นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
Network
Members · Following: 5 · Followed: 22

อ่าน: 2025
ความเห็น: 1

เกลียวความรู้

ก่อนจะจากจะบอกว่า ที่คุณหมอวิจารณ์เขียนไว้นั้น เป็นสุดยอดคัมภีร์ KM ของเมืองไทยเลยนะครับ

บันทึกนี้มีที่มาจากที่คุณ"ใจสั่งมา"สงสัยว่า เกลียวความรู้ ที่ผมใส่ไว้ใน Keywords นั้นคืออะไร

 

ผมเองเป็นคนตรง ไม่ได้ซ่อนเงื่อนอะไรมาก อาจมีล่อหลอกเป็นบางครั้ง (เมื่อเผลอ ฮา) และที่ผมได้เรียนรู้มาบ้างก็คือ บางเรื่องเราบอกไปตรง ๆ ไปไม่ได้ แต่เรื่องนี้นั้นเฉลยได้ทันที

 

เกลียวความรู้ อยู่ในเรื่องราวของ KM ที่คนส่วนมากได้ยินก็ขยาดกันครับ เพราะมองภาพอันแสนจะน่ากลัวออกในทันทีคือ

1. งานใหม่มาอีกแล้ว

2. งานเก่าก็ยังทำไม่จบเลย

3. ความรู้อะไร ต้องยากแน่ๆ

 

ระยะหลังผมก็ไม่พูดถึงเรื่อง KM ให้โจ่งแจ้งมากนัก เอาเป็นว่าหาเรื่องสนุกๆ มาเล่าให้ฟังกันดีกว่า

 

แต่ถ้าหากจะเอาต้นเรื่องของ KM ให้ชัดเจนก็ต้องไปขอจากปรมาจารย์ KM ของเมืองไทยครับ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ที่เขียนเรื่อง KM ได้ลึกซึ้งจับใจเป็นอย่างยิ่ง

 

เกลียวความรู้เป็นเพียงหนึ่งในขั้นตอนของกระบวนการ KM ซึ่งท่านว่าไว้ว่าเป็นเคล็ดลับเคล็ดวิชาที่จะขาดเสียมิได้เชียวครับ

 

ผมยกเอาท่อนที่คุณหมอวิจารณ์เขียนไว้เกี่ยวกับเกลียวความรู้มาไว้นะที่นี้นิดหนึ่งก่อนครับ

เกลียวความรู้ SECI ที่เสนอโดยโนนากะ และทาเกอุจิ เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการยกระดับความรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

โดยเริ่มจาก Socialization คือ การจัดให้คนมามีปฏิสัมพันธ์ (socialize) กันในรูปแบบต่างๆ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ฝังลึก (tacit knowledge) หรือประสบการณ์

ตามมาด้วย Externalization ซึ่งเป็นกระบวนการสื่อความรู้ จากประสบการณ์ในการทำงานออกมา เป็นภาษาพูด หรือภาษาเขียน เท่ากับเป็นการเปลี่ยนความรู้ฝังลึก เป็นความรู้ชัดแจ้ง (explicit knowledge) หรือความรู้ที่เข้ารหัส (codified knowledge) ซึ่งเป็นความรู้ที่สามารถแลกเปลี่ยนกันได้โดยง่าย    ผ่านวิธีการด้านเทคโนโลยีสื่อสาร และสารสนเทศ   กระบวนการ ผนวกรวมความรู้ชัดแจ้งเข้าด้วยกัน เรียกว่า Combination  ก็จะได้ความรู้ชัดแจ้งที่กว้างขวาง และลึกซึ้งขึ้น

กระบวนการสุดท้ายในวงจร SECI คือ   Internalization  ซึ่งเป็นการ "จารึก" ความรู้ชัดแจ้ง เป็นความรู้ที่ฝังลึกในสมองคน หรือฝังเข้าไปในผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการทำงาน ซึ่งผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการนี้ จะไปสัมพันธ์กับลูกค้า หรือผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ และเกิด "ข้อมูล" ความพึงพอใจ หรือประสบการณ์ในการใช้ผลิตภัณฑ์ หรือใช้กระบวนการทำงานนั้น เป็นข้อมูลใหม่ หรือเพิ่มเติมเข้ามาในกระบวน จัดการความรู้ ยกระดับเกลียวความรู้ขึ้นไปอีก วงจร SECI จะดำเนินการต่อเนื่องเรื่อยไปไม่มีสิ้นสุด

 

ผมขอขัดจังหวะไว้นิดหนึ่งก่อนว่า Share.psu.ac.th ของเรานั้นทำให้เกิดการ Socialization ขึ้นแล้วอย่างเป็นรูปธรรม ผมไม่เคยรู้จักคุณเน็ก (Our Shangri-La), คุณใจสั่งมา, คุณปุกปุย, คุณล.ลิงไต่หลังแกะ, คุณมอนลี่, ป้าแปร๊ด, ป้าจิ๊บ และท่านอื่น ๆ มาก่อน ก็ได้รู้จักสนิทสนมกันผ่านทางแชร์นี้

 

กระบวนการ Externalization และ Combination ก็ได้ดำเนินการในวงแชร์นี้เช่นกัน การแลกเปลี่ยน การให้กำลังใจ การสร้างแรงกระตุ้น การปลุกเร้า การให้แนะนำ จากสมาชิกในวงแชร์เกิดขึ้น พี่เน็กแนะนำให้ผมจัดภาพในวงแชร์นี้ได้ และผมก็อาจนำไปใช้ในวงการอื่น ๆ ต่อไป และถ้าผมนำไปใช้เป็นประจำ ก็จะเกิดลักษณะการ Internalization ซึ่งส่งผลให้ผมทำงานได้มากขึ้น เร็วขึ้น สื่อสารกับคนอื่นได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้มาจากวงแชร์สีชมพูของเรานี้ ซึ่งถ้าผมปิดตัว หมกตัวกับห้องทำงาน อ่านหนังสือหาความรู้เองก็อาจจะได้ แต่อาจไม่รู้ลึก รู้กว้างเหมือนการเปิดตัว และvision ของผมก็คงแคบเหมือนเดิม แทนที่จะได้รู้เทคนิคที่หลากหลายก็คงเป็นเทคนิคเดิมที่อาจล้าสมัยไปมากแล้วก็ได้

 

นอกเหนือจากเกลียว SECI แล้ว ยังมีเกลียวความรู้ (knowledge spiral) ที่ช่วยยกระดับ (cross-leveling) ความรู้อีกหลายแบบ เช่น เกลียวความรู้ข้ามระดับพนักงานระดับล่าง - พนักงานระดับกลาง - ผู้บริหารระดับสูง เกลียวความรู้ข้ามระดับหน่วยงานย่อย  เกลียวความรู้ข้ามชั้นขององค์กรแบบ "พหุบาท" (hypertext)  

 

การสร้างเกลียวความรู้ข้ามสายงาน ผมก็แอบเอาไปใช้กับภาควิชาฯแล้ว เพียงแต่ระยะเวลายังสั้นไป ประเมินผลยังไม่ได้

 

ผมเองนั้นไม่เคยคิดที่จะนำเอาความรู้เฉพาะสาขามาบันทึกไว้ในแชร์แห่งนี้มาก่อน แต่ก็พบว่า เรื่องนี้กลับมีประโยชน์ (นี่ก็เป็นเรื่องเล่าจากประสบการณ์จริงอันหนึ่ง เช่นกัน) เพราะเมื่อวานผมเปิดเรื่อง Hydrolysis of Ester จากแชร์ให้คุณธเนศผู้ซึ่งผูกพันกับผมหลายสถานะดู และแลกเปลี่ยนเรื่องประเด็นวิจัยที่กำลังทำอยู่ คุณธเนศซึ่งมีลูกบ้าและลูกฮึดมากกว่าผม ยอมลงทุนทำการทดลองตลอดทั้งคืน เพื่อเอาผลสมมติฐานที่เราตั้งเอาไว้มาแสดงให้ผมดูในเช้าวันนี้ (และผมไล่ให้คุณธเนศกลับไปนอนพักผ่อนแล้ว)

 

บางครั้งผมก็พาตัวเข้าไปในสถานะการณ์ที่ยุ่งเหยิงวุ่นวาย Chaos เพื่อแสวงหาคำตอบด้วยการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ที่ผมตระหนักว่า ไม่ลงมือปฏิบัติก็คงไม่มีผลลัพธ์ เราแสวงหาความรู้จากความไม่รู้มาก่อน สิ่งเหล่านี้ต้องลงมือทำ มิใช่ยืนมองดูเฉย ๆ ครับ

 

ว่าจะเขียนสั้น ๆ กลับกลายเป็นยาวในความรู้สึกของผม แต่คงสั้นในความรู้สึกของพี่เน็กนะครับ ฮา

 

ก่อนจะจากจะบอกว่า ที่คุณหมอวิจารณ์เขียนไว้นั้น เป็นสุดยอดคัมภีร์ KM ของเมืองไทยเลยนะครับ

 

ผม..เอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมวดหมู่บันทึก: ประกันคุณภาพ ตัวชี้วัด ประเมินผล
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 18 พฤศจิกายน 2554 11:52 แก้ไข: 18 พฤศจิกายน 2554 11:52 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 anni, และ 5 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ผมใช้ "การจัดการความรู้ฉบับนักปฏิบัติ" มาใช้เขียนบันทึกหลายๆ บันทึกเช่นกันครับ ถ้าใครไม่มีก็สามารถหาอ่านได้จากใน blog ของอาจารย์วิจารณ์ ที่ gotoknow อาจารย์เขียนไว้เป็นตอนๆ

เกลียวความรู้เป็นเรื่องเชิงสังคมมากกว่าปัจเจกบุคคล

เริ่มจากบุคคลหมุนไปสู่บุคคล หมุนวงรอบซ้ำๆ มีการแตกยอดของความรู้ ข้ามระดับของบุคลากร

เราเอง

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.238.107.166
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ