นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 956
ความเห็น: 2

กรณีศึกษาจาก facebook: code of conduct VS. rules lawyer

ผมเป็นเพื่อนทาง facebook กับคุณหมอสกล สิงหะ ซึ่งผมพบว่าคุณหมอมีแนวคิดดี ๆ มานำเสนออยู่เสมอ เช้านี้พบว่าคุณหมอโพสต์ไว้ดังนี้

 

ยากแก่การเข้าใจและการทำใจกับระบบความคิดของคนบางคน คนบางประเทศจริงๆ

ขอทุนหลวงไปเรียน ขอครูตนเองมาค้ำประกัน แล้วก็ชักดาบโกงไปเสียยังงั้นเพื่อจะได้ทำงานเมืองนอกในที่ที่มีชื่อเสียง ระดับโลก ทิ้งให้ครูชดใช้เงินเป็นล้านๆบาท พอครูทวงเงินกลับแต่งตั้งทนายขู่จะฟ้องกลับ

สถาบันที่มีชื่อเสียงตอบกลับมาว่าเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับสถาบัน อืม.. มันไม่มี code of conduct ในสถาบันที่เกี่ยวกับจริยธรรม คุณธรรมของ employee กันเลยรึยังไง เช่น เราจะไม่จ้างคนที่โกงเงินเพื่อน โกงประเทศ โกงชาติอะไรแบบนี้

สงสัยต่อไปว่าเดี๋ยวนี้ถ้าไม่ใช้หิริโอตตัปปะ หมดความละอายในบาป หันไปใช้ rule lawyer กันแล้ว คงจะอยู่ได้แต่ในสังคมที่ไม่ถือเรื่องโกงเป็นเรื่องเลว อยู่ได้ในสังคมที่ครอบครัวตนเองก็เห็นว่าเรื่องนี้โอเค เป็นปกติ อยู่ได้ในสังคมที่ยังเขิดหน้าชูคอมองหน้าคนอื่นๆได้ทั้งๆที่ลูกทำแบบนี้

เป็นสังคมที่มี "กูรู" ออกมาสอนวิธีเลี่ยงภาษี เริ่มประโยคว่าวันนี้ขอพูดเรื่องตัวกฎหมาย ไม่ได้มาพูดเรื่องคุณธรรม สังคมที่มีนิติบริกรออกมาแถลงว่าถ้าโกงเงินใครแล้วถูกจับได้ ให้คืนเงินไปก็จบเรื่อง ไม่มีคนผิด

ไม่เข้าใจ...

 

เช้านี้สอนตั้งแต 8.00 น. เลยมีเวลาเรียนรู้เรื่องราวทางโลกเพิ่ม ค้นไปมาก็คิดว่าคุณหมอสกลคงไปพบกระทู้นี้ใน pantip มา

(27 ม.ค.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความจากเฟซบุ๊กของผู้ใช้รายหนึ่ง ซึ่งได้มีการแชร์เรื่องราวอุทาหรณ์ หลังจากเป็นผู้เซ็นค้ำประกันให้กับหญิงสาว ซึ่งเป็นอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง ซึ่งได้ทุนไปเรียนต่อที่อเมริกา แต่ปรากฏว่าหญิงสาวคนดังกล่าวไม่กลับมาใช้ทุน ทำให้เพื่อนร่วมงาน คนรู้จัก และอาจารย์ ที่เป็นผู้เซ็นค้ำประกันร่วมกัน ต้องจ่ายเงินค่าผิดสัญญา เป็นเงิน 2 ล้านกว่าบาท

โดยผู้โพสต์ ได้โพสต์ข้อความว่า "สิ้นสุดกันทีกับกรรมเก่า ผมได้ชดใช้ให้แล้ว รวมยอดกับที่ต้องชำระให้อีกร่วมล้าน กับการค้ำประกัน xxxx อดีตอาจารย์ภาควิชา xxxx  คณะ xxxx มหาวิทยาลัย xxxx ผู้ซึ่งรับทุนศึกษาต่อที่อเมริกา

โดยมีผมที่เข้าเรียน...ในฐานะคนรู้จัก แต่ด้วยความที่เห็นแก่คณะและวิชาชีพจึงยอมค้ำประกันร่วมกับอาจารย์และเพื่อนร่วมงาน และเพื่อนอีกคนของ xxx หวังว่าเค้าจะกลับมาทำประโยชน์แก่ส่วนรวม

แต่สิ่งที่ผมและทุกคนได้รับคือบอกว่าไม่มีเงิน ทั้งๆ ที่เค้าทำงานวิจัยที่ ม.ฮาร์วาร์ด รับเงินเดือนสูง อยู่อพาร์ทเม้นท์หรูหราในอเมริกา เค้าทำได้แม้อาจารย์ผู้สั่งสอนและสนับสนุนให้เค้าได้เรียน ผู้ร่วมงาน เพื่อน อย่างไม่ละอายแก่ใจ

พ่อของเค้าและญาติพี่น้องก็ไม่สนใจ เค้าเคยโทรมาหาผมครั้งเดียวว่าจะไม่ทำให้ผมเดือดร้อน ผมยังต้องส่งเสียลูกอีก 4 คน แต่ผมต้องนำเงินมาชำระแทนเค้า เลยขอให้เรื่องนี้เตือนสติแก่ผู้ที่จะค้ำประกันใคร การศึกษาและชาติตระกูลไม่ได้ช่วยอะไร

เค้าวางแผนล่วงหน้าแล้วให้พ่อเค้ารับผิดชอบน้อยที่สุด และมาชดใช้ให้หมด แต่ไม่ยอมชดใช้ให้คนอื่น ช่วยแชร์กันนะครับ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ และผู้ที่จะทำธุรกรรมกับคนในครอบครัวนี้หรือบุคคลอื่น แม้ท่านจะปรารถนาดีก็ตาม"

ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าวถูกส่งต่อไปทั่วโลกออนไลน์ และมีผู้เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์มากมาย บางรายก็เล่าประสบการณ์ที่คนในครอบครัวและคนรู้จักเคยเจอ ซึ่งพบว่ามีเหตุการณ์คล้ายกรณีข้างต้น เกิดขึ้นบ่อยครั้ง

 

ผมเข้าไปอ่านก็มีข้อมูลชื่อที่แท้จริง แต่ผมว่าเพียงเท่านี้ก็พอ ผมเพียงอยากบันทึกไว้ว่า ถ้าสังคมไทยยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นแบบนี้มากยิ่งขึ้น เราก็จะเป็นสังคมที่ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างหาผลประโยชน์ใส่ตน ไม่มีการเสียสละเพื่อผู้อื่น สิ่งดี ๆ ที่เตือนใจในการสร้างสังคมที่ดี เช่น

 

ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง...ก็จะจางหายไป

 

ผมคงโชคดีมากที่คงเหลือชีวิตอยู่ในสภาพสังคมปัจจุบันอีกไม่นานแล้ว

 

ผม..เอง (แมว 60+)

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 28 มกราคม 2559 11:17 แก้ไข: 28 มกราคม 2559 11:18 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 ยาดม, Ico24 เมตตา, และ Ico24 โอ๋-อโณ.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

สมัยที่ไปเรียนที่ Perth ก็ได้พบนักเรียนทุนที่"หนี"ทุนอยู่สองสามรายนะคะ ต่างก็มีข้ออ้างความจำเป็นเฉพาะตนกันทั้งนั้น ซึ่งถ้าอยู่ทำงานกันที่นั่นจริงๆก็ไม่น่าจะยากในการใช้ทุนคืน เพราะรายได้ของคนจนปริญญาเอกที่อยู่เมืองนอกนั้น เก็บเพียงไม่กี่ปี เผลอๆปีเดียวก็สามารถใช้ทุนคืนได้แล้ว อยู่ที่จิตสำนึกของคนนั่นเองค่ะ เรายังมีคนที่เก่งและมีโอกาสแต่ไม่มีเกียรติในตัวเอง ไม่มีอุดมการณ์ ไม่มีจิตสำนึกของคนไทยมากพออีกไม่น้อยค่ะ น่าเสียดายที่กระบวนการคัดเลือกคนรับทุนของเรายังไม่เข้มข้นพอที่จะกีดกันคนแบบนี้ออกไปนะคะ 

มีบางคนบอกว่าเรา"โง่"ด้วยซ้ำที่ไม่รับข้อเสนอให้อยู่ทำงานที่โน่นเลย น่าเสียใจในความคิดเห็นแก่ตัวแบบนั้นนะคะ เมืองนอกเขาไม่สนใจคุณธรรมในเรื่องนี้ เพราะเขาใช้ความสามารถอื่นๆของคนๆนั้น และเขามีกฎที่สามารถจะป้องกันความเห็นแก่ตัวแบบนี้สำหรับสถาบันของเขาอยู่แล้ว ไม่ใจดีเหมือนบ้านเรา

การศึกษาเรื่องบาป-บุญ-คุณ-โทษ น้อยลงในทุกระดับ เพราะแต่ละระดับมุ่งหาเป้าหมายแห่งตน ได้รับประโยชน์ร่วมกันจากสิ่งที่ทำอย่างเต็มที่ สูงสุด เข้าใจเขา ใช้ชีวิตเราอย่างรู้เท่าทัน อิสระเกิดได้เสมอค่ะ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง สุขสมบูรณ์ก็เกิดให้ได้รับรู้ ในขณะเดียวกันก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เป็นนิด เราเลือกได้ "มิตรแท้ หรือมิตรเทียม" อีกหนึ่งบทเรียนชีวิต ที่ทำให้หลายบทเรียนได้คลี่บาน

เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

เจริญธรรม ด้วยความเคารพ

ยาดมเอง

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 100.24.125.162
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ