นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1610
ความเห็น: 4

ภาควิชาเป็นเหมือนครอบครัว?

ผมมีความคิดว่าที่ทำงานเป็นเสมือนบ้านที่สอง และเพื่อนร่วมงานเป็นเหมือนดั่งครอบครัวเดียวกันมานานแล้ว แม้จะกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่เราก็จะอยู่ร่วมกันต่อไป

 

บ้านตะวันออก..เป็นสมุดบันทึกที่ผมสร้างขึ้นก่อนที่จะกลับมาทำงานที่ภาควิชา..มีนัยยะในใจ 2 ประการ ด้วยตำแหน่งที่ตั้งที่จะพบกับแสงแดดตอนเช้า กับ ลักษณะการทำงานที่อยากเห็นคือการใช้วัฒนธรรมของชาวตะวันออกเข้ามามีส่วนในการอยู่ร่วมกัน คือ..การมีความผูกพันเชิงสังคม..เหมือนพี่ๆน้องๆ มากกว่าความสัมพันธ์ในเชิงตำแหน่งหน้าที่

 

ผมอาจจะอยู่ที่ภาควิชา..มานานมากที่สุด..หากนับเวลาในเข้าทำงานตั้งแต่ปี 2518 ใช้เวลาอยู่กับภาคฯ นานเป็นอันดับต้นๆ เมื่อนับเวลาจริงโดยหักเวลาที่ไปเรียนต่อเสีย 3 ปีเศษ ใช้เวลาพบปะกับเพื่อนๆ ในภาควิชา มากกว่าเจอกับพี่น้องในครอบครัวจริง ๆ ด้วยปัจจัยเหล่านี้..ความรู้สึกกับเพื่อนร่วมงานในภาควิชาฯ จึงมีมากกว่าการเป็นเพื่อนตามธรรมดา มีความรัก มีความอาทร มีความปรารถนาดี มีตวามห่วงใยพ่วงติดเข้าไปด้วย

 

ผมอยากเห็นการทำงานที่ภาควิชาฯ เป็นการทำงานที่มีความสุข มีความสนุก เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานที่จะทำให้เราปฏิบัติต่อกันดีๆ เสนอสิ่งดีๆ ให้กัน การทำงานที่เหมือนได้เล่น ได้ประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ มีความท้าทาย มีการเรียนรู้ เกิดสิ่งที่ดีกว่าตลอดเวลา เพราะถึงแม้ว่าเราจะอยู่ในสถานะที่ดีอยู่แล้ว แต่..มันสามารถทำให้ดีกว่านี้ได้(นี่นา) (อายุมากแล้ว แต่ใจยังเด็กอยู่ครับ)

 

ผมอาจอยู่ในสภาพ..ที่เรียกว่า..ไล่ล่าหาความทรงจำดีๆ..(ก่อนเกษียณอายุการทำงานก็เป็นได้).. ผมอยากได้ภาพเวลาดีๆ..เก็บไว้ในความทรงจำ..เป็นเวลาในขวดแก้วของผม..ช่วงเวลาที่ผมจะได้กลับมาดูได้เรื่อยๆ..ภาพที่เมื่อได้เห็น..ก็จะเกิดความสุข..มีรอยยิ้มเกิดขึ้นในใจทุกครั้ง

 

ผมอยากทำ..อยากช่วยสร้างในสิ่งที่ผมคิดว่ามันน่าจะดี..และเมื่อพยายามแล้ว..ถึงแม้ว่ามันจะล้มเหลว..แต่ผมก็มีความสุขในสิ่งนี้มากกว่า..คำว่า..เสีบดายจัง..ทำไมเราไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้ในช่วงเวลาที่เรามีโอกาสนะ?

 

ในธรรมเนียมตะวันออก โดยเฉพาะจีน เราจะมาเจอกันพร้อมหน้ากันในวันตรุษจีน ผมเองก็มีโครงการพบพี่-น้องในช่วงเวลาสงกรานต์ ในครอบครัวเดียวกัน เราอยากเห็นภาพ เห็นรูปที่ทุกคนได้อยู่ร่วมกัน

 

เราอาจจะเห็นสิ่งเหล่านี้ในวัยเด็ก ที่โรงเรียนจัดการเข้าค่ายนอกสถานที่ เป็นกิจกรรมบังคับให้เด็กทุกคนออกไปทำกิจกรรมร่วมกัน และเป็นความทรงจำที่ดีต่อไป เพราะผมยังจำภาพการเดินทางไกลเข้าแค้มป์ลูกเสือ การกางเต้นท์แบบทุลักทุเล การหุงข้าวด้วยหม้อลูกเสือสุกๆ ดิบๆ การเล่นแค้มป์ไฟ และการตื่นขึ้นมาในตอนเช้าตรู่และพบว่าน้ำทะเลลงไปลึกมาก จนเห็นหาดที่กว้างยาว

 

หนังสือ "ไม่ครบห้า" ผู้เขียนกล่าวถึงการเข้าแค้มป์นอกสถานที่ ที่ต้องเดินขึ้นเขา และเด็กทุกคนตัองช่วยตนเอง เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นซึ่งวัฒนธรรมวินัยแข็งแกร่ง เด็กนักเรียนที่ไม่มีขายังต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมนี้ ท่ามกลางความกังวลของผู้ปกครองและครู แต่ด้วยสปิริตที่แรงกล้า และเพื่อสร้างความภาคภูมิใจแก่นักเรียน ก็ไม่มีข้อยกเว้นในประเด็นนี้ ทุกคนร่วมสนับสนุนให้กำลังใจ และเขาก็ทำสำเร็จ

 

"ความพยายามเป็นของคน ความสำเร็จเป็นของฟ้า" ไม่มีความเสียใจใดจะเกิดขึ้น หากเมื่อคิดว่า "ได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว"

 

ผม..เอง

 

 

 

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 27 กุมภาพันธ์ 2555 02:29 แก้ไข: 27 กุมภาพันธ์ 2555 02:29 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 DaO_558, Ico24 Our Shangri-La, และ 9 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
Baby (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
27 กุมภาพันธ์ 2555 09:19
#75515

จริงค่ะ หากเราได้ทำสิ่งดีดีตอนที่เราอยู่สถานะใดก็ตาม ก็จะไม่มีความรู้สึกที่ว่า...ทำไมเราไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้ในช่วงเวลาที่เรามีโอกาสนะ? และ ...อยู่ให้เพื่อนดีใจ... หากไปก็ให้เพื่อนคิดถึง...ดีกว่า

สิ่งต่างๆ ล้วนเกิดขึ้นจากเหตุปัจจัย เหตุปัจจัยมีทั้งส่วนที่เราเข้าไปยุ่งเกี่ยวแทรกแซงได้ และมีส่วนที่เราไม่อาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวแทรกแซงได้ เมื่อมันมีเหตุปัจจัยให้เป็นเช่นนั้นจากเหตุปัจจัยที่เรามิอาจยุ่งเกี่ยวแทรกแซงได้

เพราะมีสิ่งนั้นจึงมีสิ่งนี้

มันเป็นเช่นนั้นเอง

ชีวิตมนุษย์นี้น้อยนัก ยามเมื่อยังมีชีวิตกลับไม่คิดทำ ยังจะเสียใจไปใยเมื่อชีวิตกำลังหลุดลอย

เราเอง

เมื่อวาน 27 ก.พ. 55 ได้ไปฟังพระผาสุขบรรยายธรรม ท่านกล่าวถึงทางสายกลางว่า ไม่ใช่ว่าจะเลือกทางสายกลางไปเสียทั้งหมด ในการปฏิบัติธรรมนั้น ต้องจริงจัง ค้องมุ่งมั่น มิใช่เลือกทางสายกลางในการปฏิบัตื

ที่ชอบอีกประเด็น คือ เราชาวพุทธ ต้องรู้จักแยกแยะว่า อันใดคือพุทธแท้ตามพระพุทธวัจนะ มิใช่ไปติดยึดกับสิ่งที่เป็นเปลือกของพุทธศาสนา

Ico48
nui (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
28 กุมภาพันธ์ 2555 10:36
#75564

ขอบคุณสำหรับแง่คิดดีๆ ที่อาจารย์มี และได้พยายามทำให้กับภาควิชา

สิ่งหนึ่งที่ตัวเองได้เรียนรู้จากองค์กรหนึ่ง ผู้บริหารใหญ่ได้บอกแนวคิดว่า

"พี่ๆ ผู้บริหารได้ร่วมสร้างองค์กรที่เกิดจากความรัก ความช่วยเหลือ ความเป็นพี่เป็นน้อง

และได้บัญญัติเป็นกฎขององค์กรเช่น น้องต้องอิ่มก่อน เหมือนกฎของค่ายยังงัยก็ไม่รู้

และยกวาทะของ สตีฟ จ๊อฟ ว่าเขารักองค์กรที่เขาอยู่ และเขาถึงได้กลับมาที่นี้อีกครั้ง"

ทำให้ตัวเองได้เรียนรู้ว่าองค์กรใดที่สามารถทำให้คนรักในองค์กร องค์กรนั้นจะพัฒนาอย่างรวดเร็วเพราะทุกคนจะสามัคคี เ

พื่อจุดประสงค์เดียวกัน เพื่อองค์กรของเรา" อย่างไรก็ดีทุกอย่างอยู่ที่การวางรากฐานจากรุ่นสู่รุ่น

จากการสร้างวัฒนธรรมองค์กรร่วมกัน เชื่อว่าเมื่อคนรุ่นหลังเข้ามา เขาจะเรียนรู้และปรับตัวเข้าสู่วัฒนธรรมขององค์กรที่วางไว้แล้วได้

เป็นกำลังใจ ตัวใหญ่ๆๆค่ะ อาจารย์

ปล พี่ผู้บริหารที่กล่าวถึงเขาจบจากวิศวะมอ. เรา และเขาก็ได้สิ่งนี้จากการอยู่ในมหาวิทยาลัย น่าภูมิใจ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.233.224.8
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ