นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1691
ความเห็น: 4

เพราะเราไม่ได้เป็นคนสมบูรณ์แบบ

มีคำปรารภมาว่าไม่ค่อยเห็นด้วยกับการบังคับให้เขียนบันทึกในแชร์

 

ผมฟังคำปรารภแบบนี้มามากกว่า 3 ปีตั้งแต่ทำงานที่ศูนย์เครื่องมือฯแล้ว ก็เห็นด้วยว่าการแบ่งปันความรู้ไม่ได้มีวิธีการเดียวมีหลายวิธี ถ้าไม่อยากบันทึกก็ขอให้หาแนวทางอื่นในการแลกเปลี่ยนก็ได้ แต่เท่าที่ผ่านมา ผมก็ไม่เห็นคนที่ปรารภกับผมจะดำเนินการแลกเปลี่ยนความรู้ด้วยวิธีการอื่น ๆเลย

 

ผมเองนั้นก็บันทึกบ้างไม่บันทึกบ้างตามแต่อารมณ์จะพาไป แต่ผมรู้จักตัวเองดีว่า หากไม่บังคับหรือบางท่านใช้คำว่า"เฆี่ยนตีตัวเอง" บ้าง งานที่ควรจะทำก็ไม่ได้ทำสักที (ฮา)

 

ผมนั้นมักติดกับคำสัญญา เมื่อสัญญาแล้วก็พยายามทำให้ได้ตามนั้น บางครั้งก็เป็นสัญญาที่อยู่ในใจ ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนอันหนึ่งคือ ผมตั้งใจจะเขียนหนังสือเกี่ยวกับ"ไบโอดีเซล"ให้เด็กมัธยมปลายอ่านสักเล่ม ตั้งใจตั้งแต่ต้นปีมกราคม ทำได้สักครึ่งเดือนก็หยุด และก็ไม่ได้มีความคืบหน้าอีกเลย

 

หลังจากที่ได้ไปร่วมงาน"รวมพลคนเขียนบล็อก 2" ของคณะทรัพย์แล้ว ผมก็เกิดแรงฮึดอีกครั้ง ฟังท่านคณบดีวัลลภพูดแล้วผมก็คิดว่าเราน่าจะทำได้ พร้อมกับได้ไปเห็นตัวอย่างการเขียนบล็อกเชิงวิชาการบล็อกหนึ่ง เขาก็บันทึกเกือบร้อยบันทึกแล้ว ผมเข้าไปอ่านดูหลาย ๆ บันทึกไม่ได้มี comment อะไรเลย แต่ท่านนั้นก็ยังคงตั้งมั่นที่จะเขียนต่อไป ก็รู้สึกนับถือในความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของท่าน เลยอยากลองว่าผมจะทำในทำนองเดียวกันนี้ได้หรือไม่ รวมถึงอยากจะรู้ว่าหากเขียนเป็นเชิงวิชาเกือบร้อย% จะเกิดอะไรขึ้นในแชร์สีชมพูนี้บ้าง

 

เพราะคนเราไม่ได้เป็นคนสมบูรณ์แบบนี้แหล่ะครับ ที่ผมคิดว่าการบังคับเล็กๆ น่าจะเป็นผลดีเหมือนกับการบังคับให้เด็กอ่านหนังสือหรือทำการบ้าน เพราะคนเรามักทำตามใจตนเองมากกว่า คนเรามักกลัวไปล่วงหน้าด้วย บางครั้งการกลัวของเราก็มีเหตุผลน้อยไป ด้วยใจที่ไม่คิดอยากจะทำ เช่น การไปในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นต้น ซึ่งผมไม่ปฏิเสธในการเดินทางไปเมื่อมีเหตุผลที่จะต้องไป แม้กระทั่งการแข่งเทนนิสเชื่อมความสัมพันธ์ซึ่งผมก็ไม่เคยปฏิเสธ

 

ผมทำสัญญากับตัวเองแล้วว่าจะเขียนบันทึก"ไบโอดีเซล"วันละหนึ่งบันทึก"ทุกวัน" หากไม่ติดงานหนักหนาสาหัสอะไร ขณะนี้ยังทำได้อยู่เพราะผมมีของในสต็อคอยู่พอสมควร แต่กะว่ากินได้สัก 20 วันก็น่าจะหมด ในขณะเดียวกันผมก็ต้องพยายามหาวัตถุดิบมาเพิ่มทุกวัน วันละเล็กละน้อยก็ว่ากันไป ได้สะสมวันละสัก 4-5 บรรทัดก็ยังดี ของเก่าๆที่สะสมไว้ ก็ต้องมาตกแต่งใหม่ด้วย ก็กะว่าจะสู้กันดูสักครา (ฮา จริงๆ แล้วทำไม่ได้ตามสัญญาไปแล้ว เพราะเมื่อวานนี้บันทึกได้ตอน 00.15 น.

 

ผมก็พยายามจะบันทึกทั้ง 2 สไตล์ครับ วิชาการมั่ง วิชาเกินด้วย ล่อกันให้นัวเนียกันเล่นเสียยังงั้น

 

ก็ยังไม่ได้เปลี่ยนไป๊ ยังสบายเหมียนเดิมครับ

 

ผม..เอง

 

  

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 09 พฤศจิกายน 2554 15:14 แก้ไข: 09 พฤศจิกายน 2554 15:14 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 anni, และ 5 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

สงสัยต้องเสีย "กางเกง" ส่งเสริมการใช้งาน Share ให้ "ป๋า" เป็นคนแรก แน่ๆ เลย

เอิ๊ก เอิ๊ก....

เรื่องการบังคับให้เขียนบันทึก ก็ดีทางหนึ่ง เพื่อให้คนมีความรู้ได้แบ่งปันความรู้บ้าง เพราะเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์มีความรู้เต็มปรี่กันทุกคน

 

แต่ไม่ว่าหน่วยงานใดก็ตาม หากตนเองไม่ถนัด และ ไม่มีใจจริงๆ ต่อให้บังคับขู่เข็ญ ไม่ว่าด้วยการบังคับ หรือ การจูงใจ ผมเข้าใจว่าวันหนึ่งเขาก็คงหยุด คงซาลงไป หากใจมันไม่มี

 

ดังนั้น ในการ "บังคับ" อาจมี "ทางเลือก" ไว้ให้บ้าง หากจุดมุ่งหมายปลายทาง คือการทำ KM หรือแบ่งปันความรู้ที่มี ก็ยังมีอีกหลายทางให้ทำได้ ตามความถนัดส่วนตัว ตามนิสัยส่วนบุคคล เปิดทางให้กว้างเอาไว้ เผื่ออาจจะมีการทำ KM แปลกๆ เด็ดๆ ที่คาดไม่ถึงออกมาให้เห็นบ้างก็เป็นได้

 

อย่างที่ผมบอก บุคลากร มอ. ทุกคน สอบและถูกคัดเลือกอย่างดีเพื่อเข้ามาทำงาน ความรู้ ความสามารถจึงมีกันทุกคน แค่หาทางเดินที่เขาชอบ คงทำกันได้ทุกคนแน่นอนครับ

 

"ใจสั่งมา"

ยินดีที่คนธรรมดา ได้มีความคิดก้าวไปอีกขั้น จากเขียนไปตามอารมณ์ มากำหนดแผนทิศทางกำกับตัวเอง และเป็นเรื่องเป็นราว คิดว่าจะเป็นแหล่งความรู้ที่ดี และไม่หายไป

การบังคับตนเองในสิ่งที่อยากทำ รับรองว่าจะเกิดความภาคภูมิใจ หลายบันทึกก็เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ที่สามารถไปดูเมื่อเวลาต้องการนำมาใช้งาน

การแลกเปลี่ยนรู้ ทำให้สามารถขยับความคิดพัฒนาไปอีกขั้นได้ ชาวคณะทรัพยฯที่ได้มีโอกาสเชิญท่านมาแลกเปลี่ยนเยี่มเยียน ก็คงยินดีด้วยครับ

ตอนวันแรกของการเกิดระเบิด(จักรยานบอม) ที่ปัตตานี ทางภาควิชาฯ ได้พูดคุยกับผมและนักศึกษาว่า พรุ่งนี้จะไปดูงานที่ สสจ และ โรงพยาบาลปัตตานีกันอีกมั๊ย

ผมตอบไปว่าถ้าเป็นหน้าที่ที่ต้องทำผมก็ไป ไม่ใช่ว่าไม่กลัว ประมาทหรืออย่างไร

แต่หลังจากนั้นไม่นานเราก็ถอย ไปไกลสุดก็แค่เทพา

ที่ถอยนี่เป็นเพราะเสียงจากบรรดาผู้ปกครองนักศึกษาทั้งหลายที่ส่งเสียงถึงความเป็นห่วงเป็นใยลูกๆ ของพวกเขา และเป็นเสียงที่ดังเสียด้วย

ต่อมาเราก็เลิกส่งนักศึกษาแพทย์ปี ๖ ไปฝึกที่โรงพยาบาลเทพา ด้วยเหตุผลเดียวกัน

เหลือแต่ยังพานักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ ๔ ไปดูงานเวชปฏิบัติครอบครัวที่โรงพยาบาลเทพาแบบไปเช้า บ่ายกลับ

ทุกครั้งที่ผมไปมีคำพูดหนึ่งที่ผมได้รับทราบก็คือ ดีใจที่มาดูงาน ให้ความรู้สึกว่า "ไม่ทอดทิ้งกัน"

ผมสลับไปมาระหว่างเทพาและระโนด แต่หลังๆ ผมมักจะไประโนดมากกว่า ด้วยเหตุผลที่ว่า "ผมไปที่ไหนก็ได้"

เมื่อหลายปีก่อน ผมจำชื่ออาจารย์ท่านหนึ่งไม่ได้แล้ว (ปัจจุบันย้ายไปที่อื่นแล้ว?) จำได้ว่าเป็นอาจารย์จากวิศวะ อาจารย์จะเขียนเรื่องการทำวิจัยส่งมาทางเมล์เวียนมาให้อ่านเป็นประจำ

ตอนนั้นผ่านช่องทางที่คุณสินชัย (คณะวิทย์) ทำไว้ ในส่วนที่ชื่อว่า "ข่าว ม.อ."

ผมก็ไม่รู้ว่าจะมีใครอ่านข้อเขียนของอาจารย์ในเมล์นั้นบ้าง
แต่ดูเหมือนว่าจะมีการรวบรวมเป็นเล่มเผยแพร่ด้วย

คนที่มีความคิดที่จะเผยแพร่ มีจิตสาธารณะ อย่างมุ่งมั่น ย่อมไม่ย่อท้อต่อการกระทำของตนเอง แม้ว่าตอนนั้นจะไม่มีเสียงคำชม เสียงตอบรับ เสียงสะท้อนกลับมาจาก ณ ที่แห่งใด

แต่ไม่อาจทำลายจิตใจที่เป็นสาธารณะนั้นได้

เชียร์ครับ

เราเอง

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.238.184.78
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ