นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 2122
ความเห็น: 3

ทำห้องเรียนให้มีชีวิตแฝงการจัดระบบ

ห้องเรียนมีชีวิตได้อย่างไร?

ผมฝันว่าการเรียนรู้ที่สนุกนั้น ควรทำให้ห้องเรียนนั้นมีชีวิตด้วยการทำกิจกรรมร่วมกัน มีการบอกเล่าจากประสบการณ์จริง

แต่ความฝันกับความจริงนั้นต่างกันมาก อาจารย์ผู้สอนส่วนใหญ่นั้นได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่องตามกระบวนการของระบบการศึกษา เรียน ตรี โท เอก ทำวิทยานิพนธ์ ทำวิจัย แล้วก็สอนตามเอกสารที่มีผู้ค้นคว้าไว้แล้วเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งตัวผมเองก็เป็นอย่างนั้น (มีโอกาสอยู่ในโรงงานเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ)

ในโอกาสอันดีที่ได้พบศิษย์เก่าในปีที่ผ่านมา ได้จุดประกายความคิดการสร้างกิจกรรมรูปแบบใหม่ ศิษย์เก่าบอกว่ายินดีกลับมาเล่าประสบการณ์ให้นักศึกษารุ่นน้องฟัง โดยไม่ขอคิดค่าใช้จ่าย เพราะอาจกลับบ้านมาเยี่ยมครอบครัวอยู่แล้ว (โดยผมก็บอกไปว่าภาคฯไม่มีเงินจ่ายในส่วนนี้นะครับ ฮา)

เราใช้เวลาเตรียมการในการจัดกิจกรรมนี้นานพอควร เริ่มด้วยการสร้างระบบที่เอื้อในการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง เราอยากให้เป็นระบบ มากกว่าเป็นเพราะศักยภาพของผู้บริหารแต่อย่างเดียว

เราก็ประชุมขอความเห็นชอบในภาควิชาก่อน กำหนดวันประจำสัปดาห์ที่จะไม่จัดการเรียนการสอนสำหรับกลุ่มนักศึกษาเป้าหมาย คือ ปีที่ 3-4 ซึ่งในเทอมที่ 1 นั้นลงตัวในวันพฤหัส

เราจัดการเชิญชวนให้ศิษย์เก่ารู้จักกิจกรรมนี้ผ่านทาง e-mail, face book ปากต่อปาก โดยสร้างช่องทางติดต่อผ่าน website ให้ศิษย์เก่าเข้ามาเลือกเวลาที่สะดวก คือ ตัวเองว่างในสัปดาห์ใด ลงจองเวลาและหัวเรื่องที่ต้องการจะเล่าสู่กันฟัง โดยพยายามให้ข้อมูลที่ผ่านมาด้วยว่า มีใครมาเล่าเรื่องใดไว้แล้ว เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งหมด และเราจะได้เก็บรวบรวมไว้เป็นฐานข้อมูลต่อไป  ซึ่งในการสร้างโปรแกรมส่วนนี้ก็ใช้เวลาอยู่พอสมควร และคงต้องปรับปรุงต่อไป โดยพอเราเห็นว่าพอจะใช้งานได้ก็ Launch ออกไปก่อน กะว่ามี feedback กลับมา ก็ค่อย PDCA กันต่อไปก็แล้วกัน

เราก็ใช้ personal connection ติดต่อศิษย์เก่าเอาไว้ก่อน และก็ได้คุณกฤษณะ กฤษณะภักดิ์ มาประเดิมกิจกรรมนี้เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมานี้เอง โดยผมก็ต้องเดินทางไปกรุงเทพฯในบ่ายนั้นด้วย ก็เพียงได้คุยกันตอนมื้อเที่ยงเท่านั้น

ระบบการจัดการคือสิ่งที่ผมอยากสร้างขึ้นผ่านกิจกรรมเหล่านี้ ผมอยากจัดการให้ดีที่สุด โดยให้ศิษย์เก่ามีความรู้สึกดี ๆ ว่า พอพี่กลับมาเล่าก็มีรุ่นน้องอยากจะฟัง การจัดห้องและการจัดบรรยากาศในการเล่าสู่กันฟังนั้น อยากให้ดูดี มีห้องที่พอเหมาะกับผู้เข้าร่วมฟัง มีการจัดเครื่องดื่มที่พอเหมาะ ไม่เหลือไม่ขาด เพื่อประหยัดทรัพยากร ก็เลยจัดให้มีการลงทะเบียนเข้าฟังล่วงหน้า

ประเด็นที่คาดการณ์ได้ก็คือ คงมีผู้ลงทะเบียนแล้วไม่เข้าฟัง มีผู้ไม่ได้ลงทะเบียนแต่จะเข้าฟัง มีผู้ไม่รับรู้ข้อมูลคือรู้หลังจากปิดการลงทะเบียนไปแล้ว  นานาสารพัน ซึ่งผมเห็นว่าเรื่องนี้น่าจะจัดการได้ดี โดยใช้เศรษฐศาสตร์มาจัดการ คือลงทะเบียนแล้วต้องมา ถ้าไม่มาก็จะมีการปรับเกิดขึ้น

เราก็ประกาศไว้อย่างนี้ครับ
• ลงทะเบียนแล้วมาฟัง ก็เป็นกรณีปกติเราจะดูแลเรื่องเครื่องดื่มไว้ให้
• ลงทะเบียนแล้วไม่มาเราจะปรับ 25 บาท เป็นค่าเครื่องดื่มที่เตรียมไว้เกินพอ
• ไม่ลงทะเบียนแต่ขอเข้าฟัง จะขอเก็บเงิน 25 บาท โดยจะมีหรือไม่มีเครื่องดื่มนั้นแล้วแต่ความสะดวกของทีมจัดการ (ดูเหมือนไม่แฟร์นะครับ แต่ของดีก็ต้องมีการจ่ายเงินบ้าง)

เจ้าประเด็นสุดท้ายนี้แหล่ะครับที่เป็นปัญหาที่สร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้เข้าฟัง ว่าขอเข้าฟังโดยไม่ขอรับเครื่องดื่มได้หรือไม่ ผู้จัดก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่นา

ความเห็นของผมนั้น ผมไม่ยอมครับ ผมอยากสร้างวินัยให้นักศึกษา ผมอยากให้นักศึกษาใส่ใจกับข่าวสารในองค์กรบ้างและมีส่วนร่วมในกิจกรรมเหล่านี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นในการจัดครั้งนี้ก็คือ

มีผู้สนใจฟังจำนวนมาก ร่วม 100 คน ทำให้เราต้องหาห้องบรรยายใหม่ที่ใหญ่กว่าที่เตรียมไว้ การหาห้องขนาดใหญ่จุ 150 คนนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก เพราะมักจะมีคิวใช้งานเต็มอยู่แล้ว เราใช้เวลาจัดการเรื่องห้องบรรยายนี้อยู่หลายวันด้วยการใช้ personal contact อย่างเต็มกำลัง

สุดท้ายเราก็จัดการได้ กิจกรรมนี้ผมใช้แนวคิด empowerment ไปด้วย คือเพียงให้ความเห็นแล้วติดตามผล

ผมก็มาตามผลต่อว่ามีการประเมินความพึงพอใจในการเข้าฟังครั้งนี้หรือไม่? ฝ่ายจัดการก็ตอบว่า ฮ้า! ลืมทำไป ผมก็บอกกลับไปว่าควรทำนะ จะประเมินเพียงบางส่วนก็ได้ จะได้เป็นระบบที่เราจะกลับมาพัฒนาต่อได้ ตามแนว AAR หรือ PDCA ก็ว่ากันไป

ผมว่าก็เป็นการเรียนรู้นะครับ ผมก็อยากดูว่าถ้าผมไม่บอก เขาจะจัดการด้วยตนเองได้หรือไม่ เพราะตัวอย่างการประเมินผลนั้น มีให้เห็นอยู่ในหลายกิจกรรมแล้ว ผมคิดว่า เราเรียนรู้จากความผิดพลาดกันได้ และเราจะจำได้ดี ดังคำคมที่ว่า เราทำผิดมากเท่าใด เราก็จะเก่งขึ้นเท่านั้น

การสร้างระบบเป็นสิ่งที่ผมอยากเห็นมาก ๆ ครับ บ่อยครั้งที่การนัดประชุมต้องเลื่อนเพราะประธานไม่ว่าง ผมเริ่มไม่อยากเห็นภาพเหล่านี้อีกแล้ว ผมอยากเห็นการประชุมดำเนินการไป โดยผู้แทนเป็นประธาน ซึ่งเป็นการสร้างผู้นำ/ผู้บริหารไปด้วย ผมอยากเห็นองค์กรเดินไปด้วยระบบมากกว่า 70% ที่เหลือจะเดินไปด้วยผู้นำก็ไม่ว่ากัน

นั่นคือ เราอยากเห็นระบบ (system) อยู่เหนือ การนำโดยผู้นำ (Leadership) เช่นในระบบ TQA หรือเราอยากให้เป็นแบบ"ตามใจคือไทยแท้" ก็แล้วแต่จะพิจารณากันไปก็แล้วกันนะครับ

นี่ก็คือ การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง นะครับ

ผม..เอง

บันทึกที่ 2 ในโครงการ 27 บันทึกล่ารางวัลครับ (ฮา)

หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 03 สิงหาคม 2554 09:44 แก้ไข: 03 สิงหาคม 2554 09:44 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 น้องยามฯ.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

แล้วพี่ศิษย์เก่าที่มาบรรยาย แบบเนื้อหาในวิชาเรียน หรือว่า เป็นลักษณะบอกเล่า ประสบการณ์ที่ออกไปทำงานคะ

พอดีหนูกำลังอยากทำโครงการพัฒนานักศึกษา (ด้านจิตใจ) โดยอยากเชิญศิษย์เก่า มาร่วมแชร์ประสบการณ์ กับนักศึกษาปัจจุบันไม่แน่ใจว่า การมีศิษย์เก่ามานี่เป็นแรงจูงใจให้น้องๆ อยากมาร่วมกิจกรรม หรือเปล่า

ผมไม่ได้ร่วมอยู่ฟังนะครับ แต่ก็ถามผู้ที่เข้าฟังดู ก็ได้ใจความว่า รุ่นพี่เขาก็เอาวิชาการที่เขาทำงานมาเล่าให้ฟัง เชิงบรรยาย และเล่าประสบการณ์การทำงานของเขาไปด้วยกันครับ

ผมเองก็อยากให้เขาเล่าเรื่องแนวทางความสำเร็จในการทำงานด้วย ซึ่งคงจะต้องประกอบด้วย attitude ที่ดีหลาย ๆ ประการ ที่นอกเหนือไปจากความรู้ ซึ่งอาจมีสัดส่วนที่มากกว่าความรู้อีกครับ

เห็นด้วยกับอาจารย์เรื่องผู้นำค่ะ อยากเห็นผู้นำที่เป็น "ผู้นำ"ตัวจริง เริ่มต้นจาก มองเห็นความสำคัญของระบบ และ "นำ"ระบบมาใช้ เพราะไม่ว่า ผู้นำจะเป็นใคร ก็ต้องเดินตามระบบก่อน จะปรับปรุงระบบหรือไม่ก็ต้องทบทวน ทำ PDCA ด้วยเหมือนกันใช่ไหมคะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 52.3.228.47
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ