นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

โอ๋-อโณ
Ico64
ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ์
หัวหน้างานเคมีคลินิก
หน่วยเคมีคลินิก ภาควิชาพยาธิวิทยา
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 319 · ผู้ติดตาม: 15

อ่าน: 700
ความเห็น: 3

จิตสำนึกสาธารณะต้องเริ่มสร้างมาจากครอบครัวจริงๆหรือ

มีโอกาสไปใช้บริการสระว่ายน้ำของศูนย์กีฬาทุกเช้ามาหลายวันติดต่อกัน ทำให้ได้เห็นพื้นที่รอบๆศูนย์ซึ่งน่าจะเป็นการใช้งานจากนักศึกษามากกว่าบุคลากร (ประเมินแบบนี้ไม่รู้ผิดหรือถูกนะคะ) 

แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกผิดหวังกับสิ่งแวดล้อมที่เห็นคือ ขยะน้อยใหญ่ที่เกลื่อนกลาดอยู่ทั่วๆไป โดยเฉพาะบริเวณที่จอดรถ ส่วนใหญ่ที่เห็นก็จะเป็นแก้วพลาสติกที่เป็นที่นิยมตอนนี้ พวกแก้วโตๆทั้งหลาย นึกขัดใจว่า เพียงจิตสำนึกรับผิดชอบเล็กๆแค่นี้ในการนำขยะของกินดื่มของตัวเองติดตัวไปทิ้งให้เป็นที่เป็นทาง ยังมีคนทำไม่ได้มากมายอย่างที่เห็น แล้วเราจะไปหวังจิตสำนึกในเรื่องอื่นๆจะได้หรือ 

เชื่อว่าหากมีการจับปรับก็คงจะช่วยให้เรื่องแบบนี้หมดไป แต่ก็คงมีคนฝ่าฝืนไปในรูปแบบต่างๆกันได้อีก เหมือนที่เราเห็นการจอดมอร์เตอร์ไซค์ค้างคืนทิ้งไว้ ทั้งๆที่มีป้ายเตือนขนาดใหญ่ว่าห้ามจอดหลังเวลาที่กำหนด ซึ่งเราเห็นๆอยู่ว่าปริมาณรถกับคนที่เห็นนั้นต่างกันมาก ต้องเป็นรถที่จอดมาตลอดช่วงเวลาที่ห้ามนั่นเอง

น่าแปลกใจว่าจิตสำนึกแบบนี้นั้น มหาวิทยาลัยก็คงมีส่วนน้อยมากในการสร้างให้เกิดกับนักศึกษา เพราะมิฉะนั้นเราคงได้เห็นสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่านี้ แต่เราก็น่าจะมีส่วนช่วยกันสร้างใช่ไหมคะ สำหรับตัวเองรู้ได้เลยว่า ลูกๆของเราจะไม่มีวันทำแบบที่เห็นนี้เป็นอันขาด เพราะเราสอนให้เขาตระหนักถึงความไม่ดีที่จะเกิดตามมาหากเรามักง่าย ทิ้งข้าวของไม่เป็นที่เป็นทาง ไม่รักษากฎระเบียบของสังคม เราเองแสดงให้เห็นเสมอว่าเราตระหนักในความรับผิดชอบของตัวเราเองต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เราอยู่ จะสังเกตได้ว่าสิ่งเหล่านี้สอนด้วยคำพูดเท่านั้นไม่ได้ แต่เราเองต้องทำสม่ำเสมอตลอดเวลา 

สำหรับหน้าที่ของเราในมหาวิทยาลัยก็น่าจะมีส่วนช่วยกันอบรมบ่มเพาะจิตสำนึกนี้ให้กับ"ลูกๆพระบิดา"ทุกคนที่เราพบเห็น เชื่อว่าตัวเองคงจะต้องออกปากเป็นแน่หากเห็นใครทิ้งของไม่เป็นที่ จอดรถไม่ถูกที่ถูกกฎ แต่น่าแปลกที่ยังไม่เคยเจอจังๆสักที เห็นแต่ร่องรอยที่มากมายจนน่าเป็นห่วง ก็ได้แต่หวังว่า พวกเราๆผู้ใหญ่ทั้งหลายในม.อ.จะไม่ปล่อยให้ลูกหลานของเราเหล่านี้ขาดจิตสำนึกสาธารณะกันต่อไปนะคะ หากเราตักเตือนด้วยเมตตาและทำตนให้เป็นตัวอย่างกันอย่างสม่ำเสมอจริงจัง เราก็น่าจะมีส่วนช่วยในการสร้างจิตสำนึกให้"ลูกพระบิดา"ทั้งหลายของเราเช่นเดียวกันนะคะ 

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 05 กันยายน 2557 10:06 แก้ไข: 05 กันยายน 2557 10:06 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 คนธรรมดา, และ 4 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ใช่แล้วครับ คนไทยบางส่วนยังคงไม่เข้าใจเรื่องความรับผิดชอบต่อส่วนรวม นี่ขนาดเป็นนักศึกษาที่มีการศึกษาในมหาวิทยาลัย

 

ถ้าสถาบันการศึกษาช่วยไม่ได้มาก ก็คงต้องกลับไปเริ่มต้นที่สถาบันครอบครัวจริงๆ มั้งครับ

 

"ใจสั่งมา"

ได้ฟังจากเรื่องหนึ่ง จากคนหนึ่งคนที่เคยทำงานใกล้ชิดอดีต รมว.ศธ. ที่ทำเรื่องปฏิรูปการศึกษา

เขาบอกว่า "ปู่บอกว่าตอนนั้นคิดเพียงว่าทำยังไงให้ครูหลุดพ้นจากความยากจน และกลายเป็นครูมืออาชีพที่เก่ง และทำยังไงให้นักเรียนฉลาด มีความสามารถเพื่อแข่งขันกับคนประเทศอื่น ๆ ได้ แต่พอทำเสร็จ กลายเป็นว่า เราได้คนเก่งแต่เสียคนดีไป"

ทุกวันนี้ ครูทำ คศ.3 เพื่อเพิ่มเงินเดือน และส่วนมากคือจ้างทำ

นักเรียน เรียนพิเศษเยอะมาก เก่งมาก และเลือกเก่งเฉพาะวิชาที่จะต้องเอาไปสอบ

เลยเกิดอาชีพอย่าง "รับปรึกษาปัญหา คศ 3" "รับจ้างทำการบ้าน" ไม่รวมรับจ้างทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งมีมาก่อนการปฏิรูปการศึกษาแล้ว

และเมื่อเรากลับไปดูที่ครอบครัว

เราอาจพบว่า

พ่อกับแม่ อาจเป็นครูที่จ้างทำ คศ3 โดยมีลูก บริหารเงินค่าขนม เพื่อจ้างร้านถ่ายเอกสารหน้าโรงเรียนทำการบ้านวิชา กพอ. ก็เป็นได้

น่ะครับ

เราต้องไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับคนรอบๆตัวเราที่เราพอจะแนะนำได้นะคะ หากเราเอาแต่ตำหนิติเตียนแต่ไม่ลงมือช่วยเท่าที่เราจะพอทำได้ ก็ยากที่เราจะได้เห็นทางออกที่ดีของทุกๆเรื่องค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.226.243.10
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ