นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 2079
ความเห็น: 7

เขียนงานวิชาการ 3: ความผิดพลาดที่ควรต้องเรียนรู้ เก็บเอกสารอ้างอิงให้เป็นระบบ

เกือบ 3 สัปดาห์แล้ว ที่การแก้ไขหนังสือเทคโนโลยีไบโอดีเซลของผมยังไม่ไปไกลเกินกว่า 50%

 

บทเรียนที่มีคุณค่ากับผมอย่างยิ่งคือ การใส่เอกสารอ้างอิงทุกครั้งที่ไปเอาข้อมูลของคนอื่นมา เพราะตอนผมเขียนนั้นผมมีความประมาทมากไป คือคิดง่ายๆ ว่า เมื่อหาจาก internet ได้ อีกเดือนมาหาอีกก็คงเจอเหมือนเดิม (แต่ปรากฎว่ามันหาไม่เจอแล้ว)

 

ประเด็นมันไม่ง่ายอย่างนั้นนะครับ เพราะถึงแม้ว่าผมจะ save เก็บไว้ใน zotero แต่การทำงานใน 2 แห่ง 2 เครื่องคอมพิวเตอร์นั้น เอกสารมันเยอะเสียจนผมมาหาใหม่อีกครั้งไม่เจอ หรือกว่าจะเจอก็เสียเวลาเป็นชั่วโมง คือไม่รู้ว่าเก็บไว้ในเครื่องที่ทำงานหรือที่บ้าน

 

อีกประการที่ผมจะต้องเรียนรู้คือ ต้องลบไฟล์ที่ไม่ใช้แล้วทิ้งไปเสียบ้าง ประเภทต้อง 5 ส. นะครับ เพราะกลับมาเปิดดูใหม่อีกครั้ง มีร่วม 100 ไฟล์ ก็ต้องนั่งไล่เช็คกันละครับว่าอันไหน update ล่าสุด จะดูจากวันที่ที่บันทึกก็ไม่มั่นใจว่าจะถูกต้อง 100%

 

ผมเพิ่งได้แว่นตาอันใหม่มาเมื่อวานนี้ อันนี้แปลกมากเพราะกระจกข้างซ้ายเป็นเพียงเลนส์กันแดด ข้างขวาใช้เพื่อให้อ่านหนังสือระยะใกล้ได้ คนทำแว่นเขาบอกว่าให้ผมแบ่งการทำงานของตาสองข้างเอาเอง คือตาซ้ายไว้มองไกล ตาขวาเอาไว้ดูใกล้ๆ ผลก็คือมันก็ชัดแบบงงๆ แต่ก็ต้องใช้ไปในขณะนี้ก่อน เพราะผมจะมีกำหนดการเปลี่ยนเลนส์ตาอีกข้างในเดือนหน้า หลังจากนั้นค่อยมาดำเนินการให้เข้ารูปเข้าร่างอีกครั้ง

 

มันก็ยัง งงๆ อยู่ครับ

 

ผม..เอง

 

 

 

 

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 25 กุมภาพันธ์ 2555 09:57 แก้ไข: 25 กุมภาพันธ์ 2555 09:57 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Marky, Ico24 Our Shangri-La, และ 6 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะปวดหัวไม่น้อยในการจัดการไฟล์ โดยเฉพาะถ้าหากต้องมีการทำงานหลายๆ ที่ (คอมฯหลายเครื่อง)

แนวทางในการจัดการปัญหานี้คงอยู่ที่การจัดเก็บแฟ้มข้อมูลเอาไว้ในสื่อแบบพกพาเช่น external Hard disk หรือ Thumb drive

ถ้าหากขนาดของไฟล์ทั้งหมดไม่ใหญ่มาก Thumb drive ก็น่าจะเพียงพอ แต่หากรวมแล้วขนาดของไฟล์ค่อนข้างจะใหญ่ ใช้เนื้อที่ในการเก็บข้อมูลค่อนข้างมาก external harddisk ก็ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

การจัดเก็บไฟล์ไว้ใน external hard disk เพียงอย่างเดียวก็อาจจะมีความเสี่ยงในการสูญหายของข้อมูลได้สูง ดังนั้นจึงควรเก็บข้อมูลไว้ทั้ง external hard disk และเครื่องคอมฯ ที่เราทำงาน

แต่หากมีที่ทำงานมากกว่า ๑ แห่ง การจัดการไฟล์ก็ดูจะซับซ้อนขึ้นอีกนิด แต่ก็ไม่ยากนักครับ

ในกรณีของท่านคนธรรมดาที่ทำงาน ๒ ที่คือ ที่บ้านและที่ทำงาน การจะให้ไฟล์ทำงานเหมือนกันเป๊ะๆ ทั้ง ๒ ที่นั้นก็ไม่ยากครับ แต่ต้องอาศัย สื่อบันทึกข้อมูลภายนอกอย่าง external hard disk ครับ

ทำงานบนเครื่องคอมฯ ที่ทำงานเสร็จก็ทำการ sync(hronize) ข้อมูลกับ external hard disk หิ้ว external hard disk กลับบ้าน ทำการ sync ข้อมูลกับเครื่องคอมฯ ที่บ้าน ทำงานกับเครื่องที่บ้าน เสร็จก็ sync ข้อมูลกลับ external hard disk หิ้วกลับที่ทำงาน

การ synchronize ข้อมูลก็คือการทำให้ข้อมูลเหมือนกัน การ sync จะต่างกับการ copy การ copy จะทำการ copy ไฟล์ทุกไฟล์จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง แต่การ sync จะมีกระบวนการตรวจตรวจสอบข้อมูลต้นทางและปลายทางก่อนว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร ถ้าแตกต่างกันก็จะกระทำเฉพาะส่วนที่ต่างกันเท่านั้น

ทำอย่างไรขึ้นอยู่กับผู้ใช้ เช่น

หาก(ไฟล์/ โฟลเดอร์) มีในต้นทางแต่ไม่มีในปลายทางให้ copy จากต้นทางไปปลายทาง (เฉพาะที่ต่างกัน)

หาก(ไฟล์/ โฟลเดอร์) เฉพาะในปลายทางไม่มีในต้นทาง ให้ลบ(ไฟล์/ โฟลเดอร์) ที่ปลายทางทิ้งไป หรือให้ copy ไปต้นทาง

โปรแกรมที่ใช้ sync ข้อมูลบนวินโดวส์ที่ฟรี เช่น syncback ครับ

โปรแกรมนี้ผมเคยเขียนแนะนำเอาไว้ในบันทึกก่อนหน้านี้เมื่อสักประมาณ ปี ๒ ปีที่แล้วครับ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อความสะดวกในการ sync ข้อมูลควรมีการจัดการไฟล์/ รวบรวมให้เป็นระเบียบ เพื่อง่ายต่อการจัดการ

เอกสารที่ใช้อ้างอิงอาจ (ในเน็ต) จะย้ายที่ไปบ้าง/ หายไปบ้างครับเมื่อเวลาผ่านไป แต่หากเคย save เก็บไว้บ้างก็น่าจะนำเข้า zotero ได้ไม่ยาก(นัก)ครับ

cheer!!!

เราเอง

ขอบคุณครับพี่เน็ก ผมก็ได้ความรู้ใหม่อีกแล้วครับ ผมมี external hard disk ครับ ที่ผมทำทื่อๆ ก่อนหน้านี้ก็คือ save เสร็จก็ส่ง เมล์ให้ตัวเอง ก็พอใช้ได้อยู่ครับ แต่ก็พยายามเปลี่ยนชื่อไฟล์ไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ไม่งงว่าอันไหนล่าสุด แล้วมันก็กลายเป็นมีเกือบ 100 ไฟล์นั่นแหล่ะครับ เดี๋ยวจะลองวิธี sync ที่แนะนำมาบ้างครับ

ขอบคุณครับ

คิดอะไรไม่ออก ก็บอกในแชร์นี้ครับ (ฮา)

ผมเล่าเรื่อง syncback เอาไว้ในบันทึก ๒ บันทึกคือ "ก้าวย่าง ทางเดิน หมายเลข ๓๗: ของของใคร ของใครก็ห่วง ของใคร ใครก็ต้องหวง" และ "ก้าวย่าง ทางเดิน หมายเลข ๓๘: นางไม้"

บันทึกนางไม้นั้นเน้นที่ใช้ sync กับ server ในกรณีที่หน่วยงานมีเนื้อที่บน server สำหรับให้บุคลากรไว้จัดเก็บข้อมูล แต่ก็มีส่วนที่กล่าวถึงข้อพึงระวังในการในการใช้งานโปรแกรมด้วยครับ

ที่สำคัญคือชื่อไฟล์หรือโฟลเดอร์อย่าตั้งให้ยาวมาก หลีกเลี่ยงชื่อไฟล์/ โฟลเดอร์ที่เป็นภาษาไทย ถ้าให้ง่ายและสะดวกก็ควรสร้างโฟลเดอร์ใหญ่ไว้สักโฟลเดอร์แล้วเอาทุกอย่างที่ต้องการ backup/ sync มาอยู่ภายใต้โฟลเดอร์ใหญ่นี้

ถ้าเลือกสร้าง profile สำหรับ sync ข้อมูลแบบ "ให้ทุกอย่างเหมือนกันหมดระว่างต้นทางปลายทาง"  (ไม่มีการลบไฟล์แต่จะ copy อันที่อัพเดตล่าสุดไปยังที่ (ต้น/ ปลายทาง) ที่ไม่มีไฟล์นั้นอยู่หรือมีแต่เก่ากว่า) ก็น่าจะไม่มีปัญหาว่าที่บ้าน ที่ทำงาน อันไฟนจะอัพเดตกว่ากัน

ส่วนการตั้งชื่อไฟล์เพื่อที่จะบอกว่าอันไหนอัพเดตกว่ากันการใช้วันที่และเวลาใส่ลงไปที่ชื่อไฟล์ก็น่าจะช่วยได้มากนะครับ ผมใช้วิธีนี้อยู่เหมือนกันในกรณีที่ไม่ต้องการลบไฟล์ต้นฉบับก่อนแก้ไข(ใหม่) หรืออาจะใช้เลขลำดับที่แทนวันที่และเวลาก็ได้ครับ แต่วันที่และเวลาจะให้ข้อมูลที่ดีกว่าตัวเลขลำดับที่ครับ

เราเอง

ใช่แล้วครับคุณเน็ก ผมใช้เทคนิคตั้งชื่อไฟล์ตามวันตามเดือนในช่วงหลังๆนี้ แต่กว่าจะใช้้มันก็ผ่านไปแล้วกว่าครึ่งทางครับ

Ico48
wwibul (Recent Activities)
28 Febuary 2012 10:00
#75559
  • ผมมีวิธีที่ใช้ดีตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนแล้วไม่เคยปวดหัวอีกเลย
  • สมัยใช้ 8086, 80286, 80386 ผมใช้เวลา 3-7 วันเวลาเจอปัญหาเครื่องพังในการถ่ายข้อมูล และข้อมูลอาจหายไปกว่า 1 ในสิบ
  • เดี๋ยวนี้ ไม่เกิน 1 วัน และข้อมูลก็มักหายไม่เกิน 3 วันย้อนหลัง
  • ผมใช้วิธีเก็บข้อมูลหลักใน HDD พกพา แล้วสำรองลงเครื่องที่บ้านเกือบทุกวัน สำรองลงเครื่องส่วนตัวที่ทำงานด้วยเฉพาะรายการที่ไม่กลัวถูกแฮ็ค
  • ข้อดีคือ ถ้า HDD พังปุบปับ ยังใช้งานจากในเครื่องมาลง HDD พกพาลูกใหม่ง่าย
  • ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์พังปุบปับ ก็แค่เปลี่ยนเครื่อง ไม่ต้องทำอะไรกับข้อมูล
  • แบบนี้ ข้อมูลปลอดภัยสูงมาก
  • ส่วนการ backup ใช้วิธี copy ลาก folder ทับไปมา
  • การ backup สเกลยักษ์ใช้วิธีกระจายไปหลายเครื่อง และผลัดเวียนไปมาตามสะดวก เช่น ครั้งนี้ลงเครื่องนี้ ครั้งหน้าลงอีกเครื่อง เผื่อเจอ defect ซ่อนขั้นร้ายแรง
  • การ backup สเกลเล็กแต่งานสำคัญยิ่งยวดใช้ CD เพราะ thumbdrive เสี่ยงติดไวรัสและโดนพลาดเขียนทับด้วยแฟ้มที่ชำรุดได้ง่าย
  • ส่วนตัวใช้วิธีเปลี่ยนชื่อแฟ้มแล้วประทับปี-เดือน-วัน เมื่อสั่งเรียงจะเห็นลำดับเวลาการสร้างชัดเจน
  • จากประสบการณ์ส่วนตัว ไม่รู้เกิดกับท่านอื่นหรือเปล่า - การสูญหายของข้อมูลเกิดนาทีสุดท้ายที่ทำงาน เช่น save แฟ้มไม่ทันเสร็จ ก็รีบปิดเครื่องหรือดึงไดรฟ์ออก หรือลบแฟ้มที่ไม่ใช้งานออกตอนปิดโครงการแล้วพลั้งมือไปลบแฟ้มที่เพิ่งสร้างล่าสุดและยังไม่ได้มีสำเนา แบบหลังนี่เจอบ่อยครับ เพราะมือไวกว่าใจสั่ง อิอิ
  • การสำรองข้อมูลที่ปลอดภัยขึ้นไปอีกระดับก็คือแบบ multiple copy ร่วมกับ multiple site แบบที่ท่านวิบูลย์พูดถึง คือสำรองข้อมูลไว้มากกว่า ๑ ที่ (สื่อบันทึกข้อมูล เช่น hard disk ในเครื่อง + external Hard disk) และสำรองข้อมูลเก็บไว้มากกว่า ๑ แห่ง (สถานที่ - ที่บ้าน ที่ทำงาน ที่ทำงานตึกอื่น)
  • ปัญหาอย่างหนึ่งของการสำรองข้อมูลด้วย CD ก็คือ เครื่องอ่าน/ เขียน CD มักไม่ค่อยเที่ยงตรง โดยเฉพาะรุ่นใหม่ๆ เขียนด้วยเครื่องนี้ อ่านด้วยเครื่องนั้นไม่ได้ ถ้ามีการแก้ไขไฟล์บ่อยจะเปลืองแผ่น CD แต่เก็บข้อมูลได้ค่อนข้างนาน 
  • บางครั้งจะมีสัญญาณเตือนก่อนแต่ส่วนมากจะเป็นประเภท "ค่อยดู ค่อยทำ" พอจะดูก็เดี้ยงไปซะแล้ว
  • ที่ร้ายไปกว่านั้น เคยเจอกรณีที่ทำงานทั้งคืนไม่เป็นไร เช้าเปิดเครื่องเพื่อสอบ hard disk เจ๊งซะนี่
  • การ sync จะใช้เวลาสำรองข้อมูลน้อยกว่าการ copy ข้อมูล ยกเว้นในครั้งแรกของการ sync ที่ใช้เวลาเท่ากันเพราะต้อง copy ทุกไฟล์ทุกโฟลเดอร์เหมือนกัน

เราเอง

ฮา ฮา ดีครับ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ดีครับ

ประเภทลบไฟล์ผิดผมก็เจอบ่อยครับ ด้วยใจที่เร็วไปบ่อยๆ

ประเภทตั้งชื่อไฟล์ด้วยวันที่นี้ก็ดีครับ ไม่ค่อยหลง และ play safe ด้วยการสำรองไฟล์ไว้หลายที่

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.94.202.6
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ