นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1718
ความเห็น: 2

ว่าด้วยสุนทรียสนทนา

จะว่าไปแล้วบันทึกนี้ก็ถูก"ดองเปรี้ยว"ไว้หลายวันแล้ว ซึ่งก็มีหลายบันทึกที่ถูก"ดองเค็ม"ไว้เป็นปี ๆ ดังนั้นก่อนที่บันทึกนี้จะเหม็นเปรี้ยวจนขายไม่ได้ ก็ขอนำมาขายลดราคาไว้ก่อนในวันนี้

 

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาเทคโนโลยียุคใหม่ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ การเดินทางโดยเครื่องบิน และดาวเทียม ล้วนช่วยกันถักทอเครือข่ายของการสื่อสารที่ทำให้ทุกส่วนของโลกสามารถเชื่อมต่อกันได้ในทันทีนทันใด แต่เรากลับมีความรู้สึกว่าการสื่อสารได้พังทลายลงในทุกแห่งหนอย่างที่เราไม่เคยพบมาก่อน การทะเลาะเบาะแว้งเกิดขึ้นอยู่ทุกหนแห่ง ผู้สูงวัยและผู้ที่อ่อนวัยกว่าไม่พูดจาสื่อสารกันเป็นต้น

 

นี่คือบทเกริ่นนำของหนังสือ "ว่าด้วยสุนทรียสนทนา" ครับ ผมอ่านได้แค่นี้ก็ต้องหยุดอ่านเพื่อใช้"หมอง"ได้ออกกำลังเสียบ้าง

 

ผมลองตั้งสมมติฐานแบบมั่วๆขึ้นเองว่า "สังคมยุคใหม่นี้แหล่ะคือสาเหตุที่ทำให้เกิดการพังทะลายของการสื่อสาร โดยมีการสื่อสารที่กว้างขวางและรวดเร็วเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในทำนองของปฏิกิริยาลูกโซ่นั่นเอง"

 

การสื่อสารที่รวดเร็วและกว้างขวางได้นำส่วนที่เป็นความเลวและชั่วร้ายออกไปพร้อมๆ กับส่วนที่ดีและเป็นประโยชน์ โดยธรรมชาติมนุษย์นั้นเรียนรู้ ซึมซับในส่วนที่เลวได้ง่ายกว่า ตามกิเลสและตัณหาของธรรมชาติมนุษย์นั่นเอง

 

ด้วยละครที่แสดงถึงด้านลบของมนุษย์ที่มากขึ้น ถึงแม้ว่าตอนจบจะแสดงถึงธรรมะที่ชนะทุกครั้ง ภาพยนต์ประเภทโหด เลว ดีทำให้มีการรับรู้ว่ามีการโกหกหลอกลวงกันอยู่ในทุกตัวคน ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน การสื่อสารมีนัยยะบางอย่างแฝง มีผลประโยชน์บางอย่างเคลือบแฝง ประเด็นเหล่านี้ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจกัน ไม่เชื่อใจกัน และไม่สนใจใครมากนัก

 

นอกจากนี้สังคมที่เปลี่ยนไปเป็นสังคมทุนนิยม ความมั่งมีที่มีมากขึ้น ทำให้เงินสามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานและความต้องการพิเศษเฉพาะบุคคลได้มากขึ้น เป็นสังคมซื้อขายเลยทำให้การพึ่งพาส่วนรวมลดลง ซึ่งทำให้เราสามารถพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านโดยไม่ต้องรู้จักครอบครัวข้างเคียงเลย

 

เราใช้เงินสื่อสารกันมากขึ้น โดยไม่ต้องใช้ใจสื่อสารไงล่ะครับ

 

ผมหวนไปคิดถึงเรื่องราวในอดีต เรื่องเล่าของการค้าขายเมื่อก่อน ที่เพียงมีผู้ที่น่าเชื่อถือค้ำประกันให้ด้วยการเขียนจดหมายแนะนำ ก็ค้าขายกันได้เป็นเวลายาวนานด้วยความสัตย์ซื่อ ซึ่งในยุคนี้คงเป็นเรื่องแปลกประหลาดไปแล้ว เพราะมีโอกาสเอาเปรียบเป็นต้องทำ มิฉะนั้นจะถูกกว่าหาว่าเป็นคนโง่ไปแทน

 

มีคนรุ่นใหม่บางคนที่อิจฉาสังคมที่แสนสุขในอดีต เพราะในอดีตเราไม่ต้องระวังตนมาก คุณจิ๊บคงไม่ต้องสูญเสีย netbook ทั้ง ๆ ที่ข้าวของก็อยู่ในบ้าน เรากำลังอยู่ในสังคมโดดเดี่ยว ที่ไม่มีเพื่อนบ้านคอยดูแลซึ่งกันและกัน

 

เราฟังแต่"ไม่ได้ยิน"กันมากขึ้น เพราะเราไม่ได้ฝึกการฟังด้วยใจ และเราไม่ได้รับ"สาส์น" ที่คนรอบตัวเราต้องการจะ"สื่อ"ออกมา

 

กิจกรรมที่มากมายในแต่ละวัน ทำให้เราไม่เหลือเวลาที่จะฟังด้วย"ใจ" เพราะใจจะต้องกลั่นกรองเอาสาระที่แท้จริงออกมา ด้วยความละเอียดอ่อน โดยไม่มีอคติมาบดบัง ซึ่งบางครั้งเราเห็นหน้าใครบางคน ก่อนจะมีการสื่อสาร เราก็มีอคติตั้งแต่ต้นแล้วก็ได้

 

เราต้องสนทนาอย่างเปิดใจ..ไม่มีการตัดสินไว้ก่อนว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิดไว้ล่วงหน้า ฟังแล้วไตร่ตรอง แล้วบางที่เราอาจจะพบสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อสารแก่เรา

 

ผม..เอง

ผมรู้สึกว่าเจ้า firefox ดูจะฉลาดกว่าเจ้า IE ในการบันทึกในแชร์นี้นะครับ

 

 

 

 

 

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 17 กันยายน 2554 15:45 แก้ไข: 17 กันยายน 2554 15:45 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 camera, Ico24 มิกกี้, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

สังคมไทยเป็นสังคมพึ่งพา สังคมเกษตรกรรมมานาน แต่เมื่อระบบทุนนิยมเข้ามาหลังสงครามโลกครั้ที่ 2 ประเทศไทยก็เปลี่ยนไปมาก ผมเองก็ถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่ (กล้ามาก...ที่พูดออกมา) แต่ก็ยังคิดว่าเรายังทันสังคมยุกเก่าอยู่บ้างเมื่อตอนเป็นเด็กๆ

แต่ระยะเวลาประมาณ 10 ปีหลังมานี้ เหมือนกระแสการไหลของทุนนิยมแรงมากขึ้น ทั้งๆ ที่คนไทยบางส่วนได้รับรู้ถึงกระแสนี้ และพยายามต้านและลดความเร็วของกระแสลง ด้วยการรื้อฟื้นสังคมยุกเดิมขึ้นมาใหม่ รวมถึงในหลวงของเรา ที่พระองค์ทรงเป็นผู้ประกาศก้องเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้ฝรั่งอึ้งกันไปเลยทีเดียว

นิสัย เดิมของตนเองเป็นคนพูดมาก แต่ปัจจุบันพยายามเป็นอันมากที่จะฟังให้มากกว่าพูด แต่พรสวรรค์ที่มีมานานคือ เป็นคนจับความรู้สึกคนเก่ง และเมื่อฟังคนอื่นมากขึ้น เราจึงเข้าใจคนอื่นมากขึ้นกว่าเดิมอีก สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา คือ อะไรๆ ก็ดีขึ้น คนอื่นพอใจเรามากกว่าเดิม ทำอะไรก็ถูกที่ถูกทางบ่อยๆ และอาจพอจะพูดได้ว่ามีคนรักมากกว่าคนเกลียด (จะบอกว่าไม่มีคนเกลียดคงเป็นไปไม่ได้)

สุนรียสนทนาจึงเป็นแนวทางที่อ่านแล้วโดนใจ อยากให้หน่วยงานตนเองที่อยู่ได้นำมาใช้บ้าง บางทีความไม่ไว้ใจกันอาจลดลง ความเคลือบแคลงสงสัยกันอาจมีน้อยลง กระแสการ "พูด" เรื่องการเลื่อนขั้นเงินเดือนอาจลดลง การนินทากันอาจลดลง การโ๗มตีต่อปากต่อคำทางระบบอินเตอร์เน็ทอันทีนสมัยคงหายไป การใช้ใจฟังกันอาจเพิ่มขึ้น และความสุขแบบที่มันสุนทรี้..สุนทรีย์ คงเกิดขึ้นมาได้......

ความฉลาดกว่าของ firefox นี่แหละทำให้เวลาจับมาวางลงในบันทึกต้องให้ผ่านด่านอรหันต์ก่อน ในขณะที่ IE จับมาวางได้เลยครับ

ผมยังชอบใช้ firefox ในการท่องเน็ตเวปอื่น แต่เวลาจะเขียนบันทึกใน SharePSU ก็ต้องกลับมาใช้ IE อีก

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.204.48.40
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ