจจุบันที่ผู้ทำผิดกล้าประกาศตัวอย่างเปิดเผย ... ช่าง บาปกรรม จริง ๆ

๖. นักวิชาการ (ไม่รวมผมนะ) ต่างมีทางออก ข้อเสนอแนะ ร้อยแปด พันเก้า ประการ โดยเกือบทั้งหมด ไม่เคยรับรู้ หรือได้ละเลยสภาพที่เป็น "มะเร็ง" ของสังคมไทย ที่ต้องพึ่งพา "ผ่าตัดใหญ่" เท่านั้น

๗. หลายส่วนที่โทษ ชาวบ้านว่าโง่ เพราะเป็นต้นทางสู่อำนาจ ที่ซื้อหาง่ายที่สุด ... อันนี้ ผมขอวิพากษ์ว่า ไม่รู้ว่าใครโง่กว่ากัน เพราะขนาดดอกเตอร์ หมอ นายพล อาจารย์ ฯลฯ ก็ล้วนถูกซื้อได้ทั้งนั้น ...แม้จะมีชาวบ้านบางส่วนที่ถูกหลอก แต่ก็คิดว่าหลายคนที่ยอมขายตัวเพื่อเลี้ยงชีพครอบครัว... ขณะที่หลาย ๆ คนมีกินมีใช้เหลือเฟือ ยังยอมขายตัว ...

๘. ต้องพลิกวิกฤตินี้ให้เป็นโอกาส ใช้ธรรมชาติบำบัด หรือเรียกว่า "ผ่าตัดใหญ่ แนวธรรมชาติ" นั่นคือใช้ รางวัล เป็นมีด ผสมกับ จิตสำนึกเป็นยาบำบัดมะเร็งร้ายนี้

ก่อนประเทศไทยจะล่มจม

ผมรักประเทศไทย

(ป.ล. ค้างไว้ขยายความ...)

หมวดหมู่บันทึก: ประวัติศาสตร์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 03 ธันวาคม 2556 13:14 แก้ไข: 09 ธันวาคม 2556 13:41 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 ServiceMan, Ico24 คนธรรมดา, และ 5 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

คงต้องใช้การแพทย์วิถีธรรมการพยาบาลวิถีไท ในการเยียวยากันนะคะหลังประชุมทีมสหสัมมาชีพก่อนการลงมือผ่าตัด

เราพ้นทุกข์ร่วมกันได้ค่ะ

ด้วยความเคารพ

ยาดมเอง


สำเนาจาก http://share.psu.ac.th/blog/eng-chem-chakrit/31802

--------------------------------------------------------------------------------

ทำท่าว [IP: 180.183.29.181]

03 ธันวาคม 2556 16:04

#94686

 

 

สืบเนื่องจากเนื้อหาของหัวข้อนี้ ทำให้เกิดหัวข้อ

 

"วิกฤตการเมือง ๒: วิพากย์ สังคมไทย [C]" ---> http://share.psu.ac.th/blog/commu/31807

 

ซึ่งเป็นกระทู้ปิด ให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกลงทะเบียนเท่านั้น

 

 

 

แต่คนนอก(คอก)เข้าไปอ่านแล้วรู้สึกถูกใจในความลุ่มลึกของการวิเคราะห์สมมุติฐานสาเหตุ อาการ การลุกลาม

 

ก็จะคอยอ่านแง่คิดมุมมองในการเยียวยาผ่าตัดที่จะขยายความต่อไป ว่าจะลุ่มลึกเข้าท่าอีกหรือไม่

 

 

 

;)

---------------------------------------------------------------------------------------

ครับ ต้องขอโทษ คุณทำท่าว

ที่ให้สิทธิเขียนเฉพาะสมาชิก เนื่องจากเกรง "กระบวนการจัดตั้ง" เหมือนห้องราชดำเนิน ครับ

และขอออกตัวว่า เรียนมาทางสายวิศวฯ ทำให้การสื่อสารส่วนใหญ่ มักจะรวบรัด เน้น ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลมากเกินไป อธิบายความน้อยเกินไป มักจะประเมินผู้รับสารว่า เรื่องนั้น ๆ จะมีพื้นหรือรู้ข้อมูลอยู่บ้างแล้ว ครับ จะพยายามปรับให้มีรายละเอียดมากขึ้น

ส่วนการขยายความในบันทึกถัดไป ก็สั้น กระชับ จนดูเป็น ข้อเสนอเล่น ๆ มากไป จะลองหาวิธีเขียนให้สื่อความหมายมากกว่านี้ครับ

;)

มันน่าแปลกใจที่ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดความชั่วร้ายเหล่านั้น ทำไมจึงไม่มีใครเอาชนะกิเลสฝ่ายต่ำได้เลยหรือนะคะ เพราะดูไปดูมา ตอนนี้ความจริงหลายๆเรื่องที่เปิดเผยออกมาให้เราได้เห็นความชั่วร้ายเน่าเฟะนั้น มันต้องมีคนรู้เห็นช่วยกันทำหลายซับหลายซ้อนมาก ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่มีใครจะรู้สึกสำนึกว่า มันเป็นความผิดอันไม่สมควรทำต่อชาติบ้านเมืองของเรา น่าเศร้าจริงๆค่ะ

ครับ คุณ โอ๋-อโณ น่าเศร้าใจเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งน่าตกใจยิ่งขึ้นเมื่อได้มีโอกาสคุยกับบางท่านที่รับงานที่ว่าจ้างโดยราชการ ให้ข้อมูลว่ากระบวนการคอรัปชั่น ซึมลึกและอาการหนักไปทุกวงการ จากที่แค่กินค่าหัวคิวหรือปากถุง 5-10% เหมือนหลายสิปปีก่อน ไม่มีอีกแล้ว รวมกระทั่งโครงการต่าง ๆ ที่ตั้งขึ้น เพื่อการคอรัปชั่นโดยตรง เพื่อให้มีการเบิกจ่ายมาแบ่งกันเท่านั้นเอง ไม่ได้มีประโยชน์ใด ๆ ที่ปลายน้ำเลยแม้แต่น้อย ...การเยียวยาแก้ไขดูแล้วน่าหดหู่ ยิ่งนัก ...

คุณต้องทำการเข้าระบบก่อนแสดงความเห็น