นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2509
ความเห็น: 0

วิธีการเลือกซื้อ Power Bank แบตเตอรี่สำรอง แบตพกพาที่ถูกต้อง และเข้าใจการทำงานของ และ ดูแลรักษา power bank

 

 

Powerbank แบตเตอรี่สำรอง แบตสำรอง แบตพกพา


1. ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกันก่อนว่า Power Bank คืออะไร มีหน้าที่อย่างไร

Power Bank คือพลังงานสำรอง หรือที่เรารู้จักในชื่อ แบตเตอร์รี่สำรอง นั้นเอง ซึ่งเกิดจากการนำแบตเตอร์รี่ที่มีการออกแบบความจุมากหลาย ๆ เท่า ห่อหุ้มด้วยวัสดุกันระเบิดอย่างแน่นหนาเพื่อให้สะดวกพกพาเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆเมื่อแบตเตอรี่หรือพลังงานสำรองในอุปกรณ์สมาร์ทโฟน แทบเล็ต กล้องดิจิตอล เป็นต้น หมดลง
เราก็สามารถนำมาใช้งานชาร์จพลังงานได้เลย สะดวกสบายไม่ต้องหงุดหงิดกับแบตเตอรี่หมดอีกต่อไป เพราะ Power Bank มีช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าบ้านเข้าตัวแบตเตอร์รี่ เรียกว่า Input และมีช่องจ่ายพลังงานจากแบตเตอร์รีเข้าสู่สมาร์ทโฟน/แทบเล็ต เรียกว่า Output อยู่ในตัวเดียวกัน

2. ก่อนเลือกซื้อแบตสำรอง Power Bank เราควรจะรู้ว่า สมาร์ทโฟน/แทบเล็ต ที่เราใช้อยู่มีความจุแบตเตอรี่เท่าไหร่ เราเรียกหน่วยความจุนี้ว่า mAh (มิลลิแอมป์)

mAh ย่อมาจาก:

m = milli ( มิลลิ)
A = mp ( แอมป์)
   h = hour ( ชั่วโมง)

หมายความว่า สมาร์ทโฟน/แทบเล็ต ที่เราใช้ อยู่นั้น ใช้กี่ mAh ต่อการชาร์จเต็ม 100% 1 ครั้ง


ยกตัวอย่างสำหรับสมาร์ทโฟน/แทบเล็ต ที่ใช้กันในปัจจุบันจะมีแบตเตอรี่ความจุประมาณเท่าไร เช่น

I-Phone 5s ความจุประมาณ 1570 mAh
I-Phone 5c ความจุประมาณ 1507 mAh
I-Phone 5 ความจุประมาณ 1440 mAh
I-Phone 4S ความจุประมาณ 1430 mAh

Sumsung Galaxy s4 ความจุประมาณ ประมาณ 2600 mAh
Sumsung Galaxy s3 ความจุประมาณ ประมาณ 2100 mAh
Sumsung Galaxy Note3 ความจุประมาณ ประมาณ 3200 mAh
Sumsung Galaxy Note2 ความจุประมาณ ประมาณ 2600 mAh


Nokia Lumia 520 ความจุประมาณ 1430 mAh
Nokia Lumia 620 ความจุประมาณ 1330 mAh
Nokia Lumia 920 ความจุประมาณ 2000 mAh


3. เลือกซื้อ Power Bank หรือแบตเตอร์รี่สำรอง ต้องพิจารณาอะไรบ้าง

 

(1) รู้จักแบตเตอรี่ที่นำมาทำ Power bank เสียก่อน

ส่วนใหญ่แบตเตอรี่ที่นิยมมาทำแบตสำรอง มีอยู่ 2 ชนิด

(1.1) แบตเตอรี่  แบบ ลิเทียมโพลิเมอร์ Lithium-Polymer

 

คุณสมบัติของแบตเตอรี่ชนิด ลีเธี่ยม-โพลิเมอร์ (Lithium-Polymer)

- แบตสามารถทำตามรูปร่างที่ต้องการได้
- เก็บประจุไฟนาน 1 ปี โดยคลายประจุน้อยมาก
- ของเหลวด้านในเจล ไม่ติดไฟ ปลอดภัย ลดความเสี่ยงเรื่องระเบิด
- พร้อมใช้งาน แกะออกจากกล่องแล้วใช้ได้ทันที
- จะใช้จนพลังงานหมดเกลี้ยงก็ได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรีเสื่อมเร็ว
- น้ำหนักเบา พกพาสะดวก

ข้อเสีย

- มีราคาแพงกว่าแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน lithium ion

 

(1.2) แบตเตอรี่ แบบ ลิเธียมไอออน lithium ion 18650

 

 

18650 สำหรับเราๆท่านอาจจะไม่คุ้นเคยกับคำว่า '18650 'หมายถึงแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (lithium ion battery) ขนาดในทางทฤษฎีแบตเตอรี่ควรวัด 18mmx65mm และเป็นทรงกระบอก (ผมเชื่อว่า '0 'ในตอนท้ายของ '18650' คือการอ้างอิงถึงรูปร่าง)  18,650 แบตเตอรี่โดยทั่วไปมักพบภายในแล็ปท็อป โน๊ตบุ๊ค และไฟฉายเดินป่า

 

คุณสมบัติของแบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออน (Lithium-ion)

-เริ่มคลายประจุหลังการชาร์จ ภายในไม่กี่สัปดาห์
-ของเหลวด้านในเป็นเคมี มีความปลอดภัยน้อยกว่าชนิด Polymer
-ประจุไฟที่มีอยู่ หากเปิดกล่องใช้งานครั้งแรกมีน้อยกว่าแบบ Polymer
-ไม่ควรใช้จนพลังงานหมดเกลี่ยง เพราะจะทำให้แบตเตอรีเสื่อมเร็ว
-มีน้ำหนักมากกว่าแบบ Polymer

 

(2) สิ่งที่ควรทราบเกี่ยวกับ Power Bank

เคยสงสัยไหมว่า ทำไม Power Bank ความจุ 2600 mAh ถึงชาร์จ I-phone 4s ได้ครั้งเดียว (ถ้าคำนวณแล้วน่าจะชาร์จได้ 2 ครั้งใช่หรือไม่?) แต่ในความเป็นจริง Power Bank จะศูนย์เสียพลังงานจากการ Input คือ การชาร์จไฟบ้านเข้า Power Bank และ Out put คือการชาร์จจาก Power Bank เข้าสมาร์ทโฟน/แทบเล็ตนั่นเอง

สิ่งที่ควรทราบอีกอย่างคือ แบตเตอรี่ที่อยู่ใน Power Bank มีแรงดัน 3.7 volt และ แบตเตอรี่ในสมาร์ทโฟน มีแรงดัน 5 volt การที่ต้องดึงแรงดันจากตัว Power Bank ให้เป็น 5 volt เท่ากับว่ามีการปรับระดับขึ้นมาทำให้ความจุที่ตัว Power Bank จะลดลง  ดังนั้นความจุของ Power Bank จะไม่ใช่ 2600 mAh เนื่องจาก Power Bank จะเหลือกระแสไฟที่ใช้ได้จริงประมาณ 60% (***แต่ความจริงควรจะได้ 70-75% ถ้าได้ 60% ก็ถือว่าแย่แล้ว) ดังนั้น ความจุ 2600 mAh จะเหลือพลังงานที่ใช้ได้จริงประมาณ 1500 mAh ทำให้ชาร์จ i-phone 4s ได้ 1 ครั้ง เท่านั้น ปัจจัยอีกอย่างก็คืออากาศร้อนในบ้านเราด้วยที่ทำให้พลังงานลดลง

ทางทฎษดี วิธีคำนวณ: ถ้าเราอยากทราบว่า Power Bank สามารถชาร์จเข้าไปในสมาร์ทโฟน/แทบเล็ต ในปริมาณพลังงานที่ใช้ได้จริงเท่าไร สามารถคำนวณได้ดังนี้

>> เลขความจุกี่ mAh x 60% = ความจุจริง mAh <<

ตัวอย่าง : Power Bank ความจุ 5000 mAh สามารถชาร์จ Huawei รุ่น Cheetha ความจุ 1700 mAh
ได้ความจุแบตเตอรี่ที่ใช้ได้จริงเท่าไรและชาร์จได้กี่ครั้ง

>> 5000 mAh x 60% = 3000 mAh (ได้ความจุจริงประมาณ 3000 mAh )

นำ 3000 mAh หาร 1700 mAh = 1.76 ครั้ง (สามารถชาร์จ Cheethaได้ประมาณ 1.76 ครั้ง )

ดังนั้นในการเลือกซื้อ Power Bank ให้เหมาะกับความจุสมาร์ทโฟน/แทบเล็ต ของเรา เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามตัวอย่าง ต้องซื้อ Power Bank ขนาด 6000 mAh ขึ้นไปเพื่อให้สามารถชาร์จได้ 2 รอบเต็ม

***ความเป็นจริงถ้าซื้อ power bank มาแล้ว มีอยู่แล้ว ลองคำนวณดูแล้วเทสเลยครับ ถ้าคุณได้ต่ำกว่า 65% ผมถือว่า power bank รุ่นนั้นแบนด์นั้น ไม่ได้มาตรฐาน

 

(3) อัตราการคายประจุของ Power Bank หรือแบตเตอร์รี่สำรอง

อัตราการคายประจุสำคัญมาก เพราะ Power Bank หรือแบตเตอร์รี่สำรอง เมื่อได้รับการชาร์ตไฟบ้านเข้าจนเต็มตัวมันเองแล้ว เราก็จะถอดปลั๊ก แล้วก็พกมันเพื่อเดินทางไปกับเราระหว่างวัน ทันทีที่หยุดชาร์ตไฟ Power Bank จะเริ่มคายพลังงานประจุไฟฟ้าที่เก็บไว้ ทิ้งออกไปเรื่อย ๆ (สลายตัวมันเอง) ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของ Power Bank อยู่แล้ว ถ้าเลือกแบรนด์ต่ำ ๆ คุณภาพไม่ดีอัตราการคายประจุจะเร็วมากๆ มากจนมันคายหมดไปเลย (****ลองอ่านด้านบน รู้จักแบตเตอรี่ที่นำมาทำ Power bank เสียก่อน)

(4) อัตราการรับไฟบ้านเข้า Power Bank (In put) และอัตราการจ่ายไฟออกจาก Power Bank ให้กับสมาร์จโฟน/ แทบเล็ต (Out Put) เราสามารถพิจารณาข้อมูล Input –Output ได้ข้างกล่องหรือที่ตัว Power Bank เช่น

Input : DC 5V – 2.1A (max) หมายความว่า ตอนชาร์ตไฟบ้านเข้าตัว Power Bank กระแสไฟฟ้าจะไหลเข้าไปเก็บสูงสุดต่อหน่วยเวลา คือ 2.1 แอมป์ (ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่เร็วมากและปลอดภัยสำหรับแบตเตอร์รี่สำรอง) ดังนั้น ถ้าพิมพ์ว่า 1.0A (max) ก็แสดงว่า ชาร์ตไฟบ้านเข้าตัว Power Bank นานมาก ยิ่งความจุ 12,000 มิลลิแอมป์ อาจนานถึง 15 ชั่วโมงเลยทีเดียว ส่วนใหญ่ที่พบคือ 1.0A 

Output : DC 5V – 2.1 A หมายความว่า ตอนชาร์ตมือถือ / แทบเล็ตเข้ากับตัว Power Bank แล้ว กระแสไฟฟ้าจะไหลเข้าสูงสุดต่อหน่วยเวลา คือ 2.1 แอมป์ (ยิ่งมาก ยิ่งดี 2.1 A ถือว่าเร็วมาก ๆ ซึ่งปกติในท้องตลาดจะมี 1.0 A กับ 2.1 A )

 

การตรวจสอบค่า Input –Output :

>>ค่า Input : ในการบอกค่าของมิลลิแอมป์ มีทั้งแบบแสดงเป็นแอมป์ หรือมิลลิแอมป์ เอา 1000 คูณค่าแอมป์ลงไปก็จะได้ค่า

มิลลิแอมป์ 0.5A = 500 mAH

1A = 1000 mAH

Input คือไฟที่เข้าไปยัง Power Bank จะมีขนาดเท่าไหร่ วัดเป็นมิลลิแอมป์ต่อ ชม. เช่น Input : 1A คือไฟจะเข้าไปยัง Power Bank ที่ 1 แอมป์ (1000 มิลลิแอมป์ mAh) ต่อการชาร์ท 1 ชม. หาก Input น้อย เช่น 0.5A (500 มิลลิแอมป์ mAh) ต่อ ชม. ก็จะทำให้การชาร์ทเข้าไปยัง Power Bank ของคุณ นานกว่าปกตินั่นเอง

หากคุณชอบชาร์ทเก็บไฟเร็วทันใจควรเลือก Input ที่มากกว่าหรือเท่ากับ 1A (1000mAh) ขึ้นไป

 

ตัวอย่าง : ถ้า Power Bank ของคุณ มีความจุที่ 5000 mAh แล้วมี Input ที่ 1A คุณจะใช้เวลา 5 ชม. ชาร์ทไฟเก็บไว้จนมันเต็ม

 

>> ค่า Output : คือ ความจุของไฟที่จะชาร์ทเข้าไปยังอุปกรณ์สมาร์ทโฟน/แทบเล็ตของคุณ อันนี้สำคัญกว่าค่า Input ดังที่กล่าวมาข้างต้น เพราะว่า สมาร์ทโฟน/แทบเล็ตของคุณต้องการ Input ที่เหมาะสมในการชาร์ทไฟเข้าไป มันจะบอกทั้งเวลาในการชาร์ทเพื่อให้ แบตเตอรี่สมาร์ทโฟน/แทบเล็ตคุณเต็ม

Output ของ Power Bank แต่ละรุ่น มีตั้งแต่ 0.5A ไปจนถึง 2.1A โดยสังเกตุที่ด้านหลังของ Power Bank หรือคู่มือคุณก็จะทราบค่า Output โดยแสดงเป็นตัวเลข A หรือ mAh ก็ให้เอา 1000 คูณค่า A เข้าไปจะได้ mAh ต่อชม. ถ้าเป็น สมาร์ทโฟน ที่จอขนาด 3-5 นิ้ว แบตเตอรี่จะรองรับที่ 0.5-2A ซึ่งไม่เป็นปัญหาในการเลือก Power Bank เพราะจะใช้ได้หมดเกือบทุกยี่ห้อ แต่ถ้าเป็น แทบเล็ต ที่มีขนาดใหญ่กว่า 7 นิ้ว บางรุ่นจะใช้ 1A หรือมากกว่าในการชาร์จ ทำให้บางครั้งคุณจึงไม่สามารถชาร์ท แทบเล็ต โดย Power Bank ที่มี Output ต่ำกว่า 1A หรือ 1000 mAH ได้ หรืออาจจะชาร์ทได้ ก็ไม่เป็นผลดีต่อ แทบเล็ต ของคุณ เพราะว่า 500mAH แปลว่าคุณจะต้องชาร์ทมันมากกว่า 10 ชม. กว่า แทบเล็ต ของคุณจะเต็ม (กรณี แทบเล็ต ใช้แบตเตอรี่ที่ 5000mAhขึ้นไป) และความร้อนจากการชาร์ทที่นานเกินไป จะไปลดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ในแทบเล็ตของคุณ

 

ชาร์ทเข้า iphone 4 output 1.0A ได้ประมาณ 0.79

 

ทางทฤษฎี :

ระยะเวลาในการชาร์ท คำนวณจากความจุแบตเตอรี่ ของคุณ หารด้วย Output ของ Power Bank

เช่น l-Phone5 มีความจุแบตเตอรี่ 1440 mAH ส่วน Power bank คุณมี Output ที่ 500mAh

คุณจะใช้เวลาชาร์ททั้งสิ้น 1440/500 = 2.88+ ชม. ถึงจะเต็ม โดยเครื่องคุณจะต้องไม่เปิดใช้งาน Internet /3G
ขณะกำลังชาร์ท ไม่เช่นนั้นระยะเวลาอาจจะมากกว่า/2.88+ ชม.


 

การดูแลรักษา Power Bank หรือ แบตเตอร์รี่สำรอง ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

1) ไม่ควรปล่อยให้ Power bank แบตหมดนานๆๆ ควรจะเหลือไว้ประมาณ 30-40 %

2) การชาร์จไฟ Power bank

2.1 ถ้าเป็นแบตเตอรี่ แบบ lithium ion 18650 ควรจะชาร์จต้องแบตใกล้หมด แล้วชาร์จจนเต็ม เพราะแบต lithium ion มีการนับการ cycle charge คือ มีอายุการใช้นับครั้งชาร์จ ถ้าแบตเตอรี่คุณภาพต่ำ ไม่เกิน 20-40 ครั้งแบตเสื่อมแล้ว ถ้าคุณภาพก็ 250-500+ ครั้ง

2.2  ถ้าเป็นแบตเตอเรี่แบบ Lithium polymer ไม่ควรบ่อยให้แบตหมดหรือเหลือน้อย  เพราะแบตเตอรี่ แบบ Lithium polymer ไม่ชอบความร้อนครับการชาร์จ ทำให้แบตร้อน จะทำให้เสื่อมเร็ว บางที่จะเห็นว่าแผงโชว์ ข้อมูลแบตลดไปแล้ว พอกับมาชาร์จอีกที่แบตจะขึ้นมาอีกขีด

3) Power Bank ไม่ควรเก็บที่ร้อนอบอ้าว ยิ่งใกล้ความร้อนตัวเซลล์ใน Power Bank จะเสื่อมไว ดังนั้นงดวางไว้ในรถยนต์ที่ตากแดด / หลังอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ร้อน

4) Power Bank จะเสื่อมเร็วถ้าเราต่อ Power Bank เข้ากับสมาร์ทโฟน / แทบเล็ต แล้วใช้อุปกรณ์เข้าเน็ต / เล่นเกมส์ไปด้วย ดังนั้น ควรปล่อยให้ Power Bank จ่ายไฟเข้าอุปกรณ์สมาร์ทโฟน / แทบเล็ตจนเต็ม แล้วถอดปลั๊กออก จึงค่อยใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวตามปกติ

5) ไม่ควรใช้อแดปเตอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะอาจจะทำให้แบตเสื่อมเร็ว หรือทำให้ mainborad powerbank พังแล้วอาจจะระเบิดเลยก็ได้

 

------------

cr : http://www.beyondsoho.com/

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 26 กันยายน 2558 17:28 แก้ไข: 26 กันยายน 2558 17:31 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 tiny apple, Ico24 คนธรรมดา, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.215.33.158
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ