นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 2046
ความเห็น: 1

กรณีศึกษา: แก้ปัญหายังไม่จบจากป้าย occupied

ช่วงนี้ผมเจอมรสุมงานเข้า เลยห่างไปจากวงแชร์นิดหน่อย และก็คงจะยังห่างต่อไปเพราะมีโปรแกรมไปแข่งกีฬาแห่งชาติที่ขอนแก่นสัปดาห์หน้า

 

แต่ก่อนจะไปก็ขอบันทึกไว้สักหนึ่งก่อนละกันครับ

 

ผมไปกทม.เมื่อคืนวันพุธกับนกแอร์ ถึงสุวรรณภูมิก็นั่ง city line เข้าพญาไท ในใจบอกว่าประหยัดพลังงานให้โลกสักหน่อย แล้วก็นั่งแท๊กซี่ต่อเข้าโรงแรมเอเซียที่เลขาฯ จองให้เพราะบอกว่าใกล้ Central World

 

เช้าก็ลงมากิน buffet ข้างล่าง พบว่าพนักงานเก็บคูปองกำลังโทรศัพท์อยู่ คนข้างหน้าผมเขาก็วางคูปอง พร้อมกับหยิบป้ายยาวๆ ไปด้วย แต่บางคนก็ไม่หยิบ ผมก็ไม่ได้หยิบเหมือนกัน

 

ตักอาหารเสร็จก็เดินจะเข้าโต๊ะ ก็พบว่าโต๊ะที่เห็นว่าว่างกลับมีป้าย Occupied เสียบอยู่ในแก้วไม้ ผมก็ถึงบางอ้อว่าต้องหยิบป้ายมาจองที่นั่งด้วย เอาละต้องเดินหาโต๊ะที่ไม่มีป้าย ก็พบว่าไม่มีโต๊ะว่าง ต้องถามเจ้าหน้าที่ว่าจะให้นั่งตรงไหนได้บ้าง เขาก็ชี้ไปที่โต๊ะหนึ่งซึ่งมีจานวางอยู่เต็ม และมีป้าย Occupied เสียบอยู่เช่นกัน

 

ผมได้ที่นั่งพร้อมกลับนึกว่า โรงแรมนี้ลูกค้ามาก และพยายามใช้ป้ายบอกว่าโต๊ะนี้มีการจองใช้แล้วให้เป็นระบบ โดยโต๊ะที่ผมนั่งเป็นโต๊ะ 2 ที่นั่ง

 

สักครู่ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาวางป้าย Occupied ไว้ตรงข้ามกับที่นั่งผม ผมก็คิดต่อว่า ลักษณะการใช้ป้ายในกรณีนี้ควรวางไว้มากกว่าเสียบ เพราะหากโต๊ะ 4 คน มาคนเดียว เสียบป้ายไว้ ที่เหลืออีก 3 ที่ก็จะไม่มีคนกล้านั่ง (ผมคงไม่กล้านั่ง)

 

ผมก็นั่งคิดต่อว่า ระบบนี้ไม่ดีเท่าไหร่นัก เพราะคนไทยกินเสร็จแล้วก็คงลุกกลับเลย ทิ้งป้ายเอาไว้แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า โต๊ะนี้ว่างแล้ว

 

ก็จริงดั่งคิดครับ คุณผู้หญิงตรงข้ามผมกินอิ่มคว้ากระเป๋าถือแล้วก็เดินออกไปโดยไม่ได้เอาป้าย occupied ออกไปคืนด้วย

 

ผมว่าเป็นผู้หญิงนี้ก็ดีนะครับ สามารถวางกระเป๋าถือจองที่นั่งได้ ผู้ชายไม่รู้จะวางอะไรเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่ามีการใช้เก้าอี้อยู่น่ะ

 

เรื่องนี้ก็ลำบากครับ เพราะเรามักจะมองปัญหาเพียงด้านเดียว และเมื่อเราได้ตามประสงค์แล้ว เราก็ไม่ค่อยได้คิดต่อเพื่อคนอื่นที่อยู่ข้างหลังต่อไป

 

ผมกินเสร็จก็หยิบป้ายทั้ง 2 อันกลับไปคืนที่ทางเข้า พร้อมกับคิดว่าโรงแรมนี้ราคาสูงแต่ระบบยังไม่ดีเท่าใดนัก เช่น พนักงานเก็บคูปองไม่ควรโทรศัพท์ ควรทำหน้าที่แจกป้ายชี้แนะวิธีการใช้อย่างเดียว เพราะลูกค้าใหม่จะไม่เข้าใจระบบอย่างแน่นอน แต่ก็คิดต่อว่าเขาอาจไม่สนใจจะพัฒนาระบบเท่าใด เพราะลูกค้าคงเต็มตลอดด้วยทำเลที่ได้เปรียบมาก หน้าโรงแรมมีสถานี BTS ไปสยามพารากอนสะดวกมาก ลูกค้าคงติดใจในสิ่งเหล่านี้ เพราะเคล็ดลับของความสำเร็จในธุรกิจโรงแรม คือ ทำเล ทำเล และทำเล

 

เนื่องจากผมไม่รู้ตำแหน่งชัดเจนว่า central world อยู่ตรงไหนแน่ก็เลยใช้บริการแท๊กซี่พาไป ซึ่งก็อยู่ใกล้นิดเดียวเลยสยามพารากอนไปหน่อย ขากลับรุ่นน้องแนะนำว่าเดืนไปขึ้น BTS ที่สยามสแควร์ ไปลงพญาไท ต่อ สาย airport link ได้เลย ผมก็เดินหิ้วกระเป๋าออกมาตามที่เขาบอกก็พบว่าเป็นการเดินทางที่สบายใจ เพราะคุมเวลาการเดินทางได้

 

การแก้ปัญหาทุกอย่าง เราต้องมองให้ครบวงจร หรือมองในหลายมิติครับ มิติที่เรามักมองข้ามคือมิติทางสังคม เรามักมองในเชิงอุดมคติหรือหลักการ ซึ่งเราจะพบว่าจะมีกรณี outlier อยู่เสมอ เหมือนป้ายทางเข้าม.อ. ที่เขียนว่า ช่องบุคลากร และบุคคลภายนอก ซึ่งบางครั้งก็เปิดช่องทางเข้าทางเดียว และการเข้าช่องผิดก็เกิดเป็นปกติ ผมคิดว่าไม่ระบุเลยอาจจะดีกว่า ขายขี้หน้าเขาว่าไม่สามารถทำตามระบบที่วางเอาไว้ได้ ป้ายก็กลายเป็นสัญลักษณ์บอกความล้มเหลวไป 

 

ว่าจะพูดเรื่องชาวบ้าน ดันวกกลับมาที่บ้านเราเองอีก (ฮา)

 

มีความสุขกับวันเริ่มปิดเทอมนะครับ ผมทำหน้าที่เสร็จแล้ว ด้วยการส่งเกรดไปเรียบร้อยแล้วครับ

 

ผม..เอง


หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 03 มีนาคม 2555 20:17 แก้ไข: 03 มีนาคม 2555 20:17 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 ทะเลดาว, และ 4 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

มีลายคนที่คิดว่า "ในเมื่อจ่ายไปแล้ว ก็ต้องรวมทุกสิ่งทุกอย่าง"

กรณีของป้ายก็คงคล้ายกับ "จาน" ครับ

จ่ายตังค์ไปแล้ว คนขายก็มาเก็บเองซิ

ลืมมิติเชิงสังคมไปเสีย

เราเอง

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.237.183.249
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ