นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 2148
ความเห็น: 8

การเรียนรู้อยู่ในอากาศ

The logic of life มีบทหนึ่งน่าสนใจ โดยวิพากษ์กันว่า เหตุใดคนเราในวัยทำงานจึงอยากอยู่อาศัยในเมืองใหญ่?

a View from Afar. ไกลตาแต่ใกล้ใจ (ตั้งชื่อหนังสือได้ถูกใจมาก) มีประเด็นถามว่า ชาวเผ่าผีตองเหลืองที่ยังหลงเหลิออยู่ในประเทศไทย ทำไมจึงมีวัฒนธรรมแตกต่างจากชาวอียิปต์โบราณที่สร้างปิรามิดอันมหัศจรรย์ได้อย่างมากมายนัก

ผมต้องกลับมาถามตัวเองเหมือนกันนะครับว่า ทำไมจึงเลือกมาทำงานที่หาดใหญ่ และครอบครัวพี่น้องของผมก็เลือกอยู่ในเมืองใหญ่กันทั้งหมด การอยู่อาศัยในเมืองใหญ่มีข้อได้เปรียบอะไรหรือ?

คนทำงานในเมืองใหญ่ได้เงินเดือนมากกว่า? มีงานที่หลากหลายมากกว่า? มีโรงพยาบาลที่ดีกว่า? มีโรงเรียนที่ดีกว่า? มีที่พักที่ดีกว่า? มีแหล่งบันเทิงมากกว่า? มีความเป็นอยู่ lifestyle ที่ดีกว่า?

ค่าใช้จ่ายในเมืองใหญ่สูงกว่าเมืองเล็ก อันนี้คงเป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน และเมืองใหญ่ก็มีสิ่งที่จำเป็นต่อคนเรา หรือพูดอีกด้าน คนเราสร้างสิ่งที่จำเป็นเหล่านี้ให้กับเมืองใหญ่ เหมือนเมืองหาดใหญ่ที่ผมมาอยู่ตั้งแต่ปี 2518 นั้น ไม่มีโรงพยาบาลเอกชนดี ๆ ไม่มีโรงเรียน มอ.ว. ไม่มีศูนย์การค้าหรู เป็นต้น

ถึงแม้เทคโนโลยี IT จะทำให้ช่องว่างของการรับรู้ข้อมูลข่าวสารนั้น เกือบไม่แตกต่างกันแล้วในระหว่างเมืองใหญ่และเมืองเล็ก แต่เมืองใหญ่ก็ยังมีเสน่ห์มากกว่าในด้านการเรียนรู้จากสภาพแวดล้อมของการเป็นเมืองใหญ่

ผมว่าเราเรียนรู้จากสิ่งที่เราพบเห็นและมีประสบการณ์อยู่ทุกวี่วัน คนไทยที่ไปอยู่ประเทศอังกฤษมีโอกาสในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเร็วกว่าพักอาศัยอยู่ที่ประเทศไทยมาก ทำไมผู้ที่อยู่ในวงการธุรกิจจึงเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ทำธุรกิจได้ลึกซึ้งกว่านักวิชาการ ผมว่านักวิชาการเราตามเอกชนไม่ทันนะครับ เอกชนมองเห็นช่องโหว่ที่จะทำกำไร จากสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป จากกฎหมายใหม่ที่ออกมา ช่องทางในการหากำไรแบบไม่โปร่งใส การเก็งกำไร เป็นต้น เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เข้มข้นกว่าทำให้เขาเรียนรู้ได้เร็วและลึกซึ้งกว่าเรา

คนโชคดี อาจไม่ได้มาจากโชคเพียงอย่างเดียว แต่อาจมาจากการช่างสังเกต พฤติกรรมบางอย่างที่นำพาตัวเขาเองไปอยู่ใกล้บริเวณที่จะได้รับโชคหรือไม่?

การเรียนรู้จากประสบการณ์ จากการแลกเปลี่ยนความเห็น การอ่านหนังสือ ดูรายการทีวีดี ๆ เป็นเรื่องที่ต้องจัดสรรแบ่งเวลามาทำกันให้มากขึ้น นอกเหนือจากการหาความสำราญให้กับชีวิต ผมอ่านบันทึกใน share.psu ก็ได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นมากนะครับ ประสบการณ์ความเห็นที่นำมาแลกเปลี่ยนกันนั้น เป็นความรู้ที่นำไปประยุกต์ใช้ได้ คำแนะนำจากเพื่อนในเครือข่าย ข้อมูลเหล่านี้ถ้านำไปทำตามบ้าง ก็จะให้เราหลุดจากกรอบความคิดเดิมๆ ไปได้

ล่าสุดผมลองขบถไปใช้ใช้ gmail แทน mail.psu เพราะขี้เกียจเร่งลบเมลให้หมดไป เพราะแจ้งเตือนตัวแดงให้ผมเห็นอยู่เป็นประจำและถ้าหากไม่เข้ามาลบทิ้งทุกวันก็กลัวว่าจะพลาดข้อมูลสำคัญที่จะส่งเข้ามาไป

โอกาสการเรียนรู้ในเมืองใหญ่มีสูงกว่าการอาศัยในเมืองเล็ก ทำให้สมรรถนะของคนในเมืองใหญ่สูงกว่าการอาศัยในเมืองเล็ก ดังนั้นเมืองเล็กเหมาะกับผู้ที่ต้องการความสงบ หรือแสวงหาความรู้ในทางสงบมากกว่า

ผมว่าเราสามารถเพิ่มสมรรถนะให้กับตัวเองด้วยการออกไปสังสรรค์พบเพื่อนกันบ่อย ๆ ทางหนึ่งด้วยครับ

คนเราอาจซึมซับเอาความรู้เหล่านี้เก็บไว้อย่างเงียบ ๆ ช้า ๆ ในโอกาสที่ม.อ.จะก้าวไปสู่การเป็น Learning Organization นั้น เราต้องมีเวทีตรงนี้ไว้ให้มากขึ้นนะครับ และผมไม่ได้บอกให้มีเวทีนี้เพื่อตัวผมเอง (กลัวการค่อนขอดนะครับ ว่าเสนอเพื่อตัวเอง) ผมมีวงที่จะเรียนรู้จากภายนอกอยู่พอสมควรแล้ว ไปนั่งเงียบ ๆ ฟังโต๊ะกาแฟข้าง ๆ คุยกัน ก็เรียนรู้แล้วครับ คอยกลั่นกรองสิ่งที่เข้ามาให้ดีเถิดครับ

ประเด็นอยู่ที่ว่า เราเห็นความสำคัญของการเรียนรู้ในสิ่งที่นอกเหนือไปจากวิชาการที่เราเชี่ยวชาญหรือไม่ ต่างหากละครับ

เช่น แนวความคิดง่าย ๆ ในการติดป้ายในโรงอาหารว่า ควร กินอาหารอย่าให้มีเศษเหลือซึ่งเป็นการลดขยะประการหนึ่ง ซึ่งผมได้มาจากการแลกเปลี่ยนความคิดในวงกาแฟครับ (นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมเชี่ยวชาญ)

หรือ ผมเกิดความสงสัยว่า ขยะที่ตึกวิจัยวิศวกรรมประยุกต์นั้นมีมากขึ้นหรือไม่ ก็เดินเข้าไปถามคนขนขยะ (ตาม trend ขยะของพี่เสือกันหน่อย ฮา) ถามไปจนรู้ว่า ธนาคารขยะนั้นเปลี่ยนผู้ดำเนินการไปแล้ว ถามจนรู้ว่านักศึกษาเรานั้นไม่แยกขยะ ทิ้งเศษอาหาร น้ำ ทำให้การแยกขยะยาก สกปรก ที่จะเอาไปรีไซเคิลได้นั้นไม่มาก และมีขยะทิ้งมากขึ้น ผมก็เกิดแนวคิดว่า เราตั้งรับปัญหามากไป การรณรงค์เรื่องการแยกหรือการจัดการขยะก่อนทิ้ง ถ้าทุกคนร่วมมือกัน น่าจะจัดการได้ดีกว่านี้ แต่ ผมว่า เราเพิกเฉยกันเอง

เมืองใหญ่..สังคมใหญ่ มีสภาพแวดล้อมที่ช่วยในการเรียนรู้มากกว่าเมืองเล็ก แต่...ทำไมเราจึงชอบโดดเดี่ยวตัวเราเองละครับ

ผม..เอง

 

 

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 22 สิงหาคม 2554 16:53 แก้ไข: 22 สิงหาคม 2554 16:53 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Monly, Ico24 Our Shangri-La, และ 7 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

หลงรักเมืองเล็กๆ แห่งนี้

ไม่ว่าอยู่ที่ไหน เราสามารถเรียนรู้ได้ เพราะเดี๋ยวนี้ความรู้มาเคาะประตุถึงห้องนอนแล้ว อยู่ที่ว่า ใครจะขวนขวายมากน้อยกว่ากันแค่ไหนเอง

หาก "การเรียนรู้อยู่ในอากาศ" นั้นไซร้
"คำตอบ" ที่ไม่ไกล ก็คงล่องลอยอยู่ในสายลม
(The answer, my friend, is blowin' in the wind ... )

เรื่องบางเรื่องหรือความรู้บางอย่าง เราสามารถขบคิด ค้นหาด้วยตนเองได้
ผมเชื่อว่าแทบทุกคนมีศักยภาพมากพอที่จะทำสิ่งเหล่านั้น
แต่จะไปในอัตราที่เร็วหรือช้าแค่ไหน ไม่มีใครรู้

แต่การอยู่ใน "บรรยากาศ" (หรืออากาศ) ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ จะเป็นตัวเร่งกระบวนการเรียนรู้ให้เร็วขึ้นครับ
ผมไม่มั่นใจว่าเรามีส่วนนี้มากพอแล้วหรือยัง

เราประกาศตัวว่าจะเป็น "องค์กร" แห่งการเรียนรู้  "องค์กร" สร้างสรรค์ หรือแม้แต่ "องค์กร" อัจฉริยะ
แต่ในคำว่า "องค์กร" (Organization) มันมีทั้งส่วนโครงสร้างหน้าที่ และส่วนที่เอื้อให้ organs ต่างๆ ประสานทำงานสอดรับกันเป็นหนึ่งเดียว ผมว่าส่วนหลังนี่น้อยไปนิ๊ดดดด นึงแบบที่ป๋าว่า

ที่คณะฯ ผมมีปัญหาเรื่องไวรัสจาก handy drive สำส่อน -- แทบไม่มีใคร scan virus ก่อนใช้งาน โดยเฉพาะจากเครื่องสาธารณะ
หลายเหตุผลครับ -- ลืม ไม่รู้ ไม่เป็นไร (มั้ง) ไม่ใส่ใจ ไม่แยแส ฯลฯ
เร็วไปมั้งครับ ที่จะไปคิดเรื่อง "อัจฉริยะ"
เอาเรื่องง่ายๆ แล้วมาเริ่มเคาะจาก "องค์กรใส่ใจ ใฝ่รู้" กันก่อนดีมั้ยครับ?

ชอบๆ ครับ กับประเด็นที่จารย์เขียนบอกไว้ว่า "อยู่ที่ว่าเราเห็นความสำคัญของการเรียนรู้ในสิ่งที่นอกเหนือไปจากวิชาการที่เราเชี่ยวชาญหรือไม่ "ผมเชื่อว่ามีอีกหลายคนที่ไม่คิดจะหาอะไรใหม่ๆ เข้ามาให้กับตัวเอง"

Ico48
Null [IP: 172.31.80.226]
26 สิงหาคม 2554 10:55
#67944

ผมขอตอบตามความเห็นส่วนตัวนะครับ

การเรียนรู้มีอยู่ทุกที แต่ไม่ทุกคน ต่อให้เราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่พร้อมในการเรียนรู้ แต่ไม่มีใจคิดจะรู้ ยังไงมันก็ไม่รู้ครับ

อย่างเรื่องไวรัสอะไรที่คุณ NovemberRain บอกมาก็เช่นกัน ไม่ต้องไวรัสหรอกครับ บางครั้ง ขึ้น Error ที่เขียนว่า "เครื่องพิมพ์ยังไม่เปิดกรุณาเปิดเครื่องพิมพ์ก่อน" หรือที่หนักหน่อยก็คือ "กรุณาเซฟงานก่อนออกจากโปรแกรม" ก็ยังไม่อ่านข้อความที่แจ้งมาก่อน คิดแต่ว่า อะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ เรียกช่างมาดูเลยดีกว่า มีปัญหาเรียกช่างตลอดแบบนี้ก็ไม่ไหวนะครับ (บางครั้งเรียกมาเพื่อกดปุ่นเปิดเครื่องก็มี) ผมว่าควรที่จะ "อ่าน" ดูก่อนว่า Error คืออะไร แล้วลองแก้ดู ถ้าได้ไม่ได้อีกเรื่องนึง เพราะอย่างน้อยเราก็พยามจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ถ้าเราแก้ได้เราก็จะได้ความรู้ใหม่เองครับ ถ้าสุดวิสัยแล้วเรียกช่างมาดูและขอคำแนะนำจากช่าง ดีกว่าปล่อยให้ช่างทำของช่างไป เดี๋ยวมีปัญหาค่อยเรียกนะ สุดท้ายแล้วเมื่อเกิดปัญหาอีกเราก็จะแก้ไขอะไรไม่เป็น แม้ว่าปัญหานั้นจะเป็นปัญหาเดิมๆ เป็นต้น

ในมุมมองผม ผมว่าการเรียนรู้มันไม่ได้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมเลย มันขึ้นอยู่กับว่า "คุณคิดอยากจะเรียนรึเปล่า" แค่นั้นเองครับ

ปล. ความเห็นส่วนตัวครับ

ผมเห็นด้วยกับคุณ Null ที่ว่า "เราคิดอยากจะเรียนรู้หรือเปล่า" ครับ ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญมาก

แต่สิ่งที่นักวิจัยเขาบอกซึ่งผมก็เห็นด้วยว่า environment ในการเรียนรู้นั้นก็สำคัญมาก การเข้าถึงองค์ความรู้ที่อยู่ในตัวคนเป็น ๆ นั้น การอยู่ในเมืองใหญ่จะได้เปรียบกว่าครับ

ในระยะหลังมีการกล่าวถึง implicit knowledge ที่อยู่ในตัวคนมากขึ้นทุกทีครับ

สภาพแวดล้อมเป็นประเด็นสำคัญของการเรียนรู้ สภาพแวดล้อมจะรวมไปถึง "การเข้าถึง" แหล่งการเรียน รวมถึง การเข้าถึง "ภายใน" สภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ยังเป็นตัวเร่งกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดขึ้น (พี่เสือ)

แต่ก็อีกเช่นกันที่ ถึงแม้ว่า สภาพแวดล้อมจะเอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้มากเท่าใด ก็ไม่ได้ทำให้เกิดการเรียนรู้แปรผันตรงไปกับสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ ปัจจัยที่มีผลต่อการเรียนรู้ที่สำคัญอีกประการ ก็คือ "ความอยากเรียนรู้" (Null)

เราฟุตฟิตฟอไฟได้ดีระดับหนึ่ง (หากเรามีความกล้า มีความอยากเรียนรู้) ในสังคมไทย แต่หากเราอยู่ในสังคมที่ (เกือบ) ทุกคนฟุตฟิตฟอไฟตั้งแต่หลับยันหลับอีกหน หรือในถิ่นที่เจริญด้วยภาษานั้นๆ ย่อมเกิดการฟุตฟิตฟอไฟ ได้ดีกว่า ฟุตฟิตฟอไฟเป็นอันดับ ๒ (เจ้าของบันทึก)

พระพุทธเจ้า เสด็จออกจากวัง เข้าสู่ป่าเขาเพื่อปลีกวิเวก เพราะต้องการดับทุกข์ให้ได้จริงๆ

"ความกลัว" เป็นปัจจัยที่สำคัญอีกประการที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ ความอยากมี แต่ไม่กล้า เพราะบรรยากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้

ผมแก้ไขปัญหา (พื้นๆ) เรื่องคอมฯ ผมมักที่จะคลิกๆ แกะๆ ของผมโดยไม่ปริปากกะใคร ซึ่งบางครั้งคนที่เกิดปัญหาอยากรู้ปัญหา ทางแก้ไข แต่ไม่ได้อะไรจากผม นอกจากผมแก้ไขให้เสร็จแล้ว

"อัจฉริยะ" เป็นเรื่องที่เราพูดถึงได้ เป็นเป้าหมายได้ เพียงแต่กว่าที่จะไปถึง "อัจฉริยะ" ได้นั้น เราผ่าน/ มีกระบวนการอื่นๆ มีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการนำไปสู่ "อัจฉริยะ" แล้วหรือยัง (พี่เสือ) เรามีการประเมินตนเอง/ ถูกประเมิน นำผลการประเมินมาดำเนินการอย่างไร ทั้งในระดับของ "องค์กร" ระดับ "ออร์แกน" หรือแม้แต่ระดับ "เซลล์"

เราอย่าเพียงแต่หลงไหลใน "ตัวเลข" (จอมปลอม) ก็พอแล้ว

ก่อนการเรียนรู้ เรามาให้ "ความรัก" กันก่อนดีไหมครับ

ฮา

เราเอง

 

ผมเห็นด้วยกับคุณ Null ที่ว่า "เราคิดอยากจะเรียนรู้หรือเปล่า" ครับ ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญมาก

แต่สิ่งที่นักวิจัยเขาบอกซึ่งผมก็เห็นด้วยว่า environment ในการเรียนรู้นั้นก็สำคัญมาก การเข้าถึงองค์ความรู้ที่อยู่ในตัวคนเป็น ๆ นั้น การอยู่ในเมืองใหญ่จะได้เปรียบกว่าครับ

ในระยะหลังมีการกล่าวถึง implicit knowledge ที่อยู่ในตัวคนมากขึ้นทุกทีครับ

ผมเห็นด้วยในประเด็น

  • "ความต้องการการเรียนรู้" เป็นประเด็นสำคัญของการเรียนรู้
  • "บรรยากาศ/ สิ่งแวดล้อมของการเรียนรู้" เป็นประเด็นสำคัญของการเรียนรู้

เราเอง

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.204.48.199
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ